wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบกลางภาคว32263

Total questions: 40

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

สิ่งใดทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศและพื้นผิวโลกในเวลากลางคืนไม่ลดต่ำจนเกินไป

a)

โลกไม่ได้ดูดกลืนพลังงานจากดวงอาทิตย์ไว้ทั้งหมด

b)

การถ่ายโอนพลังงานความร้อนระหว่างบรรยากาศและพื้นผิวโลก

c)

การสะท้อนรังสีช่วงคลื่นสั้นของบรรยากาศและพื้นผิวโลกออกสู่อวกาศ

d)

การดูดกลืนพลังงานความร้อนไว้โดยแก๊สเรือนกระจกและเมฆในบรรยากาศ

2.

ในเวลาเดียวกัน พื้นผิวโลกบริเวณใด มีความเข้มรังสีดวงอาทิตย์มากที่สุด

a)

บริเวณศูนย์สูตร

b)

บริเวณละติจูด 60 องศา

c)

บริเวณละติจูด 30 องศา

d)

บริเวณละติจูด 15 องศา

3.

ในรอบหนึ่งปี รังสีดวงอาทิตย์จะตกตั้งฉากพื้นผิวโลกในบริเวณใดมากที่สุด

a)

บริเวณละติจูด 45 องศาเหนือ

b)

บริเวณละติจูด 60 องศาใต้

c)

บริเวณละติจูด 30 องศาเหนือ

d)

บริเวณละติจูด 15 องศาใต้

4.

พื้นผิวโลกบริเวณที่มีเมฆและละอองลอยมากในตอนกลางวัน ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ใด

a)

พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีความเข้มรังสีดวงอาทิตย์มากขึ้นกว่าปกติ

b)

ในตอนกลางคืน พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ

c)

ในตอนกลางวัน พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ

d)

พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีรังสีดวงอาทิตย์ผ่านมาได้มากขึ้นกว่าปกติ

5.

สิ่งใดในบรรยากาศที่ทำให้เกิดการสะท้อนและดูดกลืนรังสีคลื่นสั้นบางส่วนก่อนถึงพื้นผิวโลก

a)

เมฆ

b)

ละอองลอย

c)

แก๊สมีเทน

d)

แก๊สอาร์กอน

6.

อัตราส่วนรังสีสะท้อนจากพื้นผิววัตถุในข้อใดมีค่ามากที่สุด

a)

กระดาษขาวเรียบ

b)

ใบไม้สด

c)

ดิน

d)

ใบไม้แห้ง

7.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานจากดวงอาทิตย์

a)

ในแต่ละบริเวณของโลกจะมีอุณหภูมิเท่าๆกัน

b)

โลกจะส่งถ่ายความร้อนในรูปคลื่นแม่เหล็กสู่อวกาศ

c)

ในแต่ละบริเวณของโลกจะได้รับและสูญเสียพลังงานความร้อนแตกต่างกัน

d)

บริเวณศูนย์สูตรจะรับพลังงานจากดวงอาทิตย์มากกว่า

ที่สูญเสียไปสู่อวกาศ

8.

สัณฐานและแกนหมุนของโลกมีผลต่อการตกกระทบของรังสีจากดวงอาทิตย์อย่างไร

a)

รังสีที่ตกกระทบพื้นผิวโลกแต่ละบริเวณเท่ากัน ทำให้โลกเกิดสมดุลพลังงาน

b)

รังสีที่ตกกระทบพื้นผิวโลกแต่ละบริเวณแตกต่างกัน ทำให้โลกปลดปล่อยพลังงานออกสู่อวกาศมากขึ้น

c)

รังสีที่ตกกระทบพื้นผิวโลกแต่ละบริเวณแตกต่างกัน ทำให้แต่ละบริเวณมีอุณหภูมิแตกต่างกัน

d)

รังสีที่ตกกระทบพื้นผิวโลกแต่ละบริเวณเท่ากันทำให้บรรยากาศของโลกมีปริมาณแก๊สเรือนกระจกเพิ่มขึ้น

9.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

บริเวณที่มีเมฆปกคลุมมากจะทำให้บริเวณนั้นมีอุณหภูมิสูง

b)

แก๊สเรือนกระจกไม่มีผลต่อการรับพลังงานจากดวงอาทิตย์

c)

บริเวณที่มีฝุ่นละอองปกคลุมหนาแน่นจะทำให้บริเวณนั้นมีอุณหภูมิสูง

d)

รังสีจากดวงอาทิตย์ตกกระทบตั้งฉากกับพื้นผิวโลก จะมีความเข้มของรังสีมาก

10.

