wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ วิชา ทักษะในศตวรรษที่ 21 เพื่อชีวิตและอาชีพ

Total questions: 60

Worksheet time: 3585secs

Name
Class
Date
1.

ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ 3R ในทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อผู้เรียนทุกคนต้องมีในศตวรรษที่ 21

a)

Reading คือ สามารถอ่านออก

b)

Writing คือ สามารถเขียนได้

c)

Arithmetic คือ มีทักษะในการคำนวณ

d)

Critical thinking คือ คิดวิเคราะห์แยกแยะ

2.

สเต็มศึกษา (STEM Education) เป็นโครงการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งบูรณาการศาสตร์วิชาใดเข้าด้วยกัน

a)

ภูมิศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์

b)

ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี

c)

คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หุ่นยนต์ เทคโนโลยี

d)

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์

3.

ครูที่มีคุณภาพในศตวรรษที่ 21 มีคุณลักษณะอย่างไร

a)

สอนโดยสื่อทันสมัยใช้ห้องสตูดิโอ

b)

สร้างทักษะและเจตคติให้กับผู้เรียน

c)

มีความทันสมัยรู้ก้าวทันเทคโนโลยี

d)

สอนให้จบในชั้นเรียนไม่มีการบ้าน

4.

นักเรียนในศตวรรษที่ 21 ควรมีทักษะชีวิตแบบใด

a)

มีการร่วมมือกันทำงานแบบสายพาน

b)

ร่วมมือโดยสร้างเอกลักษณ์ตนเองในเชิงแข่งขัน

c)

มีความร่วมมือแบบสร้างสรรค์ตัวเราและผู้อื่นเข้าด้วยกัน

d)

ร่วมมือกันแบบโดยใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยสร้างผลงานให้กลุ่มโดดเด่น

5.

การจัดการเรียนรู้โดยเรียนที่บ้านทำการบ้านที่โรงเรียน คำว่า “ทำการบ้านที่โรงเรียน” เน้นที่ ขั้นตอนใด

a)

ขั้นสร้างความเข้าใจ

b)

ขั้นการขยายความรู้

c)

ขั้นการคิดวิเคราะห์

d)

ขั้นการทดสอบความรู้

6.

ข้อใด ไม่ใช่ หลักการหรือปัจจัยสำคัญด้านการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

a)

การเรียนรู้ที่แท้จริง (Authentic learning)

b)

เหตุผลเชิงตรรกะ (Logical Reasoning)

c)

พหุปัญญา (Multiple Intelligence)

d)

การเรียนรู้เป็นกิจกรรมทางสังคม (Social Learning)

7.

ข้อใด ไม่ใช่ จิต (Mind) ที่จะนำพามนุษย์ไปสู่การเป็นสุดยอดผู้นำหรือยอดคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ

a)

จิตท้าทาย (Challenge Mind)

b)

จิตรู้สังเคราะห์ (Synthesizing Mind)

c)

จิตสร้างสรรค์ (Creative Mind)

d)

จิตรู้จริยธรรม (Ethics Mind)

8.

ข้อใด ไม่ใช่ องค์ประกอบของ 4Cs

a)

การคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking)

b)

การเปรียบเทียบ (Comparison)

c)

การร่วมมือ (Collaboration)

d)

ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

9.

ข้อใด ไม่ใช่ อุปนิสัยสำคัญต่อการประกอบอาชีพในอนาคต

a)

การปรับตัวได้ (Adaptability)

b)

ความเป็นผู้นำ (Leadership)

c)

ความตระหนักในด้านสังคมและวัฒนธรรม (Social and Cultural Awareness)

d)

การแบ่งปันข้อมูล (Share Information)

10.

อาชีพในข้อใด ใช้ทักษะด้านคณิตศาสตร์และทักษาด้านสังคมสูง

a)

แรงงาน (Laborers)

b)

พยาบาลวิชาชีพ (Licensed Practical Nurses)

c)

ผู้จัดการทางการเงิน (Financial Managers)

d)

นักคณิตศาสตร์ (Mathematicians)

11.

ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง

a)

อำนาจจินตนาการของมนุษย์ในการที่สามารถสร้างผลผลิตใหม่ๆ

b)

ความคิดหลายทิศทาง หลายแง่ หลายมุม คิดไว้ได้กว้างไกล

c)

ความสามารถของบุคคลที่จะสังเกตเห็น รับรู้ เข้าใจและมีปฏิกิริยาตอบสนองด้วย

d)

ถูกทุกข้อ

12.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์

a)

เป็นผู้นำ

b)

เจ้าระเบียบ

c)

ยอมรับและสนใจสิ่งแปลกๆ

d)

ไม่ชอบทำตามอย่างผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผล

13.

ข้อใดเป็นสิ่งซึ่งกีดขวางและสกัดกั้นความคิดสร้างสรรค์

a)

ความมีน้ำอดน้ำทน

b)

การยึดอยู่กับระเบียบแบบแผน ความนิยมชมชอบของคนส่วนมาก

c)

ความกระตือรือร้น กล้าคิด กล้าแสดงออก

d)

ความนับถือตนเอง และเชื่อมั่นในตนเอง

14.

ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการมีความคิดสร้างสรรค์

a)

การนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ทั้งต่อตนเอง สังคม ประเทศชาติและโลก

b)

ทำให้สังคมเกิดความเจริญก้าวหน้า

c)

ส่งเสริมคุณลักษณะที่ดี ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจของบุคคล

d)

สร้างความสามัคคีในสังคม หรือองค์กรต่างๆ

15.

หลักในการคิดสร้างสรรค์ประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

คิดให้ลึกซึ้ง

b)

คิดให้ได้ปริมาณมาก

c)

คิดในแง่มุมที่แปลกแตกต่าง

d)

ถูกทุกข้อ

16.

ความพอใจที่จะทำสิ่งที่ซับซ้อนมักควบคู่มากับสิ่งใด

a)

ความพยายาม อุตสาหะ

b)

ความอยากรู้อยากเห็น

c)

ความเป็นระเบียบ

d)

ความช่างสังเกต

17.

ความคิดแบบใดที่ทำให้เกิดการคิดค้น ประดิษฐ์สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ

a)

ความคิดริเริ่ม

b)

ความคิดจินตนาการ

c)

ความคิดยืดหยุ่น

d)

ถูกทุกข้อ

18.

ข้อใดเป็นอุปสรรคในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์

a)

ความไม่สามารถที่จะใช้ประสาทสัมผัส ตา หู จมูก และกายสัมผัสช่วยในการสังเกตได้

b)

กฎเกณฑ์ของสังคมซึ่งกำหนดให้บุคคลต้องมีพฤติกรรมอยู่ในกรอบระเบียบแบบแผน

c)

การมุ่งเน้นในเรื่องการแข่งขัน หรือความร่วมมือกันมากเกินไป

d)

ถูกทุกข้อ

19.

การคิดใดที่คิดอย่างรอบคอบ ไตร่ตรอง โดยอาศัยข้อมูล หลักฐาน เพื่อการตัดสินใจ ลงข้อสรุป หรือแก้ปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

a)

การคิดวิเคราะห์

b)

การคิดเชิงวิพากษ์

c)

การคิดแก้ปัญหา

d)

การคิดอย่างมีเหตุผล

20.

ข้อใดเป็นองค์ประกอบแรกที่ใช้ในการคิดเชิงวิพากษ์

a)

การใช้เหตุผลหรือตรรกะ

b)

การตัดสินใจเกี่ยวกับความเชื่อ

c)

การคิดอย่างรอบคอบและมีเป้าหมาย

d)

การประยุกต์ใช้กับปัญหาที่เกิดขึ้น

21.

ข้อใดเป็นองค์ประกอบแรกที่ใช้ในการคิดเชิงวิพากษ์

a)

การคิดเชิงวิพากษ์ไม่จำเป็นต้องมีการตัดสินใจทุกครั้ง

b)

การคิดเชิงวิพากษ์ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตลอดการดำเนินชีวิต

c)

การคิดเชิงวิพากษ์ไม่จำเป็นต้องอาศัยความรู้ในเรื่องที่วิพากษ์

d)

การคิดเชิงวิพากษ์ต้องอาศัยความรู้ในเรื่องที่วิพากษ์

22.

