wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

กฎหมายพาณิชย์

Total questions: 60

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

ตามหลักของกฎหมาย สภาพบุคคลเริ่มต้นเมือใด

a)

เมื่อคลอดพ้นครรภ์มารดาแล้วมีีชีวิตอยู่ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง

b)

เมื่อคลอดพ้นครรภ์มารดาแล้วมีชีวิตอยู่ตลอดไป

c)

เมื่อคลอดพ้นครรภ์มารดาแล้วอยู่รอดเป็นทารก

d)

เริ่มต้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาหากหลังคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก

2.

การนับอายุบุคคล ถ้ารู้ปีเกิด พ.ศ. 2556 แต่ไม่รู้วันที่หรือเดือน ให้ถือว่าบุคคลนั้นเกิดวันที่และเดือนใด

a)

1 มกราคม 2556

b)

31 มกราคม 2556

c)

1 ธันวาคม 2556

d)

31 ธันวาคม 2556

3.

การสิ้นสุดของสภาพบุคคลคือข้อใด

a)

ไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครพบเห็น

b)

การตายของบุคคลคือตายจริงๆ

c)

การสาบสูญตามคำสั่งศาลหรือการตายโดนกฎหมาย

d)

ถูกทั้งข้อ ข และข้อ ค

4.

ระยะเวลาให้ถือว่าผู้ไม่อยู่ตกเป็นคนสาบสูญหรือถึงแก่ความตายตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายโดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร เป็นระยะเวลาในข้อใดเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งสาบสูญ

a)

เป็นระยะเวลา 5 ปี ในกรณีเหตุการณ์ธรรมดา

b)

เป็นระยะเวลา 2 ปี ในเหตุการณ์พิเศษสิ้นสุดลง

c)

เป็นระยะเวลา 7 ปี ใช้กับทุกกรณีนับแต่วันหายตัวไป

d)

ข้อ ก และข้อ ข ถูกต้อง

5.

สภาพบุคคลเมื่อเกิดมีขึ้นแล้วย่อมก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ของบุคคลนั้น แต่สิทธิและหน้าที่ของบุคคลอาจเหมือนกันหรือแตกต่างกัน ถามว่าข้อใดคือสิ่งที่ประกอบเป็นสภาพบุคคล

a)

ชื่อของบุคคล

b)

ภูมิลำเนาของบุคคล

c)

ความสามารถของบุคคล

d)

ถูกทุกข้อ

6.

ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับประเภทของนิติบุคคล

a)

มีสองประเภท คือ นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่ง และกฎหมายพาณิชย์

b)

มีประเภทเดียว คือ นิติบุคคลธรรมดา

c)

มีประเภทเดียวคือ นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์

d)

มีสองประเภท คือ นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์และนิติบุคคลก่อตั้งโดยกฎหมายอื่น

7.

นิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามบทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้งของนิติบุคคลนั้น ตัวแทนของนิติบุคคลจะปฏิบัตินอกเหนือไปจากข้อที่กำหนดนี้ไม่ได้คือข้อใด

a)

แนวความคิดของนิติบุคคล

b)

แนวความคิดของกรรมการนิติบุคคล

c)

วัตถุประสงค์หรือวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล

d)

ถูกทุกข้อ

8.

บุคคลที่กฎหมายคุ้มครองและจำกัดในเรื่องความสามารถการทำนิติกรรม ได้แก่ข้อใด

a)

ผู้เยาว์

b)

คนไร้ความสามารถ

c)

คนเสมือนไร้ความสามารถ

d)

ถูกทุกข้อ

9.

นายจนกู้เงินนายมี เมื่อถึงกำาหนดใช้หนี้ นายจนมาขอใช้หนี้โดยเอาข้าวเปลือกใช้แทนเงิน ทางกฎหมายเรียกว่าอะไร

a)

เปลี่ยนแปลงสิทธิหรือแปลงหนี้

b)

โอนสิทธิหรือโอนหนี้

c)

สงวนสิทธิหรือสงวนหนี้

d)

สงวนสิทธิหรือก่อหนี้

10.

