wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โรคติดต่อที่สามารถป้องกันได้ด้วยการเสริมภูมิคุ้มกันโรค

Total questions: 21

Worksheet time: 6mins

Name
Class
Date
1.

รูปนี้เป็นลักษณะอาการของโรคใด

a)

Pololisis

b)

Poliomyelitis

c)

Mumps

d)

Pertussis

2.

รูปนี้เป็นลักษณะอาการของโรคใด (พบแผ่นเยื่อขาวบริเวณทอลซิน และลิ้นไก่)

a)

Tetanus

b)

Measles

c)

Diphtheria

d)

Pertussis

3.

รูปนี้เป็นลักษณะอาการของโรคใด

a)

Cervical Cancer

b)

Breast Cancer

c)

Japanese encephalitis

d)

Rubella

4.

การคัดกรองโรค เป็นการป้องกันระดับใด

a)

การป้องกันระดับปฐมภูมิ

b)

การป้องกันระดับทุติยภูมิ

c)

การป้องกันระดับตติยภูมิ

d)

การป้องกันระดับสมรภูมิ

5.

การส่งเสริมสุขภาพ เป็นการป้องกันระดับใด

a)

การป้องกันระดับปฐมภูมิ

b)

การป้องกันระดับทุติยภูมิ

c)

การป้องกันระดับตติยภูมิ

d)

การป้องกันระดับสมรภูมิ

6.

ข้อใดไม่ใช่ Innate immunity (ระบบภูมิคุ้มกันที่ติดตัวมาแต่กำเนิด)

a)

ผิวหนัง

b)

การไอ

c)

แมโครเฟจ (macrophages)

d)

วัคซีน เซรุ่ม ท็อกซอย

7.

สิ่งแปลกปลอม (เช่น ไวรัส แบคทีเรีย) คำศัพท์ภาษาอังกฤษเขียนอย่างไร

(a)  

8.

เชื้อ Human Immunodeficiency Virus (HIV) ในผู้ป่วยโรคเอดส์ จะไปทำลายเซล์ภูมิคุ้มกันชนิดใด

a)

CD4

b)

CD8

c)

Natural killer cell

d)

IgA

9.

วัคซีนพิษสุนัขบ้า ผลิตอย่างไร

a)

ทำจากเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์

b)

ทำจากบางส่วนของไวรัส ที่ทำให้ตายแล้ว

c)

ทำจากไวรัสทั้งตัว ที่ทำให้ตายแล้ว

d)

ท็อกซอยด์ (toxoid)

10.

ข้อใด คือ Passive immunity ชนิดได้รับโดยตรงโดยที่ไม่ได้สร้างขึ้นเอง

a)

ภูมิต้านทานต่อเชื้ออีสุกอีใส

b)

วัคซีน

c)

ผ่านน้ำนม/รก

d)

เซรุ่ม

11.

ข้อใด คือ Passive immunity ชนิดเกิดภูมิคุ้มกันจากการได้รับแอนติบอดี(Antibody)

a)

ภูมิต้านทานต่อเชื้ออีสุกอีใส

b)

วัคซีน

c)

ผ่านน้ำนม/รก

d)

เซรุ่ม

12.

ข้อใด คือ Active immunity ชนิดเกิดภูมิคุ้มกันภายหลังจากการติดเชื้อตามธรรมชาติ

a)

ภูมิต้านทานต่อเชื้ออีสุกอีใส

b)

วัคซีน

c)

ผ่านน้ำนม/รก

d)

เซรุ่ม

13.

ข้อใดไม่ใช่วัคซีนพื้นฐาน (EPI program)

a)

วัคซีนวัณโรค(BCG)

b)

วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (LAJE)

c)

วัคซีนหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR)

d)

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine)

14.

เมื่ออายุ แรกเกิด ควรได้รับวัคซีนใดบ้าง ตาม EPI program

a)

HB1, Hib1

b)

HB1, BCG

c)

OPV1

d)

MMR1

15.

เมื่ออายุ 9 เดือน ควรได้รับวัคซีนใดบ้าง ตาม EPI program

a)

HB1, Hib1

b)

HB1, BCG

c)

OPV1

d)

MMR1

16.

ตาม EPI program จะเริ่มให้วัคซีนโรต้า (Rota 1) ครั้งที่ 1 เมื่อเด็กอายุเท่าไหร่

a)

แรกเกิด

b)

1 เดือน

c)

2 เดือน

d)

1 ปี

17.

ตาม EPI program วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV1 และ HPV2) จะฉีดเมื่อเด็กผู้หญิงอายุเท่าไหร่ และระหว่างเข็ม 1 และ 2 ต้องฉีดห่างกันกี่เดือน

a)

ฉีดอายุ 9 เดือน, ห่างกัน 9 เดือน

b)

ฉีดอายุ 11-12 ปี (ป.5), ห่างกัน 6 เดือน

c)

ฉีดอายุ 11-12 ปี (ป.5), ห่างกัน 3 เดือน

d)

ฉีดอายุ 13-14 ปี (ป.6), ห่างกัน 6 เดือน

18.

วัคซีน DTP ฉีดป้องกันโรคอะไรบ้าง

a)

วัณโรค, โรคบาดทะยัก, โรคโปลิโอ

b)

โรคหัด, คางทูม, หัดเยอรมัน

c)

โรคคอตีบ, โรคบาดทะยัก, โรคโปลิโอ

d)

โรคคอตีบ, โรคบาดทะยัก, โรคไอกรน

19.

โรคติดเชื้อฮิบ(HIB) เกิดจากการติดเชื้ออะไร

a)

Human immunodeficiency virus type b

b)

Human Papilloma Virus type b

c)

Haemophilus influenzae type b

d)

Hippopotamus influenzae type b

20.

ไข้สมองอักเสบ (Japanese encephalitis : JE) ติดต่อได้โดยสัตว์/แมลงนำโรคชนิดใด และสัตว์ใดเป็นแหล่งรังโรคที่สำคัญ

a)

ยุงลาย/หมู

b)

ยุงรำคาญ/หมู

c)

ยุงลาย/วัว

d)

ยุงรำคาญ/วัว

21.

รูปนี้เป็นลักษณะอาการของโรคใด (ตัวเหลือง ตาเหลือง)

a)

Cervical Cancer

b)

Tuberculosis

c)

Diphtheria

d)

Hepatitis B