NEW
Font size
Worksheetsปลายภาคเคมี3
Total questions: 30
Worksheet time: 1hrs 1mins
ข้อใดเป็นเหตุผลที่ถูกต้องที่สุดเพื่อแสดงว่าอัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
โมเลกุลของสารนั้นจะมีการชนกันมากขึ้น
ทำให้ความดันเพิ่มขึ้น
ทำให้พลังงานกระตุ้นเพิ่มขึ้น
โมเลกุลบางส่วนมีพลังงานสูงเกิดขึ้น
ในการศึกษาปฏิกิริยาเคมีโดยทั่วไปมักต้องการให้ปฏิกิริยาเกิดขึ้นเร็ว ดังนั้นเวลาทำการทดลองจึงมักกระทำอย่างไร
อุ่นให้ร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ
ใช้สารละลายมีความเข้มข้นสูง
ใช้วิธีคนอย่างสม่ำเสมอ
ใช้วิธีการทั้ง 1 2 และ 3
การทดลองในข้อใดมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาที่สูงที่สุดที่อุณหภูมิเดียวกัน
ใส่แผ่นสังกะสี 1 ชิ้น หนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.1 mol/dm3
ใส่แผ่นสังกะสี 2 ชิ้น หนัก 0.5 กรัม ลงในกรด HCl 0.2 mol/dm3
ใส่สังกะสีผงละเอียดหนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.1 mol/dm3
ใส่สังกะสีผงละเอียดหนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.2 mol/dm3
ตามทฤษฎีการชนกันของโมเลกุล และทฤษฎีจลน์ของก๊าซข้อใดเป็นขั้นตอนที่กำหนดอัตราเร็วของปฏิกิริยารวม
ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยที่ดำเนินไปช้าที่สุด
ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยขั้นแรก
ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยที่ดำเนินไปเร็วที่สุด
ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยขั้นสุดท้าย
เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นอัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นด้วยเพราะเหตุผลข้อใด (ให้ตอบข้อที่ถูกที่สุด)
จำนวนโมเลกุลที่มีพลังงานสูงกว่าพลังงานกระตุ้นเพิ่มมากขึ้น
โมเลกุลที่มีพลังงานสูงกว่าพลังงานกระตุ้นชนกันมากขึ้น
จำนวนโมเลกุลที่มีพลังงานสูงกว่าพลังงานกระตุ้นเพิ่มมากขึ้น และมีการชนกันมากขึ้น
โมเลกุลทั้งหมดของสารตั้งต้นมีพลังงานสูงกว่าพลังงานกระตุ้น และชนกันมากขึ้นอย่างถูกทิศทาง
การเปลี่ยนแปลงในข้อใดที่สันนิษฐานได้ว่าเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
C (s) + O2 (g) → CO2(g)
CCl4 (g) → C (s) + 2Cl2 (g)
2H2 (g) + O2 (g) → 2H2O (g)
C (s) + 2H2 (g) → CH2(g)
คะตะไลต์ที่เป็นของแข็ง สามารถเพิ่มอัตราเร็วของปฏิกิริยาระหว่างก๊าซได้ดังนี้
I ดูดซับโมเลกุลของสารตั้งต้นไว้บนผิว
II ทำให้พลังงานพันธะในโมเลกุลของสารตั้งต้นมีค่าลดลง
III ทำให้พลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยามีค่าลดลง
IV ทำให้โมเลกุลของสารตั้งต้นมีพลังงานเฉลี่ยสูงขึ้น
ข้อความข้างต้นนี้ข้อความใดถูกต้อง
I , II และ III เท่านั้น
I และ III เท่านั้น
I และ IV เท่านั้น
IV เท่านั้น