นิติกรรมที่จัดว่าเป็นการระงับสิทธิ คือข้อใด

a)

ซื้อขาย

b)

ปลดหนี้

c)

กู้ยืม

d)

แลกเปลี่ยน

11.

การกระทำาที่ถือว่าเป็นนิติกรรม คือข้อใด

a)

นัดพบในร้านอาหาร

b)

จับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้า

c)

เต้นรำ

d)

ทดสอบทางเคมีในห้องวิทยาศาสตร์

12.

การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิด หมายถึงสำคัญผิดในข้อใด

a)

สำคัญผิดในสิ่งที่คู่สัญญามีเจตนาทำนิติกรรมซ่อนเร้นไว้

b)

สำคัญผิดในสิ่งที่คู่สัญญามีเจตนาทำนิติกรรมด้วยการแสดงเจตนาลวง

c)

สำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม และสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สิน

d)

สำคัญผิดในสิ่งที่คู่สัญญามีเจตนาเพื่ออำพรางนิติกรรมอื่น

13.

การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม หมายถึงข้อใด

a)

สำคัญผิดในลักษณะแห่งนิติกรรม

b)

สำคัญผิดในตัวบุคคลที่เป็นคู่กรณี

c)

สำคัญผิดในตัวทรัพย์สินที่เป็นวัตถุแห่งนิติกรรม

d)

ถูกทุกข้อ

14.

คำว่า โมฆียกรรม หมายความถึงข้อใด

a)

นิติกรรมที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นโมฆะ

b)

นิติกรรมที่กฎหมายบัญญัติให้สมบูรณ์เมื่อถูกบอกล้าง

c)

นิติกรรมที่กฎหมายบัญญัติให้เสียเปล่ามาตั้งแต่เริ่มแรก

d)

นิติกรรมที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นโมฆียะ

15.

สาระสำคัญของสัญญาประการหนึ่ง คือข้อใด

a)

ต้องมีบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป

b)

ต้องมีเหตุผลในการทำสัญญา

c)

ต้องมีการบอกกล่าวก่อนทำสัญญา

d)

ต้องมีบุคคลเป็นพยานในการทำสัญญา

16.

คำเสนอสิ้นผลผูกพันเมื่อใด

a)

ผู้เสนอตายหลังได้รับคำสนองแล้ว

b)

มีคำสนองแต่ไม่ตรงกับคำเสนอ

c)

มีคำสนองตรงกับคำเสนอ

d)

มีคำสนองมาภายในกำหนดเวลา

17.

สัญญาต่างตอบแทน ได้แก่ข้อใด

a)

สัญญายืม

b)

คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าหนี้อย่างเดียว

c)

คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นลูกหนี้อย่างเดียว

d)

คู่สัญญาต่างมีหน้าที่ตอบแทนผลประโยชน์ให้แก่กันและกัน

18.

สัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก คือข้อใด

a)

สัญญาประกันชีวิต

b)

สัญญาเช่า

c)

สัญญากู้ยืม

d)

สัญญาจ้างทำของ

19.

สัญญาประธานกับสัญญาอุปกรณ์ หมายถึงข้อใด

a)

สัญญากู้ยืมเงิน หมายถึง กู้ยืมคือสัญญาอุปกรณ์ ดอกเบี้ยคือสัญญาประธาน

b)

สัญญาค้ำประกันรถยนต์ หมายถึง ซื้อรถยนต์คือสัญญาอุปกรณ์ ค้ำประกันคือสัญญาประธาน

c)

สัญญาจำนองที่ดินค้ำประกันเงินกู้ หมายถึง เงินกู้คือสัญญาอุปกรณ์ จำนองที่ดินคือสัญญาประธาน

d)

สัญญากู้ยืมเงิน หมายถึง กู้ยืมคือสัญญาประธาน การค้ำประกันเงินกู้คือสัญญาอุปกรณ์

20.