ข้อใดเป็นความสำคัญของการคิดเชิงวิพากษ์

a)

หน่วยงาน องค์กร สถาบันอยู่อย่างสงบ

b)

คนทำงานได้อย่างเจริญก้าวหน้าและมีความสุข

c)

ลดจุดอ่อนของการคิดตามธรรมชาติของมนุษย์

d)

เกิดความคิดรวบยอดของการทำงานและการดำเนินชีวิต

23.

ข้อความใดตรงกับความหมายของการคิดเชิงวิพากษ์

a)

กระบวนการทางสติปัญญาที่ใช้ในการตัดสินใจ แก้ปัญหา และลงข้อสรุป

b)

กระบวนการทางสติปัญญาที่ใช้หาเหตุผลมาสนับสนุนการแก้ปัญหาและลงข้อสรุป

c)

กระบวนการทางสติปัญญาที่รอบคอบ ผ่านการไตร่ตรอง ใช้หลักฐานประกอบการตัดสินใจหรือลงข้อสรุป

d)

กระบวนการทางสติปัญญาที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาและการลงข้อสรุป

24.

ข้อใดไม่ได้เป็นประเภทของปัญหาที่แบ่งตามลักษณะ

a)

ปัญหาโดยทั่วไป

b)

ปัญหาทั่วไปในสถานการณ์เฉพาะ

c)

ปัญหาเฉพาะกิจที่เกิดในสถานการณ์หนึ่ง

d)

ปัญหาที่มาจากการโน้มน้าว

25.

สมรรถนะการจัดการปัญหา ประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง

a)

ทักษะการจัดการปัญหา

b)

ความรู้ความเข้าใจในปัญหา

c)

ทัศนคติที่มีต่อการจัดการปัญหา

d)

ถูกทุกข้อ

26.

ข้อใดเป็นผลที่เกิดต่อเนื่องจากการจัดการปัญหา

a)

การแก้ไขสิ่งต่างๆที่ผิดพลาด

b)

การจัดการกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

c)

การสร้างสรรค์ นวัตกรรมสิ่งใหม่ๆ

d)

ทำให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

27.

คุณสมบัติสำคัญที่ทำให้การจัดการปัญหาไม่ถูกยกเลิกระหว่างทาง

a)

เปิดใจรับความคิดใหม่ของบุคคลอื่น

b)

มุ่งมั่น อดทนในการจัดการปัญหา

c)

หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ในการจัดการปัญหา

d)

มีความคิดสร้างสรรค์ในการจัดการปัญหาตลอดเวลา

28.

ข้อใดสอดคล้องกับหลักการสร้างทางเลือกที่ชัดเจนในการจัดการปัญหา

a)

หลีกเลี่ยงการยึดติดกับวิธีการที่ตายตัว

b)

การแยกแยะสถานการณ์ต่าง ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นส่วน ๆ

c)

เปรียบเทียบสถานการณ์ใหม่กับสถานการณ์เก่าที่มีความคุ้นเคย

d)

คัดเลือกแนวทางและตัดสินใจตามลักษณะของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

29.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการสื่อสารระหว่างบุคคล (Interpersonal Communication)

a)

เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป

b)

ช่วยลดความกลัวในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้

c)

ช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับผู้อื่นได้

d)

เป็นศูนย์กลางที่ทำให้บุคลากรทุกคนรับรู้และเข้าใจในสิ่งเดียวกัน

30.

การสื่อสารที่เป็นศูนย์กลางที่ทำให้บุคลากรทุกคนรับรู้และเข้าใจในสิ่งเดียวกัน เป็นลักษณะของการสื่อสารรูปแบบใด

a)

การสื่อสารระหว่างบุคคล

b)

การสื่อสารภายในตนเอง

c)

การสื่อสารภายในองค์กร

d)

การสื่อสารภายนอกองค์กร

31.

ข้อใดคือทักษะสำคัญของผู้รับสารที่ช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

a)

สามารถใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

b)

มีความรู้รอบตัว

c)

มีประสบการณ์ในเรื่องที่จะทำการสื่อสาร

d)

มีความสามารถในการอ่าน การฟัง และการคิด

32.

