Font size
WorksheetsAIN122_ข้อสอบปลายภาค (ปรนัย)
Total questions: 85
Worksheet time: 1hrs 25mins
ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้อง
ความน่าจะเป็น คือ ค่าของโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง กล่าวคือ สัดส่วนจำนวนครั้งที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ส่วนจำนวนเหตุการณ์เกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้น
กฎของความน่าจะเป็น มี 2 ข้อ
คือกฎการลบ และกฎการหาร
ถ้าค่าความคลาดเคลื่อนที่ได้จากการทดลองมีค่ามากกว่าค่าวิกฤต
ที่ระดับนัยสำคัญ 0.01 ถือว่าค่าที่ได้จากการทดลองปฏิเสธ Ho
ดังนั้นแตกต่างจากทฤษฎีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
การทดสอบด้วยไค-สแคว์ คือ การทดสอบหาค่าความคลาดเคลื่อน
ของการทดลองที่แตกต่างจากค่าทฤษฎี
การโยนเหรียญ 2 เหรียญพร้อมกัน
โอกาสที่จะเกิดหัว 1 อัน ก้อย 1 อัน
เท่ากับเท่าใด
1/2
1/4
1/6
1/3
จากข้อความต่อไปนี้
ก. การโยนลูกเต๋า 1 ลูก 1 ครั้ง โอกาสที่ลูกเต๋าขึ้นหน้า 1 เท่ากับ 1/6
ข. สมมุติให้ A และ B เป็นเหตุการณ์ไม่สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้
ซึ่งกำหนดให้ P(A) = ค่าโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ A และ P(B) = ค่าโอกาส
ที่จะเกิดเหตุการณ์ B ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ A และเหตุการณ์ B
จะเท่ากับ P (A และ B) = P(A) X P(B)
ค. หากมีการทดสอบด้วยไค-สแคว์ลักษณะที่สนใจมี 2 แบบ
ค่า degree of freedom จะเท่ากับ 2
ง. จากการทดลองผสมถั่วลันเตาเมล็ดเหลือง (Yy) มาปลูก
แล้วปล่อยให้ผสมตัวเอง จะได้ลูกผสม เมล็ดสีเหลือง : เมล็ดสีเขียว เท่ากับ 3 : 1
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ถูกต้อง
ก และ ข
ข และ ค
ก และ ง
ค และ ง
ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้อง
ก่อนที่การแบ่งเซลล์ไมโทซิสจะมีการสร้างสารประกอบต่างๆ และมีการจำลองโครโมโซมแต่ละโครโมโซม ที่ประกอบด้วย 1 โครมาติดเป็น 2 โครมาติด
ให้เรียบร้อยเสียก่อน ระยะนี้เรียกว่า อินเตอร์เฟส เป็นระยะที่ใช้เวลาน้อยที่สุด
ระยะเมตาเฟส เป็นระยะที่ใช้เวลาสั้นที่สุด เซนโทรเมียร์ที่อยู่ติดกันจะแยกออกจากกัน ส่งผลให้โครมาติดแยกออกจากกัน โดยถูกสายสปินเดิลดึงไปคนละขั้วของเซลล์
การแบ่งเซลล์มีประโยชน์เพื่อต้องรักษาสัดส่วนของพื้นที่/ปริมาตรให้เหมาะสม
ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวของเซลล์ให้มากขึ้น ช่วยทำให้เซลล์สามารถรับและกำจัดสารได้ดีขึ้น ทดแทนเซลล์ที่หมดอายุและเพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย
กระบวนการแบ่งนิวเคลียสของการแบ่งเซลล์ไมโทซิส
นิวเคลียสจะแบ่งจาก 1 นิวเคลียส เป็น 2 นิวเคลียส เกิดกับเซลล์สืบพันธุ์
การแบ่งไซโทพลาซึมในเซลล์พืชจะมีเยื่อบาง ๆ
มากั้นระหว่างนิวเคลียสใหม่ทั้งสอง
แผ่นกั้นเซลล์นี้จะเกิดบริเวณกลางเซลล์
แล้วค่อย ๆ แผ่ขยายออกทั้งสองด้านจนจรดขอบเซลล์
เรียกว่าอะไร
Centromere
Cell plate
Somatic cell
Synthesis
จงเลือกคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ตามลำดับ
ระยะอินเตอร์เฟส เป็นระยะที่เซลล์มีการเจริญเติบโตเต็มที่
มีการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีมากที่สุดจึงเรียกว่า........................
ซึ่งในระยะ Synthesis โครโมโซมจะมีการจำลองขึ้นมา
แล้วยังไม่แยกออกจากกันโดยจะยึดกันอยู่ที่ปมตรงกลาง
เรียกว่า........................ ซึ่งแท่งโครมาติดแต่ละแท่งโครมาติด
ที่มาติดกันเรียกว่า........................
