wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ปัจจัยที่มีผลต้ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ม.5/1

Total questions: 26

Worksheet time: 18mins

Name
Class
Date
1.

ในการศึกษาอัตราการเกิดปฏิกิริยาระหว่างหินปูนที่มากเกินพอกับกรด HCl ที่มีความเข้มข้น 0.1 mol/dm3 ปริมาณ 20 cm3 ที่ 20°C ถ้าเปลี่ยนความเข้มข้นของกรดเป็น 0.5 mol/dm3 ในปริมาณ และอุณหภูมิเท่าเดิม ข้อความใดถูกต้องที่สุด

a)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาคงที่ แต่ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น

b)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาคงที่ และผลิตภัณฑ์คงเดิม

c)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น และผลิตภัณฑ์มากขึ้น

d)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น แต่ผลิตภัณฑ์คงเดิม

2.

ใส่แท่งโลหะสังกะสีรูปทรงกลม 1 cm3 ลงในกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.1 โมล/ลิตร 20 cm3 แล้วเขย่าเบา ๆ ถ้าเพิ่มสิ่งต่อไปนี้เป็นสองเท่า อะไรจะทำให้อัตราเร็วของการเกิดก๊าซไฮโดรเจนเพิ่มมากที่สุด

a)

พื้นที่ผิวของ Zn

b)

ปริมาตรของ Zn

c)

ปริมาตรของ HCl

d)

ความเข้มข้นของ HCl

3.

ปัจจัยใดต่อไปนี้ มีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง

1. การเพิ่มปริมาณสารตั้งต้น

2. การลดอุณหภูมิและความดัน

3. การเติมเอนไซม์

4. การใช้สารในลักษณะที่เป็นก้อนแทนสารที่เป็นผง

a)

1 และ 2

b)

1 และ 4

c)

3 และ 4

d)

2 และ 4

4.

การเพิ่มขึ้นของปัจจัยใด ทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีช้าลง

a)

อุณหภูมิ

b)

ตัวหน่วงปฏิกิริยา

c)

พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น

d)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

5.

ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีเร็วขึ้น เพราะเหตุใด

a)

ช่วยเพิ่มอนุภาคของสารตั้งต้น

b)

ช่วยลดพลังงานก่อกัมมันต์

c)

ช่วยเพิ่มพลังงานในการชนกันของอนุภาค

d)

ทำให้ทิศทางการชนกันของอนุภาคสารตั้งต้นเหมาะสมขึ้น

6.

ข้อใด ไม่ใช่ การเพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

เพิ่มปริมาตรของภาชนะบรรจุแก๊สที่เป็นสารตั้งต้น

b)

เพิ่มความดันให้ภาชนะบรรจุแก๊สที่เป็นสารตั้งต้น

c)

เพิ่มความเข้มข้นของสารละลาย

d)

เติมตัวเร่งปฏิกิริยา

7.

ข้อใดที่แสดงว่าผิวสัมผัสมีผลต่ออัตราการเปิดปฏิกิริยา

a)

กระดาษฝอยติดไฟได้เร็วกว่าแผ่นกระดาษ

b)

แผ่นสังกะสีปกติทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริกได้ช้ากว่าแผ่นสังกะสีที่มีลวดทองแดงพันอยู่

c)

เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียมที่เป็นแท่งยาวทำให้มีอายุการใช้งานนานกว่าที่ใช้เป็นก้อนเล็ก ๆ

d)

แบตเตอรีรถยนต์ที่มีจำนวนแผ่นตะกั่วมากกว่าให้กำลังไฟฟ้าสูงกว่าที่มีจำนวนแผ่นน้อยกว่า

8.

ข้อความต่อไปนี้ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

คะตะไลต์เมื่อใส่ลงไปในปฏิกิริยาทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเร็วขึ้น

b)

เมื่อเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้นทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น

c)

เมื่อเกิดปฏิกิริยาคะตะไลต์อาจมีส่วนร่วมในการทำปฏิกิริยา

d)

เมื่อพลังงานกระตุ้นสูงจะทำให้เกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น

9.

การกระทำในข้อใดไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การนำเนื้อหมูแช่ในช่องแช่แข็ง

b)

ใช้แคลเซียมคาร์ไบด์ช่วยในการบ่มมะม่วง

c)

การเคี้ยวยาลดกรดชนิดเม็ดให้ละเอียดก่อนกลืน

d)

การเปลี่ยนขนาดภาชนะที่บรรจุสารละลายที่ทำปฏิกิริยา

10.