Collaboration มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

กระบวนการคิดวิเคราะห์ ไตร่ตรองอย่างถึ่ถ้วนของสมาชิกทุกคนในกลุ่ม

b)

กระบวนการที่คนในกลุ่มแชร์ไอเดียความคิดของตนเองให้สมาชิกในกลุ่มรับฟัง

c)

กระบวนการคิด-วิเคราะห์-ลงมือทำตามความถนัดหรือหน้าที่ได้รับมอบหมาย

d)

กระบวนการที่คนในกลุ่มแชร์ไอเดียความคิดร่วมกันแล้วนำมาต่อยอดหารือ คิด-วิเคราะห์-ลงมือทำตามความถนัดหรือหน้าที่ได้รับมอบหมายจนนำไปสู่วิถีทางแก้ปัญหาใหม่ๆ ร่วมกัน

33.

ข้อใด ไม่ใช่ ทักษะการเข้าสังคม (Social Skills)

a)

มารยาทในการสนทนา

b)

การคิดวิเคราะห์ ไตร่ตรอง

c)

เคารพความคิดเห็นผู้อื่น

d)

ทักษะทางอารมณ์

34.

ทักษะการทำงานเป็นทีม (Collaborative Skill) สำหรับคนที่ทำงานอยู่ในองค์กรคือข้อใด

a)

เป็นได้ทั้งผู้นำและผู้ตามที่ดี แล้วแต่สถานการณ์

b)

กล้ามีส่วนร่วมกับโปรเจค แม้ไม่ใช่หน้าที่โดยตรง

c)

ลองแชร์ไอเดีย และแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนร่วมงาน

d)

สื่อสารไม่ตรงประเด็น ไม่ชัดเจน กำกวม

35.

มีเป้าหมายเหมือนกัน มีความตั้งใจที่จะบรรลุเป้าหมาย” เป็นลักษณะการทำงานร่วมกันแบบใด

a)

Dependent Collaboration

b)

Independent Collaboration

c)

Interdependent Collaboration

d)

Communication Collaboration

36.

ข้อใดไม่ใช่ ทักษะพื้นฐานในการทำงานร่วมกันในระดับสูง ที่จำเป็นต้องอาศัยทักษะการสื่อสาร และ การทำงานร่วมกันมากขึ้น

a)

Listening

b)

Emotional Intelligence

c)

Positive Outlook

d)

Teamwork

37.

Google ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ project based เป็นอย่างมาก โดยได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากพนักงานทุกคนในทุก สัปดาห์ ทำให้มีโปรเจคใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากไอเดียของพนักงานมากมาย และยังทำให้ทุกคนมีแรงจูงใจที่จะทำโปรเจคนั้นให้สำเร็จอีกด้วย เพราะเป็นงานที่ทุกคน เป็นเจ้าของโปรเจคร่วมกัน จากข้อความดังกล่าวเป็นทักษะการทำงานเป็นทีมข้อใด

a)

สื่อสารให้ตรงประเด็น ชัดเจน ไม่กำกวม

b)

กล้ามีส่วนร่วมกับโปรเจค แม้ไม่ใช่หน้าที่โดยตรง

c)

เป็นได้ทั้งผู้นำและผู้ตามที่ดี แล้วแต่สถานการณ์

d)

ลองแชร์ไอเดีย และแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนร่วมงาน

38.

การเรียนเป็นกลุ่ม มีข้อดีอย่างไร

a)

เด็กที่เรียนช้าจะมีพัฒนาการสูงขึ้น

b)

เด็กที่มีความสามารถปานกลางจะมีพัฒนาการสูงขึ้น

c)

เด็กที่เรียนเก่งและมีความสามารถปานกลางจะมีพัฒนาการสูงขึ้น

d)

เด็กที่เรียนช้าและมีความสามารถปานกลางจะมีพัฒนาการสูงขึ้น

39.

Collaboration Component ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญคือข้อใด

a)

บุคคล เวลา อุปกรณ์

b)

กระดาษจด หน้าจอมอนิเตอร์ กระดานไวท์บอร์ด

c)

การประชุม การพูดคุยวกวน จำนวนคน

d)

การทำงานร่วมกัน จำนวนคน ไอเดีย

40.

Teamwork คือ การทำงานร่วมกันในลักษณะใด

a)

การนำเสนอข้อมูลหรือแบ่งปันเรื่องราวให้บุคคลคนเดียว

b)

การนำนวัตกรรมที่เกิดจากการต่อยอดความคิดมาร่วมกัน

c)

การทำงานร่วมกัน การสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน เกิดความสามัคคีกัน

d)

การสื่อสารร่วมกัน แบ่งปันความคิดร่วมกัน

41.