ประโยชน์ของการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร คือข้อใด

a)

บันทึกการแสดงเจตนาข้อตกลงของคู่สัญญาที่จะต้องปฏิบัติต่อกัน

b)

บันทึกว่าสัญญาได้ทำเหมาะสมแล้ว

c)

บันทึกว่ามีพยานรับรองถูกต้องหรือไม่

d)

บันทึกว่าคู่สัญญาฝ่ายใดจะต้องรับผิดชอบมากน้อยกว่ากัน

21.

การจ้างทำาของมีลักษณะคล้ายสัญญาจ้างแรงงาน คือข้อใด

a)

เป็นสัญญาที่มีคู่สัญญาเป็นนายจ้าง ลูกจ้าง เช่นเดียวกัน

b)

เป็นสัญญาต้องทำตามแบบเช่นเดียวกัน

c)

เป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างต้องจัดเครื่องมือมาเองเช่นเดียวกัน

d)

เป็นสัญญาต่างตอบแทนเช่นเดียวกัน

22.

สาระสำาคัญของการจ้างทำาของข้อหนึ่ง คืออะไร

a)

มีคู่สัญญา 2 ฝ่ายคือนายจ้างและลูกจ้าง

b)

สินจ้างจะต้องเป็นเงินตราเสมอ

c)

วัตถุแห่งสัญญาว่าจ้างคือต้องทำงานตรงเวลาเสมอ

d)

ผู้ว่าจ้างต้องชำระสินจ้างให้แก่ผู้รับจ้าง

23.

การจ้างทำาของ วัตถุแห่งสัญญามุ่งความสำาเร็จ อยู่ที่ข้อใด

a)

งานที่ทำสำเร็จโดยไม่ต้องควบคุม

b)

งานที่ทำสำเร็จโดยต้องควบคุมตลอดเวลา

c)

ความสำเร็จการจ้างอยู่ที่การควบคุม

d)

ความสำเร็จการจ้างอยู่ที่ลูกจ้าง

24.

แบบของสัญญาจ้างทำาของ คือข้อใด

a)

ต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของงานที่จ้าง

b)

ไม่มีกฎหมายบังคับว่าจะต้องทำตามแบบแต่อย่างใด

c)

ถ้าจ้างสร้างบ้านพัก (อสังหาริมทรัพย์) ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน

d)

ถ้าจ้างทำสังหาริมทรัพย์ ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย

25.

จ้างทำของโดยกำหนดในสัญญาให้ผู้ว่าจ้างจัดหาสัมภาระที่ใช้ก่อสร้างให้ หากงานเสร็จและมีวัสดุสัมภาระเหลือจากการก่อสร้าง ผู้รับจ้างมีสิทธิหรือหน้าที่ในข้อใด

a)

สะสมสัมภาระนั้นเพื่อไว้ใช้งานก่อสร้างอื่นได้

b)

นำสัมภาระนั้นไปใช้ได้เพราะเป็นผู้ประหยัดมิให้มีของเหลือใช้

c)

ต้องนำสัมภาระนั้นส่งคืนให้ผู้ว่าจ้าง

d)

นำสัมภาระนั้นออกขาย นำเงินส่งให้ผู้ว่าจ้างได้

26.

ค่าตอบแทนหรือบำเหน็จให้กับผู้ขนส่งในสัญญารับขนของเรียกว่าอะไร

a)

เรียกว่าค่าโดยสาร

b)

เรียกว่าค่าใบตราส่ง

c)

เรียกว่าค่าระวางพาหนะ

d)

เรียกว่าค่าบำเหน็จตามปกติ

27.

คำาว่า รับขน มีความหมายถึงในข้อใด

a)

หมายถึงรับขนสิ่งของ หรือรับขนไปรษณียภัณฑ์

b)

หมายถึงรับขนสิ่งของ หรือรับขนคนโดยสาร

c)

หมายถึงรับขนสิ่งของ หรือรับขนของในกิจการรถไฟ

d)

หมายถึงรับขนสิ่งของ หรือรับขนคนโดยสารจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

28.