ปัจจัยใดมีผลต่อการรับและคายพลังงานจากดวงอาทิตย์

a)

ประชากร

b)

ลักษณะพื้นผิว

c)

การเปลี่ยนแปลงฤดูกาล

d)

การเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง

11.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสมดุลพลังงานของโลก

a)

พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่โลกได้รับจะมากกว่าพลังงานที่โลกปลดปล่อยกลับสู่อวกาศ

b)

พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่โลกได้รับจะน้อยกว่าพลังงานที่โลกปลดปล่อยกลับสู่อวกาศ

c)

พลังงานจากดวงอาทิตย์เฉลี่ยที่โลกได้รับจะเท่ากับพลังงานเฉลี่ยที่โลกปลดปล่อยกลับสู่อวกาศ

d)

พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่โลกได้รับจากกระบวนการดูดกลืนความร้อนจะน้อยกว่าพลังงานที่โลกปลดปล่อยกลับสู่อวกาศ

12.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

โลกมีสัณฐานคล้ายทรงกลมและแกนหมุนโลกเอียงประมาณ 23.5 องศากับ

เส้นตั้งฉากของระนาบการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์

b)

ถ้าพื้นดินและพื้นน้ำได้รับรังสีดวงอาทิตย์เท่ากัน พื้นน􀄞้ำจะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น

เร็วกว่าพื้นดินเนื่องจากดูดกลืนรังสีดวงอาทิตย์ได้ดีกว่า

c)

การแผ่รังสีเป็นการถ่ายโอนพลังงานที่เกิดขึ้นในอวกาศเท่านั้น

d)

บรรยากาศประกอบด้วยแก๊สชนิดต่าง ๆ และละอองลอยในปริมาณคงที่

13.

ดวงอาทิตย์แผ่รังสีในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นรังสีแบบใด

a)

รังสีคลื่นสั้น

b)

รังสีคลื่นยาว

c)

รังสีแกมมา

d)

รังสีเอ็กซ์

14.

ขนาดของมุมระหว่างแสงตกกระทบกับพื้นผิวเปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งใด

a)

เส้นศูนย์สูตร

b)

เส้นอาร์กติกเซอเคิล

c)

ละติจูด

d)

ลองจิจูด

15.

พลังงานช่วนคลื่นสั้น ที่โลกปล่อยกลับสู่อวกาศ อาศัยกระบวนการใด

a)

การสะท้อนรังสี

b)

การนำความร้อน

c)

การแผ่รังสี

d)

การเปลี่ยนสถานะของน้ำ

16.

พลังงานที่พื้นผิวโลกดูดกลืนไว้นั้น จะถูกปล่อยกลับออกมาในรูปรังสีใด และมีช่วงคลื่นแบบใด

a)

รังสีอินฟราเรด ช่วงคลื่นสั้น

b)

รังสีอินฟราเรด ช่วงคลื่นยาว

c)

รังสีอัตราไวโอเลต ช่วงคลื่นสั้น

d)

รังสีอัตราไวโอเลต ช่วงคลื่นยาว

17.

สิ่งใดทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศและพื้นผิวโลกในเวลากลางคืนไม่ลดลง

a)

การถ่การถ่ายโอนพลังงานความร้อนระหว่างบรรยากาศและพื้นโลก

b)

โลกไม่ได้ดูดกลืนพลังงานจากดวงอาทิตย์ไว้ทั้งหมด

c)

การสะท้อนรังสีช่วงคลื่นสั้นของบรรยากาศและพื้นผิวโลกออกสู่อวกาศ

d)

การดูดกลืนพลังงานความร้อนไว้โดยแก๊สเรือนกระจกและเมฆในบรรยากาศ

18.

พื้พื้นผิวโลกบริเวณที่มีเมฆและลองลอยมากในตอนกลางวันส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ใด

a)

พื้พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีความเข้มรังสีดวงอาทิตย์มากขึ้นกว่าปกติ

b)

ในตอนกลางคืนพื้นผิวโลก บริเวณนั้นจะมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ

c)

ในตอนกลางวันพื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ

d)

พื้พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีรังสีดวงอาทิตย์ผ่านมาได้มากขึ้นกว่าปกติ

19.

สิ่งใดในบรรยากาศที่ทำให้เกิด การสะท้อน กระเจิงและดูดกลืน รังสีคลื่นสั้นบางส่วนก่อนถึงพื้นผิวโลก

a)

เมฆ

b)

ละอองลอย

c)

แก๊สมีเทน

d)

แก็สอาร์กอน

20.