“การสร้างสรรค์ความคิดและพลังในการทำงานเกิดขึ้นได้จากสภาวะร่วมมือที่ไม่ได้วางแผน” แนวคิดดังกล่าวเป็นของใคร

a)

Zappos

b)

Steve Jobs

c)

Tony Hsieh

d)

Pixar

42.

มีความหมายตรงกับข้อใดจิตตปัญญาศึกษา (Contemplative Education)

a)

กระบวนการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตนเองโดยการพัฒนาจากด้านใน

b)

กระบวนการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตนเองโดยการพัฒนาจากด้านนอก

c)

กระบวนการคิดด้วยการเรียนรู้ด้วยใจที่มุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตนเองโดยการพัฒนาจากด้านใน

d)

กระบวนการคิดด้วยการเรียนรู้ด้วยใจที่มุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตนเองโดยการพัฒนาจากด้านนอก

43.

รากฐานแห่งจิตตปัญญาประกอบด้วยแนวคิดข้อใด

a)

แนวคิดความยั่งยืน แนวคิดเชิงมนุษยนิยม แนวคิดบนฐานเชิงบูรณาการ

b)

แนวคิดยุคใหม่ แนวคิดเชิงมนุษยนิยม แนวคิดบนฐานเชิงบูรณาการ

c)

แนวคิดเชิงศาสนา แนวคิดเชิงมนุษยนิยม แนวคิดบนฐานเชิงบูรณาการ

d)

แนวคิดโรแมนติค แนวคิดเชิงมนุษยนิยม แนวคิดบนฐานเชิงบูรณาการ

44.

ข้อใดไม่ใช่ การฝึกผ่านรากฐานของการสื่อสารและเชื่อมโยง จากแผนภาพ The Tree of Contemplative Practices

a)

การฝึกผ่านการสงบนิ่ง

b)

การฝึกผ่านกระบวนการเชิงสร้างสรรค์

c)

การฝึกผ่านการเคลื่อนไหว

d)

การฝึกผ่านการลงมือปฏิบัติ

45.

จิตตปัญญาศึกษา ก็คือการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญ โดยมีแนวทางการศึกษาเกี่ยวกับข้อใด

a)

Dependent – Based

b)

Critical – Based

c)

Interdependent – Based

d)

Communication – Based

46.

การสอนให้รู้จักตัวเอง รู้จักการเสียสละ ให้ผลักดันสังคมให้ก้าวหน้าด้วยมือของเรา คือแนวทางการศึกษาข้อใด

a)

Creative – Based

b)

Critical – Based

c)

Responsibility – Based

d)

Productivity – Based

47.

กระบวนการเอาใจใส่จิตใจในกระบวนการเรียนรู้ สามารถทำได้ในลักษณะตามข้อใด

a)

การรู้คุณค่า

b)

การฟังอย่างลึกซึ้ง

c)

การทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น

d)

การเรียนรู้

48.

ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Community) เป็นสิ่งสำคัญของกระบวนการจิตตปัญญา ข้อใดคือเหตุผลในองค์ประกอบหลักของการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง

a)

ปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างสมาชิกกลุ่ม

b)

การจัดการเรียนการสอน

c)

ความรักความเมตตา

d)

การศึกษาเพื่อการตื่นรู้

49.

รูปแบบกิจกรรมตามแนวจิตตปัญญาศึกษาที่นำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนคือข้อใด

a)

ความรัก

b)

สร้างสรรค์สิ่งใหม่

c)

ความเมตตา

d)

การฝึกฟังอย่างตั้งใจ

50.

MINDS คืออะไร

a)

การสืบค้นกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสม

b)

กระบวนการเรียนรู้และการปฏิบัติ

c)

การเบิกบานผ่อนคลาย

d)

การมีจิตตั้งมั่นและเป็นกลาง

51.

การนำทักษะ Contemplate ไปใช้ในชีวิตประจำวันและปรับใช้กับการจัดการเรียนการสอนมีผลดีต่อตนเองอย่างไร

a)

การรู้จักตนเอง

b)

ความขัดแย้งลดลง

c)

การตั้งคำถามย้อนกลับ

d)

การปฏิบัติที่เปลี่ยนไป

52.

