wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบวิชาการวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้

Total questions: 80

Worksheet time: 2hrs 0mins

Name
Class
Date
1.

1. คำว่า การวิจัย ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า

a)

ก. Re-education

b)

ข. Reprove

c)

ค. Research

d)

ง. Retread

e)

จ. Search

2.

2. การวิจัย หมายถึง

a)

ก. กระบวนการหาความรู้ความจริงใหม่

b)

ข. ระบบแบบแผนตามหลักวิชา

c)

ค. ความรู้ความจริงที่นำไปสู่หลักการ ทฤษฎี

d)

ง. ข้อปฏิบัติที่ทำให้มนุษย์นำไปใช้ประโยชน์

e)

จ. ถูกทุกข้อ

3.

3. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการวิจัย

a)

ก. ช่วยเสริมสร้างความรู้ทางวิชาการ

b)

ข. ช่วยวินิจฉัยปัญหาสังคมโดยรวม

c)

ค. ช่วยในการกำหนดนโยบายและวางแผน

d)

ง. ช่วยให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆที่ล้ำหน้า

e)

จ. ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพของนักบริหาร

4.

4. จรรยาบรรณของการวิจัยข้อใดที่ไม่ถูกต้อง

a)

ก. ต้องตระหนักถึงพันธกรณีในการทำงานวิจัย

b)

ข. ไม่ต้องมีความรู้ในสาขาวิชาที่ทำก็ทำได้

c)

ค. ต้องมีอิสระทางความคิด

d)

ง. พึงนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบ

e)

จ. พึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ

5.

5. ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ การวิจัยเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับใคร

a)

ก. เป็นเรื่องของทุกคน

b)

ข. ผู้เรียน ผู้ปกครอง ผู้บริหาร

c)

ค. ผู้เรียน ครู ผู้บริหาร

d)

ง. ผู้บริหาร ผู้ปกครอง ชุมชน

e)

จ. ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง

6.

6. จาก พรบ.การศึกษา เห็นควรสนับสนุนใครเป็นหลักในการทำวิจัย

a)

ก. เป็นเรื่องของทุกคน

b)

ข. ผู้เรียน ผู้ปกครอง ผู้บริหาร

c)

ค. ผู้เรียน ครู ผู้บริหาร

d)

ง. ผู้บริหาร ผู้ปกครอง ชุมชน

e)

จ. ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง

7.

7. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ “กระบวนการวิจัยบูรณาการกับการสอน”

a)

ก. วิเคราะห์หลักสูตร > วิเคราะห์ปัญหาการสอน

b)

ข. กำหนดวัตถุประสงค์ > กำหนดปัญหาวิจัย+สมมติฐาน

c)

ค. ทำแผนการสอน > กำหนดวิธีวิจัย

d)

ง. ทดสอบ ประเมิน > สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง

e)

จ. ตัดสินผลการเรียน > วิเคราะห์ แปลผล รายงาน

8.

8. ผู้บริหารสามารถสนับสนุนครูนักวิจัยได้อย่างไร

a)

ก. จัดสรรโอกาสเรื่องการอบรมการพัฒนาตนเอง

b)

ข. ส่งเสริมให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเครือข่าย

c)

ค. ส่งเสริมให้มีระบบนิเทศภายใน

d)

ง. จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น

e)

จ. ปรับการวัดประเมินผลเน้นการสังเกตพฤติกรรม

9.

9. ข้อใด ไม่ใช่ ความหมายของการออกแบบวิจัย

a)

ก. การจำกัดขอบเขตและวางรูปแบบวิจัย

b)

ข. การกำหนดแนวทางการวิจัยเพื่อให้ได้ซึ่งคำตอบ

c)

ค. การกำหนดกิจกรรมต่างๆ และรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ

d)

ง. การสุ่มเลือกปัญหาที่มีทั้งหมดในสังคม

e)

จ. การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย

10.

10. ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายของการออกแบบการวิจัย

a)

ก. เพื่อควบคุมความแปรปรวนของตัวแปรในการวิจัย

b)

ข. เพื่อให้ได้คำตอบปัญหาวิจัยที่ถูกต้องเที่ยงตรงเชื่อถือได้

c)

ค. เพื่อสร้างกรอบในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ

d)

ง. เพื่อลดความคลาดเคลื่อนให้ได้มากที่สุด

e)

จ. ถูกทุกข้อ

11.

11. ข้อใด ไม่ใช่ ส่วนประกอบของการออกแบบการวิจัยเชิงทดลอง

a)

ก. กรอบแนวคิดในการวิจัย

b)

ข. การลดความคลาดเคลื่อนในการวิจัย

c)

ค. การจัดกลุ่มสำหรับการทดลอง

d)

ง. การจัดดำเนินการแบบสุ่ม

e)

จ. การวัดผล

12.

12. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้สัญลักษณ์ในรูปแบบการทดลอง

a)

ก. (E) แทน กลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มทดลอง

b)

ข. (C) แทน กลุ่มควบคุม

c)

ค. (R) แทน การจัดการดำเนินแบบสุ่ม

d)

ง. (X) แทน การจัดการกระทำ

e)

จ. O แทน การวัดผล

13.

13.ข้อใดเป็นรูปแบบการออกแบบการวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มทดลองกลุ่มเดียว และวัดผลก่อนและหลังการทดลอง

a)
b)
c)
d)
e)
14.

14. ข้อใดเป็นรูปแบบการออกแบบการวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมที่ไม่เท่าเทียม วัดผลหลังการทดลอง

a)
b)
c)
d)
e)
15.

15. ข้อใดเป็นรูปแบบการออกแบบการวิจัยเชิงทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมวัดผลก่อนและหลังการทดลอง

a)
b)
c)
d)
e)
16.

16. ข้อใดไม่ใช่แหล่งข้อมูลสำหรับการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

a)

ก. นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย

b)

ข. นักเรียนในห้องเรียนเดียวกัน

c)

ค. ครูที่อยู่โรงเรียนใกล้เคียง

d)

ง. ผู้ปกครองนักเรียน

e)

จ. เอกสารหลักฐานต่างๆ

17.

17. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ก. การวางแผนการวิจัยทำให้ครูนักวิจัยหรือสถานศึกษาได้ศึกษาวิเคราะห์สภาพปัญหาก่อนดำเนินการจริง

b)

ข. การวางแผนการวิจัยทำให้ครูนักวิจัยหรือสถานศึกษาใช้ทรัพยากรได้มากกว่าปกติ

c)

ค. การวางแผนการวิจัยช่วยให้เกิดความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างครูนักวิจัยและบุคลากร

d)

ง. การวางแผนการวิจัยช่วยให้มีกลไกในการกำกับตรวจสอบควบคุมการดำเนินการวิจัย

e)

จ. การวางแผนการวิจัยทำให้การดำเนินการวิจัยเป็นระบบมีลำดับขั้นตอนชัดเจน

18.

18. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนแรกในกระบวนการวิจัยปฏิบัติการ

a)

ก. การกำหนดผู้รับผิดชอบ

b)

ข. การวางแผน

c)

ค. การปฏิบัติ

d)

ง. การพัฒนา

e)

จ. การสะท้อนผล

19.

19. ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของโครงการที่ดีไม่ถูกต้อง

a)

ก. สมบูรณ์ครบถ้วน

b)

ข. เป็นปรนัย

c)

ค. เป็นประโยชน์

d)

ง. สัมพันธ์เชื่อโยง

e)

จ. เป็นไปได้

20.

20. ข้อใดเป็นการเขียนวัตถุประสงค์ของการวิจัยเกี่ยวปัญหาการเรียนรู้ “นักเรียนไม่รักการอ่าน” ได้ถูกต้อง

a)

ก. เพื่อทราบสาเหตุที่นักเรียนไม่รักการอ่าน

b)

ข. เพื่อให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน

c)

ค. เพื่อให้ได้รูปแบบการส่งเสริมการรักการอ่าน

d)

ง. เพื่อศึกษานิสัยรักการอ่านของนักเรียน

e)

จ. เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการรักการอ่าน

21.

21. ข้อใดไม่ใช่หลักการเขียนสมมติฐานการวิจัย

a)

ก. ควรเขียนขึ้นภายหลังจากที่ได้มีการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

b)

ข. เขียนให้ชัดเจนไม่ต้องเฉพาะเจาะจงโดยระบุทิศทางหรือไม่ระบุก็ได้

c)

ค. เขียนเป็นประโยคบอกเล่าที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร

d)

ง. สมมติฐานควรเป็นสิ่งที่สามารถทดสอบหาคำตอบได้ด้วยข้อมูล

e)

จ. หากไม่สามารถเขียนสมมติฐานได้ควรอธิบายถึงเหตุผลแนวคิดสำคัญ

22.

22. การเขียนวิธีดำเนินการวิจัยควรเขียนให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ยกเว้นข้อใด

a)

ก. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

b)

ข. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

c)

ค. การใช้นวัตกรรมการพัฒนาผู้เรียน

d)

ง. การเก็บรวบรวมข้อมูล

e)

จ. ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมืออย่างไร

23.

23. ครูแก้ว ตรวจการบ้านนักเรียนวิชาแล้วแบ่งผลงานของนักเรียนเป็น 3 กลุ่มคือ ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง เป็นการจัดแบ่งโดยใช้มาตราการวัดตามข้อใด

a)

ก. นามบัญญัติ

b)

ข. อันตรภาค

c)

ค. เรียงอันดับ

d)

ง. อัตราส่วน

e)

จ. ยังสรุปไม่ได้

24.

