wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Exam Part III

Total questions: 60

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นความหมายของการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

a)

กระบวนการที่ทำให้ทราบว่ามีการระบาดของโรคเกิดขึ้น

b)

การติดตามสังเกต พินิจ พิจารณา การเปลี่ยนแปลงของการเกิด การกระจายของโรค

c)

กิจกรรมที่ทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับองค์ประกอบของการเกิดโรค

d)

กระบวนการเกิดโรคทุกระยะตั้งแต่การป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้น หรือ ป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น

2.

ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

a)

เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ

b)

เพื่อให้สามารถค้นพบความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

c)

เพื่อเป็นแนวทางในการก่าหนดมาตรฐานการควบคุมและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ

d)

เพื่อทราบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของกรเกิดโรคภัยไข้เจ็บหรือปัญหาสาธารณสุข

3.

ข้อใดไม่ใช่ การระบาดของโรค

a)

การเกิดโรคมากกว่าปกติ

b)

มีผู้ป่วยเป็นโรคที่ไม่เคยพบมาก่อน 1 ราย

c)

ความถี่ของการเกิดโรคมีค่าใกล้เคียงอัตราที่คาดไว้

d)

การมีโรคเกิดขึ้นกับคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปใน ระยะเวลาอันสั้น

4.

ข้อใดเป็นระบบเฝ้าระวังที่มีการรายงานแบบต่อเนื่องเป็นประจำ

a)

Passive Surveillance

b)

Active Surveillance

c)

Active Surveillance

d)

Special Surveillance

5.

ข้อใดไม่สัมพันธ์กับการเกิดการระบาดของโรค

a)

สาเหตุของโรค

b)

เวลาที่ได้รับเชื้อ

c)

ความถี่ของการได้รับเชื้อ

d)

สถานที่ที่ได้รับเชื้อหรือสถานที่ที่ก่อโรค

6.

นิสิตหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เกิดอาหารเป็นพิษหลังจากที่ได้รับประทานอาหารร่วมกันในงานเลี้ยงโดยมีอาการมากกว่า 2 คน เรียกลักษณะของการระบาดดังกล่าวว่าอย่างไร

a)

Epidemic

b)

Outbreak

c)

Endemic

d)

Common source

7.

ข้อใดเป็นลักษณะของกราฟการระบาดของโรคที่มีแหล่งก่อโรคร่วมกัน (Common Source Epidemic or Point Epidemic)

a)

กราฟที่มียอดเดียว และฐานกวาง มีลักษณะขึ้นช้าลงช้า

b)

กราฟที่มียอดเดียว และฐานแคบ มีลักษณะขึ้นช้าลงช้า

c)

กราฟที่มียอดเดียว และฐานแคบ มีลักษณะขึ้นเร็วลงเร็ว

d)

กราฟที่มียอดเดียว และฐานกวาง มีลักษณะขึ้นเร็วลงเร็ว

8.

ข้อใดคือนิยามของ Common Source Epidemic

a)

เป็นการระบาดที่เกิดขึ้นเฉพาะส่วน เฉพาะกลุ่มโรค เฉพาะสถานที่ หลังจากมีกิจกรรมด้วยกัน

b)

เป็นการระบาดที่กว้างขวางมากกว่าที่คาดหมายในช่วงเวลาเดียวกัน

c)

เป็นการระบาดของโรคที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ได้รับเชื้อของกลุ่มคนพร้อมๆกัน ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จากแหล่งเดียวกัน

d)

เป็นการระบาดของโรคที่เกิดขึ้นระยะเวลายาวนาน เนื่องจากมีการถ่ายทอดเชื้อโรคจากบ่อเกิดโรค หรือรังโรค

9.

ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์การสอบสวนการระบาด

a)

เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและการระบาดของโรค

b)

เพื่อแสดงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการถ่ายทอดโรค

c)

เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการระบาด

d)

เพื่อหาแนวทางพัฒนาระบบเฝ้าระวังให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

10.