เมื่อใส่ 1 M HCl 25 cm3 ลงหินปูนชิ้นเล็กๆ จะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงในข้อใดที่จะไม่ทำให้อัตราของปฏิกิริยาเริ่มต้นเพิ่มขึ้น
ใช้ 1 M HCl 100 cm3
ใช้ 2 M HCl 25 cm3
ใช้ 2 M HCl 50 cm3
บดหินปูนให้เป็นผงละเอียด
ในปฏิกิริยา Mg (s) + 2HCl (aq) → MgCl2 (aq) + H2 (g) พบว่า เมื่อปฏิกิริยาใกล้จะสิ้นสุดนั้นอัตราการเกิดก๊าซไฮโดรเจนจะลดลง ทั้งนี้เพราะเหตุใด
ผลิตภัณฑ์รวมตัวกันกลับไปเป็นสารตั้งต้นมากขึ้น
ความเข้มข้นของสารตั้งต้นลดลง
อุณหภูมิของผสมจะลดลงเนื่องจากพลังงานถูกใช้ไป
ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นทำหน้าที่เป็นตัวขัดขวางปฏิกิริยา
ปฏิกิริยาการเติมก๊าซไฮโดรเจนแก่สารอินทรีย์แทบจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าไม่เติมผงนิกเกิลลงในปฏิกิริยาและเมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยาแล้วจะได้นิกเกิลเหมือนเดิม ผงนิกเกิลมีผลต่อปฏิกิริยาอย่างไร
เพิ่มพลังงานจลน์ให้แก่โมเลกุลของสารเริ่มต้น
ลดพลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยา
เพิ่มความสามารถในการผสมเป็นเนื้อเดียวกันของสารที่เข้าทำปฏิกิริยา
ลดความแตกต่างระหว่างระดับพลังงานของสารเริ่มต้น และผลิตภัณฑ์
ข้อสรุปใดต่อไปนี้ผิด
โมเลกุลชนกันทุกครั้งต้องเกิดปฏิกิริยา หากมีพลังงานกระตุ้นเพียงพอ
ถ้าพลังงานของสารตั้งต้นมากกว่าสารผลิตภัณฑ์ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจะเป็นปฏิกิริยา
คายความร้อน
ตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้พลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยาลดลง
เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้น
บรรจุก๊าซ A2 และก๊าซ B2 ในภาชนะที่อุณหภูมิห้อง เมื่อเผาให้ร้อนก๊าซทั้งสองจะทำปฏิกิริยากันดังสมการ 2A (g) + B2 (g) → 2AB (g) อัตราเร็วของปฏิกิริยา = k [B2]2
เมื่อทำการเปลี่ยนแปลงระบบดังต่อไปนี้
1 เพิ่มความดันของก๊าซขึ้นเท่าตัว
2 เพิ่มความเข้มข้นของสาร A
3 เติมตัวเร่งปฏิกิริยา
การเปลี่ยนแปลงในข้อใดที่น่าจะทำให้เกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น
1 , 2 และ 3
3
2 และ 3
1 และ 3
โดยทั่วไปอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจะเพิ่มขึ้นประมาณสองเท่า เมื่อเพิ่มอุณหภูมิ 10 °c ในการทดลองหนึ่งสารตัวอย่างของโพแทสเซียมคลอเรต สลายตัว 90 % โดยมวลในเวลา 20 นาที ถ้าเพิ่มอุณหภูมิขึ้น 20°c สารตัวอย่างดังกล่าวจะใช้เวลาในการสลายตัวกี่นาที
2.5
5
10
15
ปฏิกิริยา A + B → P เกิดช้าแต่สมบูรณ์และเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน พบว่าอัตราของปฏิกิริยาขึ้นกับปริมาณของสารตั้งต้น A แต่ไม่ขึ้นกับปริมาณสารตั้งต้น B การกระทำทั้งหมดในข้อใดต่อไปนี้มีผลทำให้ปฏิกิริยาเกิดได้เร็วขึ้น
ลดอุณหภูมิ เพิ่มสาร A
ลดอุณหภูมิ เอาสาร P ออก