24. ครูน้ำฟ้าบันทึกข้อมูลนักเรียน โดยกำหนดให้ 1 แทนเพศหญิง 2 แทนเพศชาย เป็นการใช้มาตรการวัดตามข้อใด

a)

ก. นามบัญญัติ

b)

ข. เรียงอันดับ

c)

ค. อันตรภาค

d)

ง. อัตราส่วน

e)

จ. ยังสรุปไม่ได้

25.

25. “คุณครูเวชชัย ได้จัดทำวิจัยในชั้นเรียนโดยเก็บข้อมูลจากนักเรียนบางคน” จากสถานการณ์นี้เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีใด

a)

ก. การสำมะโน

b)

ข. การลงทะเบียน

c)

ค. การรายงาน

d)

ง. การสำรวจด้วยตัวอย่าง

e)

จ. ยังสรุปไม่ได้

26.

26. กำหนดข้อมูลดังต่อไปนี้ คือ 16 , 11 , 19 , 2 , 2 , 12 , 10 , 18 , 10 ค่าเฉลี่ยเลขคณิต เท่ากับเท่าใด

a)

ก. 4.5

b)

ข. 9

c)

ค. 11.1

d)

ง. 12.3

e)

จ. 111

27.

27. ตารางวิเคราะห์ช่วยในการสร้างแบบทดสอบในเรื่องใด

a)

ก. กำหนดคะแนนเต็มของข้อสอบ

b)

ข. สัดส่วนของข้อคำถามในแต่ละพฤติกรรม

c)

ค. ชนิดของคำถามที่จะสร้างเพื่อวัดพฤติกรรม

d)

ง. จำนวนข้อคำถามทั้งหมดที่ควรจะมีใน แบบทดสอบฉบับนั้น

e)

จ. สัดส่วนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับหลักสูตร

28.

28. การสร้างแบบทดสอบให้มีความเที่ยงตรงตามเนื้อหาจะต้องพิจารณาอะไรเป็นหลัก

a)

ก. เนื้อหาที่จะสอน

b)

ข. กลุ่มเป้าหมาย

c)

ค. เป้าหมายของการสอน

d)

ง. หลักสูตรของการสอน

e)

จ. โครงสร้างพฤติกรรม

29.

29. การสร้างข้อสอบในระบบอิงกลุ่มควรมีลักษณะเช่นใด

a)

ก. ยากมากและง่ายมาก

b)

ข. ง่ายมาก

c)

ค. ยากมาก

d)

ง. ยากง่ายปานกลาง

e)

จ. การจำแนกสูง

30.

30. การพิจารณาว่าเรื่องราว เหตุการณ์ หรือข้อความต่าง ๆ มีที่มาอย่างไร เป็นสมรรถภาพ ในระดับใด

a)

ก. ความรู้ความจำ

b)

ข. ความเข้าใจ

c)

ค. การนำไปใช้

d)

ง. การวิเคราะห์

e)

จ. การสังเคราะห์

31.

31. การกระทำในข้อใดนำสู่ความตรงของแบบสอบมากที่สุด

a)

ก. สร้างแนวทางการการตรวจให้คะแนน

b)

ข. สร้างตารางช่วงเวลาที่ดำเนินการสอบ

c)

ค. สร้างขอบเขตของกลุ่มที่ถูกทดสอบ

d)

ง. สร้างตารางการบันทึกให้คะแนน

e)

จ. สร้างตารางวิเคราะห์ข้อสอบ

32.

32. ข้อใดกล่าวถึง ความตรงของแบบสอบ ได้ถูกต้องมากที่สุด

a)

ก. วัดได้ตรงตามวัยของผู้สอบ

b)

ข. วัดได้ตรงตามระดับชั้นที่มุ่งวัด

c)

ค. วัดได้ตรงตามความยากที่มุ่งวัด

d)

ง. วัดได้ตรงตามอำนาจจำแนกที่มุ่งวัด

e)

จ. วัดได้ตรงตามเนื้อหาหรือประเด็นที่มุ่งวัด

33.

33. จากสูตร ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ก. ใช้คำนวณหาค่าความเที่ยงแบบสอดคล้องภายใน

b)

ข. ใช้กับระบบการให้ค่าคะแนนแบบ 0-1 ได้

c)

ค. ใช้กับระบบการให้คะแนนแบบ 5-4-3-2-1 ได้

d)

ง. ค่าที่เป็นไปได้สูงสุด คือ 1

e)

จ. ค่า K คือ จำนวนข้อสอบข้อคี่

34.

34. จะใช้วิธีใดในการหาค่าความเที่ยงของแบบสอบ ซึ่งมีการสอบ 1 ครั้ง ข้อสอบแบบเขียนตอบ 5 ข้อ คะแนนเต็มข้อละ 5 คะแนน จำนวนผู้เข้าสอบ 15 คน

a)

ก. วิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค

b)

ข. วิธีแบ่งครึ่งข้อสอบ

c)

ค. วิธีวิเคราะห์ของคูเดอร์ริชาร์ดสัน-20

d)

ง. วิธีวิเคราะห์ของคูเดอร์ริชาร์ดสัน-21

e)

จ. วิธีสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน

35.

