wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โวหารภาพพจน์

Total questions: 30

Worksheet time: 13mins

Name
Class
Date
1.

" มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน"

คำประพันธ์ข้างต้นใช้โวหารภาพพจน์ชนิดใด

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

สัญลักษณ์

d)

สัทพจน์

2.

"ฉันหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว"

คำประประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์แบบใด

a)

อุปมา

b)

อติพจน์

c)

สัทพจน์

d)

บุคคลวัต

3.

ลมหนาวเริ่มล่องมาจากฟ้าแล้ว

พรมจูบแผ่วเจ้าพระยาโรยฟ้าฝัน

คำประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์แบบใด

a)

บุคคลวัต

b)

สัทพจน์

c)

อุปมา

d)

อุปลักษณ์

4.

เพียนทองงามดั่งทอง

ไม่เหมือนน้องห่มตาดพราย

กระแหแหห่างชาย

ดั่งสายสวาทคลาดจากสม

คำประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์แบบใด

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

บุคคลวัต

d)

สัทพจน์

5.

คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา

คำประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์แบบใด

a)

อุปมา

b)

สัทพจน์

c)

อติพจน์

d)

อุปลักษณ์

6.

"เสียงลิงค่างบ่างชะนีวะหวีดโหวย" เป็นโวหารประเภทใด

a)

สัทพจน์

b)

บุคคลวัต

c)

อติพจน์

d)

อุปมา

7.

“สายลมโอบกอด” เป็นโวหารประเภทใด

a)

สัทพจน์

b)

อติพจน์

c)

บุคคลวัต

d)

อุปมา

8.

"ทหารเป็นรั้วของชาติ" เป็นโวหารประเภทใด

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

สัทพจน์

d)

อติพจน์

9.

"ทะเลไม่เคยหลับใหล" เป็นโวหารประเภทใด

a)

อติพจน์

b)

อุปมา

c)

สัทพจน์

d)

บุคคลวัต

10.

ภาพพจน์ใดเป็นการกล่าวเกินจริง

a)

บุคคลวัต

b)

สัทพจน์

c)

อุปลักษณ์

d)

อติพจน์

11.

โฉมควรจักฝากฟ้า ฤาดิน ดีฤา

เกรงเทพไท้ธรณินทร์ ลอบกล้ำ

ฝากลมเลื่อนโฉมบิน บนเล่า นะแม่

ลมจะชายชักช้ำ ชอกเนื้อเรียมสงวน

โคลงบทนี้ใช้ภาพพจน์อะไร

a)

อติพจน์

b)

อุปมา

c)

อุปลักษณ์

d)

บุคคลวัต

12.

การใช้ภาพพจน์ในข้อใดถูกต้อ

a)

บุคลาธิษฐาน เช่น ขอเป็นเกือกรองบาทา

b)

อุปลักษณ์ เช่น ทะเลไม่เคยหลับใหล

c)

สัทพจน์ เช่น งามดั่งนางอัปสรสวรรค์

d)

อุปมา เช่น สวยเหมือนนางฟ้า

13.

เห็นจากจากแจกก้าน แกมระกำ

ถนัดระกำกรรมจำ จากช้า

บาปใดที่โททำ แทนเท่า ราแม่

จากแต่คาบนี้หน้า พี่น้องคงถนอม

จากโคลงข้างต้น บาทใดแสดงความหวัง

a)

เห็นจากจากแจกก้าน แกมระกำ

b)

จากแต่งคาบนี้หน้า พี่น้องคงถนอม

c)

ถนัดระกำจำ จากช้า

d)

บาปใดที่โททำ แทนเท่า ราแม่

14.

จากมามาลิ่วล้ำ ลำบาง

บางยี่เรือราพลาง พี่พร้อง

เรือแผงช่วยพานาง เมียงม่าน มานา

บางบ่รับคำคล้อง คล่าวน้ำตาคลอ

โคลงบทนี้ใช้ภาพพจน์ใด

a)

บุคคลวัต

b)

สัทพจน์

c)

อุปมา

d)

อติพจน์

15.