เมื่อนำชิ้นสังกะสีใส่ในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก วิธีทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้นโดยไม่เพิ่มปริมาณสังกะสีและกรดต่อไปนี้

ก. ใช้แท่งแก้วคนให้ทั่ว

ข. ใช้ผงสังกะสีน้ำหนักเท่ากันแทนชิ้นสังกะสี

ค. ให้ความร้อน

ง. เติมน้ำกลั่นลงไปเท่าตัว ข้อใดถูก

ข้อใดถูกต้อง

a)

ก., ข. และ ค. เท่านั้น

b)

ข., ค. และ ง. เท่านั้น

c)

ก., ค. และ ง. เท่านั้น

d)

ก., ข., ค. และ ง.

11.

ข้อใดถูกตามทฤษฎีจลน์

a)

ทุกครั้งที่สารตั้งต้นชนกันในทิศทางที่เหมาะสม จะเกิดสารผลิตภัณฑ์

b)

การสลายตัวของสารเชิงซ้อนกัมมันต์อาจได้สารตั้งต้นหรือสารผลิตภัณฑ์

c)

สารเชิงซ้อนกัมมันต์ที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิกิริยามีพลังงานต่ำกว่าสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์

d)

การเกิดสารเชิงซ้อนกัมมันต์ปฏิกิริยาจะคายพลังงานออกมาซึ่งเรียกพลังงานนี้ว่าพลังงานก่อกัมมันต์

12.

การเพิ่มอุณหภูมิมีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น เพราะเหตุใด

1. ทำให้อนุภาคของสารตั้งต้นชนกันบ่อยครั้งขึ้น

2.ทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ของสารตั้งต้นลดลง

3. ทำให้อนุภาคที่มีพลังงานสูงเพิ่มขึ้น

a)

1 เท่านั้น

b)

3 เท่านั้น

c)

1 และ 2

d)

1 และ 3

13.

การเพิ่มอุณหภูมิมีผลอย่างไรต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

a)

อนุภาคมีพลังงานศักย์เพิ่มมากขึ้น

b)

อนุภาคมีพลังงานศักย์น้อยลง

c)

อนุภาคมีพลังงานจลน์เพิ่มมากขึ้น

d)

มีอนุภาคมีพลังงานจลน์น้อยลง

14.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับปัจจัยของความเข้มข้นของสารกับอัตราการเกิดปฏิกิริยา

a)

ถ้าความเข้มข้นของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น จะทำให้โอกาสที่อนุภาคชนกันมากขึ้น

b)

ถ้าความเข้มข้นของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น จะทำให้พลังงานจลน์ของอนุภาคน้อยลง

c)

ถ้าความเข้มข้นของสารลดลง จะทำให้อนุภาคของสารชนกันมากขึ้น

d)

ถ้าความเข้มข้นของสารลดลง จะทำให้พลังงานจลน์ของอนุภาคเพิ่มมากขึ้น

15.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับปัจจัยของพื้นที่ผิวต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

a)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจะแปรผันตามพื้นที่ผิวของสาร

b)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจะแปรผกผันกับพื้นที่ผิวของสาร

c)

พื้นที่ผิวไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

d)

พื้นที่ผิวสามารถช่วยลดค่าพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาได้

16.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับตัวเร่งปฏิกิริยา

a)

หลังจากปฏิกิริยาสิ้นสุด ตัวเร่งจะเปลี่ยนสภาพไป

b)

ตัวเร่งทำหน้าที่ช่วยลดพลังงานก่อกัมมันต์

c)

หลังจากปฏิกิริยาสิ้นสุด ตัวเร่งจะไม่เปลี่ยนสภาพ

d)

ตัวเร่งมีความจำเพาะกับสารตั้งต้น

17.

การเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้น มีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงขึ้น เพราะเหตุใด

a)

จำนวนอนุภาคของสารตั้งต้นเพิ่มมากขึ้น จึงมีโอกาสชนกันได้มากขึ้น

b)

จำนวนอนุภาคของสารตั้งต้นเพิ่มมากขึ้น ทำให้พื้นที่ผิวของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น

c)

จำนวนอนุภาคของสารตั้งต้นเพิ่มมากขึ้น ทำให้อนุภาคของสารตั้งต้นชนกันแรงขึ้น

d)

จำนวนอนุภาคของสารตั้งต้นเพิ่มมากขึ้น ทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ลดลง

18.

การทดลองในข้อใดมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงสุด ที่อุณหภูมิเดียวกัน

a)

ใส่โลหะแมกนีเซียม 1 ชิ้น หนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.1 mol/dm3

b)

ใส่โลหะแมกนีเซียม 4 ชิ้น หนักชิ้นละ 0.25 กรัม ลงในกรด HCl 0.2 mol/dm3

c)

ใส่โลหะแมกนีเซียมบดละเอียด หนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.1 mol/dm3

d)

ใส่โลหะแมกนีเซียมบดละเอียด หนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.2 mol/dm3

19.