35. ข้อสอบข้อใดที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ ความยากง่าย (p) และอำนาจจำแนก (r) ดีที่สุด

a)

ก. ข้อ 1 มีค่า p = 0.19 ค่า r = 0.20

b)

ข. ข้อ 2 มีค่า p = 0.23 ค่า r = 0.20

c)

ค. ข้อ 3 มีค่า p = 0.80 ค่า r = 0.20

d)

ง. ข้อ 4 มีค่า p = 0.40 ค่า r = 0.80

e)

จ. ข้อ 5 มีค่า p = 0.30 ค่า r = 0.50

36.

36. ค่าอำนาจจำแนกเป็น -1 เกิดขึ้นในกรณีใด

a)

ก. กลุ่มเก่งตอบถูก ร้อยละ 20 กลุ่มต่ำตอบถูกร้อยละ 10

b)

ข. กลุ่มเก่งตอบถูก ร้อยละ 10 กลุ่มต่ำตอบถูกร้อยละ 20

c)

ค. กลุ่มเก่งตอบถูก ร้อยละ 5 กลุ่มต่ำตอบถูกร้อยละ 10

d)

ง. กลุ่มเก่งตอบถูก ร้อยละ 100 กลุ่มต่ำตอบถูกร้อยละ 0

e)

จ. กลุ่มเก่งตอบถูก ร้อยละ 0 กลุ่มต่ำตอบถูกร้อยละ 100

37.

37. ข้อสอบข้อใด ควรปรับปรุงมากที่สุด

a)

ก. ข้อสอบที่มีค่า p = 0.50 และ r = 0.20

b)

ข. ข้อสอบที่มีค่า p = 0.40 และ r = 0.30

c)

ค. ข้อสอบที่มีค่า p = 0.50 และ r = 0.05

d)

ง. ข้อสอบที่มีค่า p = 0.20 และ r = 0.30

e)

จ. ข้อสอบที่มีค่า p = 0.80 และ r = 0.50

38.

38. “นักเรียนสามารถอ่านแผนภูมิได้ถูกต้อง” มุ่งวัดพฤติกรรมระดับใด

a)

ก. การสังเคราะห์

b)

ข. การวิเคราะห์

c)

ค. การประเมินค่า

d)

ง. ความเข้าใจ

e)

จ. การนำไปใช้

39.

39. กำหนดวัตถุประสงค์ที่มุ่งวัดว่า “นักเรียนสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง ห.รม. และ ค.ร.น.ได้” จากข้อความดังกล่าว เป็นพฤติกรรมที่มุ่งวัดในระดับใด

a)

ก. การสังเคราะห์

b)

ข. การวิเคราะห์

c)

ค. การประเมินค่า

d)

ง. ความเข้าใจ

e)

จ. การนำไปใช้

40.

40. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ก. ข้อสอบแบบถูกผิดเป็นข้อสอบแบบปรนัย

b)

ข. ข้อสอบแบบจับคู่ควรสร้างตัวเลือกให้มีความกลมกลืนกัน

c)

ค. ข้อสอบแบบเลือกตอบหลายตัวเลือกวัดความจำได้ยาก

d)

ง. ข้อสอบแบบคำตอบสั้นมีความเป็นปรนัยในการตรวจ

e)

จ. ข้อสอบแบบเลือกตอบหลายตัวเลือกวัดได้ครั้งละหลายข้อ

41.

41. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีต้องมีลักษณะสำคัญพื้นฐานในข้อใดก่อน

a)

ก. มีความตรง

b)

ข. มีความเที่ยง

c)

ค. มีความเป็นปรนัย

d)

ง. มีความสมดุล

e)

จ. มีความยุติธรรม

42.

42. “นักเรียนสามารถตั้งสมมติฐานสำหรับการตรวจสอบคำตอบได้” เป็นตัวบ่งชี้ ที่นำไปสู่การสร้างข้อสอบที่มุ่งวัดพฤติกรรมระดับใด

a)

ก. การสังเคราะห์

b)

ข. การวิเคราะห์

c)

ค. การประเมินค่า

d)

ง. ความเข้าใจ

e)

จ. การนำไปใช้

43.

43. “นักเรียนสามารถใช้ข้อมูลจากที่ครูกำหนดให้ ไปแก้ปัญหาการคูณและการเศษส่วนได้ถูกต้อง” ควรสร้างข้อสอบที่มุ่งวัดพฤติกรรมระดับใด

a)

ก. การสังเคราะห์

b)

ข. การวิเคราะห์

c)

ค. การประเมินค่า

d)

ง. ความเข้าใจ

e)

จ. การนำไปใช้

44.