Metabolic stage of cell, Centromere,
Sister chromatid
Centromere, Sister chromatid,
Metabolic stage of cell
Metabolic stage of cell, Sister chromatid,
Centromere
Centromere, Metabolic stage of cell,
Sister chromatid
จากข้อความต่อไปนี้
ก. ก่อนที่เซลล์จะมีการแบ่งเซลล์ไมโอซิส จะต้องมีการสร้างสารต่างๆ
ให้พร้อมก่อนในระยะโพรเฟส เช่นเดียวกับการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส
ข. การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส เป็นการแบ่งเซลล์สืบพันธุ์จาก 1 เซลล์ ได้ลูก 4 เซลล์ จำนวนโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่งของเซลล์เริ่มต้น
ค. โพรเฟส I แบ่งออกเป็น 5 ระยะย่อย เป็นระยะที่ใช้เวลานานที่สุด
Homologous chromosome จะถูกดึงให้มาเข้าคู่แนบชิดกัน และจะเริ่มผละออกจากกันตามแนวแยก ตรงกลางแยกจากกันก่อน แต่ตอนปลายยังไขว้กันอยู่
ง. ความสำคัญของการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เพื่อให้สิ่งมีชีวิตมีจำนวนโครโมโซมคงที่ตลอดไป ทุกๆ ชั่วรุ่น และเพื่อให้เกิดความผันแปรทางพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิต
ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้อง
ก ข และ ค
ข ค และ ง
ก ค และ ง
ถูกทุกข้อ
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส
เป็นการแบ่งเซลล์สืบพันธุ์
จาก 1 เซลล์ ได้ลูก 4 เซลล์
จำนวนโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่งของเซลล์
เริ่มต้นคือจาก 2n เป็น n เรียกว่าอะไร
Haploid
Diploid
Triploid
Tetraploid
ระยะไซโกนีมา (Zygotene)
โครโมโซม (Chromosome)
ในสภาพโครมาตินที่เป็นคู่กัน
และจะเข้ามาแนบชิดติดกันตามความยาว
เรียกว่าอะไร
Synapsis
Bivalent
Crossing over
Chiasma
หลังจากโครโมโซมที่เป็นคู่กัน
เข้ามาแนบชิดติดกันตามความยาว
จะเกิดโครงสร้างเชิงซ้อน
Synaptonemal Complex เ
รียกโครมาตินในสภาพนี้ว่าอะไร
Synapsis
Bivalent
Crossing over
Chiasma
ระยะดิโพลนีมา (Diplotene)
โครมาตินจะขดสั้นและหนาเพิ่มขึ้นอีก
โครโมโซมที่เป็นคู่กันจะเริ่มแยกตัวออกจากกัน
ทำให้เห็นส่วนของนอนซิสเตอร์โครมาติด
(non-sister chromatid) ที่ยังติดกันอยู่
เรียกว่าอะไร
Synapsis
Bivalent
Crossing over
Chiasma
โครงสร้างของดอก (Flower Structure)
ประกอบไปด้วย 4 วง
คืออะไรบ้าง
Sepal, Petal, Angiosperm, Gynoecium
Sepal, Petal, Stamen, Pistil
Epicalyx, Corolla, Angiosperm, Gynoecium
Calyx, Corolla, Androecium, Gynoecium
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ถูกต้อง
ดอกบางชนิดมีกลีบสีเขียวเล็กๆ เป็นเส้นอยู่ใต้ชั้นของกลีบเลี้ยง
เรียกว่า ริ้วประดับ (Epicalyx) เช่น ดอกชบา และพู่ระหง เป็นต้น
วงเกสรเพศผู้ แต่ละอันประกอบด้วยอับเกสรตัวผู้ และก้านชูอับเรณู เป็นส่วนที่จำเป็นต่อการสืบพันธุ์ ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้
วงเกสรเพศเมีย แต่ละอันประกอบด้วย รังไข่ ไข่ ก้านเกสรเพศเมีย และยอดเกสร
เพื่อทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมียเรียงตัวเป็นวง เรียกว่า Androecium
อับเกสรตัวผู้ มีลักษณะเป็นแทงกลมยาวหรือค่อนข้างกลม มีจำนวน 2 พู
ภายในแบ่งเป็นถุงเล็กๆ จำนวน 4 ถุง เรียกว่า ถุงเรณู (Pollen sac)
การจำแนกลักษณะโครงสร้างดอก
มีอยู่ 2 ชนิดคืออะไรบ้าง
Complete flower, Imperfect Flower
Complete flower, Incomplete flower
Imperfect Flower, Perfect Flower
Unisexual, Bisexual