ข้อใดไม่ใช้ลักษณะการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

a)

การติดตามเฝ้าระวังผู้สัมผัสโรค

b)

การติดตามการเกิดโรคบางโรคที่สำคัญ

c)

การติดตามเฝ้าระวังการกระจายของโรค

d)

การติดตามลักษณะการเกิด การกระจายของโรค

11.

ผู้สัมผัสโรคหมายถึงข้อใด

a)

ที่เข้าใกล้บริเวณที่ผู้ป่วยอยู่อาศัย

b)

ผู้ที่สัมผัสตัวผู้ป่วย

c)

ผู้ที่มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วย ทั้งภายในบ้านและในชุมชนเดียวกัน

d)

ผู้ที่มีอาการคล้าย หรือเหมือนกันกับผู้ป่วย

12.

การระบาดของโรคมักจะยืนยันว่าเกิดโรคระบาดขึ้นแล้วจากอะไร

a)

การป่วยในขณะนั้นมีเกิน 10 คนต่อสัปดาห์

b)

อัตราป่วยในขณะนั้นสูงกว่าที่เคยมีมาก่อนหน้านั้น

c)

การป่วยในขณะนั้นมีมากเกินกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี

d)

การตรวจทางห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่พบเป็นผลบวก

13.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคที่มีแหล่งก่อโรคร่วมกัน

a)

เกิดจากปัจจัยที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน

b)

เป็นการระบาดของโรคที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

c)

เป็นการระบาดของโรคที่เกิดขึ้นในระยะเวลายาวนาน

d)

การได้รับเชื้อของกลุ่มคนพร้อมๆกันในเวลาใกล้เคียงกัน

14.

ข้อใดเป็นขั้นตอนการดำเนินงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

a)

รายงานผู้ป่วย รวบรวม นำเสนอ และสรุปข้อมูล

b)

ซักประวัติ ตรวจร่างกาย บันทึกข้อมูล และนำเสนอข้อมูล

c)

รวบรวมข้อมูล บันทึกข้อมูล วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล

d)

รวบรวมข้อมูล เรียบเรียง วิเคราะห์แปลผล และกระจายข้อมูล

15.

ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการสอบสวนเฉพาะรายได้ถูกต้อง

1. ควบคุมโรค

2. เขียนรายงาน

3. เก็บวัตถุตัวอย่างส่งตรวจ

4. รวบรวมข้อมูลการป่วยของผู้ป่วย

5. ค้นหาขอบเขตการกระจายของโรค

a)

4-5-1-3-2

b)

4-5-3-1-2

c)

5-4-1-3-2

d)

5-4-3-1-2

16.

การนำเสนอข้อมูลทางระบาดวิทยาในรูปแบบใดที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะการกระจายของผู้ป่วยในพื้นที่ได้ชัดเจนที่สุด

a)

Spot map

b)

Area map

c)

ตาราง

d)

กราฟ

17.

ข้อใดเหมาะสมในการนำเสนอจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกของประเทศไทยในรอบ 10 ปี

a)

กราฟเส้น

b)

แผนภูมิแท่ง

c)

แผนภูมิวงกลม

d)

แผนภูมิรูปภาพ

18.

ลักษณะการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาข้อใดถูกต้อง

a)

Epidemiological surveillance การติดตามการเกิดโรค

b)

Personal surveillance เป็นการติดตามเฝ้าระวังผู้สัมผัสโรค

c)

Disease surveillance การติดตามลักษณการกระจายโรคของประชาชน

d)

ถูกทุกข้อ

19.

เหตุผลสำคัญของการแจกแจงข้อมูลตาม บุคคล สถานที่ และเวลา คือข้อใด

a)

ยืนยันกลุ่มประชากรที่เสี่ยงโรค

b)

หาสถานที่ที่น่าจะเป็นแหล่งสัมผัสโรค

c)

พิสูจน์สถานการณ์ที่การแพร่กระจายโรคอาจจะเกิดขึ้นได้

d)

หาข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การตั้งสมมติฐานของแหล่งโรคและการแพร่กระจายโรค

20.