การแสดงเจตนาทำสัญญารับขนของ ต้องดำเนินการตามข้อใด

a)

ต้องทำเป็นหนังสือไว้ต่อกัน

b)

ต้องมีการส่งมอบเครื่องเดินทางให้แก่กัน

c)

ไม่มีแบบ ทำด้วยวาจาก็ใช้บังคับกันได้

d)

ต้องมีการนัดหมายล่วงหน้าก่อนขนของหรือคนโดยสาร

29.

สัญญารับขนของมีคู่สัญญา 2 ฝ่าย คือข้อใด

a)

ฝ่ายผู้ขนส่ง กับฝ่ายขนของ

b)

ฝ่ายผู้ขนส่ง กับฝ่ายผู้ส่งหรือผู้ตราส่ง

c)

ฝ่ายผู้ขนส่ง กับฝ่ายผู้โดยสาร

d)

ฝ่ายผู้ขนส่ง กับฝ่ายรับคนโดยสาร

30.

ผู้รับใบตราส่ง (Consignor) คือใคร

a)

ผู้รับปลายทาง

b)

ผู้ขนส่ง

c)

ผู้ส่ง

d)

ผู้ชำระค่าขนส่ง

31.

เอกเทศสัญญาลักษณะรับขนในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นสัญญาในข้อใด

a)

เป็นสัญญารับขนของ และสัญญารับขนคนโดยสาร

b)

เป็นสัญญารับขนของ และสัญญารับขนส่ง

c)

เป็นสัญญารับขนส่ง และสัญญารับตราส่ง

d)

ไม่มีข้อใดถูก

32.

ผู้รับของปลายทางในสัญญารับขนของ ในทางกฎหมายเรียกชื่อว่าอย่างไร

a)

เรียกว่าผู้ส่ง

b)

เรียกชื่อว่าผู้รับตราส่ง

c)

เรียกชื่อว่าผู้รับบำเหน็จ

d)

เรียกชื่อว่าผู้ส่งหรือผู้ตราส่ง

33.

การยืมเงินหรือกู้ยืมเงินจัดอยู่ในประเภทใด

a)

ยืมใช้คงรูป

b)

ยืมใช้ตามกำหนดเวลา

c)

ยืมใช้ตามความจำเป็น

d)

ยืมใช้สิ้นเปลือง

34.

สัญญายืมที่ไม่มีค่าตอบแทน เรียกว่าอะไร

a)

ยืมใช้คงรูป

b)

ยืมใช้ตามกำหนดเวลา

c)

ยืมใช้ตามความจำเป็น

d)

ยืมใช้สิ้นเปลือง

35.

สัญญายืมจะสมบูรณ์เมื่อใด

a)

เมื่อผู้ยืมแจ้งความต้องการยืมกับผู้ให้ยืม

b)

เมื่อผู้ให้ยืมตอบตกลงให้ยืม

c)

เมื่อมีการส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม

d)

เมื่อผู้ยืมชำระเงินให้แก่ผู้ให้ยืม

36.

เมื่อผู้ยืมตาย สัญญายืมใช้คงรูปจะมีผลอย่างไร

a)

ทรัพย์สินที่ยืมตกเป็นของผู้ตาย

b)

ทรัพย์สินที่ยืมตกทอดไปสู่ทายานของผู้ตาย

c)

สัญญาไม่ระงับเพราะผู้ให้ยืมยังไม่ตาย

d)

ทรัพย์สินที่ยืมต้องนำส่งคืนให้ผู้ให้ยืม เพราะสัญญาระงับ

37.

แดง ยืมข้าวสารจาก ดำ เป็นสัญญายืมประเภทใด

a)

ยืมใช้คงรูป

b)

ยืมใช้ตามกำหนดเวลา

c)

ยืมใช้ตามความจำเป็น

d)

ยืมใช้สิ้นเปลือง

38.

