wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบหมุนเวียนเลือดและน้ำเหลือง

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

1. สัตว์ที่มีโครงสร้างร่างกายไม่ซับซ้อน มีการลำเลียงสารโดยวิธีการใด

a)

ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด

b)

ระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด

c)

ลำเลียงผ่านเซลล์ที่สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง

d)

ลำเลียงโดยอาศัยการสูบฉีดของหัวใจ

2.

2.สัตว์ชนิดใดมีการลำเลียงสารผ่านสิ่งเเวดล้อมโดยตรง

a)

ไฮดรา

b)

ไส้เดือน

c)

แมลง

d)

กุ้ง

3.

3. ข้อใดเป็นลักษณะของระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด

a)

เลือดอยู่ในหลอดเลือดตลอดเวลา

b)

เลือดแทรกซึมอยู่ตามเนื้อเยื่อ

c)

พบในไส้เดือนดิน เป็นต้น

d)

ของเหลวที่อยู่นอกหลอดเลือดเรียกว่า lymph node

4.

4. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบหมุนเวียนเลือดของไส้เดือนดิน

a)

มีช่องเปิดบริเวณหลอดเลือดกับเนื้อเยื่อ

b)

มี pseusoheart

c)

มีการสูบฉีดเลือดจากหลอดเลือดด้านบนสู่ด้านล่าง

d)

มีหลอดเลือดขยายขนาดทำหน้าที่คล้ายหัวใจ

5.

5. สัตว์ใดข้อใดต่อไปนี้มีหัวใจ 3 ห้อง

a)

ปลา

b)

จระเข้

c)

กบ

d)

กิ้งก่า

6.

ุ6. ข้อใดเป็นเหตุผลที่สนับสนุนข้อเท็จจริงที่ว่า ปลาเป็นสัตว์ที่มีความดันเลือดค่อนข้างต่ําเมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์มีกระดูกสันหลังอื่นๆ

a)

ปลามี systemic circulation ผ่านเหงือก

b)

ปลามีระบบไหลเวียนเลือดแบบ single-loop circulation

c)

ปลาต้องใช้พลังงานสูงในการหายใจเนื่องจากอาศัยอยู่ในน้ําซึ่งมีความหนาแน่นสูง

d)

ปลามีกลไกการแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างเหงือกกับน้ําแบบ countercurrent exchange

7.

7. ข้อใดเป็นลักษณะของสัตว์ที่มีหัวใจ 3 ห้อง

a)

มีการไหลของเลือดแบบ single circulation

b)

มีช่องว่าเชือมต่อกันระหว่างห้อง ventricle ล่าง

c)

หัวใจรับเลือดที่มีออกซิเจนต่ำเท่านั้น

d)

มีเลือดดีและเลือดเสียปนกันที่หัวใจห้องล่าง

8.

8. พิจารณาข้อความต่อไปนี้

ก. เลือดที่ผ่านหัวใจปลาเป็นเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนต่ําเสมอ

ข. การแลกเปลี่ยนแก๊สของกบจะเกิดขึ้นได้ทั้งที่ปอดและผิวหนัง ส่วนของสัตว์เลื้อยคลานเกิดได้เฉพาะที่ปอด

ค. นกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะไม่มีการปนกันของเลือดที่มีออกซิเจนสูงและเลือดที่มีออกซิเจนต่ํา

ข้อความใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

b)

ก และ ข

c)

ก และ ค

d)

ข และ ค

e)

ก ข และ ค

9.

9.จากแผนภาพแสดงระบบไหลเวียนของสัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดหนึ่ง

หมายเลข 1 คือโครงสร้างใด และหมายเลข 2 เป็นเลือดชนิดใด

a)

atrium และ เลือดที่มีออกซิเจน มาก

b)

atrium และ เลือดที่มีออกซิเจน น้อย

c)

ventricle และ เลือดที่มีออกซิเจน มาก

d)

ventricle และ เลือดที่มีออกซิเจน น้อย

10.

10. การตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดใด ที่ส่งผลทําให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและอาจหัวใจวายได้

a)

พัลโมนารีอาร์เทอรี

b)

พัลโมนารีเวน

c)

เอออร์ตา

d)

โคโรนารีอาร์เทอรี

11.

11. เมื่อหลอดออกจากหัวใจห้องล่างจะถูกลำเลียงไปยังปอดโดยหลอดเลือดใด

a)

พัลโมนารีเวน

b)

พัลโมนารีอาร์เทอรี

c)

พัลโมนารีเซมิลูนาร์

d)

โคโรนารีอาร์เทอรี

12.

12. ลิ้นหัวใจห้องใดที่กั้นระหว่างหัวใจห้องบนขวาและห้องล่างขวา

a)

ลิ้นไบคัสปิด

b)

ลิ้นไตรคัสปิด

c)

ลิ้นเออร์ติกเซมิลูนาร์

d)

ลิ้นพัลโมนารีเซมิลูนาร์

13.