ข้อใดไม่ใช่ ข้อมูลเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

a)

รายงานการป่วย รายงานการตาย

b)

รายงานการสำรวจทางระบาดวิทยา

c)

การรวบรวมข้อมูล รายงานการสืบสวนสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย

d)

ไม่มีข้อถูก

21.

ข้อใดคือความหมายของการเฝ้าระวังโรค

a)

การสังเกต

b)

การรวบรวมข้อมูล

c)

การติดตามการเกิดโรค

d)

การสังเกตอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง

22.

ข้อใด คือหัวใจที่สำคัญของการสอบสวนการระบาดของโรค

a)

หาผู้ป่วยเพิ่มเติม

b)

ยืนยันผลการวินิจฉัย

c)

การควบคุมการระบาด

d)

ทำการศึกษาระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์

23.

หลักการสำคัญที่สุดของการเก็บสิ่งส่งตรวจ ที่จะส่งผลต่อการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการได้อย่างถูกต้อง

a)

เก็บถูกชนิด ถูกที่ ถูกเวลา ใส่ในภาชนะที่เหมาะสม และส่งตรวจอย่างรวดเร็ว

b)

เก็บถูกที่ ถูกวิธี ถูกเวลา ใส่ในภาชนะสะอาดปราศจากเชื้อ และส่งตรวจอย่างรวดเร็ว

c)

เก็บถูกที่ ถูกวิธี ถูกเวลา ใส่ในอาหารเก็บรักษาเชื้อที่เหมาะสม และส่งตรวจอย่างรวดเร็ว

d)

เก็บถูกชนิด ถูกที่ ถูกวิธี ถูกเวลา ใส่ในอาหารเก็บรักษาเชื้อที่เหมาะสม และส่งตรวจอย่างรวดเร็ว

24.

ข้อใดเป็นกิจกรรมที่สำคัญมากในการสอบสวนโรค เพื่อยืนยันสาเหตุของการเกิดโรค

a)

การเฝ้าระวังโรค

b)

การติดตามผู้สัมผัสโรค

c)

การคำนวณระยะฟักตัว

d)

การเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

25.

การเฝ้าระวังโรคเอดส์ ที่หลายประเทศได้จัดตั้งระบบการเฝ้าระวังเป็นการเฝ้าระวังแบบใด

a)

Active Surveillance

b)

Passive Surveillance

c)

Special Surveillance

d)

Sentinel Surveillance

26.

ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลการเฝ้าระวัง

a)

การเปรียบเทียบ

b)

การหาความแตกต่าง

c)

การวิเคราะห์การเกิดโรค

d)

การประเมินความมีนัยสำคัญ

27.

การเฝ้าระวังโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นระบบการเฝ้าระวังแบบใด

a)

Active Surveillance

b)

Passive Surveillance

c)

Special Surveillance

d)

Sentinel Surveillance

28.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นวิธีการใช้ในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยของชุมชนโดยทั่วไป

a)

การสังเกต แบบทดสอบ วิเคราะห์ข้อมูล ทัศนคติ

b)

การสังเกต การสัมภาษณ์ ทัศนคติ วิเคราะห์ข้อมูล

c)

การสังเกต การสัมภาษณ์ แบบสอบถาม แบบทดสอบ

d)

การสังเกต การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล แบบทดสอบ

29.

ข้อใดคือวิธีการกำจัดหรือลดเชื้อโรค

a)

การฆ่าเชื้อโรคในแหล่งโรคภายนอกร่างกาย

b)

การกำจัดน้ำเสียและขยะ

c)

การกำจัดสัตว์และแมลงนำโรค

d)

การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงาน

30.