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ถูกต้อง
ในปี ค.ศ. 1869 เอฟ. มิเชอร์ (F. Miescher) สามารถแยกสารชนิดหนึ่ง
ซึ่งสารนี้มีฟอสฟอรัสเป็นองค์ประกอบ จึงพิสูจน์ได้ว่า
สารนี้ไม่ใช่คาร์โบไฮเดรต ไลปิด และโปรตีน จึงได้ตั้งชื่อสารนี้ว่า nuclein
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคุณสมบัติของสารพันธุกรรม คือ สามารถสร้างโมเลกุลใหม่ที่เหมือนเดิม (replication) ในระหว่างที่มีการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์ และสามารถจะถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมนี้ไปยังเซลล์รุ่นต่อไปได้
น้ำตาลไรโบส คือน้ำตาลที่มีคาร์บอน 5 ตัว หมู่ไฮดรอกซี (-OH) ที่คาร์บอน
ตำแหน่งที่ 2’ ของน้ำตาล มีออกซิเจนอะตอมหายไป เหลือเพียงไฮโดรเจน
โครงสร้างของดีเอ็นเอที่อยู่ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
มีโครงสร้างเป็น double stranded helix
การต่อกันของไนโตรจีนัสเบสและน้ำตาล
โดยไม่มีหมู่ฟอสเฟตมาต่อด้วย เรียกว่าอะไร
Nucleomide
Nucleocide
Nucleotide
Nucleoside
ไนโตรจีนัสเบส (nitrogenous base)
จะต่อกับน้ำตาลดีออกซิไรโบส (deoxyribose sugar)
ในโมเลกุลของดีเอ็นเอ
หรือน้ำตาลไรโบส (ribose sugar)
ในโมเลกุลของอาร์เอ็นเอ
ด้วยพันธะใด
Phosphodiester bond
Glycosidic bond
Hydrogen bond
Covalent bond
จากข้อความต่อไปนี้
ก. การสังเคราะห์โปรตีน (Protein synthesis) ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลักๆ
คือ การจำลองตัวเองของดีเอ็นเอ การถอด และการแปลรหัสพันธุกรรม
ข. การสังเคราะห์ DNA (DNA synthesis) ทำให้มีการเพิ่มโมเลกุลของ DNA จาก 1 โมเลกุลเป็น 2 โมเลกุล ซึ่ง DNA แต่ละโมเลกุลมีพอลินิวคลีโอไทด์
สายเดิม 1 สาย และสายใหม่ 1 สาย เรียกว่าการจำลองแบบอนุรักษ์
ค. การสังเคราะห์ DNA มีการนำนิวคลีโอไทด์อิสระที่อยู่ในเซลล์
เข้ามาจับกับพอลิวคลีโอไทด์สายเดิม โดยเบส A จับกับ T เบส C จับกับ G
ง. James D. Watson and Francis Crick ได้พิมพ์บทความพยากรณ์
การจำลองตัวของ DNA กล่าวว่า ในการจำลองตัวเองของ DNA
พอลินิวคลีโอไทด์ 2 สาย แยกออกจากกันเหมือนการรูดซิบ
ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้อง
ก ข และ ค
ข ค และ ง
ก ค และ ง
ถูกทุกข้อ
การคลายเกลียวคู่ของ DNA ออกจากกัน
ทำให้ส่วนเหนือขึ้นไปขดเป็นเกลียวแน่น
สามารถแก้ไขได้ด้วยเอนไซม์ชนิดใด
Topoisomerase
Ligase
Primase
Helicase
การจำลองตัวเองของ DNA พอลินิวคลีโอไทด์ 2 สาย
มีการแยกออกจากกัน โดยพอลินิวคลีโอไทด์แต่ละสาย
ทำหน้าที่เป็นแม่พิมพ์สำหรับการสร้างสายใหม่
ทำให้มีการเพิ่มโมเลกุลของ DNA จาก 1 โมเลกุลเป็น 2 โมเลกุล
ซึ่ง DNA แต่ละโมเลกุลมีพอลินิวคลีโอไทด์ สายเดิม 1 สาย
และสายใหม่ 1 สาย เรียกการจำลองนี้ว่าอะไร
Semi-conservative replication
Conservative replication
Dispersive replication
Zemi-conservative replication
การจำลองตัวเองของ DNA
ที่เปิดขึ้นที่สายตาม (Lagging strand)
จะได้เป็นชิ้น DNA สั้นๆ เป็นท่อนๆ
ที่ติดกับ RNA primer เรียกว่าอะไร
Polymerase
Primer
Exonuclease
Okazaki fragment
ชนิดของอาร์เอ็นเอ (RNA = ribonucleic acid)
แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คืออะไรบ้าง
mRNA, bRNA, rRNA
mRNA, tRNA, rRNA
rRNA, aRNA, tRNA
mRNA, tRNA, aRNA
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ถูกต้อง
รหัสพันธุกรรม คือลำดับของเบสบน DNA ซึ่งถ่ายทอดไปยัง RNA
