WorksheetsFSN for Dietetic (Lab Exam)
Total questions: 32
Worksheet time: 35mins
เทมเป้เป็นอาหารหมักของประเทศใด
อินเดีย
ฟิลิปปินส์
อินโดนีเซีย
เวียดนาม
วิตามินชนิดใดในเทมเป้มีปริมาณที่พบมากที่สุด
วิตามินเอ
วิตามินบี
วิตามินซี
วิตามินดี
วัตถุดิบชนิดใดไม่ใช้ในกระบวนการหมักเทมเป้
ถั่วเหลือง
น้ำส้มสายชู
น้ำ
น้ำตาล
การให้อากาศเพื่อให้เชื้อราเจริญได้รวดเร็วสามารถทำได้อย่างไร
เจาะถุงที่บรรจุถั่วเหลืองให้เป็นรูเล็กๆ
เหลือพื้นที่ของถุงบรรจุถั่วตรงด้านบนและล่าง
บรรจุถั่วเหลืองไม่แน่นจนเกินไป
เปิดปากถุงไว้บางส่วน
ลักษณะของเทมเป้ที่ได้ควรเป็นอย่างไร
เส้นใยเจริญจนทั่วก้อนและมีสีเทา
เส้นใยเจริญจนทั่วก้อนและมีสีขาว
เม็ดถั่วเหลืองเป็นเม็ดแข็งขึ้น ไม่นิ่ม
เม็ดถั่วเหลืองนิ่มขึ้น มีกลิ่นเปรี้ยว
เครื่องมือสำหรับตรวจวัดคุณภาพใดไม่ใช้ในบทปฏิบัติการเรื่องบทปฏิบัติการเรื่องการตรวจสอบคุณภาพและการเตรียมวัตถุดิบในการแปรรูป
Fruit firmness tester
Hand refractometer
pH meter
Texture analyzer
วัตถุดิบใดไม่ใช้เป็นตัวอย่างศึกษาในบทปฏิบัติการเรื่องบทปฏิบัติการเรื่องการตรวจสอบคุณภาพและการเตรียมวัตถุดิบในการแปรรูป
แอปเปิ้ล
มะเขือเปราะ
มันฝรั่ง
มะเขือเทศ
สารเคมีใดไม่ถูกใช้เป็นสารปรับปรุงคุณภาพวัตถุดิบในบทปฏิบัติการเรื่องการตรวจสอบคุณภาพและการเตรียมวัตถุดิบในการแปรรูป
กรดซิตริก
โปตัสเซียมเมตาไบซัลไฟต์
โซเดียมไฮดรอกไซด์
กรดเบนโซอิก
วิธีการใดให้ %Yield ในการปอกเปลือกมะเขือเทศสูงที่สุด
ปอกเปลือกโดยใช้มีด
นำไปลวกในน้ำเดือดนาน 5 นาที แล้วลอกเปลือกออกด้วยมือ
นำไปลวกในน้ำเดือดนาน 5 นาที แล้วลอกเปลือกออกด้วยมีด
แช่สารละลายด่างนาน 5 นาที แล้วปอกเปลือก
วัตถุประสงค์ของการแช่สารละลาย KMS คือ
ป้องกันการเกิดสีน้ำตาล
ป้องการการหืน
ลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์เริ่มต้น
เพิ่ม %Yield ในการผลิต
เครื่องมือที่ใช้ในการแปรรูปซุปผง คือ
เครื่องทำแห้งแบบลูกกลิ้ง
ตู้อบลมร้อน
เครื่องทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง
เครื่องทำแห้งสุญญากาศ
อาหารที่สามารถทำแห้งได้ด้วยเครื่อง Drum dry ต้องมีลักษณะ คือ
เป็นของเหลวใส
เป็นของเหลวข้นหนืด
เป็นชิ้นขนาดเล็ก
เป็นเจล
ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่กำหนดอัตราการทำแห้งของเครื่องทำแห้งแบบลูกกลิ้ง
ความหนาของฟิล์มอาหารที่เคลือบบนผิวของลูกกลิ้ง
ความกว้างของลูกกลิ้ง
ความเร็วรอบของลูกกลิ้ง
อุณหภูมิของลูกกลิ้ง
ข้อใดเป็นปัจจัยศึกษาในบทปฏิบัติการการแปรรูปซุปผง
แหล่งโปรตีน และชนิดของสารให้ความข้นหนืด