อัตราส่วนรังสีสะท้อนจากพื้นผิววัตถุในข้อใดมีค่ามากที่สุด

a)

กระดาษขาวขรุขระ

b)

ใบไม้สด

c)

ดิน

d)

กระดาษขาวเรียบ

21.

พลังงานที่พื้นผิวโลกดูดกลืนไว้จะถูกปล่อยกลับออกมาในรูปแบบรังสีใด

a)

รังสีเอ็กซ์

b)

รังสีอินฟราเรด

c)

รังสีแกมมา

d)

รังสีอันตาไวโอเลต

22.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรังสีดวงอาทิตย์ของพื้นผิวโลก

a)

สัณฐานโลก

b)

การตั้งตรงของแกนหมุนโลก

c)

เมฆและละอองเลย

d)

แก๊สเรือนกระจก

23.

อัลบิโดคืออะไร

a)

ความสามารถในการสะท้อนแสงของพื้นผิว

b)

ความสามารถในการดูดกลืนของแสง

c)

ความสามารถในการระเหยของน้ำในอากาศ

d)

ความสามารถในการดูดกลืนความร้อนของผิวโลก

24.

บรรยากาศมีทั้งไอน้ำ ฝุ่น เขม่า ละอองเกลือ และเมฆ นักเรียนคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ความเข้มรังสีดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลงได้อย่างไร

a)

ทำให้เกิดการดูดกลืนและการกระเจิงของรังสีคลื่นสั้นกลับสู่อวกาศและสะท้อนรังสีบางส่วนไว้

b)

ทำให้เกิดการสะท้อนและการกระเจิงของรังสีคลื่นสั้นกลับสู่อวกาศและดูดกลืนรังสีบางส่วนไว้

c)

ทำให้เกิดการหักเหและการกระเจิงของรังสีคลื่นยาวกลับสู่อวกาศและดูดกลืนรังสีบางส่วนไว้

d)

ทำให้เกิดการดูดกลืนของรังสีคลื่นยาวกลับสู่อวกาศและดูดกลืนรังสีคลื่นสั้นบางส่วนไว้

25.

ข้อใดเป็นแรงเสมือนของลมที่เกิดจากการที่โลก

หมุนรอบตัวเอง

a)

แรงที่เกิดจากความชันของความกดอากาศ

b)

แรงเสียดทาน

c)

แรงโน้มถ่วงโลก

d)

แรงคอลิออลิส

26.

แบบจำลองการหมุนเวียนอากาศแบบเซลล์เดียว

อาศัยปัจจัยสำคัญใดอธิบายการหมุนเวียนลักษณะนี้

a)

แรงคอลิออลิส

b)

แรงเสียดทาน

c)

แรงโน้มถ่วงโลก

d)

ความแตกต่างของอุณหภมิ

27.

ลมทะเลเกิดขึ้นได้อย่างไร

a)

อากาศเหนือเหนือพื้นน้ำและดินพัดเข้าหากัน

b)

อากาศเหนือพื้นดินพัดเข้าหาพื้นน้ำ

c)

อากาศเหนือพื้นทั้งสองไม่พัด

d)

อากาศเหนือน้ำพัดเข้าฝั่ง

28.

ลมที่เกิดบริเวณละติจูดที่ 30 องศา กับ 60 องศา คือการหมุนเวียนของลมเซลล์ชื่อว่าอย่างไร

a)

แฮดลีย์เซลล์

b)

เฟอร์เรลเซลล์

c)

โพลาร์เซลล์

d)

คอลิสออลิสเซลล์

29.

ความแตกต่างของความชั้นของอุณหภูมิอากาศน้อยมีผลต่อการเกิดลมอย่างไร

a)

ลมจะเคลื่อนที่เร็ว หรือลมแรงมาก

b)

ลมจะเคลื่อนที่เร็วมากๆ เหมือนลมพายุ

c)

ลมจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่มาก

d)

ลมจะเคลื่อนที่เอื่อย ๆ หรือลมพัดอ่อน ๆ

30.

ลมเคลื่อนที่ระหว่างขั้วโลก และเส้นศูนย์สูตรเป็นอย่างไร

a)

พัดจากบริเวณขั้วโลก ไปยังบริเวณเส้นศูนย์สูตร

b)

พัดจากเส้นศูนย์สูตร ไปยังบริเวณบริเวณขั้วโลก

c)

พัดจากชายฝั่งตะวันตก ไปยังเส้นศูนย์สูตร

d)

พัดจากชายฝั่งทั่วโลก ไปยังเส้นศูนย์สูตร

31.