ในการสังเคราะห์โปรตีน เบสใน DNA จะเป็นตัวกำหนดกรดอะมิโนแต่ละชนิด
กรดอะมิโนที่มีอยู่ในธรรมชาติมีอย่างน้อย 20 ชนิด
รหัสหนึ่ง ๆ จะต้องประกอบด้วยเบส
อย่างน้อย 3 ตัวประกอบกันจึงจะได้กรดอะมิโน 1 ชนิด
รหัสพันธุกรรมแรกที่ค้นพบ คือ UAA
ซึ่งเป็นรหัสของกรดอะมิโนชนิด Phenylalanine
จากข้อความต่อไปนี้
ก. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3′ ไปยังปลาย 5′
ข. ขั้นต่อสาย ไรโบโซมเคลื่อนที่ไปตามสาย mRNA จากปลาย 5' ไป 3' และมีการ
ต่อสายโพลีเปปไทด์ให้ยาวขึ้นเรื่อยๆ จากปลายอะมิโนไปสู่ปลายคาร์บอกซิล
ค. UAA , UAG และ UGA เป็นรหัสที่ทำหน้าที่หยุดการสังเคราะห์โปรตีน
ง. AUG เป็นรหัสของกรดอะมิโนชนิด Methionine
ซึ่งเป็นรหัสตั้งต้นของการสังเคราะห์โปรตีน
ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้อง
ก ข และ ค
ข ค และ ง
ก ค และ ง
ถูกทุกข้อ
ไนโตรจีนัสเบส (nitrogenous base)
ของ RNA ประกอบไปด้วยชนิดใดบ้าง
A, T, C, G
A, T, D, G
A, U, C, G
A, U, C, B
ข้อใด อธิบายความหมายของคำว่า Transition
ของการกลายพันธุ์ได้ถูกต้องที่สุด
การแทนที่เบสชนิดหนึ่งด้วยเบสอีกชนิดหนึ่ง
การแทนที่เบสชนิดหนึ่งด้วยเบสชนิดเดียวกัน
การแทนที่เบสไพริมิดีนด้วยเบสไพริมิดีนอีกชนิดหนึ่ง
การแทนที่เบสไทมีนด้วยเบสยูราซิล
การกลายพันธุ์แบบทรานสเวอร์ชัน
หมายถึงข้อใด
การแทนที่เบสยูราซิลด้วยเบสกวานีน
การแทนที่เบสไพริมิดินด้วยเบสไพริมิดิน
การแทนที่เบสอะดินีนด้วยเบสกวานีน
การแทนที่เบส purine ด้วยเบส purine
จากภาพ
เป็นการกลายพันธุ์ด้วยการแทนที่แบบใด
Transition
Transversion
Transcription
Translation
ข้อใด เป็นการกลายพันธุ์ต่างจากพวก
เป็นสิ่งที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์
มีการใช้สิ่งก่อกลายพันธุ์
เกิดการแทนที่คู่เบส
ในสายโพลีนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอ
เกิดการเพิ่มหรือการขาดหายไป
ของนิวคลีโอไทด์ในโมเลกุลของดีเอ็นเอ
ข้อใด เป็นสารเคมีที่มีการใช้ต่างจากพวก
HNO2
Peroxide
2AP
Hydroxylamine
Thyminedimer หมายถึงข้อใด
มีผลทําให้เกิดการกลายพันธุ์แบบทรานซิชัน
เบสไทมิน 2 โมเลกุลสร้างพันธะโคเวเลนซ์ต่อกัน
กรดนิวคลีอิกเกิดปฏิกิยาดูดซึมรังสีอัลตราไวโอเลต
คู่เบส T-A ถูกแทนที่ด้วยคู่เบส C-G
ข้อใด ไม่ใช่ ผลของการใช้สาร 5BU
ในการกลายพันธุ์
Tautomeric shift
Transition
Transversion
Thyminedimer
การใช้สาร 2-aminnopurine
ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงดีเอ็นเอ
ในขั้นตอนใด
Replication
Translations
Transcriptions
ถูกทุกข้อ
Acridine dye
มีผลอย่างไรต่อโมเลกุลของดีเอ็นเอ
เกิดการแทนที่คู่เบส
ได้ทั้งแบบทรานซิชันและทรานสเวอร์ชัน
ทําให้โพลีนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอโมเลกุลใหม่เพิ่มขึ้น
ทําให้จํานวนนิวคลีโอไทด์ลดลง
เกิดการเพิ่มหรือการขาดหายไปของนิวคลีโอไทด์
ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้องที่สุด
Spontaneous mutation = induced mutation
Mutation = chromosome mutation + DNA gene mutation
Mutagens = radiation, chemical mutagens
GMO = induced mutation
ข้อใด ไม่ถูกต้อง
เกี่ยวกับการใช้รังสีในการกลายพันธุ์
ปี 1927 H.J. Muller
ได้มีพิสูจน์การกลายพันธุ์ได้ในแมลงหวี่โดยใช้รังสี
Sigurbjarnsson and Micke
ได้พันธุ์พืชใหม่ 27 พันธุ์จาการฉายรังสี
Stadler ชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์
ในข้าวบาร์เลย์และข้าวโพดโดยใช้รังสี