ข้อใดเป็นวิธีการระงับกระบวนการก่อโรค

a)

การกำจัดน้ำเสียและขยะ

b)

แยกกักผู้ป่วยและผู้สงสัยไม่ให้แพร่เชื้อ

c)

การวินิจฉัยและให้การรักษาผู้ป่วยที่ถูกต้องโดยเร็ว

d)

การควบคุมแหล่งกำเนิดปัจจัยเสี่ยง

31.

ข้อใดคือสาเหตุของการระบาดของโรคที่มีแหล่งก่อโรคร่วมกันหรือได้รับเชื้อในเวลาใกล้เคียงกัน

a)

การสัมผัสมือกัน

b)

การหายใจร่วมกัน

c)

การพูดคุยกันในระยะประชิด

d)

การร่วมรับประทานอาหารปนเปื้อนโรคร่วมกัน

32.

ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของการเปรียบเทียบหาความแตกต่างของประชากร

a)

ความแตกต่างด้านสถานที่อยู่อาศัย

b)

ความแตกต่างของประชาการกลุ่มพิเศษ

c)

ความแตกต่างด้านคุณลักษณะส่วนบุคคลของประชากร

d)

ความแตกต่างของประชากรกลุ่มใหญ่ และกลุ่มที่มีลักษณะเฉพาะ

33.

ข้อใดเป็นความสำคัญของอัตราผู้ป่วยตายในงาน ระบาดวิทยา

a)

ขนาดของปัญหา

b)

ความสำคัญของปัญหา

c)

ความรุนแรงของปัญหา

d)

ความเร่งด่วนของปัญหา

34.

ข้อใดคือเครื่องมือที่ใช้ในการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

a)

เครื่องมือที่ในการกระจายข้อมูลทางระบาดวิทยา

b)

เครื่องมือที่ใช้ในการนำเสนอข้อมูลทางระบาดวิทยา

c)

เครื่องมือที่ใช้ในการเรียบเรียงข้อมูลทางระบาดวิทยา

d)

ไม่มีข้อใดถูก

35.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญในการเขียนรายงานผลการสอบสวน

a)

แผนการเดินทางไปยังพื้นที่เป้าหมาย

b)

วิธีการสอบสวนและผลการสอบสวน

c)

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการสอบสวน

d)

ข้อสรุปและข้อเสนอแนะเพื่อการควบคุมและป้องกัน

36.

ข้อใดเป็นการกระทำกับข้อมูลเพื่อให้ได้ค่าสถิติที่ใช้แสดงลักษณะของสิ่งที่ศึกษาเพื่อหาความสัมพันธ์

a)

Presentation

b)

Interpretation

c)

Data Collection

d)

Data Analysis

37.

ข้อใดคือความผิดปกติของการเกิดโรคที่ไม่ต้องมีการสอบสวนโรค

a)

เป็นไข้ติดต่อกัน 3 วัน

b)

มีอาการเกิดโรคมากกว่าปกติ

c)

การระบาดนั้นมีผลต่อคนจำนวนมาก

d)

พบว่าโรคที่เกิดขึ้นมีอาการทางคลินิกรุนแรงกว่าที่เคยเป็น

38.

การเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลต้องอาศัยความรู้และหลักการทางระบาดวิทยาด้านใด

a)

ระบาดวิทยาเชิงวิจัย

b)

ระบาดวิทยาเชิงทดลอง

c)

ระบาดวิทยาเชิงพรรณนา

d)

ระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์

39.

ข้อใดคือระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาที่เป็นระบบเฝ้าระวังพิเศษ

a)

การเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม

b)

การเฝ้าระวังในการแข่งขันกีฬา

c)

การเฝ้าระวังโรคอุจจาระร่วงอย่างแรง

d)

ถูกทุกข้อ

40.

