NEW
Font size
Worksheetsกลอนดอกสร้อย
Total questions: 20
Worksheet time: 10mins
ผู้แต่งกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าคือใคร
ทอมัส เกรย์
เสฐียรโกเศศ
พระยาอนุมานราชธน
พระยาอุปกิตศิลปสาร
อ่านกลอนดอกสร้อยต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๒ ถึง ๕
“วังเอ๋ยวังเวงหง่างเหง่ง! ย่ำค่ำระฆังขาน
ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน
ชาวนาเหนื่อยอ่อนต่างจรกลับ ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน
ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล และทิ้งตนตูเปลี่ยวอยู่เดียวเอย”
๒. ถ้านักเรียนไม่ทราบที่มาของเรื่องมาก่อน อ่านกลอนดอกสร้อยนี้แล้วจะคิดอย่างไร
ความอ้างว้างวังเวงของท้องทุ่งนาเมืองไทยเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน
บุคคลผู้นั่งพินิจธรรมชาติยามสนธยาในป่าช้าของวัดชนบทแห่งหนึ่ง
บุคคลผู้นั่งพินิจธรรมชาติยามสนธยาในป่าช้าของวัดชนบทแห่งหนึ่งในอังกฤษ
ความอ้างว้างวังเวงของท้องทุ่งนาที่เมืองสโตกโปจส์ ประเทศอังกฤษเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
กลอนดอกสร้อยวรรคแรกมี ๔ คำ
กลอนดอกสร้อยต้องจบบทด้วยคำว่า เอย
กลอนดอกสร้อย ๑ บทมี ๔ คำกลอนหรือ ๘ วรรค
ถูกต้องทุกข้อ
คำประพันธ์บทนี้แสดงความรู้สึกด้านใดออกมามากที่สุด
เศร้าหมอง
วิตกกังวล
ว้าเหว่ เดียวดาย
กลัวหวาดผวา
ข้อใดใช้เสียงธรรมชาติเป็นสื่อทำให้เกิดจินตภาพ
บาทที่ ๑
บาทที่ ๒
บาทที่ ๓
บาทที่ ๔
๔. บาทที่ ๔
อ่านกลอนดอกสร้อยต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๖-๘
สกุลเอ๋ยสกุลสูง ชักจูงจิตฟูชูศักดิ์ศรี
อำนาจนำความสง่าอ่าอินทรีย์ ความงามนำให้มีไมตรีกัน
ความร่ำรวยอวยสุขให้ทุกอย่าง เหล่านี้ต่างรอตายทำลายขันธ์
วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมดนั้น แต่ล้วนผันมาประจบหลุมศพเอย
๖. เนื้อหาของคำประพันธ์บทนี้ให้แนวคิดหลักตามข้อใด
ไม่ว่าใครก็หลีกหนีความตายไปไม่พ้น
คนที่เกิดในตระกูลสูงย่อมมีเกียรติศักดิ์ศรี
คนมั่งมีร่ำรวย คนมีอำนาจควรมีไมตรีต่อกัน
ทุกชีวิตไม่ว่ามั่งมีหรือยากจนย่อมมีเกียรติยศและศักดิ์ศรี
คำว่า “ขันธ์” มีความหมายตรงกับข้อใด
ขันติ
ร่างกาย
ความสุข
ความร่ำรวย
เหตุใดผู้ประพันธ์จึงเลือกใช้ฉันทลักษณ์ประเภทกลอนดอกสร้อยในการแต่ง “รำพึงในป่าช้า”
กลอนดอกสร้อยเป็นสัญลักษณ์แบบเดิมของไทยแต่โบราณ
เนื้อหากลอนดอกสร้อยเป็นคติสอนใจจึงกลมกลืนกับรำพึงในป่าช้า
ใช้โวหารเปรียบเทียบเพื่อเสนอแนวคิดจึงกลมกลืนกับรำพึงในป่าช้า
เนื้อหารพึงในป่าช้า มุ่งแสดงแนวคิด จึงเหมาะกับการแต่งด้วยกลอนดอกสร้อย
อ่านกลอนดอกสร้อยต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๙-๑๐
ยามเอ๋ยยามนี้ ปถพีมืดมัวทั่วสถาน
อากาศเย็นเยือกหนาวคราววิกาล สงัดปานป่าใหญ่ไร้สำเนียง
มีก็แต่เสียงจังหรีดกระกรีดกริ่ง! เรไรหริ่ง! ร้องขรมระงมเสียง
คอกควายวัวรัวเกราะเปาะแปะ ! เพียง รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย
๙. คำประพันธ์บทนี้โดยเฉพาะบาทที่ ๓ และบาทที่ ๔ เด่นที่สุดตามข้อใด
เนื้อหาเป็นคติสอนใจ
ใช้คำง่ายสื่อความได้ชัดเจน
การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ
เสนอสาระสำคัญเพื่อให้ผู้อ่านยึดเป็นหลักในการเข้าถึงธรรมชาติ
วิกาล มีความหมายตรงกับข้อใด
ยามเช้า
ยามค่ำคืน
ต้นฤดูฝน
ต้นฤดูหนาว
ข้อความที่ปรากฏในตอนต้นของกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าเรียกว่าอะไร
คำนำ
กถามุข
ความนำ
เกริ่นนำ
อ่านกลอนดอกสร้อยต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๑๒-๑๓
ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร ไม่ยิ่งใหญ่เท่าห่วงดวงชีวิต
แม้คนลืมสิ่งใดได้สนิท ก็ยังคิดขึ้นได้เมื่อใกล้ตาย
ใครจะยอมละทิ้งซึ่งสิ่งสุข เคยเป็นทุกข์ห่วงใยเสียได้ง่าย
ใครจะยอมละแดนแสนสบาย โดยไม่ชายตาใฝ่อาลัยเอย
๑๒. สิ่งที่มนุษย์เสียดายและอาลัยมากที่สุดคืออะไร
ชีวิต
คนรัก
ความสุขสบาย
ถูกต้องทุกข้อ
มนุษย์ห่วงและกังวลในเรื่องใดมากที่สุด
ความสุข
ความรัก
ความตาย
ความสุขสบาย
ผู้ประพันธ์กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าเปลี่ยนชื่อกวีสำคัญ จอร์น มิวตัน ของอังกฤษ เป็นกวีท่านใดของไทย
สุนทรภู่
ศรีปราชญ์
เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร
ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
๔. ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
๑๕. ผู้ประพันธ์กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าเปลี่ยนชื่อบุคคลสำคัญของอังกฤษในช่วงคริส์ศตวรรษที่ ๑๗ จอร์น แฮมพ์เด็น มาเป็นบุคคลสำคัญของไทยตามข้อใด
ชาวบ้านบางระจัน
พระยาพิชัยดาบหัก
พระเจ้าตากสินมหาราช
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
อ่านกลอนดอกสร้อยต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๑๖-๑๗
ห่างเอ๋ยห่างไกล ห่างจากพวกมักใหญ่ฝักใฝ่หา
แต่สิ่งซึ่งเหลวไหลใส่อาตมา ความมักน้อยชาวนาไม่น้อมไป
เพื่อนรักษาความสราญฐานวิเวก ร่มชื้อเฉกหุบเขาลำเนาไศล
สันโดษดับฟุ้งซ่านทะยานใจ ตามวิสัยชาวนาเย็นกว่าเอย
๑๖. คำประพันธ์บทนี้แสดงให้เห็นว่าชาวนาเป็นคนประเภทใด
สมถะ
วิริยะ
มุทิตา
อุเบกขา
“สันโดษ มีความหมายตรงกับข้อใด”
ความมักน้อย
ความเพียรพยายาม
ความไม่ยินดียินร้าย
ความพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่
ข้อใดใช้คำถามเชิงวาทศิลป์
ใครจะยอมละทิ้งซึ่งสิ่งสุข เคยเป็นทุกข์ห่วงใยเสียได้ง่าย
ใครจะยอมละแดนแสนสบาย โดยไม่ชายตาใฝ่อาลัยเอย
หรือใต้ท้องห้องสมุดสายตา ก็เสื่อมซาสิ้นชนนิยมชม
เกิดเพราะการเก็บเกี่ยวด้วยเกี่ยวใคร ใครเล่าไถคราดพื้นแผ่นดิน
คำประพันธ์ในข้อใดตรงกับข้อความที่ว่า อนิจจังไม่เที่ยง
หมดวิตกหมดเสียดายหมดหมายปอง ไม่ผินหลังเหลียวมองด้วยซ้ำเอย
พอเตือนใจได้บ้างในทางบุญ เป็นเครื่องหนุนนำเหตุสังเวชเอย
วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมวดนั้น แต่ล้วนผันมาประจบหลุมศพเอย
ไม่มีใครได้เชยเลยสักคน ย่อมบานหล่นเปล่าดายมากมายเอย
“ถือเป็นที่รโหฐานนมนามมา ให้เสีอมผาสุกสันต์ของมันเอย” “รโหฐาน” มีความหมายตรงกับข้อใด
ใหญ่โต
มากมาย
ที่เฉพาะส่วนตัว
สถานที่สวยงาม