แหล่งโปรตีน และชนิดผักในสูตร
ชนิดของสารให้ความข้นหนืด และชนิดของผักในสูตร
ชนิดผักในสูตร และ อุณหภูมิในการทำแห้ง
ข้อใดไม่ใช่การตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ซุปผงที่ทำในบทปฏิบัติการ
water activity (aw)
ปริมาณความชื้น
การละลายน้ำ
คุณภาพทางประสาทสัมผัส
แยมจัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่มใด
dried food
intermediate moisture food
fresh food
high moisture food
Hurdle ของการแปรรูปแยมคือ
การปรับกรด
การให้ความร้อน
การลดค่า aw
ถูกทุกข้อ
จากผลการทดลองแปรรูปแยม ข้อใดกล่าวถูกต้อง
แยมที่ได้มีค่า aw อยู่ในช่วง 0.65-0.80 ค่า pH อยู่ในช่วง 2-3
แยมที่ได้มีค่า aw อยู่ในช่วง 0.70-0.85 ค่า pH อยู่ในช่วง 2-3
แยมที่ได้มีค่า aw อยู่ในช่วง 0.65-0.80 ค่า pH อยู่ในช่วง 4.5-5
แยมที่ได้มีค่า aw อยู่ในช่วง 0.70-0.85 ค่า pH อยู่ในช่วง 4.5-5
ในบทปฏิบัตการ การทดสอบความยากง่ายในการ spread แยมบนขนมปังกำหนดให้แบ่งเกณฑ์เป็นกี่ระดับ
3
5
10
ไม่มีการแบ่งระดับ
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการผลิตแยมในปฏิบัติการ
การกวนแยมต้องกวนจนมีเปอร์เซ็นต์บริกซ์อยู่ในช่วง 65-68
ปรับค่าความเป็นกรด-ด่างของส่วนผสมให้อยู่ในช่วงระหว่าง 2.9-3.1
บรรจุแยมขณะร้อน ในขวดแก้วที่แห้งสะอาด
เติมกรดซิตริกเป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อปรับกรดให้กับผลิตภัณฑ์
ข้อใดกล่าวถึงการลวกได้ไม่ถูกต้อง
การให้ความร้อนวัตถุดิบก่อนการแปรรูป
วัตถุประสงค์หลักคือการทำลายจุลินทรีย์
สามารถยับยั้งการเสื่อมเสียของอาหารจากการหืนได้
สามารถยับยั้งปฏิกิริยาสีน้ำตาลที่เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ได้
ข้อใดกล่าวถึงการลวกได้ถูกต้อง
สามารถช่วยให้สีของผักผลไม้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น
สามารถเร่งการเปลี่ยนแปลงจากปฏิกิริยาเคมีต่างๆ
ช่วยเพิ่มปริมาณแก๊สในเซลล์ของวัตถุดิบ
ช่วยรักษาสภาวะสุญญากาศและลดแรงดันภายในกระป๋องในกระบวนการการผลิตอาหารกระป๋อง
นักศึกษาสามารถให้ความร้อนกับวัตถุดิบในขั้นตอนการลวกได้ด้วยวิธีใดบ้าง
สัมผัสกับน้ำร้อน
สัมผัสกับไอน้ำร้อน
การใช้ไมโครเวฟ
ถูกทุกข้อ
ข้อใดคืออุณหภูมิที่ใช้ในการลวก
40-70°C
70-105°C
105-125°C
ไม่มีข้อใดถูก
ข้อใดกล่าวถึงการแช่เยือกแข็งอาหารได้ถูกต้อง
การถนอมอาหารด้วยการทำความเย็นที่อุณหภูมิ 0-4°C
การใช้อุณหภูมิต่ำสามารถลดหรือชะลอการเกิดปฏิกิริยาเคมีและกระบวนการทางชีวภาพ
เป็นการถนอมอาหารโดยการทำลายจุลินทรีย์
เป็นการถนอมอาหารโดยการทำลายเอนไซม์