การใช้รังสีสามารถทำให้คุณภาพใบยาสูบ
มีลักษณะต้านทานโรคราน้ำค้างได้
การกลายพันธุ์ข้อใด
ให้ผลของการเกิด mutation
เหมือนกับ neutron rays
Beta Ray
Translations
Transcriptions
ถูกทุกข้อ
ข้อใด ถูกต้องที่สุด
เกี่ยวกับการกลายพันธุ์ที่เกิดจาก X rays
Gene mutation
DNA mutation
มีผลการกลายพันธุ์เหมือนกับ ultraviolet rays
มีความเป็นไปได้ที่ให้ผลเหมือนกับ
chemical mutagens
จากสูตรการหาความชื้นในเมล็ด
A=((B-C)/D)) x E เมื่อ E = 100 อยากทราบว่า A, B, C และ D คือข้อใด ตามลำดับ
ความชื้นของเมล็ด น้ำหนักแห้งก่อนอบ
น้ำหนักแห้งหลังอบ น้ำหนักแห้งก่อนอบ
ความชื้นของเมล็ด น้ำหนักสดก่อนอบ
น้ำหนักแห้งหลังอบ น้ำหนักสดหลังอบ
ร้อยละความชื้นของเมล็ด น้ำหนักก่อนอบ
น้ำหนักหลังอบ น้ำหนักก่อนอบ
ร้อยละความชื้นของเมล็ด น้ำหนักสดก่อนอบ
น้ำหนักแห้งหลังอบ น้ำหนักหลังอบ
ข้อใด ไม่ถูกต้อง
เกี่ยวกับ alkylating agents
ทําให้เกิดที่ว่างของเบสตรงตําแหน่งหนึ่ง
ทําให้เกิดการแทนที่คู่เบส
แบบทรานซิชันและทรานสเวอร์ชัน
ทําให้การจับคู่ของเบสกัวนินผิดปกติ
โดยจะไปจับคู่กับเบสไซโตซินแทน
ประกอบด้วย nitrogen mustard ethyl ethanesulfonate และ ethyl methanesulfonate
ข้อใด ไม่ถูกต้อง
เกี่ยวกับ chemical mutagen
ที่ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเบส
Base analogues มีผลทําให้เกิดการแทนที่
ของเบสชนิดหนึ่งด้วยเบสอีกชนิดหนึ่ง
Nitrous acid ทําให้เกิดการแทนที่คู่เบสแบบทรานซิชัน
Hydroxylamine ทําให้เกิดการแทนที่คู่เบสแบบทรานซิชัน
Alkylating agents ประกอบด้วย nitrogen mustard,
ethyl ethanesulfonate และ ethyl methanesulfonate
ข้อใด อธิบายความหมายของ
Genetically Modified Organisms
ได้ ถูกต้องที่สุด
การดัดแปลงพันธุกรรมพืช โดยใช้พันธุวิศวกรรม
มีผลทำให้พืชบางชนิดให้ผลผลิตมากขึ้น
มีผลทำให้พืชมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้น
การดัดแปลงพันธุกรรมของพืชชนิดหนึ่ง
มาตัดแต่งเข้ากับพืชชนิดอื่น
ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้องที่สุด
Mutagen ประกอบด้วย อุณหภูมิ และรังสีต่างๆ
Base analogues คือสารเคมี
ที่ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเบส
Ionizing radiation ทําให้เกิดไทมินไดเมอร์
Tautomeric shift ส่งผลให้รหัสพันธุกรรม
เปลี่ยนแปลงเป็น nonsense codon
จากแผนภาพ base-pair substitution
ข้อใดคือ หมายเลข 1, 2, 3, 4 และ5
ที่ถูกต้องตามลำดับ
transition transversion transition
transition transition
transversion transition transversion
transversion transversion
transition transversion transversion
transition transversion
transversion transition transition
transversion transition
ข้อใด ถูกต้อง
เกี่ยวกับ tautomeric shift
มีผลทําให้โครงสร้างโมเลกุลของเบส
เปลี่ยนแปลงจาก keto form เป็น enol form
ทําให้เกิดการกลายพันธุ์ขึ้น
ระหว่างที่มีการแปลรหัสของดีเอ็นเอ
เป็นกระบวนการ induce mutation
การเปลี่ยนแปลงในโมเลกุลของอะดินินถาวร
ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคืนสู่สภาพเดิมได้
ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้องที่สุด
Genetic code เปลี่ยนแปลงไป
เนื่องจาก base-pair substitution
Ultraviolet ก่อให้เกิด ionization
Hydroxylamine ทำให้เกิด Tranvertion
Proflavin ทำให้เกิด frameshift mutation
พืชที่เมนเดลใช้ในการทดลองคือข้อใด
Pisum sativum
Pisum fulvum
Pisum abyssinicum