ใส่โลหะ Zn รูปทรงกลมลงในกรด HCl 0.1 mol/dm3 25 cm3 จะต้องเพิ่มสิ่งใดเป็นสองเท่า อัตราการเกิดปฏิกิริยาจึงจะเพิ่มมากที่สุด

a)

ปริมาตรของกรด HCl

b)

ปริมาตรของ Zn

c)

ความเข้มข้นของ HCl

d)

พื้นที่ผิวของ Zn

20.

ปฏิกิริยาระหว่างเหล็กกับออกซิเจนที่อุณหภูมิห้องเกิดได้ช้า แต่ถ้าเผาเหล็กให้ร้อนจัดก่อนแล้วผ่านก๊าซออกซิเจนลงไปพบว่า เกิดปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะเหตุใด

a)

ที่อุณหภูมิสูงจำนวนอนุภาคที่ชนกันมีมากขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาจึงเพิ่มขึ้น

b)

โลหะขยายตัวเมื่อได้รับความร้อนทำให้พื้นที่ผิวเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาจึงเพิ่มขึ้น

c)

พลังงานก่อกัมมันต์ลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้อนุภาคที่มีพลังงานสูงพอที่จะเกิดปฏิกิริยามีมากขึ้น

d)

จำนวนอนุภาคที่มีพลังงานสูงกว่าพลังงานก่อกัมมันต์มีมากขึ้นและชนกันมากขึ้นอัตราการเกิดปฏิกิริยาจึงสูงขึ้น

21.

ข้อความเกี่ยวกับผลของอุณหภูมิต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

การเพิ่มอุณหภูมิเป็นการเพิ่มพลังงานจลน์ของอนุภาค

b)

เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นทุก ๆ 10 C อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเร็วขึ้น 10 เท่าของอัตราเดิม

c)

การเพิ่มอุณหภูมิทำให้อนุภาคชนกันแรงและชนกันบ่อยครั้งเกิดพลังงานสูงถึงพลังงานก่อกัมมันต์ได้ง่าย

d)

การลดอุณหภูมิทำให้พลังงานจลน์ของอนุภาคลดลง อนุภาคเคลื่อนที่ช้ามีโอกาส

ชนกันน้อยปฏิกิริยาจึงเกิดช้า

22.

ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

a)

ปฏิกิริยาที่มีตัวเร่งเกิดได้เร็วกว่าปฏิกิริยาที่ไม่มีตัวเร่ง

b)

ปฏิกิริยาที่มีตัวเร่งจะมีพลังงานก่อกัมมันต์ต่ำกว่าปฏิกิริยาที่ไม่มีตัวเร่ง

c)

ปฏิกิริยาที่มีตัวเร่ง เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดลง ตัวเร่งยังคงมีปริมาณและสมบัติเหมือนเดิม

d)

ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากปฏิกิริยาที่มีตัวเร่งจะมีพลังงานต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากปฏิกิริยา

ที่ไม่มีตัวเร่ง

23.

รูปการทดลองหาอัตราในการสลายตัวของลวดแมกนีเซียมด้วยสารละลายกรดไฮโดรคลอริก ถ้าต้องการเพิ่มอัตราเร็วของปฏิกิริยานี้ วิธีในข้อใดให้ผลน้อยที่สุด

a)

เขย่าหลอดทดลองแรงๆ

b)

เติมสารละลายกรดให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น

c)

เพิ่มลวดแมกนีเซียมขนาดเท่าเดิมลงไปอีกชิ้นหนึ่ง

d)

หั่นลวดแมกนีเซียมออกเป็นเส้นเล็กๆ โดยไม่เพิ่มน้ำหนัก

24.

การกระทำในข้อใดส่งผลให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาระหว่างสังกะสีกับกรดไฮโดรคลอริกลดลง

a)

ใช้แผ่นสังกะสีที่มีแผ่นทองแดงพันเป็นเกลียวโดยรอบ

b)

เติมน้ำกลั่นลงไป 100 cm3

c)

เพิ่มความเข้มข้นของกรดไฮโดนเจนคลอริก

d)

ใช้ผงสังกะสีแทนแผ่นสังกะสี

25.

การกระทำในข้อใดส่งผลให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น

a)

การเก็บยาในตู้เย็น

b)

โปรตีนในอาหารทำปฏิกิริยากับเอนไซม์เกิดการสลายตัวเป็นกรดะมิโน

c)

การแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์

d)

การกลืนยาลดกรดโดยไม่เคี้ยว

26.

ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด

a)

เพิ่มอุณหภูมิทำให้ค่า b มีค่าลดลง

b)

เพิ่มอุณหภูมิทำให้ค่า a มีค่าลดลง

c)

เติมตัวเร่งทำให้ค่า a มีค่าลดลง

d)

เติมตัวเร่งทำให้ค่า b มีค่าลดลง