ข้อใดกล่าวถึงการถนอมอาหารด้วยการทำความเย็นได้ถูกต้อง
การทำเย็นอาหารสามารถทำให้คุณภาพของอาหารดีขึ้น
การทำเย็นเพียงเป็นการยืดอายุของอาหารได้ช่วงเวลาหนึ่ง
การทำความเย็นไม่สามารถใช้ร่วมกับวิธีการถนอมอาหารอื่นๆ ได้
การทำเย็นนั้นไม่จำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิให้ต่ำคงที่ตลอดห่วงโซ่ความเย็น (Cold chain) หรือตลอดอายุการเก็บเชิงการค้า
เพราะเหตุใดจึงจำเป็นต้องเก็บอาหารแช่เยือกแข็งไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18°C
มีต้นทุนในการเก็บรักษาต่ำ
เป็นอุณหภูมิที่เชื้อราก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้
เป็นการทำให้ค่า Water activity (aw) ของอาหารเพิ่มขึ้น
ถูกทุกข้อ
จงคำนวณค่า Free drip (%) โดยให้ตัวอย่างเป็นแครอทแช่เยือกแข็ง ซึ่งมีน้ำหนักของชิ้นตัวอย่างเท่ากับ 4.52 g และนำไปวางในจานเพาะเชื้อที่มีกระดาษกรองวางอยู่ 2 แผ่น ปิดฝาจานเพาะเชื้อ แล้วเก็บที่ 4 °C เป็นเวลา 1 ชม. จากนั้นนำตัวอย่างออกมาชั่งน้ำหนักได้เท่ากับ 3.95 g
12.61 %
12.34 %
12.89 %
12.03 %
ข้อใดกล่าวถึงการพาสเจอไรซ์ได้ถูกต้อง
เป็นวิธีการถนอมอาหารชั่วคราววิธีหนึ่ง
ใช้ความร้อนในอุณหภูมิระหว่าง 60 - 80 °C
สามารถทำลายจุลินทรีย์ก่อโรค และจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเสื่อมเสียได้
ถูกทุกข้อ
ข้อใดกล่าวถึงพลังงานความร้อนที่ใช้ในการพาสเจอไรซ์ได้ถูกต้อง
เป็นพลังงานรูปหนึ่งสามารถทำให้โมเลกุลของสิ่งนั้นเกิดการเคลื่อนไหวได้
ความร้อนไม่สามารถทำให้โปรตีนแข็งตัวและจับกันเป็นก้อนได้
ความร้อนไม่สามารถทำลายเอนไซม์และจุลชีพได้
ผิดทุกข้อ
ข้อใดกล่าวถึงการพาสเจอไรซ์แบบ LTLT และ HTST ไม่ถูกต้อง
การพาสเจอไรซ์แบบ LTLT จะใช้อุณหภูมิต่ำกว่า และเวลานานกว่าแบบ HTST
การพาสเจอไรซ์แบบ LTLT ไม่สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ย่อยไขมันชนิดไลเปส (Lipase) ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดกลิ่นหืนในน้ำนมได้
อาหารเมื่อผ่านการพาสเจอไรซ์แบบ LTLT และ HTST แล้วต้องเก็บไว้ในที่เย็นซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า 7.2 °C
อาหารที่พาสเจอไรซ์แบบ LTLT มักบรรจุในบรรจุภัณฑ์ก่อนนำไปผ่านความร้อน ส่วนอาหารที่พาสเจอไรซ์แบบ HTST มักนำไปผ่านความร้อนก่อนแล้วนำไปบรรจุลงกล่องหรือขวดโดยวิธีปราศจากเชื้อ
โดยทั่วไปอาหารที่ผ่านการพาสเจอไรซ์ หากต้องการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง จำเป็นต้องใช้วิธีการถนอมอาหารในข้อใดร่วมด้วย
การลดวอเตอร์แอคทิวิตี
การปรับให้เป็นกรด
การใช้สารกันเสีย
ถูกทุกข้อ