ข้อใดเป็นเกณฑ์ที่สำคัญในการวิเคราะห์และแปลผลรายงานการเฝ้าระวัง

a)

อุบัติการณ์ของโรค

b)

การกระจายของโรค

c)

อัตราตายของผู้ป่วย

d)

ความชุกของการเกิดโรค

41.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในขั้นตอนการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม

a)

เพื่อหาขอบเขตการกระจายของโรค

b)

เพื่อหาขนาดปัญหาที่ต้องดำเนินการควบคุมโรค

c)

สามารถทำการค้นหาได้ 2 วิธี คือ การค้นหาเชิงรับ และการค้นหาเชิงรุก

d)

ในการค้นหาเชิงรุก ค้นหาได้โดยการสอบถามจากแพทย์ คลินิก หรือ ห้อง lab

42.

ข้อใดไม่ใช่โรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ทำการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย

a)

โรคคอตีบ

b)

โรคตับอักเสบ

c)

โรคอหิวาตกโรค

d)

โรคอุจจาระร่วง

43.

ข้อใดไม่ใช่เครือข่ายงานในการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาในระดับอำเภอ

a)

โรงพยาบาลชุมชน

b)

สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ

c)

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

d)

คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ (คปสอ.)

44.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญในการเขียนรายงานผลการสอบสวน

a)

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการสอบสวน

b)

วิธีการสอบสวนและผลการสอบสวน

c)

ข้อสรุปและข้อเสนอแนะเพื่อการควบคุมและป้องกัน

d)

แผนการเดินทางไปยังพื้นที่เป้าหมาย

45.

ข้อใดคือระบบเฝ้าระวังเฉพาะกิจ

a)

การเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม

b)

การเฝ้าระวังในการแข่งขันกีฬา

c)

การเฝ้าระวังโรคอุจจาระร่วงอย่างแรง

d)

การเฝ้าระวังโรคในนักท่องเที่ยวต่างชาติ

46.

ข้อใดคือหลักการป้องกันควบคุมโรค

a)

กำจัดที่ต้นเหตุ

b)

ตัดการถ่ายทอดโรค

c)

สร้างเสริมความต้านทานให้กับผู้ที่เสี่ยงต่อโรคและภัย

d)

ถูกทุกข้อ

47.

การพยากรณ์การเกิดโรคล่วงหน้า วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของการเกิดโรค เพื่อเตรียมการป้องกันและควบคุมโรคล่วงหน้า ประสานงานต่างประเทศ เป็นงานของเครือข่ายการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาระดับใด

a)

ระดับตำบล

b)

ระดับอำเภอ

c)

ระดับจังหวัด

d)

ระดับประเทศ

48.

การเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่สถานพยาบาลเป็นการเฝ้าระวังแบบใด

a)

sentinel suveillance

b)

passive suveillance

c)

active suveillance

d)

ไม่มีข้อถูก

49.

ข้อใด ไม่ใช่ การสอบสวนโรคทางระบาดวิทยา

a)

เพื่อให้ทราบปัจจัยเสี่ยง

b)

เพื่อให้ทราบสาเหตุของการเกิดโรค

c)

เพื่อให้ทราบกลไกการเกิดแพร่ระบาด

d)

เพื่อให้ทราบอาการและความรุนแรงของโรค

50.

ระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ที่นิยมนำมาใช้ในการสอบสวนโรคคือข้อใด

a)

Cohort Study

b)

Ecological Study

c)

Case – control Study

d)

Cross – sectional Study

51.

ข้อใดไม่ใช่บทบาทของสำนักระบาดวิทยา

a)

พยากรณ์การเกิดโรคล่วงหน้า

b)

ศูนย์กลางการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

c)

กำหนดนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุข

d)

ถูกทุกข้อ

52.

ข้อใดไม่ใช่ทีม SRRT ส่วนกลาง

a)

ทีมกรมแพทย์ทหาร

b)

ทีมประจำสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม

c)

ศูนย์บริการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร

d)

ทีมประจำสำนักวิชาการส่วนกลางของกรมควบคุมโรค

53.