ข้อใด ไม่ใช่ ทักษะชีวิต

a)

จัดการกับปัญหา

b)

เลือกปฏิบัติ

c)

เจตคติ

d)

ความรู้

53.

ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ และประเมินปัญหาหรือสถานการณ์ที่อยู่รอบตัวที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต คือทักษะชีวิตข้อใด

a)

ทักษะการตัดสินใจ

b)

ทักษะการแก้ปัญหา

c)

ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

d)

ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

54.

ทักษะชีวิตเผยแพร่โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร

a)

ความสุข

b)

ความรู้

c)

รู้จักการปรับตัว

d)

การเผชิญหน้า

55.

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสังคมโลก เพื่อให้คนเกิดการพัฒนาตนเองโดยการใช้หลักการใด

a)

ความคิด การปรับตัว การตัดสินใจ การสื่อสาร การจัดการอารมณ์ การแก้ปัญหา

b)

ความคิด ความรู้ การตัดสินใจ การสื่อสาร การจัดการอารมณ์ การแก้ปัญหา

c)

ความคิด การปรับตัว เจตคติ การสื่อสาร การจัดการอารมณ์ การแก้ปัญหา

d)

ความคิด การปรับตัว การตัดสินใจ ความสุข การจัดการอารมณ์ การแก้ปัญหา

56.

ทักษะชีวิตคือสิ่งที่เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับการเพิ่มขีดความสามารถของวัยรุ่น จากข้อความด้งกล่าว ข้อใดเป็นการพัฒนาทักษะชีวิต

a)

การคิดริเริ่มสร้างสรรค์

b)

การฝึกฝน

c)

การควบคุมพฤติกรรม

d)

ความยืดหยุ่น

57.

การฝึกทักษะการตัดสินใจ คือข้อใด

a)

สรุปประเด็นปัญหา > จัดการกับความรู้สึก > ไม่ควรรับข้อมูลมากเกินไป > พิจารณาทางเลือกหลายๆ ทาง > คำนึงถึงผลดีผลเสีย > ตัดสินใจเลือกว่าจะเลือกแบบใด

b)

กำหนดปัญหาที่ชัดเจน > จัดการกับความรู้สึก > ไม่ควรรับข้อมูลมากเกินไป > พิจารณาทางเลือกหลายๆ ทาง > คำนึงถึงผลดีผลเสีย > ตัดสินใจเลือกว่าจะเลือกแบบใด

c)

รู้จักตั้งคำถาม > จัดการกับความรู้สึก > ไม่ควรรับข้อมูลมากเกินไป > พิจารณาทางเลือกหลายๆ ทาง > คำนึงถึงผลดีผลเสีย > ตัดสินใจเลือกว่าจะเลือกแบบใด

d)

ใส่ใจเอาใจใส่ผู้อื่น > จัดการกับความรู้สึก > ไม่ควรรับข้อมูลมากเกินไป > พิจารณาทางเลือกหลายๆ ทาง > คำนึงถึงผลดีผลเสีย > ตัดสินใจเลือกว่าจะเลือกแบบใด

58.

ทักษะ 5Cs นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงาน ส่วนของ C3 คือข้อใด

a)

Creativity and Innovation

b)

Critical Thinking and Problem Solving

c)

Collaboration

d)

Communication

59.

บทบาทครูกับการเรียนรู้แบบใหม่ คือ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เรียกหลักการเรียนรู้นี้ว่าอะไร

a)

รู้จริงต้องมาจากการลงมือทำ ลงมือปฏิบัติ

b)

คนไม่ได้ปฏิบัติ จึงไม่รู้จริง

c)

คนรู้จริงไม่ได้พูด

d)

คนไม่รู้จริงพูดจากทฤษฎี

60.

ถ้าถามว่าทักษะในชีวิตอะไรสำคัญที่สุด

a)

การสืบค้นกระบวนการเรียนรู้

b)

การคิดริเริ่มสร้างสรรค์

c)

แรงบันดาลใจที่จะเรียนรู้

d)

การมีจิตตั้งมั่นและเป็นกลาง