wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

Total questions: 27

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.

การเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้น มีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงขึ้น เพราะเหตุใด

a)

จำนวนอนุภาคของสารตั้งต้นเพิ่มมากขึ้น จึงมีโอกาสชนกันได้มากขึ้น

b)

จำนวนอนุภาคของสารตั้งต้นเพิ่มมากขึ้น ทำให้พื้นที่ผิวของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น

c)

จำนวนอนุภาคของสารตั้งต้นเพิ่มมากขึ้น ทำให้อนุภาคของสารตั้งต้นชนกันแรงขึ้น

d)

จำนวนอนุภาคของสารตั้งต้นเพิ่มมากขึ้น ทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ลดลง

2.

การทดลองในข้อใดมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงสุด ที่อุณหภูมิเดียวกัน

a)

ใส่โลหะแมกนีเซียม 1 ชิ้น หนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.1 mol/dm3

b)

ใส่โลหะแมกนีเซียม 4 ชิ้น หนักชิ้นละ 0.25 กรัม ลงในกรด HCl 0.2 mol/dm3

c)

ใส่โลหะแมกนีเซียมบดละเอียด หนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.1 mol/dm3

d)

ใส่โลหะแมกนีเซียมบดละเอียด หนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.2 mol/dm3

3.

ใส่โลหะ Zn รูปทรงกลมลงในกรด HCl 0.1 mol/dm3 25 cm3 จะต้องเพิ่มสิ่งใดเป็นสองเท่า อัตราการเกิดปฏิกิริยาจึงจะเพิ่มมากที่สุด

a)

ปริมาตรของกรด HCl

b)

ปริมาตรของ Zn

c)

ความเข้มข้นของ HCl

d)

พื้นที่ผิวของ Zn

4.

จากข้อมูลต่อไปนี้

1 เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียมที่เป็นแท่งยาวทำให้มีอายุการใช้งานนานกว่าที่ใช้เป็นก้อนเล็กๆ

2 น้ำตาลทรายละลายในกาแฟร้อนได้เร็วกว่ากาแฟเย็น

3 น้ำตาลก้อนละลายน้ำได้ช้ากว่าน้ำตาลทราย เมื่อมีมวลเท่ากัน

4 ที่ความดันสูงก๊าซเกิดปฏิกิริยาได้มากกว่าที่ความดันต่ำ เมื่ออุณหภูมิคงที่


ข้อใดแสดงถึงผลของพื้นที่ผิวที่มีต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

a)

ข้อ 1 และ 2

b)

ข้อ 2 และ 3

c)

ข้อ 1 และ 3

d)

ข้อ 2 และ 4

5.

เมื่อใส่สารละลายกรด HCl 1 mol/dm3 จำนวน 50 cm3 ลงในหินปูนชิ้นเล็ก ๆ จะมีก๊าซ CO2 เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงในข้อใดที่ไม่ทำให้อัตราของปฏิกิริยาเริ่มต้นเพิ่มขึ้น

a)

ใช้กรด HCl 1 mol/dm3 100 cm3

b)

ใช้กรด HCl 2 mol/dm3 50 cm3

c)

ใช้กรด HCl 2.5 mol/dm3 25 cm3

d)

บดหินปูนให้เป็นผงละเอียด

6.

ถ้าเผาผงเหล็กในบรรยากาศของออกซิเจนจะลุกไหม้ทันที แต่ถ้าใช้ตะปูเหล็กแทนปฏิกิริยา จะดำเนินไปช้ากว่ามาก ทั้งนี้เพราะ

a)

ผงเหล็กมีพื้นที่ผิวมากกว่าตะปูเหล็ก

b)

ผงเหล็กมีพลังงานจลน์มากกว่าตะปูเหล็ก

c)

ตะปูเหล็กมีพื้นที่ผิวมากกว่าผงเหล็ก

d)

ตะปูเหล็กมีพลังงานกระตุ้นสูงกว่าผงเหล็ก

7.

ปฏิกิริยาระหว่างเหล็กกับออกซิเจนที่อุณหภูมิห้องเกิดได้ช้า แต่ถ้าเผาเหล็กให้ร้อนจัดก่อนแล้วผ่านก๊าซออกซิเจนลงไปพบว่า เกิดปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะเหตุใด

a)

ที่อุณหภูมิสูงจำนวนอนุภาคที่ชนกันมีมากขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาจึงเพิ่มขึ้น

b)

โลหะขยายตัวเมื่อได้รับความร้อนทำให้พื้นที่ผิวเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาจึงเพิ่มขึ้น

c)

พลังงานก่อกัมมันต์ลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้อนุภาคที่มีพลังงานสูงพอที่จะเกิดปฏิกิริยามีมากขึ้น

d)

จำนวนอนุภาคที่มีพลังงานสูงกว่าพลังงานก่อกัมมันต์มีมากขึ้นและชนกันมากขึ้นอัตราการเกิดปฏิกิริยาจึงสูงขึ้น

8.