ข้อใดไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของเครือข่ายเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT)

a)

จัดตั้งระบบเฝ้าระวังเพื่อติดตามการเกิดโรค

b)

เฝ้าระวังโรคติดต่อ ที่แพร่ระบาดรวดเร็วรุนแรง

c)

สอบสวนควบคุมป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

d)

เตรียมพร้อมรับภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร

54.

ข้อใด คือความหมายของการตรวจจับการระบาด

a)

กระบวนการที่ทำให้ทราบว่ามีการระบาดเกิดขึ้น การสอบสวนโรคและควบคุมการระบาดได้ทันเหตุการณ์

b)

การดำเนินงานหรือกิจกรรมที่ให้ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับองค์ประกอบของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บและเหตุการณ์ผิดปกติที่เป็นปัญหาสาธารณสุข

c)

การดำเนินการต่อกระบวนการเกิดโรคทุกระยะ ตั้งแต่การป้องกันไม่ให้มีโรคเกิดขึ้น หรือป้องกันไม่ให้มีความรุนแรง

d)

การดำเนินงานที่ติดตาม สังเกต พินิจพิจารณา ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของการเกิด การกระจาย และ สิ่งกำหนดของโรคภัยและเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาสาธารณสุข รวมทั้งปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง

55.

ข้อใด ไม่ใช่ บทบาทภารกิจของทีม SRRT

a)

ควบคุมโรคจนเสร็จสมบูรณ์

b)

สอบสวนโรคอย่างมีประสิทธิภาพทันการณ์

c)

เฝ้าระวังโรคติดต่อที่แพรระบาดรวดเร็วและรุนแรง

d)

แลกเปลี่ยนข้อมูลเฝ้าระวังโรคและร่วมมือกันเป็นเครือข่าย

56.

ข้อใดเป็นขั้นตอนในการประเมินและวินิจฉัยชุมชนที่ถูกต้อง

a)

เก็บรวบรวมข้อมูล เตรียมชุมชน วิเคราะห์ข้อมูล วินิจฉัยปัญหาสุขภาพอนามัยชุมชน

b)

เตรียมชุมชน เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล วินิจฉัยปัญหาสุขภาพอนามัยชุมชน

c)

เตรียมชุมชน วิเคราะห์ข้อมูล วินิจฉัยปัญหาสุขภาพอนามัยชุมชน เก็บรวมรวมข้อมูล

d)

เตรียมชุมชน วิเคราะห์ข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูล วินิจฉัยปัญหาสุขภาพอนามัยชุมชน

57.

ข้อใดเป็นมาตรการระวังป้องกันตัวที่มีประสิทธิผลมากที่สุด

a)

การแยกกัก

b)

การดูแลรักษา

c)

การทำลายเชื้อ

d)

การระวังป้องกันตัวทั่วไป

58.

ข้อใดเป็นความสำคัญของการกักกันโรค

a)

เพื่อกำจัดผู้อาจสัมผัสโรค

b)

เพื่อกำจัดโรคระบาดจากแหล่งแพร่เชื้อรวม

c)

เพื่อจำกัดการเดินทางของผู้สัมผัสโรค ที่ไปสัมผัสกับผู้ป่วยในระยะติดต่อ

d)

ถูกทุกข้อ

59.

ข้อใดเป็นมาตรการป้องกันโรคระบาดที่แพร่จากแหล่งแพร่เชื้อรวม

a)

การสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน

b)

การมีส่วนร่วมของชุมชน

c)

ลดแหล่งแพร่เชื้อและตัดตอนการแพร่เชื้อ

d)

ถูกทุกข้อ

60.

ข้อใดไม่ใช่ ขั้นตอนของการสอบสวนโรค

a)

ทำลายแหล่งเชื้อโรค

b)

ศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา

c)

การมีผู้ป่วยตาม เวลา สถานที่ บุคคล

d)

ศึกษาผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อการป้องกัน ควบคุมโรค