Pisum Longgum
กำหนดให้
เมล็ดเรียบ-สีเหลือง x เมล็ดย่น-สีเขียว
ยีน R = คุมลักษณะย่น
ยีน Y = คุมลักษณะสีเหลือง
ข้อใด เป็นลักษณะทางฟีโนไทป์ของลูกรุ่น F1
เมล็ดเรียบ-สีเหลืองทั้งหมด
9 เมล็ดเรียบ-สีเหลือง : 3 เมล็ดย่น-สีเหลือง :
3 เมล็ดเรียบ-สีเขียว : 1 เมล็ดย่น-สีเขียว
9 เมล็ดเรียบ-สีเขียว : 3 เมล็ดย่น-สีเขียว :
3 เมล็ดเรียบ-สีเหลือง : 1 เมล็ดย่น-สีเขียว
เมล็ดย่น-สีเหลืองทั้งหมด
กำหนดให้
เมล็ดเรียบ-สีเหลือง x เมล็ดย่น-สีเขียว
ยีน R = คุมลักษณะย่น
ยีน Y = คุมลักษณะสีเหลือง
ข้อใด เป็นลักษณะทางฟีโนไทป์ของลูกรุ่น F2
เมล็ดเรียบ-สีเหลืองทั้งหมด
9 เมล็ดเรียบ-สีเหลือง : 3 เมล็ดย่น-สีเหลือง :
3 เมล็ดเรียบ-สีเขียว : 1 เมล็ดย่น-สีเขียว
9 เมล็ดเรียบ-สีเขียว : 3 เมล็ดย่น-สีเขียว :
3 เมล็ดเรียบ-สีเหลือง : 1 เมล็ดย่น-สีเขียว
เมล็ดย่น-สีเหลืองทั้งหมด
ข้อใด ถูกต้อง
เกี่ยวกับกฎการแยกตัวอย่างอิสระ
พืชที่ผสมตัวเองสามารถสร้างพันธุ์แท้
และทำการผสมข้ามพันธุ์ได้
ยีนที่แยกออกจากกันใน gamete มีโอกาสเข้าคู่กัน
ได้ใหม่อย่างอิสระ เมื่อมีการผสมพันธุ์เป็น zygote
เป็นลักษณะทางพันธุกรรม
ที่แตกต่างกันชัดเจนหลายลักษณะ
ยีนซึ่งอยู่บนโครโมโซมต่างคู่กัน
มีความเป็นอิสระที่จะเข้ารวมตัวกันในเซลล์สืบพันธุ์
ข้อใด คือยีโนไทป์ของรุ่นลูก
เมื่อมีการนำ pure line สองชนิดมาผสมกัน
Homozygous dominants
Heterozygous
Homozygous recessive
ถูกทุกข้อ
การทดลองผสมพันธุ์ถั่วลันเตาพันธุ์แท้
ฝักสีเขียวเป็นลักษณะเด่น
และฝักสีเหลืองเป็นลักษณะด้อย
จะได้ลูกในรุ่น F1 มีฟีโนไทป์อย่างไร
ฝักสีเหลืองทั้งหมด
ฝักสีเขียวทั้งหมด
ฝักสีเขียวอมเหลืองทั้งหมด
ฝักสีเขียว : ฝักสีเหลือง เท่ากับ 1 : 1
ข้อใด ถูกต้อง เกี่ยวกับ
ลักษณะของถั่วลันเตาที่เมนเดลได้ทำการศึกษา
ศึกษา 7 ลักษณะ
ศึกษาแค่สีและผิวของเมล็ด
เป็น Incomplete dominance
เป็น complete dominance
ข้อใด ไม่ใช่ ข้อดี
ของการศึกษาด้านพันธุศาสตร์ด้วยถั่วลันเตา
Self- fertilized
ปลูกและเก็บเกี่ยวภายในหนึ่งฤดู
ปลูกและเก็บเกี่ยวภายในฤดูเดียวกัน
ลักษณะพันธุกรรมแตกต่างกันชัดเจน
ข้อใด ถูกต้อง
เกี่ยวกับ Dihybrid cross
First filial generation
มีลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างกันชัดเจน
ลูกรุ่น F2 มีลักษณะเหมือนพ่อแม่
ที่เป็น dominance ทั้งหมด
เกรเกอร์ เมนเดล ศึกษาลักษณะต้นถั่วทั้งหมด 22 ชนิด
เป็นเวลารวม 20 ปีเต็ม
Second filial generation
จากพ่อแม่ที่เป็นพันธุ์เด่นและด้อยแท้ มี phenotype 3 แบบ
หากกำหนดให้มีการผสมพันธุ์ถั่ว 2 ชนิด
แล้วมีถั่วชนิดหนึ่งเป็น Complete Dominance
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ถูกต้อง
ผลผลิตรุ่นแรก จะได้ผลผลิตเมล็ด 2 แบบ
ผลผลิตรุ่นสอง จะได้ผลผลิตเมล็ด 2 แบบ
การแสดงลักษณะของเมล็ด อาจมีมากกว่า 1 ลักษณะ
ผลผลิตรุ่นแรก จะได้ผลผลิตเมล็ด 1 แบบ
หาก Homozygous X Homozygous
ได้ลูก F1 เป็น heterozygous
ข้อใดคือ Genotype ที่เป็นไปได้
ของ P1 และ P2
AABB และ aabb
aabb และ aaBB
AABB และ AAbb
aaBB และ AABB
ข้อใด ถูกต้อง หากกำหนดให้
Homozygous X Homozygous
ได้ลูก F2 เป็น
heterozygous 1 : Homozygous 1
P1 และ P2 เป็น heterozygous
P1 และ P2 เป็น recessive
P1 และ P2 เป็น dominant
P1 เป็น dominant P2 เป็น recessive
ข้อใด หมายถึง dihybrid cross
ถูกต้องที่สุด
การผสมถั่วเมล็ดย่น สีเขียว และสีเหลือง
การผสมถั่ว Homozygous dominant และ recessive
ได้ลูกรุ่น F1 ที่มีอัตราส่วน Phenotype เท่ากับ 3 : 1