การหมุนเวียนอากาศในแต่ละแถบละติจูดทำให้เกิดภูมิอากาศที่แตกต่างกัน ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

โพลาร์เซลล์ เกิด ภูมิอากาศแบบอบอุ่น

b)

แฮดลีย์เซลล์ เกิด ภูมิอากาศแบบร้อนชื้น

c)

เฟอร์เรลเซลล์ เกิด ภูมิอากาศแบบแห้งแล้ง

d)

เฟอร์เรลเซลล์ เกิด ภูมิอากาศแบบหนาวเย็น

32.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการหมุนเวียนของอากาศ

a)

เคลื่อนที่จากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ

b)

เคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำไปยังบริเวณที่มีความกดอากาศสูง

c)

อากาศเหนือบริเวณความกดอากาศต่ำจะมีการจมตัวลง

d)

อากาศเหนือบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงมีการยกตัวขึ้น

33.

บริเวณใดมีอากาศแห้งแล้งกว่าบริเวณอื่น

a)

บริเวณใกล้ศูนย์สูตร

b)

บริเวณละติจูด 30 องศา

c)

บริเวณละติจูด 45 องศา

d)

บริเวณละติจูด 60 องศา

34.

ข้อใดถูกต้อง

a)

อากาศที่มีอุณหภูมิต่ำจะมีความหนาแน่นน้อยกว่าอากาศที่มีอุณหภูมิสูง

b)

บริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าบริเวณโดยรอบจะเป็นบริเวณที่มีความกดอากาศสูง

c)

ลมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลมที่พัดจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปตะวันออกเฉียงเหนือ

d)

เมื่อมองจากขั้วโลกเหนือจะเห็นโลกหมุนรอบตัวเองในทิศทางตามเข็มนาฬิกา

35.

จากรูป ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

อากาศจากบริเวณ (ข) ยกตัวไปยังบริเวณ (ค)

b)

อากาศจากบริเวณ (ก) เคลื่อนตัวไปยังบริเวณ (ง)

c)

อากาศเคลื่อนที่จากบริเวณ (ก) ไปยังบริเวณ (ข)

d)

อากาศเคลื่อนที่จากบริเวณ (ค) ไปยังบริเวณ (ง)

36.

อากาศจากขั้วโลกเหนือเคลื่อนที่เบนลงมาบริเวณละติจูด 60 องศาเหนือ จัดเป็นลมชนิดใด

a)

ลมตะวันตก

b)

ลมตะวันออก

c)

ลมตะวันตกเฉียงใต้

d)

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ

37.

ข้อใดถูกต้อง

a)

บริเวณศูนย์สูตร อากาศมีการจมตัว

b)

บริเวณละติจูดที่ 30 องศา อากาศมีการยกตัว

c)

บริเวณละติจูดที่ 45 องศา อากาศมีการจมตัว

d)

บริเวณละติจูดที่ 60 องศา อากาศมีการยกตัว

38.

ลมค้าเคลื่อนที่ระหว่างละติจูดใด

a)

0 - 30N และ 0 - 30S

b)

0 - 60N และ 0 - 60S

c)

30N - 60N และ 30S - 60S

d)

60N - 90N และ 60S - 90S

39.

ร่องความกดอากาศต่ำ (intertropical convergence

zone, ITCZ) หรือ ร่องมรสุม เกิดภูมิอากาศแบบใด

a)

ภูมิอากาศแบบแห้งแล้ง

b)

ภูมิอากาศแบบร้อนชื้น

c)

ภูมิอากาศแบบอบอุ่น

d)

ภูมิอากาศหนาว

40.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

โลกมีสัณฐานคล้ายทรงกลมและแกนหมุนโลกเอียงประมาณ 23.5 องศา กับ เเส้นตั้งฉากของระนาบการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์

b)

ถ้าพื้นดินและพื้นน้ำได้รับรังสีดวงอาทิตย์เท่ากัน พื้นน้ำจะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเร็วกว่าพื้นดินเนื่องจากดูดกลืนรังสีดวงอาทิตย์ได้ดีกว่า

c)

การแผ่รังสีเป็นการถ่ายโอนพลังงานที่เกิดขึ้นในอวกาศเท่านั้น

d)

บรรยากาศแบบประกอบไปด้วยแก๊สชนิดต่างๆและละอองลอยในปริมาณคงที่