44. “ข้อใดเป็น ตัวหารร่วมมากของ 4, 16, 24, 48” เป็นคำถามที่มุ่งวัดพฤติกรรม ระดับใด

a)

ก. การสังเคราะห์

b)

ข. การวิเคราะห์

c)

ค. การประเมินค่า

d)

ง. ความเข้าใจ

e)

จ. ความจำ

45.

45. “10, 17, 24, 31, 38, 45---->…..” ต่อเลขต่อไป คือตัวเลขใด เป็นคำถามที่มุ่งวัดพฤติกรรม ระดับใด

a)

ก. การสังเคราะห์

b)

ข. การวิเคราะห์

c)

ค. การประเมินค่า

d)

ง. ความเข้าใจ

e)

จ. การนำไปใช้

46.

46. คำกล่าวที่ว่า เธอสอบครั้งที่ 1 ก็ตก ครั้งที่ 2 ก็ยังคงตก สอบอีกก็คงตกอย่างเสนอต้นเสมอปลาย สะท้อนคุณสมบัติข้อใดของข้อสอบ

a)

ก. ความตรง (Validity)

b)

ข. ความเที่ยง (Reliability)

c)

ค. ความตรงและความเที่ยง

d)

ง. ความสามารถในการทำนายได้ของแบบสอบ

e)

จ. การมีโครงสร้างที่ชัดเจนของแบบสอบ

47.

47. หากผลการสอบแบบสอบวัดผลการเรียน 60 ข้อ พบว่า นักเรียนแทบทุกคนทำได้คะแนนน้อยหรือเกือบได้ 0 เป็นส่วนใหญ่ ผลการหาค่าความยากและอำนาจจำแนกของข้อสอบจะเป็นอย่างไร

a)

ก. ค่า p เข้าใกล้หรือเป็นเป็น 0 และค่า r เข้าใกล้หรือเกือบเป็น 1

b)

ข. ค่า p เข้าใกล้หรือเป็นเป็น 0 และค่า r เข้าใกล้หรือเกือบเป็น 0

c)

ค. ค่า p เข้าใกล้หรือเป็นเป็น 1 และค่า r เข้าใกล้หรือเกือบเป็น 1

d)

ง. ค่า p เข้าใกล้หรือเป็นเป็น 1 และค่า r เข้าใกล้หรือเกือบเป็น 0

e)

จ. ค่า p เข้าใกล้หรือเป็นเป็น 0.5 และค่า r เข้าใกล้หรือเกือบเป็น 0.5 ด้วย

48.

48. ค่าอำนาจจำแนกเป็น 1 เกิดขึ้นในกรณีใด

a)

ก. กลุ่มเก่งตอบถูก ร้อยละ 20 กลุ่มต่ำตอบถูกร้อยละ 10

b)

ข. กลุ่มเก่งตอบถูก ร้อยละ 10 กลุ่มต่ำตอบถูกร้อยละ 20

c)

ค. กลุ่มเก่งตอบถูก ร้อยละ 5 กลุ่มต่ำตอบถูกร้อยละ 10

d)

ง. กลุ่มเก่งตอบถูก ร้อยละ 100 กลุ่มต่ำตอบถูกร้อยละ 0

e)

จ. กลุ่มเก่งตอบถูก ร้อยละ 0 กลุ่มต่ำตอบถูกร้อยละ 100

49.

49. “ความเที่ยงของแบบสอบชุด A มีค่าเท่า 0.28” ข้อใดแปลความได้เหมาะสมที่สุด

a)

ก. แบบสอบชุด A ให้ผลการสอบที่มีความคงเส้นคงวาหรือเชื่อถือได้ระดับปานกลาง

b)

ข. แบบสอบชุด A ประกอบด้วยข้อสอบส่วนใหญ่ที่มีค่าอำนาจจำอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้

c)

ค. แบบสอบชุด A ประกอบด้วยข้อสอบส่วนใหญ่ที่มีค่าความยากง่ายค่อนข้างยาก

d)

ง. แบบสอบชุด A ให้ผลการสอบที่ประกันถึงการวัดตามเนื้อหาได้ในระดับปานกลาง

e)

จ. แบบสอบชุด A ให้ผลการสอบที่มีความคงเส้นคงวา หรือเชื่อถือได้ต่ำ ควรปรับปรุง

50.

50. การทำตารางวิเคราะห์ข้อสอบ (table of specification) ในวิชาภาษาไทย ทำให้ข้อสอบที่ออกมีความตรงแบบใดมากที่สุด

a)

ก. ความตรงตามเนื้อหา

b)

ข. ความตรงเชิงโครงสร้าง

c)

ค. ความตรงเชิงเกณฑ์สัมพันธ์

d)

ง. ความตรงเชิงวัตถุประสงค์

e)

จ. ความตรงเชิงผิวเผิน

51.