เป็นการการผสมถั่ว 2 ลักษณะ
จากงานทดลองของ Gregor Johann Mendel
ได้ลูก F1 มีลักษณะเมล็ดเรียบสีเหลือง
ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้อง
เหลืองเป็นลักษณะเด่น แต่ผิวเรียบเป็นลักษณะด้อย
เป็นการผสมแบบ dihybrid cross
ผสมจากต้นถั่ว dominant และ recessive
สีเขียวและผิวเรียบ เป็นลักษณะด้อย
ข้อใด ถูกต้อง เกี่ยวกับ
Law of Independent Assortment
ยีนซึ่งอยู่บนโครโมโซมคู่กัน
มีความเป็นอิสระที่จะเข้ารวมตัวกันใน gamete
เมื่อนำลูก F1 มาผสมตัวเอง
จะได้ลูกในอัตรา Genotype เท่ากับ 1 : 2 : 2 : 1
F1 สร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ 4 ชนิด
ในอัตราส่วน 1 : 1 : 1 : 1
ยีโนไทป์ของลูกรุ่น F2 เท่ากับ 1 : 2 : 1
หากลูกรุ่น F2 มีฟีโนไทป์
เป็น 9 : 3 : 3 : 1
จะมียีโนไทป์เท่ากับอัตราส่วนเท่าใด
1 : 2 : 1 : 2 : 4 : 2 : 1 : 2 : 1
1 : 2 : 2 : 1
3 : 1
1 : 2 : 1
ข้อใด ถูกต้อง
เกี่ยวกับ Incomplete dominance
กระต่ายหูสั้นผสมกระต่ายหูยาวได้ กระต่ายหูยาวขึ้น
ดอกบานเย็นสีขาวผสมกับสีเหลืองได้สีขาว
ถั่วสีเขียวผิวเรียบผสมสีเหลืองผิวย้นได้สีเขียวผิวย่น
แกะสีเทามีพ่อสีขาวแม่สีดำ
ข้อใด แสดงให้เห็นว่า
กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระของเมนเดล
เป็นจริงได้
อสุจิต้องมีการผสมกับไข่
มีการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส
ยีนต่างๆ อยู่คนละโครโมโซม
ยีนต่างๆ อยู่บนโครโมโซมเดียวกัน
การผสมระหว่าง AaBbCc x AaBbCc
จะมีโอกาสได้ลูกผสมเป็นโฮโมไซกัส
สำหรับยีนด้อยเท่าใด
1/2
1/4
1/16
1/64
ข้อใด เป็น gamete
ของดอกชบาที่มีจีโนไทป์ AaBB
AB : aB อัตราส่วน 1 : 1
Aa : BB อัตราส่วน 1 : 1
A_ : aB : B_ อัตราส่วน 1 : 1 : 1
Aa : AB : aB : BB อัตราส่วน 1 : 1 : 1 : 1
ข้อใด เป็นผลจากการผสมเกสรดอกบานเย็น
ของพ่อดอกสีแดงและแม่ดอกสีขาว
ได้ต้นใหม่เป็นดอกสีชมพู
ครอสซิงโอเวอร์
ฮอโมไซกัสยีน
ยีนเด่นข่มได้สมบูรณ์
ลักษณะเด่นไม่สมบูรณ์
ดอกบานเย็นสีชมพู
ที่เกิดจาก complete dominance
หากผสมตัวเองจะได้ลูกรุ่น F1 เป็นสีใด
สีแดงทั้งหมด
สีแดงและขาว อัตราส่วน 3 : 1
สีแดง ชมพู และขาว อัตราส่วน 1 : 2 : 1
สีชมพูเท่านั้น
จากการศึกษาของเมนเดล
ที่พิจารณาเพียงหนึ่งลักษณะ
เพราะเหตุใดรุ่น F1
จึงแสดงออกมาเพียงลักษณะเดียว
แม้ว่าฟีโนไทป์ในรุ่นพ่อแม่จะต่างกัน
แต่มีจีโนไทป์เหมือนกัน
จีโนไทป์ในรุ่นพ่อแม่จะแสดงออกในรุ่น F2 เท่านั้น
ยีนเด่นของลักษณะที่ปรากฏ
สามารถข่มการแสดงออกของยีนด้อยได้อย่างสมบูรณ์
ยีนในรุ่นพ่อแม่ต่างก็มีสภาพเป็น heterozygous
จึงมีการแสดงออกเพียงลักษณะเดียว
กำหนดให้ ข้าวโพดฝักอ่อน
มีจีโนไทป์เป็น AABbccDdEeffgg
จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้กี่แบบ
8
10
12
16
กำหนดให้ ข้าวโพดฝักอ่อน
มีจีโนไทป์เป็น AABbccDdEeffgg
เมื่อเกิดการผสมตัวเองแล้ว
ลูกที่ได้จะมีฟีโนไทป์เท่าใด
8
10
12
16
กระเจี๊ยบเขียว มีจีโนไทป์เป็น AABbcc
เมื่อเกิดการผสมตัวเองแล้ว
ลูกที่ได้จะมีจีโนไทป์เท่าใด
3
6
9
12
ในกระบวนการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส
ถ้าไม่มีการแบ่งไซโทรพลาซึม จะส่งผลอย่างไร
ไม่มีการสร้างเยื่อหุ้มนิวเคลียส
ไม่มีการจำลองตัวเองของ DNA
แต่ละเซลล์จะมีนิวเคลียสหลายอัน
จำนวนโครโมโซมจะเพิ่มเป็น 2 เท่า
จากแผนภาพ ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้องที่สุด
D แบ่งออกเป็น 5 ระยะ ได้แก่อินเตอร์เฟส , โพรเฟส , เมทาเฟส , แอนาเฟส,