13. ลิ้นที่กั้นระหว่างหัวใจห้องบนซ้ายและห้องล่างซ้ายคือข้อใด

a)

ลิ้นไตรคัสปิด

b)

ลิ้นไบคัสปิด

c)

ลิ้นเอออร์ติกเซมิลูนาร์

d)

ลิ้นพัลโมนารีเซมิลูนาร์

14.

14. ข้อใดเป็นลิ้นที่กั้นระหว่างหัวใจห้องล่างขวากับหลอดเลือดที่จะลำเลียงไปยังปอด

a)

ลิ้นไบคัสปิด

b)

ลิ้นไตรคัสปิด

c)

ลิ้นพัลโมนารีเซมิลูนาร์

d)

ลิ้นเอออร์ติกเซมิลูนาร์

15.

15. หลอดเลือดใดที่นำเลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ

a)

Aorta

b)

pulmonary vein

c)

coronary artery

d)

inferior venacava

16.

16. หัวใจห้องใดมีกล้ามเนื้อที่สุด

a)

right ventricle

b)

left ventricle

c)

right atrium

d)

left atrium

17.

17.ถ้าลิ้นหัวใจ bicuspid รั่ว จะเกิดเหตุการณ์ใด

a)

diastolic pressure เพิ่มขึ้น

b)

diastolic pressure ลดลง

c)

systolic pressure เพิ่มขึ้น

d)

systolic pressure ลดลง

18.

18. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับความดันเลือดและความเร็วในการไหลของเลือดในหลอดเลือด

a)

ความดันเลือดใน arteriole สูงกว่าใน artery

b)

ความเร็วของเลือดใน arteriole ต่ํากว่าใน artery

c)

ความดันเลือดใน vein สูงกว่าใน venule

d)

ความเร็วเลือดใน vein ต่ำกว่าใน venule

19.

19. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหลอดเลือด vein

a)

มีพื้นที่หน้าตัดเยอะที่สุด

b)

มีลิ้นกั้นภายใน

c)

มีความดันต่ำ

d)

เคลื่อนที่โดยอาศัยการบีบตัวของกล้ามเนื้อ

20.

20. ถ้าจะวัดชีพจร และบริจาคเลือดควรใช้หลอดเลือดใด ตามลำดับ

a)

vein และ vein

b)

vein และ artery

c)

artery และ vein

d)

artery และ artery

21.

21. หลอดเลือดที่นำเลือดจากศีรษะเข้าสู่หัวใจ คือหลอดเลือดชนิดใด

a)

inferior venacava

b)

superior venacava

c)

hepatic portal vein

d)

hepatic vein

22.

22. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับหลอดเลือด artery

a)

มีลิ้นกั้น

b)

เป็นสาเหตุของอาการเส้นเลือดขอด

c)

มีผนังหนา ยืดหยุ่นสูง

d)

แรงดันต่ำ

23.

23. การบันทึกสัญญาณทางไฟฟ้าของหัวใจ สามารถบันทึกได้เป็นกราฟ เรียกว่าอะไร

a)

electrocardiogram

b)

pacemaker

c)

SA node

d)

stethoscope

24.

24. ความดันเลือด120 / 80 mmHg มีความหมายตามข้อใด

a)

120 คือความดันเลือดต่ำสุดขณะหัวใจคลายตัว

b)

120 คือความดันเลือดสูงสุดขณะหัวใจบีบตัว

c)

80 คือความดันเลือดสูงสุดขณะหัวใจบีบตัว

d)

120 คือ diastolic pressure

25.

25. การวัดชีพจรสามารถวัดจากหลอดเลือดเวนได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ไม่ได้ เพราะมีความดันต่ำ

b)

ไม่ได้ เพราะมีผนังบาง

c)

ได้ เพราะมีพื้นที่หน้าตัดมาก

d)

ได้ เพราะมีเลือดกระทบลิ้นกั้นเป็นจังหวะ

26.

26. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่มีผลต่อความดันเลือด

a)

เพศ

b)

อายุ

c)

รูปร่าง

d)

น้ำหนัก

27.

27. โรคใดไม่ได้มีสาเหตุมาจาก การรับประทานอาหารที่มีลิพิดและคาร์โบไฮเดรตสูง ไม่ออกกำลังกาย ความเครียด สูบบุหรี่

a)

โรคหลอดเลือดแดงเเข็ง

b)

หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน

c)

โรคหลอดเลือดสมองแตก

d)

โรคเลือดไม่แข็งตัว

28.