51. ข้อสอบที่ถือว่าใช้ได้ ควรมีค่าความยากง่าย (p) อยู่ในช่วงใด

a)

ก. 0.00-0.70

b)

ข. 0.20-0.70

c)

ค. 0.20-0.80

d)

ง. 0.30-0.80

e)

จ. 0.30-0.90

52.

52. ค่า IOC คืออะไร

a)

ก. ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับวัตถุประสงค์

b)

ข. ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบข้อคู่-ข้อคี่

c)

ค. ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับอำนาจจำแนก

d)

ง. ดัชนีความสัมพันธ์ระหว่างข้อสอบกับความยากง่าย

e)

จ. ดัชนีความสัมพันธ์ระหว่างข้อสอบกับความเที่ยง

53.

53. เมื่อใดที่ควรหาค่าความเชื่อมั่นโดยวิธีการ KR20

a)

ก. เมื่อทราบค่า p และ r ของข้อสอบแต่ละข้อ

b)

ข. เมื่อทราบว่า ข้อสอบแต่ละข้อยากมากหรือง่ายมาก

c)

ค. เมื่อสามารถวิธีการปรับคะแนนดิบเป็นคะแนน KR Score

d)

ง. เมื่อทราบค่า p ของแต่ละข้อและคะแนนรวมของแต่ละคน

e)

จ. เมื่อทราบค่า r ของแต่ละข้อและคะแนนรวมของแต่ละคน

54.

54. แบบสอบแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือกมีการให้คะแนนแบบ 0-1 คะแนน ถ้าค่าความยากง่ายของข้อสอบไม่แตกต่างกันมากนัก ผลการวิเคราะห์ค่าความเที่ยงแบบคูเดอร์ริชาร์ดสัน 20 จะมีค่าตรงกับค่าความเที่ยงโดยใช้วิธีใด

a)

ก. วิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค

b)

ข. วิธีแบ่งครึ่งข้อสอบ

c)

ค. วิธีวิเคราะห์ความแปรปรวนของฮอยท์

d)

ง. วิธีสอบซ้ำ

e)

จ. ข้อ ก และ ค

55.

55. จากวัตถุประสงค์ “ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นประกอบการตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ” ควรกำหนดค่าน้ำหนักในระดับพฤติกรรมใดมากที่สุด

a)

ก. ความเข้าใจ

b)

ข. การนำไปใช้

c)

ค. การวิเคราะห์

d)

ง. การสังเคราะห์

e)

จ. การประเมินค่า

56.

56. ถ้าต้องการสร้างแบบทดสอบที่วัดเนื้อหาได้ครอบคลุม วัดมโนทัศน์ได้จำนวนมากในการสอบแต่ละครั้ง และวัดความสามารถของผู้เรียนตามลำดับขั้นของการเรียนรู้ได้ ควรเลือกใช้แบบทดสอบประเภทใดเหมาะสมที่สุด

a)

ก. แบบถูกผิด

b)

ข. แบบความเรียง

c)

ค. แบบจับคู่

d)

ง. แบบเติมคำ

e)

จ. แบบเลือกตอบหลายตัวเลือก

57.

57. ข้อใดมีความหมายสอดคล้องกับค่าอำนาจจำแนกเป็นบวก

a)

ก. “ข้อนี้ทำได้ทุกคนเลย”

b)

ข. “แต่ละคนทำข้อนี้ไม่ได้เลย”

c)

ค. “คนเก่งที่สุดยังทำข้อนี้ไม่ได้เลย”

d)

ง. “เค้าเป็นคนเก่ง จึงทำข้อนี้ถูกต้อง”

e)

จ. “งงเลย เค้าไม่ค่อยเก่งเลข แต่ทำไมทำถูก”

58.

58. ข้อสอบข้อหนึ่ง เมื่อสอบก่อนสอน พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ตอบถูก เมื่อสอบหลังจากสอน นักเรียนส่วนใหญ่ก็ยังตอบถูก จากผลการสอบดังกล่าวสอดคล้องกับข้อใด

a)

ก. นักเรียนจำข้อมูลผิดพลาด

b)

ข. เนื้อหาที่ออกข้อสอบนั้น นักเรียนรู้แล้ว

c)

ค. คนสอน สอนแล้วนักเรียนเข้าใจดี

d)

ง. ข้อสอบข้อนั้นดี และสอนได้ผล

e)

จ. นักเรียนส่วนใหญ่ตอบโดยใช้การเดา

59.

59. ในการตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์กับผู้เชี่ยวชาญ 5 คน พบว่าผู้เชี่ยวชาญ 4 คนให้คะแนน +1 ผู้เชี่ยวชาญ 1 คน ให้คะแนน 0 คะแนน ค่า IOC เป็นเท่าใด

a)

ก. 0.40

b)

ข. 0.60

c)

ค. 0.75

d)

ง. 0.80

e)

จ. 1.00

60.

60. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนการทดสอบสมมุติฐานทางสถิติ

a)

ก. การกำหนดสมมุติฐาน

b)

ข. การเก็บรวบรวมข้อมูล

c)

ค. การกำหนดตัวทดสอบทางสถิติ

d)

ง. การเปรียบเทียบค่าสถิติทดสอบที่คำนวณได้กับของเพื่อน

e)

จ. สรุปผลการทดสอบสมมุติฐาน

61.

61. ข้อใดกล่าวถึง “การวิจัย” ได้ถูกต้อง

a)

ก. กระบวนการเสาะแสวงหาความรู้เพื่อตอบคำถาม/แก้ปัญหา

b)

ข. กระบวนการเสาะแสวงหาความรู้อย่างเป็นระบบ

c)

ค. กระบวนการเสาะแสวหาความรู้ที่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน

d)

ง. กระบวนการเสาะแสวงหาความรู้ที่ได้จากการศึกษาเอกสารและ/หรือประสบการณ์ตรง

e)

จ. ถูกทุกข้อ

62.

62. ข้อใด ไม่ใช่ การสำรวจ

a)

ก. เป็นการเก็บข้อมูลในเวลาขณะใดขณะหนึ่ง

b)

ข. ไม่มีการเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นอยู่ก่อน

c)

ค. ไม่มีการควบคุมตัวแปรที่ทำการทดลอง

d)

ง. มีการสร้างกลุ่มควบคุม

e)

จ. มีแต่เพียงกลุ่มที่ทำการศึกษาในเวลาขณะนั้นเท่านั้น

63.

63. ข้อใดเป็นความหมายของคำว่า “ประชากร”

a)

ก. สิ่งที่มีชีวิต

b)

ข. สิ่งที่ไม่มีชีวิต

c)

ค. สิ่งที่ไม่สามารถนับได้

d)

ง. ทุกหน่วยในหน่วยที่สนใจศึกษา

e)

จ. บางหน่วยในหน่วยที่สนใจศึกษา

64.

64. ความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอนของการสำรวจแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

a)

ก. 2 ประเภท

b)

ข. 3 ประเภท

c)

ค. 4 ประเภท

d)

ง. 5 ประเภท

e)

จ. 6 ประเภท

65.

65. เหตุผลที่ส่วนใหญ่นิยมทำการสำรวจด้วยตัวอย่างคือ

a)

ก. ค่าใช้จ่ายไม่ได้แตกต่างจากสำรวจด้วยประชากร

b)

ข. ครอบคลุมเนื้อหาเหมือนกัน

c)

ค. มีความถูกต้องแม่นยำเหมือนกัน

d)

ง. ทำได้ในระยะเวลาเท่ากันกับสำรวจด้วยประชากร

e)

จ. มีจำนวนใกล้เคียงกับการทำสำมะโน

66.

66. ข้อใด ไม่ใช่ หลักเกณฑ์ในการเลือกหน่วยตัวอย่างโดยไม่ให้เกิดความเอนเอียง

a)

ก. พยายามเลือกหน่วยตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็น

b)

ข. ยอมให้เปลี่ยนหน่วยตัวอย่างได้ในกรณีที่หาหน่วยตัวอย่างไม่พบ

c)

ค. ทำการเลือกหน่วยตัวอย่างตามวิธีการที่เหมาะสมอย่างเคร่งครัด

d)

ง. ต้องใช้กรอบตัวอย่างที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ครอบคลุมประชากร

e)

จ. การเลือกหน่วยตัวอย่างไม่ควรให้พนักงานเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นผู้เลือก

67.

67. ในการสุ่มตัวอย่างโดยแบ่งประชากรออกเป็นกลุ่มย่อยๆ โดยให้หน่วยตัวอย่างในกลุ่มหนึ่งๆ เหมือนกันไม่มีความแตกต่างระหว่างกลุ่มแล้ว จึงสุ่มหน่วยตัวอย่างจากทุกกลุ่มเป็นวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบใด

a)

ก. การสุ่มอย่างง่าย

b)

ข. การสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม

c)

ค. การสุ่มแบบมีระบบ

d)

ง. การสุ่มแบบแบ่งชั้น

e)

จ. การสุ่มแบบหลายขั้นตอน

68.

68. ข้อใดเป็นวิธีการสุ่มตัวอย่างโดยไม่ใช้หลักความน่าจำเป็น

a)

ก. การสุ่มแบบอย่างง่าย

b)

ข. การสุ่มแบบหลายขั้นตอน

c)

ค. การสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม

d)

ง. การสุ่มแบบโดยบังเอิญ

e)

จ. การสุ่มแบบแบ่งชั้น

69.