เทโลเฟส และเกิด Diakinesis แบ่งเซลล์ออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน
A มีการเตรียมสารต่างๆ ที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ
มีการสังเคราะห์กรดอะมิโน โปรตีนฮิสโตน เอนไซม์และแหล่งพลังงานต่างๆ
ในระยะนี้มี 1 โครมาติด DNA เป็นเส้นยาวกระจายอยู่ภายในเยื่อหุ้มนิวเคลียส
การแบ่งนิวเคลียสด้วยวิธี B
พบได้ในการแบ่งเซลล์ไข่ของผึ้งเซลล์ใหม่ที่ได้เหมือนเดิมทุกประการ
C เป็นระยะที่เซลล์สร้างสารที่จำเป็นต่อการขดตัวของโครโมโซม
มีการสังเคราะห์โปรตีนสำหรับใช้ในการแบ่งนิวเคลียส
ตลอดจนมีการถอดรหัสเป็นอาร์เอ็นเอในตอนปลายของระยะนี้
การเกิด Synapsis, Bivalent,
Tetrad และ Chiasma
สามารถพบได้พร้อมกันในระยะใด
Prophase II
ระยะที่นิยมใช้นับจำนวนโครโมโซม
ระยะยาวนานที่สุดใน Meiosis
ระยะที่แบ่งออกเป็น 5 ระยะย่อย
จงเรียงลำดับเหตุการณ์
การเกิดกระบวนการแบ่งเซลล์ต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. Synaptonemal Complex 2. Chiasma 3. Interphase II
4. Diakinesis 5. DNA replication ได้ sister chromatid
6. ลดจำนวนโครโมโซมลงครึ่งหนึ่ง 7. crossing over
5 2 7 4 6 1 3
5 1 7 2 4 6 3
1 7 2 3 6 5 4
1 7 2 4 5 3 6
ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้องที่สุด
หลังเกิด Double Fertilization จำนวน Pistillate Flower
อาจมีจำนวนชุดของโครโมโซม มากกว่าจำนวน staminate flower
Petaloid staminode สร้างเซลล์สืบพันธุ์ที่มีจำนวน
ชุดโครโมโซมเป็น n จำนวน 4 เซลล์ที่ไม่แตกต่างกันเหมือน
Zygote และ Ovary มีจำนวน n มากกว่า tube nucleus
Generative nucleus แบ่ง cell แบบ mitosis
ได้ Sperm nucleus และ Tube nucleus
จากภาพ จงหาผลต่างของ
จำนวนชุดของโครโมโซมของ A+C+G และ B+D+E+F
1
2
3
4
จากภาพ ตัวอักษร B คืออะไรEmbryo
Embryo
Egg
Endosperm
Antipodal
จากภาพ มีจำนวนพันธะ Phosphodiester
แตกต่างจากต่างจากพันธะ Hydrogens จำนวนเท่าไร
40 พันธะ
20 พันธะ
10 พันธะ
6 พันธะ
หากเส้น DNA มีความยาวเท่ากับ 34 อังสตรอม
จะมีพันธะ Phosphodiester ทั้งหมดเท่าไร
ประมาน 5 พันธะ
ประมาน 10 พันธะ
ประมาน 20 พันธะ
ประมาน 100 พันธะ
เอ็นเอสายคู่โมเลกุลหนึ่ง มีลำดับเบสดังนี้
5' CCATGTTGAA...(10000คู่เบส)...CGATACTGAA 3'
3' GGTACAACTT...(10000คู่เบส)...GCTATGACTT 5'
หากเกิดกระบวนการจำลองตัวของดีเอ็นเอ
เมื่อสิ้นสุดกระบวนการจะได้ผลเป็นอย่างไร
ได้ดีเอ็นเอสายคู่ 2 โมเลกุล
แต่ละโมเลกุลมีความยาว 10,020 คู่เบส
ได้ดีเอ็นเอสายเดี่ยว 2 โมเลกุล
แต่ละโมเลกุลมีความยาวน้อยกว่า 10,020 คู่เบส
ได้อาร์เอ็นเอสายคู่ 2 โมเลกุล
แต่ละโมเลกุลมีความยาว 10,020 คู่เบส
ได้อาร์เอ็นเอสายเดี่ยว 1 โมเลกุล
แต่ละโมเลกุลมีความยาวน้อยกว่า 10,020 คู่เบส
พอลิเพปไทด์ β - galactosidase
ประกอบด้วยกรดอะมิโน 400 ตัว
ข้อใด คือความยาวของ mRNA
ที่แปลรหัสเป็นพอลิเพปไทด์นี้
1194 นิวคลีโอไทด์
1197 นิวคลีโอไทด์
1200 นิวคลีโอไทด์
1203 นิวคลีโอไทด์
ยีนตัวหนึ่งสร้างสายพอลิเพปไทด์ (polypeptide)
ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 30 ตัว มีลำดับเริ่มต้น
จากโพรลีน (Pro) สลับกับลิวซีน (Leu) ไปตลอด
ถ้า CCU = Pro และ CUU = Leu
ข้อใดคือลำดับนิวคลีโอไทด์ในสาย DNA
ที่ถูกถอดรหัส (transcription)
3’ CCU CUU CCU CUU CCU… 5’
3’ GGA GAA GGA GAA GGA… 5’
3’ CCT CTT CCT CTT CCT… 5’
3’ GAA GGA GAA GGA GAA… 5’
เบส U มีชื่อเบสว่าอะไร
ยูราซิล
อะดินีน
กวานีน
ไทมีน