29. ข้อใดไม่ลักษะของเซลล์เม็ดเลือดแดง

a)

สร้างจากตับ ม้าม และไขกระดูก

b)

ไม่มีนิวเคลียส

c)

ถูกทำลายที่ม้ามและไขกระดูก

d)

ประกอบด้วยฮีโมโกลบิน

29.

30. การที่เซลล์เม็ดเลือดแดงไม่มีนิวเคลียสและกลมแบน ตรงกลางบุ๋ม เหมาะสมต่อหน้าที่อย่างไร

a)

สร้างฮีโมโกลบินได้ดี ทำให้เลือดมีสีแดง

b)

ทำให้เป็นโรคธาลัสซีเมีย

c)

ทำให้ย้อมติดสีได้ดี

d)

เพิ่มพื้นที่ผิวในการแลกเปลี่ยนแก๊ส

30.

30. เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใดไม่มีแกรนูล

a)

eosinopill

b)

monocyte

c)

basopill

d)

neutrophill

31.

31. เซลล์เม็ลเลือดขาวชนิดใดทำหน้าที่เกี่ยวกับอาการแพ้ต่อสิ่งกระตุ้น

a)

monocytel

b)

lymphocyte

c)

basophill

d)

eosinophill

32.

32. เซลล์เม็ดลเือดขาวชนิดใด ใช้ในการวินิจฉัยโรค AIDS ได้

a)

monocyte

b)

lymphocyte

c)

eosinophill

d)

neutrophill

33.

33. เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใดมีแกรนูลสีม่วงชมพู ทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมโดยวิธีฟาโกไซโทซิส

a)

neutrophil

b)

basophil

c)

monocyte

d)

lymphocyte

34.

34. เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใดทำหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างภูมิคุ้มกัน

a)

basophil

b)

monocyte

c)

lymphocyte

d)

eosinophil

35.

35. การสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวผิดปกติ ทำให้เกิดโรคใด

a)

โลหิตจางชนิดซิคเกิลเซลล์

b)

เอดส์

c)

ลิวคีเมีย

d)

ฮีโมฟีเลีย

36.

36. เกล็ดเลือดถูกสร้างขึ้นที่ใด

a)

ตับ

b)

ม้าม

c)

หลอดเลือด

d)

ไขกระดูก

37.

37. ข้อใดเป็นหน้าที่ของเกล็ดเลือด

a)

ทำให้เลือดแข็งตัว

b)

ทำให้เลือดไม่จาง

c)

ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแข็งแรง

d)

ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว

38.

38. การเปลี่ยนไฟบริโนเจนให้เป็นไฟบรินต้องอาศัยปัจจัยใด

a)

โพรทรอมบิน

b)

ทรอมบิน

c)

วิตามินเค

d)

แคลเซียม

39.

39. ไฟบริโนเจนพบได้ที่ใด

a)

ผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง

b)

เซลล์ม็ดเลือดขาว

c)

พลาสมา

d)

เกล็ดเลือด

40.

40. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคฮีโมฟีเลีย

a)

เมื่อเกิดบาดแผลเลือดจะเสียเลือดมาก

b)

ผู้ชายมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้หญิง

c)

ไม่สามรถสร้างสารที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดได้เพียงพอ

d)

เป็นลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนบนโครโมโซมเพศ

41.

41. ปลิงและทากดูดเลือด สามารถดูดเลือดได้นานโดยเลือดไม่มีการแข็งตัว เพราะเหตุใด

a)

หลั่งสารฮิรูดิน

b)

หลั่งสารฮิสตามีน

c)

หลั่งสารฮีโมไซยานิน

d)

หลั่งสารอัลบูมิน

42.

42. หากมีอาการผิดปกติที่อวัยวะใดที่ทำให้การสร้างโปรตีนและเอนไซม์หลายชนิดที่ทำหน้าที่ในการแข็งตัวของเลือดผิดปกติด้วย

a)

ไต

b)

ตับ

c)

หัวใจ

d)

หลอดลเือด

43.

43. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหน้าที่ของโปรตีนที่พบในพลาสมา

a)

อัลบูมิน เกี่ยวกับการรักษาแรงดันออสโมติก

b)

อิมมูโนโกลบูลิน เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน

c)

ไฟบริโนเจน เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด

d)

ฮิรูดิน เกี่ยวกับการลำเลียงของเสีย เช่น ยูเรีย

44.

44. แอนติเจน อยู่ในบริเวณใด

a)

พลาสมา

b)

โปรตีน

c)

ผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง

d)

ผิวเซลล์เม็ดเลือดขาว

45.

45. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับหมู่เลือด AB

a)

มีแอนติเจน A เท่านั้น

b)

มีแอนติเจน B เท่านั้น

c)

เลือดที่รับได้คือหมู่เลือด A B และ AB

d)

ไม่มีแอนติบอดี A และ B

46.

46. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับหมู่เลือดโอ

a)

มีแอนติเจนที่ผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง

b)

รับเลือดจากทุกหมู่เลือดได้

c)

มีแอนติบิดี A และ B

d)

มีแอนติเจน A และ B

47.

47. การให้และรับเลือดนั้นแอนติเจนของผู้ให้ต้องไม่ตรงกับแอนติบอดีของผู้รับ เพราะเหตุใด

a)

จะทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงเกาะกันเป็นก้อน

b)

จะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวตกตะกอน

c)

ทำให้เลือดเป็นพิษ

d)

ทำให้สร้างแอนติบอดีต่อต้านขึ้นมา

48.

48. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับหมู่เลือดระบบ Rh

a)

ผู้ที่มี Rh+ มีแอนติเจน Rh ในพลาสมา

b)

ผู้มี่ Rh+ มีแอนติเจน Rh ที่ผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง

c)

ผู้ที่มี Rh- มีการสร้างแอนติบอดี Rh ขึ้นมา

d)

คนไทยส่วนใหญ่มี Rh-

49.

49. การเกิด อีรีโทรบลาสโทซิสฟีทาลิส จะเกิดขึ้นเมื่อแม่และลูกในครรภ์มีหมู่เลือดแบบใด ตามลำดับ

a)

Rh+ และ Rh+

b)

Rh+ และ Rh-

c)

Rh- และ Rh-

d)

Rh- และ Rh+

50.

50. เมื่อแม่ Rh- และลูกมี Rh+ จะส่งผลอย่างไร

a)

แม่จะสร้างแอนติเจน Rh ที่ผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง

b)

แม่จะสร้างแอนติบอดี Rh ทำให้เป็นอันตรายต่อลูกคนแรกได้

c)

แม่จะสร้างแอนติบอดี Rh ทำให้เป็นอันตรายต่อลูกคนที่สอง

d)

แม่จะสร้างแอนติเจน Rh ทำให้เป็นอันตรายต่อลูกคนที่สอง

51.

51. เมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอม สมองส่วนใดจะควบคุมอุณหภูมิรา่งกายให้สูงกว่าปกติ

a)

พอนส์

b)

ไฮโพทาลามัส

c)

ซีรีบรัม

d)

เมดัลลาออบลองกาตา

52.

52. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของร่างกายเมื่อมีอากาศหนาว

a)

อัตราเมตาบอลิซึมต่ำ

b)

หลอดเลือดที่ผิวหนังหดตัว

c)

ร่างกายมีอาการสั่น

d)

เส้นขนตั้งชันลดการระบายความร้อน

53.

53. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของร่างกายเมื่ออากาศร้อน

a)

อัตราเมตาบอลิซึมลดลง

b)

หลอดเลือดที่ผิวหนังหดตัว

c)

หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัว

d)

เส้นขนเอนราบเพื่อระบายความร้อน

54.

54. เมื่อเลือดไหลออกจากหลอดเลือดฝอยจะเรียกว่าอะไร

a)

lymph

b)

lymph node

c)

blood

d)

interstitial fluid

55.

55. ข้อใดเป็นลักษณะของน้ำเหลือง

a)

มีเซลล์เม็ดเลือดแดงอยู่ด้วย

b)

มีส่วนประกอบคล้ายเลือด

c)

มีเซลล์เม็ดเลือดขาวอยู่ด้วย

d)

มีโปรตีนขนาดใหญ่เหมือนในเลือด

56.

56. ข้อใด ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหลอดน้ำเหลือง

a)

ลำเลียงโดยอาศัยการบีบตัวของกล้ามเนื้อ

b)

ทำหน้าที่ลำเลียงไขมัน

c)

มีความดันต่ำ

d)

มีทิศทางการไหลเวียนผ่านตับก่อนเข้าสู่หัวใจ

57.

58. ข้อใดไม่ใช่อวัยวะในระบบน้ำเหลือง

a)

ต่อมน้ำเหลือง

b)

ไขกระดูก

c)

ม้าม

d)

ตับ

58.

58. -ข้อใดเป็น Primary lymphoid organ

a)

ต่อมทอนซิล

b)

ต่อมน้ำเหลือง

c)

ต่อมไทมัส

d)

ม้าม

59.

59. น้ำเหลืองจะไหลเข้าสู่หัวใจโดยโครงสร้างใด

a)

หลอดน้ำเหลือง

b)

ต่อมน้ำเหลือง

c)

หลอดเลือดแดง

d)

หลอดเลือดดำ

60.

ุ60. น้ำเหลือง(Iymph) และเลือด(Blood) แตกต่างกัน คือข้อใด

a)

ไม่มีออกซิเจน

b)

ไม่มีคาร์บอนไดออกไซค์

c)

ไม่มี แอนติบอดี้

d)

ไม่มีฮีโมโกลบิน