ข้อความเกี่ยวกับผลของอุณหภูมิต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

การเพิ่มอุณหภูมิเป็นการเพิ่มพลังงานจลน์ของอนุภาค

b)

เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นทุก ๆ 10 C อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเร็วขึ้น 10 เท่าของอัตราเดิม

c)

การเพิ่มอุณหภูมิทำให้อนุภาคชนกันแรงและชนกันบ่อยครั้งเกิดพลังงานสูงถึงพลังงานก่อกัมมันต์ได้ง่าย

d)

การลดอุณหภูมิทำให้พลังงานจลน์ของอนุภาคลดลง อนุภาคเคลื่อนที่ช้ามีโอกาส

ชนกันน้อยปฏิกิริยาจึงเกิดช้า

9.

หน้าที่ของตัวเร่งปฏิกิริยาคือข้อใด

a)

ลดพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา

b)

เพิ่มพลังงานให้กับโมเลกุลของระบบ

c)

ช่วยเพิ่มจำนวนครั้งของการชนกันของโมเลกุลของสารตั้งต้น

d)

ลดความแตกต่างระหว่างพลังงานของสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ

10.

ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

a)

ปฏิกิริยาที่มีตัวเร่งเกิดได้เร็วกว่าปฏิกิริยาที่ไม่มีตัวเร่ง

b)

ปฏิกิริยาที่มีตัวเร่งจะมีพลังงานก่อกัมมันต์ต่ำกว่าปฏิกิริยาที่ไม่มีตัวเร่ง

c)

ปฏิกิริยาที่มีตัวเร่ง เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดลง ตัวเร่งยังคงมีปริมาณและสมบัติเหมือนเดิม

d)

ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากปฏิกิริยาที่มีตัวเร่งจะมีพลังงานต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากปฏิกิริยา

ที่ไม่มีตัวเร่ง

11.

ข้อใดที่ไม่ได้แสดงว่าธรรมชาติของสารมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

เกลือเม็ดดูดความชื้นเร็วกว่าผลึกน้ำตาลทราย

b)

กระดาษมีอายุการใช้งานน้อยกว่าพลาสติก

c)

แบตเตอรี่ปรอท กับแบตเตอรี่อัลคาไลน์มีอายุใช้งานไม่เท่ากัน

d)

เหล็กที่อยู่ในอากาศและความชื้นจะผุกร่อนได้เร็วกว่าอะลูมิเนียม

12.

รูปการทดลองหาอัตราในการสลายตัวของลวดแมกนีเซียมด้วยสารละลายกรดไฮโดรคลอริก ถ้าต้องการเพิ่มอัตราเร็วของปฏิกิริยานี้ วิธีในข้อใดให้ผลน้อยที่สุด

a)

เขย่าหลอดทดลองแรงๆ

b)

เติมสารละลายกรดให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น

c)

เพิ่มลวดแมกนีเซียมขนาดเท่าเดิมลงไปอีกชิ้นหนึ่ง

d)

หั่นลวดแมกนีเซียมออกเป็นเส้นเล็กๆ โดยไม่เพิ่มน้ำหนัก

13.

การกระทำในข้อใดส่งผลให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาระหว่างสังกะสีกับกรดไฮโดรคลอริกลดลง

a)

ใช้แผ่นสังกะสีที่มีแผ่นทองแดงพันเป็นเกลียวโดยรอบ

b)

เติมน้ำกลั่นลงไป 100 cm3

c)

เพิ่มความเข้มข้นของกรดไฮโดนเจนคลอริก

d)

ใช้ผงสังกะสีแทนแผ่นสังกะสี

14.

การกระทำในข้อใดส่งผลให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น

a)

การเก็บยาในตู้เย็น

b)

โปรตีนในอาหารทำปฏิกิริยากับเอนไซม์เกิดการสลายตัวเป็นกรดะมิโน

c)

การแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์

d)

การกลืนยาลดกรดโดยไม่เคี้ยว

15.

ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด

a)

เพิ่มอุณหภูมิทำให้ค่า b มีค่าลดลง

b)

เพิ่มอุณหภูมิทำให้ค่า a มีค่าลดลง

c)

เติมตัวเร่งทำให้ค่า a มีค่าลดลง

d)

เติมตัวเร่งทำให้ค่า b มีค่าลดลง

16.

ปฏิกิริยา A(s)  +  B(aq)    C(aq)  +  D(aq)  อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้นเมื่อใด

a)

ถ้าลดขนาด A

เพิ่มความเข้มข้น B

ลดอุณหภูมิ

b)

ลดปริมาณ D

เพิ่มความเข้มข้น B

ลดอุณหภูมิ

c)

เพิ่มขนาดของ A

ลดความดัน

เพิ่มอุณหภูมิ

d)

ลดขนาดของ A

เติมตัวเร่งปฏิกิริยา เพิ่มอุณหภูมิ

17.

เมื่อนำหินปูนเม็ดเล็กๆ หนัก 5 กรัม มาทำปฏิกิริยากับกรด HCl เจือจางจำนวนมากเกินพอ ที่ความดันและอุณหภูมิห้อง ปรากฏว่าหินปูนทำปฏิกิริยาจนหมดภายใน 5 นาที และมีแก๊สเกิดขึ้น 1,500 cm3 ถ้ายังทำการทดลองที่ความดันและอุณหภูมิเท่าเดิม แต่บดหินปูนให้ละเอียดเป็นผง แล้วนำมาทำปฏิกิริยากับกรดจำนวนเท่าเดิม ผลการทดลองจะเป็นอย่างไร

a)

ได้แก๊ส 1,500 cm3 เท่าเดิม และใช้เวลาน้อยกว่า 5 นาที

b)

ได้แก๊ส 1,500 cm3 เท่าเดิม และใช้เวลามากกว่า 5 นาที

c)

ได้แก๊สน้อยกว่า 1,500 cm3 และใช้เวลาน้อยกว่า 5 นาที

d)

ได้แก๊สมากกว่า 1,500 cm3 และใช้เวลาน้อยกว่า 5 นาที

18.

การกระทำในข้อใดมีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลง

a)

การบ่มผลไม้ในภาชนะที่มีฝาปิด

b)

การย่อยแป้งของเอนไซม์อะไมเลส

c)

การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน

d)

การแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์

19.

การกระทำใดไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การนำเนื้อหมูแช่ในช่องแช่แข็ง

b)

การเติมสารกันบูดในอาหาร

c)

การเปลี่ยนขนาดภาชนะที่บรรจุสารละลายที่ทำปฏิกิริยา

d)

ใช้แคลเซียมคาร์ไบด์ช่วยในการบ่มมะม่วง

20.

ข้อใดมีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน

a)

เพิ่มอุณหภูมิ

ลดความดัน

b)

เพิ่มพื้นที่ผิว

ใส่ตัวเร่งปฏิกิริยา

c)

เพิ่มความเข้มข้นสาร เพิ่มพลังงานก่อกัมมันต์

d)

เพิ่มพื้นที่ผิว

เพิ่มขนาดภาชนะที่บรรจุ

21.

1.       เมื่อโมเลกุลของสารตั้งต้นชนกันด้วยทิศทางที่เหมาะสมจะทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาลดลง

a)

ถูก

b)

ผิด

22.

การเพิ่มตัวเร่งปฏิกิริยาจะทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาลดลง

a)

ถูก

b)

ผิด

23.

ปฏิกิริยาแบบคายความร้อนเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าปฏิกิริยาแบบดูดความร้อน

a)

ถูก

b)

ผิด

24.

เมื่อเติมตัวเร่งปฏิกิริยาจะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ปริมาณมากขึ้น

a)

ถูก

b)

ผิด

25.

1.       ตัวหน่วงปฎิกิริยาจะทำให้ปฏิกิริยาเคมีเกิดช้าลง เนื่องจากตัวหน่วงปฏิกิริยาจะไปเปลี่ยนกลไกทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

a)

ถูก

b)

ผิด

26.

การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดเป็นการเพิ่มพื้นที่สัมผัส ทำให้เอนไซม์สามารถทำปฏิกิริยากับอาหารได้ง่ายขึ้น

a)

ถูก

b)

ผิด

27.

แผ่นเหล็กจะสามารถเกิดปฏิกิริยากับกรดซัลฟิวริกได้ดีกว่าผงเหล็ก

a)

ถูก

b)

ผิด