จำใจจากแม่เปลื้อง ปลิดอก อรเอย

เยียวว่าแดเดียวยก แยกได้

สองซีกแล่งทรวงตก แตกภาค ออกแม่

ภาคพี่ไปหนึ่งไว้ แนบเนื้อนวลถนอม

จากคำประพันธ์ข้างต้น ผู้แต่งมีความรู้สึกอย่างไร

a)

สงสัย

b)

ป็นห่วงเป็น

c)

อาลัยอาวรณ์

d)

กังวลใจ

16.

ภาพพจน์ใดเป็นการเปรียบสิ่งหนึ่งให้เหมือนอีกสิ่งหนึ่ง

a)

อุปลักษณ์

b)

อุปมา

c)

บุคคลวัต

d)

สัทพจน์

17.

“สายธาราดั่งนาฬิกาแก้ว แว่วแว่วจ๊อกจ๊อกเซาะซอกหิน

a)

บุคคลวัต

b)

สัทพจน์

c)

อุปมา

d)

อติพจน์

18.

ข้อใดใช้ภาพพจน์แบบอุปลักษณ์

a)

เสียงรถด่วนขบวนสุดท้าย

b)

เธอคือโคมทองของชีวิตพี่

c)

ฝากเพลงนี้มากับสายลมผ่าน

d)

หากมีเวลามาเยี่ยมบ้านนาบ้างเธอพี่เน้อ

19.

ข้อใดไม่ใช้ความเปรียบแบบอุปมา

a)

มะลิวัลย์พันพุ่มคัดเค้า ระดูดอกออกขาวทั้งราวป่า

บ้างเลื้อยเลี้ยวเกี้ยวกิ่งเหมือนชิงช้า ลมพาพัดแกว่งดังแกล้งไกว

b)

หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ แพนดอกฉ่ำช้อยช่อวรวิจิตร

งามดั่งเปลวเพลิงป่ามานิรมิต สร้อยโสภิตอภิรุมพุ่มหัวใจ

c)

เพียรทองงามดั่งทอง ไม่เหมือนน้องห่มตาดพราย

กระแหแหห่าชาย ดั่งสายสวาทนาดนวยจร

d)

ลมระเริงลู่หวิวพลิ้วระลอก สัพยอกยอดไม้ไปลิ่วล่อง

แล้วใบไม้ก็ไหวส่ายขึงข่ายกรอง ทอแสงทองประทับซับน้ำค้าง

20.

ข้อใดเป็นโวหารภาพพจน์ชนิดสัทพจน์

a)

มองซิมองทะเล เห็นลมคลื่นเห่จูบหิน

b)

ปลิดปลิวเคว้งคว้าง ชีวิตฉันดั่งใบไม้ที่หลุดลอย

c)

ติ๊กตอก เจ้านาฬิกา ปลุกฉันให้มาอยู่ในความรัก

d)

เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง ให้มันไหลลงทะเล

21.

“พอแดดพริ้มยิ้มพรายกับชายฟ้า โลกก็จ้าแจ่มหวังด้วยรังสี” ใช้โวหารภาพพจน์ใด

a)

สัทพจน์

b)

บุคคลวัต

c)

อุปมา

d)

อติพจน์

22.

“วังเอ๋ยวังเวง

หง่างเหง่งย่ำค่ำระฆังขาน

ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล

ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน”

a)

สัทพจน์

b)

อุปมา

c)

อติพจน์

d)

อุปลักษณ์

23.

คำประพันธ์ในข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ต่างจากข้ออื่น

a)

ดังหิ่งห้อยจะแข่งแสงอาทิตย์ เห็นผิดระบอบบุราณมา

b)

นางนวลจับนางนวลนอน เหมือนพี่แนบนวลสมรจินตะหรา

c)

กูไม่ครั่นคร้ามขามใคร จะหักให้เป็นภัสม์ธุลีผง

d)

ท้าวกะหมังกุหนิงแข็งขัน ได้ฟังกริ้วโกรธดังเพลิงกัลป์

24.

ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ด้วยวิธีการอุปลักษณ์

a)

ลมระเริงลู่หวิวพลิ้วระลอก สัพยอกยอดไม้ไปลิ่วล่อง

b)

เพลินฟังวังเวงเพลงเรไร พิณพาทย์ไพรกล่อมขับสำหรับดง

c)

โอ้โอ๋อกพระชนกชนนีนี้จะแตกครากสักเจ็ดภาคภินทนาการ

d)

มีทั้งว่านยาสารพันอุดมดับโรคาพยาธิดุจทิพยโอสถปรากฏคุณประสิทธิ์ประสาทสุพรรณนา

25.

ศิลปะการประพันธ์ข้อใดใช้อัพภาสเลียนเสียงธรรมชาติ

a)

ชะโดดุกกระดี่โดด สลาดโลดยะหยอยหยอย

กระเพื่อมน้ำพะพร่ำพรอย กระฉอกฉานกระฉ่อนชล

b)

พลหัวหน้าพะกัน แกว่งดาบฟันฉะฉาด แกว่งดาบฟันฉะฉัด

ซ้องหอกซัดยะยุ่ง ซ้องหอกพุ่งยะย้าย

c)

หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ แพนดอกฉ่ำช้อยช่อวรวิจิตร

งามดั่งเปลวเพลิงป่ามานิรมิต สร้อยโสภิตอภิรุมพุ่มหัวใจ

d)

เพชรน้ำค้างค้างหล่นบนพรมหญ้า เย็นหยาดฟ้ามาฝันหลงวันใหม่

เคล้าเคลียหยอกดอกหญ้าอย่างอาลัย เมื่อแฉกดาวใบไผ่ไหวตะวัน

26.

ข้อใดมีการซ้ำคำที่มีความหมายเหมือนกันทุกคำ

a)

ทั้งหนาวลมหนาวพรมน้ำค้างพราว ไหนจะหนาวซากผาศิลาเย็น

b)

เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง

c)

ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี่ก็ยาวนะอกเอ๋ย

d)

ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง

27.

ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ต่างกับข้ออื่น

a)

ดอกไม้แย้มกลีบยิ้มริมบึงช่างตรึงจิต ลมจุมพิตเท่าไรก็ไม่หมอง

b)

เห็นกรวดทรายชายทะเลชโลธร ละเอียดอ่อนดังละอองสำลีดี

c)

เป็นฟองฟุ้งรุ่งเรืองอยู่รางราง กระเด็นพร่างพรายพราวราวกับพลอย

d)

อันพริกไทยใบผักชีเหมือนสีกา ต้องโรยหน้าเสียสักหน่อยอร่อยใจ

28.

คำประพันธ์ในข้อใดใช้กลวิธีการเล่นคำลักษณะเดียวกับตัวอย่างนี้

“ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ ยังจากกอก็มาขึ้นในคลองขวาง”

a)

นกขมิ้นจับเถาขมิ้นเครือ คาบเหยื่อเผื่อลูกแล้วโผบิน

b)

สาลิกาพาหมู่เที่ยวจู่บิน เขาคูคู่ถิ่นอยู่ริมรก

c)

กระทาปักหาตัวเมียจ้อ ชูคอปีกกางหางหก

d)

ค้อนทองร้องรับกันป๊กป๊ก นกคุ่มเปรียวปรื๋อกระพือบิน

29.

“บุหลันเลื่อนลอยฟ้าไม่ราคี รัศมีส่องสว่างดังกลางวัน”

ข้อความนี้เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด

a)

อธิพจน์

b)

อุปลักษณ์

c)

อุปมา

d)

สัทพจน์

30.

ข้อใดที่ไม่ใช้โวหารภาพพจน์

a)

บนเนินเขาเตี้ยๆ มีน้ำพุที่ให้น้ำตลอดฤดู ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว

b)

ฉันไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ

c)

เขามีเพชรอยู่ในมือแต่ปล่อยให้หลุดมือไปได้

d)

ธรรมชาติรอบข้างต่างสลดหมดความคะนองทุกสิ่งทุกอย่าง