ขาวทำสัญญายืมเงินแดง 500 บาท แดงให้ธนบัตรใบละ 500 บาท จำนวน 1 ใบ เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ ขาวนำเหรียญ 10 บาท จำนวน 50 เหรียญมาชำระหนี้ให้แดง สัญญาจะมีผลอย่างไร

a)

สัญญาเป็นโมฆะ เพราะขาวไม่ชำระด้วยธนบัตรใบละ 500 บาท ใบเดิมให้แดง

b)

สัญญาระงับเพราะขาวชำระเงินให้แดงครบตามจำนวน 500 บาท

c)

สัญญาเป็นโมฆะเพราะยืมเงินเป็นสัญญายืมใช้คงรูป

d)

สัญญาสมบูรณ์แต่ขาวต้องชำระด้วยธนบัตรใบละ 500 บาทใบเดิม

39.

การที่ผู้ยืมได้ใช้สอยทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปล่า และตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้นเมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว

เรียกว่าอะไร

a)

ยืมใช้คงรูป

b)

ยืมใช้ตามกำหนดเวลา

c)

ยืมใช้ตามความจำเป็น

d)

ยืมใช้สิ้นเปลือง

40.

สัญญากู้ยืมเงิน หากต้องการให้สามารถฟ้องร้องในชั้นศาลได้ ต้องทำตามแบบสำหรับกู้ยืมเงินจำนวนเท่าใด

a)

500 บาทขึ้นไป

b)

1,000 บาทขึ้นไป

c)

2,000 บาทขึ้นไป

d)

5,000 บาทขึ้นไป

41.

บุคคลภายนอกเข้ามาผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ว่าเมื่อลูกหนี้ไม่ชำาระหนี้ตนจะชำระแทนให้ เป็นสัญญาเรียกว่าอะไร

a)

สัญญาประกันตน

b)

สัญญาประธาน

c)

สัญญาผู้รับเรือน

d)

สัญญาค้ำประกัน

42.

ค้ำประกันคือสัญญาระหว่างใครกับใคร

a)

สัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับผู้ค้ำประกัน

b)

สัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้

c)

สัญญาระหว่างลูกหนี้กับผู้ค้ำประกัน

d)

สัญญาประธานกับสัญญาอุปกรณ์

43.

สัญญาค้ำประกัน คือ สัญญาที่มีบุคคลภายนอก เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน เสนอตัวเข้ามาผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ด้วยเหตุผลในข้อใด

a)

เพื่อเป็นพยานในการกู้ยืมเงินของเจ้าหนี้กับลูกหนี้

b)

เพราะผู้ค้ำประกันเป็นลูกหนี้เสมือนลูกหนี้ชั้นตนเช่นลูกหนี้

c)

เพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น

d)

เพราะผู้ค้ำประกันเป็นลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้

44.

สัญญาค้ำประกันอย่างน้อยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งและลงลายมือชื่อ คือข้อใด

มิฉะนั้นจะฟ้องร้องไม่ได้

a)

ลงลายมือชื่อผู้รับผิดชอบเป็นสำคัญ

b)

ต้องทำแยกกันกับสัญญาประธาน

c)

ลงลายมือชื่อคู่สัญญาเป็นสำคัญ

d)

ลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ

45.

ผู้รับเรือน หมายถึงบุคคลในข้อใด

a)

ผู้ค้ำประกันของผู้ค้ำประกัน

b)

ผู้ค้ำประกันเจ้าหนี้

c)

ผู้ค้ำประกันลูกหนี้

d)

ผู้ค้ำประกันและรับผิดแทนลูกหนี้

46.

สัญญาค้ำประกันอาจไม่ต้องระบุหนี้ หรือสัญญาโดยชัดแจ้งก็ได้ในข้อใด

a)

การค้ำประกันเพื่อกิจการหนี้ที่มีราคาไม่สูงมาก

b)

การค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวไม่มีจำกัดเวลา

c)

การค้ำประกันเพื่อกิจการหนี้ในอนาคต

d)

การค้ำประกันเพื่อกิจการหนี้ที่มีเงื่อนไข

47.

เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำาระหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิและหน้าที่ต่อผู้คำ้าประกัน ในข้อใด

a)

มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกัน ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด

b)

มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด

c)

มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้ทันทีเพราะมีฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้

d)

มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้พร้อมกับลูกหนี้ชั้นต้นนับแต่วันลูกหนี้ผิดนัด

48.

สัญญาจำนองเท่ากับเป็นการสัญญาต่อผู้รับจำนองไว้ว่า หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้หรือผู้รับจำนองดำเนินการได้ในข้อใด

a)

ยึดทรัพย์สินนั้นได้ทันที

b)

เจ้าหนี้หรือผู้รับจำนองจะเลือกยึดทรัพย์ทันที นำทรัพย์ไปขายบุคคลภายนอก หรือฟ้องยึดทรัพย์ขายทอดตลาดก็ได้

c)

ยึดทรัพย์สินนั้นไปขายแก่บุคคลอื่นนำเงินมาชำระหนี้ได้

d)

ฟ้องศาลยึดทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ได้

49.

สัญญาจำนองคือสัญญาซึ่งผู้จำนองจะต้องมีการปฏิบัติอย่างใด

a)

เอาทรัพย์สินตราไว้แก่ผู้รับจำนองเป็นประกันการชำระหนี้

b)

ให้คำมั่นว่าจะนำทรัพย์สินส่งมอบให้ผู้รับจำนองเป็นประกันการชำระหนี้

c)

ส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้รับจำนองเป็นประกันการชำระหนี้

d)

นำทรัพย์สินส่งมอบให้พร้อมจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

50.

สัญญาจำนองต้องทำตามแบบแห่งนิติกรรมว่าด้วยการจำนอง คือข้อใด

a)

ต้องทำเป็นหนังสือ

b)

ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนพร้อส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้รับจำนอง

c)

ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

d)

ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

51.

การบังคับจำนอง หมายถึงผู้รับจำนองดำเนินการอย่างไร

a)

บอกให้ผู้จำนองหาทรัพย์สินอื่นมาทดแทน

b)

ฟ้องศาลให้ยึดทรัพย์สินมาขายทอดตลาด

c)

บอกให้ผู้จำนองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้

d)

บอกให้ผู้จำนองชำระหนี้ มิฉะนั้นจะนำไปขายทอดตลาด

52.

สัญญาจำนำเป็นสัญญาประกันหนี้ด้วยการนำทรัพย์สินเป็นประกันแก่ผู้รับจำนำ ทรัพย์สินที่จำนำได้คืออะไร

a)

สังหาริมทรัพย์

b)

อสังหาริมทรัพย์

c)

สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ

d)

สังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน

53.

การจำนำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้รับจำนำอาจเป็นในข้อใด

a)

บุคคลธรรมดาทั่วไป

b)

นิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์รับจำนำ

c)

โรงรับจำนำหรือสถานธนานุบาล

d)

บุคคลธรรมดาทั่วไปหรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์รับจำนำ

54.

การจำนำต้องมีทรัพย์สินที่จำนำและปฏิบัติอย่างไร

a)

ผู้จำนำทำหนังสือสัญญาจำนำไว้เป็นหลักฐานกับผู้รับจำนำก็ใช้ได้

b)

ผู้จำนำต้องตราทรัพย์สินที่จำนำไว้กับผู้รับจำนำเสมอ

c)

ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่จำนำให้ผู้รับจำนำหลังจากทำสัญญาจำนำแล้ว

d)

ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่จำนำให้ผู้รับจำนำ หากไม่ได้ทำสัญญากันไว้

55.