69. ข้อใดเป็นหลักในการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม

a)

ก. จัดโดยการจับฉลาก

b)

ข. จัดประชากรออกเป็นพวกหรือชั้น

c)

ค. จัดประชากรรวมกันเป็นกลุ่ม

d)

ง. จัดประชากรเป็นช่วงๆ ในลักษณะใกล้เคียงกัน

e)

จ. ไม่มีคำตอบ

70.

70. ข้อใด ไม่ใช่ สิ่งที่จะต้องพิจารณาหลังจากได้ขนาดตัวอย่าง

a)

ก. งบประมาณ

b)

ข. กำลังคน

c)

ค. ระยะเวลา

d)

ง. พื้นที่ที่ปฏิบัติงาน

e)

จ. ไม่ต้องพิจารณาสิ่งใดเลย

71.

71. ข้อใด ไม่ใช่ ขั้นตอนของการวิจัยเชิงสำรวจ

a)

ก. การกำหนดรูปแบบของปัญหาที่จะศึกษา

b)

ข. กำหนดปัญหาเฉพาะการวิจัย

c)

ค. การเลือกรูปแบบของการสำรวจ

d)

ง. การสร้างเครื่องมือในการวิจัย

e)

จ. ไม่ต้องเตรียมการสำหรับผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์

72.

72. วิธีการเก็บข้อมูลใดที่ไม่นิยมนำมาใช้ในการวิจัยเชิงสำรวจ

a)

ก. การใช้แบบสอบถามที่ผู้สัมภาษณ์ดำเนินการสอบถามเอง

b)

ข. การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

c)

ค. การส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์

d)

ง. แบบสอบถามที่ผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้ตอบเอง

e)

จ. ไม่มีคำตอบ

73.

73. ข้อใด ไม่ใช่ หลักการพื้นฐานในการทำวิจัย

a)

ก. ความสมบูรณ์ครบถ้วน

b)

ข. ความถูกต้อง

c)

ค. ความชัดเจน

d)

ง. ความเข้าใจง่าย

e)

จ. ความสะดวกรวดเร็ว

74.

74. กลุ่มตัวอย่าง หมายถึงข้อใด

a)

ก. สมาชิกบางส่วนของประชากร

b)

ข. ความแตกต่างของประชากร

c)

ค. สมาชิกทั้งหมดของกลุ่ม

d)

ง. รายชื่อทุกหน่วยที่ต้องการศึกษา

e)

จ. สมาชิกทุกๆหน่วยตัวอย่าง

75.

75. ในการศึกษารายได้ของบริษัท ผู้วิจัยได้จำแนกบริษัทเป็น 3 ขนาด (เล็ก กลาง ใหญ่) และทำการสุ่มตัวอย่างจำนวนบริษัทตามสัดส่วนของขนาดบริษัท เป็นการสุ่มตัวอย่างแบบใด

a)

ก. การสุ่มแบบแบ่งชั้น

b)

ข. การสุ่มแบบอย่างมีระบบ

c)

ค. การสุ่มแบบหลายขั้นตอน

d)

ง. การสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม

e)

จ. การสุ่มอย่างง่าย

76.

76. ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการประเมินงานวิจัย

a)

ก. เพื่อสร้างความมั่นใจในการนำผลการวิจัยไปใช้

b)

ข. เพื่อปรับปรุงงานและพัฒนางานวิจัยของครูนักวิจัย

c)

ค. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและการนำผลการวิจัยไปใช้

d)

ง. เพื่อฝึกทักษะในการอ่านรายงานวิจัย

e)

จ. เพื่อให้รางวัลงานวิจัยที่มีคุณภาพ

77.

77. ประเภทของการประเมินงานวิจัยแบ่งเป็นกี่ระยะ

a)

ก. 2 ระยะ

b)

ข. 3 ระยะ

c)

ค. 4 ระยะ

d)

ง. 5 ระยะ

e)

จ. 6 ระยะ

78.

78. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของการประเมินงานวิจัย

a)

ก. การประเมินก่อนดำเนินงานวิจัย

b)

ข. การประเมินการดำเนินงาน

c)

ค. การประเมินนักวิจัย

d)

ง. การประเมินความก้าวหน้า

e)

จ. การประเมินรายงานการวิจัย

79.

79. ข้อใดไม่ใช่การประเมินรายงานการวิจัยส่วนนำ

a)

ก. การประเมินความเป็นมา

b)

ข. การประเมินคำถามการวิจัย

c)

ค. การประเมินวัตถุประสงค์

d)

ง. การประเมินวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

e)

จ. การประเมินเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

80.

80. ข้อใดไม่ใช่การประเมินรายงานการวิจัยส่วนวิธีวิจัย

a)

ก. การประเมินประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

b)

ข. การประเมินประเภทของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

c)

ค. การประเมินรูปแบบการเขียนรายงานการวิจัย

d)

ง. การประเมินสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

e)

จ. การประเมินการลงสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล