wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บทที่ 1 กำเนิดเอกภพ

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเรียงลำดับจากระบบใหญ่ไปเล็กได้ถูกต้อง

a)

กาแล็กซี – เอกภพ – ระบบสุริยะ – กระจุกกาแล็กซี

b)

กระจุกกาแล็กซี – กาแล็กซี – เอกภพ – ระบบสุริยะ

c)

ระบบสุริยะ – กระจุกกาแล็กซี – กาแล็กซี - เอกภพ

d)

เอกภพ – กระจุกกาแล็กซี – กาแล็กซี – ระบบสุริยะ

2.

ข้อใดคือความหมายของกาแล็กซี

a)

กลุ่มของดาวฤกษ์นับล้านดวง กับสสารระหว่างดาวอันประกอบด้วยแก๊ส ฝุ่น และสสารมืด

b)

ระบบของหมู่ดาวเคราะห์ที่โคจรรอบซึ่งกันและกัน กับสสารระหว่างดาวอันประกอบด้วยแก๊ส ฝุ่น และสสารมืด

c)

กลุ่มฝุ่นและแก๊สที่มีแสงสว่างในตนเอง กับสสารระหว่างดาวอันประกอบด้วยแก๊ส ฝุ่น และสสารมืด

d)

กลุ่มฝุ่นและแก๊สที่สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ กับสสารระหว่างดาวอันประกอบด้วยแก๊ส ฝุ่น และสสารมืด

3.

คำว่า 1 ปีแสงหมายถึงข้อใด

a)

ระยะทาง 95 ล้านล้านกิโลเมตร

b)

ระยะทางที่แสงเดินทางในอวกาศเป็นเวลานาน1 ปี

c)

ระยะทางจากโลกถึงดวงอาทิตย์

d)

เวลาแสงที่เดินทางอยู่ในอวกาศนาน 365 วัน

4.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงบิกแบงได้ไม่ถูกต้อง

a)

บิกแบงเป็นทฤษฎีที่อธิบายการเกิดของเอกภพ

b)

บิกแบงเป็นการระเบิดที่พลังงานเปลี่ยนเป็นสสาร

c)

อุณหภูมิขณะเกิดบิกแบงสูงมาก ส่วนอุณหภูมิปัจจุบันต่ำมาก

d)

ภายหลังเกิดบิกแบงเอกภพมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้เกิดบิกแบงซ้ำไปซ้ำมา

5.

อนุภาคใดประกอบขึ้นมาจากอนุภาคอื่น

a)

ควาร์ก

b)

โปรตรอน

c)

นิวทริโน

d)

อิเลกตรอน

6.

เอ็ดวิน ฮับเบิล ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องในข้อใดที่ทำให้พบว่าเอกภพมีการขยายตัว

a)

การวัดการเลื่อนตำแหน่งของสเปคตรัมจากกาแล็กซีเทียบกับระยะห่างจากโลก

b)

ศึกษาโครงสร้างของกาแล็กซีว่าประกอบด้วยดาวฤกษ์จำนวนมาก

c)

การสร้างสมการเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของทฤษฎีสัมพัทธภาพ

d)

การสังเกตการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์โดยใช้การวัดสเปคตรัม

7.

สิ่งที่ทำให้กาแล็กซีมีรูปร่างแตกต่างกันในลักษณะแบบกังหัน แบบบาร์ และแบบวงรี คืออะไร

a)

อายุกาแล็กซี

b)

ขนาดกาแล็กซี

c)

มวลรวมของกาแล็กซี

d)

ความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของกาแล็กซี

8.

วัตถุในท้องฟ้าชนิดใดต่อไปนี้ ไม่อยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือก

a)

ดาวลูกไก่

b)

เนบิวลานายพราน

c)

เมฆแมกเจลแลน

d)

ดาวหางฮัลเลย์

9.

กาแล็กซีแอนโดรเมดามีรูปร่างแบบใด และพบเห็นทางทิศใด

a)

กังหัน , ทิศใต้

b)

กังหัน ,ทิศเหนือ

c)

ไร้รูปแบบ , ทิศใต้

d)

ไร้รูปแบบ , ทิศเหนือ

10.

ข้อใดเกิดจากการรวมกันของควาร์ก

a)

อิเลกตรอนและโปรตรอน

b)

โปรตรอนและนิวตรอน

c)

โพชิตรอนและนิวตรอน

d)

อิเลกตรอนและนิวตรอน

11.

กาแล็กซีของเรา สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในคืนเดือนมืด อยู่ในทิศใด

a)

ใต้

b)

เหนือ

c)

ตะวันตก

d)

ตะวันออก

12.

ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก

a)

จาน

b)

ฮาโล

c)

นิวเคลียส

d)

ซีเรส

13.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

นิวทริโนและแอนตินิวทริโนมีประจุตรงข้ามกัน

b)

อิเลกตรอนและโพสิตรอนมีประจุตรงข้ามกัน

c)

โฟตอนเป็นกลุ่มก้อนพลังงานจึงไม่มีประจุไฟฟ้า

d)

ควาร์กและแอนติควาร์กมีประจุตรงข้ามกัน

14.

เหตุใดผู้ที่อยู่ทางภาคเหนือ จึงสังเกตเห็นกาแล็กซี่แมกเจลแลนใหญ่และแมกเจลแลนเล็กได้ยาก

a)

กาแล็กซี่ทั้งสองจะอยู่ใกล้ขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออก

b)

กาแล็กซี่ทั้งสองจะอยู่ใกล้ขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันตก

c)

กาแล็กซี่ทั้งสองจะอยู่ใกล้ขอบฟ้าทางด้านทิศใต้

d)

กาแล็กซี่ทั้งสองจะอยู่ใกล้ขอบฟ้าทางด้านทิศเหนือ

15.

กาแล็กซี่ในข้อใด มีรูปร่างคล้ายวงรีที่ไม่มาก(ค่อนไปทางกลม มากกว่า)

a)

กาแล็กซี่ประเภท S0

b)

กาแล็กซี่ประเภท E1

c)

กาแล็กซี่ประเภท S1

d)

กาแล็กซี่ประเภท E7

16.

กาแล็กซี่ NCG 1073 เป็นประเภท SBc จัดเป็นกาแล็กซี่แบบใด

a)

กาแล็กซี่ก้นหอยหรือกังหันมีคาน

b)

กาแล็กซี่ไร้รูปร่าง

c)

กาแล็กซี่ก้นหอยหรือกังหัน

d)

กาแล็กซี่รีหรือรูปไข่

17.

หลังการระเบิดครั้งใหญ่ อนุภาครวมตัวกันก่อกำเนิดเป็นสสารกลายเป็นธาตุเริ่มต้นคือธาตุใด

a)

O – N

b)

O – H

c)

H – N

d)

H – He

18.

เมื่อนักเรียนหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และเงยหน้า 50 องศา มองเล็กไปที่กลุ่มดาวคนยิงธนู ดาวแมงป่องและดาวนายพราน นักเรียนกำลังมองกาแล็กซีใด

a)

เอนโดรเมดา

b)

ทางช้างเผือก

c)

แมกเจลแลนเล็ก

d)

แมกเจลแลนใหญ่

19.

หลังเกิดบิกแบงปริมาณอนุภาคกับปริมาณปฏิอนุภาคควรเป็นตามข้อใด จึงเกิดกาแล็กซีและดาวต่าง ๆ ขึ้นดังที่เป็นอยู่มีปริมาณเท่ากัน

a)

มีปริมาณเท่ากัน

b)

อนุภาคมีปริมาณมากกว่า

c)

ปฏิอนุภาคมีปริมาณมากกว่า

d)

เป็นไปได้ทุกข้อ

20.

ข้อใด คือ ประจักษ์พยาน ที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง 1). การเกิดอะตอม ไฮโดรเจนและฮีเลียม 2). การขยายตัวของเอกภพ 3). การรวมตัวของสารแล้วให้พลังงานออกมา 4).อุณหภูมิพื้นหลังเอกภพเหลือ 2.73 K

a)

1 กับ 2

b)

1 กับ 4

c)

2 กับ 3

d)

2 กับ 4