จำนำต้องเป็นการประกันหนี้ที่สมบูรณ์ หมายความว่าอย่างไร

a)

จำนำเพื่อประกันหนี้ประธาน หากหนี้ประธานไม่สมบูรณ์ จำนำก็ไม่มีผลใช้บังคับ

b)

จำนำต้องทำหลักฐานการจำนำให้สมบูรณ์

c)

จำนำต้องนำทรัพย์สินที่สมบูรณ์มอบให้แก่ผู้รับจำนำ

d)

จำนำเพื่อประกันหนี้ประธานเป็นหลักฐานว่าหนี้ประธานต้องสมบูรณ์เสมอ

56.

สัญญาฝากทรัพย์คำนึงถึงคุณสมบัติของผู้รับฝากเป็นสำคัญ ข้อห้ามประการหนึ่งที่ห้ามผู้รับฝากไว้คือข้อใด

a)

ห้ามมิให้นำทรัพย์สินที่ฝากไปใช้โดยพลการ

b)

ห้ามนำทรัพย์สินที่ฝากไปให้บุคคลภายนอกดูแลรักษา

c)

ห้ามคืนทรัพย์สินที่รับฝากไว้แก่บุคคลอื่น

d)

ห้ามนำทรัพย์สินที่ฝากไปใช้โดยพลการ ไปให้บุคคลภายนอกดูแลรักษา และห้ามคืนทรัพย์สินที่รับฝากไว้แก่บุคคลอื่น

57.

สัญญาฝากทรัพย์อาจเป็นได้ทั้งมีค่าตอบแทน และไม่มีค่าตอบแทน กรณีไม่มีค่าตอบแทนหรือไม่มีบำเหน็จตอบแทน ผู้รับฝากมีหน้าที่ในข้อใด

a)

มีหน้าที่รักษาทรัพย์สินที่ฝากเสมือนที่เคยปฏิบัติรักษาทรัพย์สินของตน

b)

มีหน้าที่ติดต่อให้ผู้ฝากหรือผู้เกี่ยวข้องกับผุู้ฝากมารับของคืนไป

c)

มีหน้าที่ดูแลของที่ฝากเท่าที่มีเวลาแบ่งปันให้ได้

d)

มีหน้าที่รักษาทรัพย์สินให้มีสภาพพร้อมใช้งานเสมอ

58.

สัญญาฝากทรัพย์เป็นนิติกรรม ดังนั้นแบบแห่งนิติกรรมสัญญาฝากทรัพย์คือข้อใด

a)

ต้องทำเป็นหนังสือให้ไว้ต่อกัน

b)

ต้องทำเป็นหนังสือต่อพนักงานและเจ้าหน้าที่

c)

ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

d)

ไม่มีแบบแห่งนิติกรรม

59.

วัตถุแห่งสัญญาฝากทรัพย์คือทรัพย์สิน ลักษณะของทรัพย์สินที่ฝากจะต้องมีลักษณะอย่างไร

a)

ต้องเป็นทรัพย์สินที่มีรูปร่าง

b)

ต้องเป็นทรัพย์สินที่มีรูปร่าง มีราคา

c)

ต้องเป็นทรัพย์สินที่ยึดถือเอาได้

d)

ต้องเป็นทรัพย์สินที่มีรูปร่าง มีราคา และยึดถือเอาได้

60.

คำาว่าฝากทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หมายถึงข้อใด

a)

เป็นสัญญาที่ฝ่ายหนึ่งเรียกว่าผู้ฝาก และอีกฝ่ายเรียกว่าผู้รับฝาก

b)

สาระสำคัญของฝากทรัพย์จะต้องมีการส่งมอบทรัพย์สินที่ฝาก

c)

ผู้รับฝากทรัพย์สินจากผู้ฝากต้องเก็บทรัพย์สินที่ฝากไว้ในอารักขาของตน

d)

เป็นสัญญาที่มีผู้ฝากและผู้รับฝาก ต้องมีการส่งมอบทรัพย์สินที่ฝาก และผู้รับฝากต้องเก็บทรัพย์สินที่ฝากไว้ในอารักขาของตน