เพิ่มอุณหภูมิ เพิ่มสาร A เพิ่มสาร B
ลดอุณหภูมิ เพิ่มสาร A เอาสาร P ออก
เมื่อนำก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซออกซิเจนมาผสมกันในภาชนะที่อุณหภูมิห้อง (ระบบที่ 1) พบว่าไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้น แต่ถ้ามีประกายไฟเกิดขึ้นภายในภาชนะที่มีก๊าซทั้งสองผสมกันอยู่ (ระบบที่ 2) จะเกิดปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว และรุนแรงมาก
พิจารณาข้อความต่อไปนี้
1. พลังงานกระตุ้นของทั้งสองระบบมีค่าเท่ากัน
2. ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นระหว่างก๊าซไฮโดรเจน และก๊าซออกซิเจนเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
3. ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นระหว่างก๊าซไฮโดรเจน และก๊าซออกซิเจนเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
4. จำนวนโมเลกุลที่มีพลังงานมากกว่าพลังงานกระตุ้นของทั้งสองระบบมีค่าไม่ต่างกัน
ข้อสรุปใดไม่ถูกต้อง
1 และ 2
1 และ 3
3 และ 4
2 และ 4
ค่าคงที่ของสมดุลขึ้นอยู่กับข้อใด
ความดัน
อุณหภูมิ
ปริมาตร
ความเข้มข้น
ถ้าปฏิกิริยาต่อไปนี้อยู่ในภาวะสมดุล
Cu (s) + 2Ag + (aq) ↔ Cu +2(aq) + 2Ag +(s)
ข้อสรุปข้อใดถูกต้อง
ความเข้มข้นของสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์จะเท่ากัน
ความเข้มข้นของสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์จะคงที่
ความเข้มข้นของสารตั้งต้นจะเท่ากัน
ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์จะเท่ากัน
ปฏิกิริยา A (g) + B (g) ↔ 2C (g) ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
ถ้าต้องการเพิ่มผลิตภัณฑ์ควรทำอย่างไร
เพิ่มอุณหภูมิให้แก่ระบบ
ลดอุณหภูมิของระบบ
เพิ่มความดันให้แก่ระบบ
ลดอุณหภูมิมีแต่เพิ่มความดันให้แก่ระบบ
เมื่อผสมสารละลายไอร์ออน (II) คลอไรด์กับสารละลายซิลเวอร์ไนเตรตจะมีตะกอนของเงินเกิดขึ้นเขียนสมการที่ภาวะสมดุลได้ดังนี้
Fe 2+ (aq) + Ag + (aq) ↔ Fe 3+ (aq) + Ag (s)
เมื่อเติมสารละลายชนิดใดต่อไปนี้จะทำให้ปริมาณของตะกอนของเงินลดลง
โซเดียมคลอไรด์
ไอร์ออน (II) คลอไรด์
ซิลเวอร์ไนเตรต
ไอร์ออน (III) คลอไรด์
สมดุลไดนามิก หมายความว่า ณ ภาวะสมดุล
การเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้า และย้อนกลับดำเนินต่อไป
ระบบจะยังมีสารตั้งต้น และผลิตภัณฑ์
ความเข้มข้นของสารตั้งต้น และผลิตภัณฑ์มีค่าคงที่
ความเข้มข้นของสารตั้งต้น และผลิตภัณฑ์มีค่าเท่ากัน
เมื่อให้ความร้อนกับเหล็กและไอน้ำในภาชนะปิดที่อุณหภูมิ 700 °c ปฏิกิริยาที่ภาวะสมดุล คือ 3Fe (s) + 4H2O (g) ↔ Fe3O4 (s) + 4H2 (g)
ซึ่งเมื่อเหล็กทำปฏิกิริยากับไอน้ำจะมีความร้อนเกิดขึ้นดังนั้นถ้าจะให้ได้ปริมาณของไฮโดรเจนมากๆ ทำได้โดยวิธีต่อไปนี้
เพิ่มความดัน
ลดความดัน
ลดอุณหภูมิ
ทั้ง 1 และ 3
การเติมก๊าซคลอรีนวิธีหนึ่งทำได้ดังนี้
4HCl (g) + O2 (g) ↔ 2Cl2(g) + 2H2O (g) + ความร้อน
ถ้าต้องการก๊าซ Cl2 เพิ่มมากขึ้น โดยอาศัยหลักการของ เลอ ชาเตอลิเอ ไม่ควรใช้วิธีใด
ทำน้ำ H2O (g) ให้กลายเป็นของเหลว
ลดอุณหภูมิ
เพิ่ม HCl (g) และ O2(g) ในอัตราส่วน 4:1
เพิ่ม O2(g) หรือ HCl (g) อย่างใดอย่างหนึ่ง
เมื่อเติมสารละลายไฮโดรเจนซัลไฟด์ลงไปสารละลาย Pb2+ จะทำให้เกิดตะกอน Pbs สมดุลเคมีที่เกิดขึ้นเป็นดังนี้
Pb2+(aq) + H2S(aq) ↔ Pbs (s) + 2H+ (aq)
ในภาวะใดจะทำให้ Pbs ตกตะกอนน้อยที่สุด
เพิ่มความเป็นเบสของสารละลายให้มากขึ้น
เพิ่มความเข้มข้นของสารละลายให้มากขึ้น
เติม Pb2+ ลงไปอีก
เพิ่มความเป็นกรดของสารละลายให้มากขึ้น
ปฏิกิริยาใดข้างล่างนี้ที่ควรจะเกิดไปทางด้านสารผลิตภัณฑ์ได้ดีที่สุด เมื่อความดันของสารระบบเพิ่มขึ้น (อุณหภูมิคงที่)
N2 (g) + O2 (g) ↔ 2NO (g)
N2O4 (g) ↔ 2NO (g)
CO (g) + 2H2 (g) ↔ CH2OH (g)
3Fe(s) + 4H2O (g) ↔ Fe3O4(s) + 4H2(g)
ปฏิกิริยาระหว่างไนตริกออกไซด์กับคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นปฏิกิริยาคายความร้อนและอาจแสดงด้วยสมการต่อไปนี้
2NO (g) + 2CO (g) ↔ N2 (g) + 2CO2 (g)
การเปลี่ยนแปลงปัจจัยในข้อใดที่มีผลต่อสมดุลของระบบนี้ ซึ่งจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่มีการเพิ่มปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์
อุณหภูมิต่ำหรือความดันสูง
อุณหภูมิต่ำหรือความดันต่ำ
อุณหภูมิสูงหรือความดันสูง
อุณหภูมิต่ำหรือความดันต่ำ
ปฏิกิริยาที่ภาวะสมดุลในข้อใดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความดัน จะมีผลตรงข้ามกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ความเข้มข้นของ A - จะเพิ่มมากขึ้นโดยการเติมสารในข้อใด
N2 (g) + 3H2 (g) ↔ 2NH3 (g) คายความร้อน
2O3 (g) ↔ 3O2 (g) คายความร้อน
CO (g) + H2O (g) ↔ CO2 (g) + H2 (g) คายความร้อน
N2 (g) + O2 (g) ↔ 2NO (g) ดูดความร้อน
ในขวดน้ำอัดลมปิดฝาสนิท มีสมดุลดังนี้
H2O (l) + CO2 (g) ↔ H2CO3 (aq)
ถ้าต้องการให้มี H2CO3 มากจะต้องทำอย่างไร
ลดปริมาตรช่องว่างที่คอขวด
เพิ่มปริมาตรช่องว่างที่คอขวด
ไม่ควรแช่เย็นจัดมาก
เปิดฝาขวด
พิจารณาระบบซึ่งอยู่ในภาวะสมดุล ดังนี้
PCl5 (g) ↔ PCl5 (g) + Cl2 (g) - 92.9 kJ/mol
ข้อความใดต่อไปนี้เป็นคำกล่าวที่ ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับระบบนี้
การเพิ่มความเข้มข้นของ PCl2 จะทำให้ตำแหน่งของสมดุลเปลี่ยนไปทางขวา
ตัวเร่งปฏิกิริยาจะทำให้ระบบเข้าสู่สมดุลเร็วขึ้นและทำให้ตำแหน่งของสมดุลเปลี่ยนไปทางขวา
การลดความดันทั้งหมดของระบบ จะทำให้ตำแหน่งของสมดุลเปลี่ยนไปทางขวา
การเพิ่มอุณหภูมิจะทำให้ตำแหน่งของสมดุลเปลี่ยนไปทางขวา
สมดุลของระบบในข้อใดจะเลื่อนไปทางขวามือ เมื่อเพิ่มความดันให้แก่ระบบ
H2(g) + I2(g) ↔ 2HI 2(g) ที่ 25 °c
PCl5 (g) ↔ PCl3 (g) + Cl2 (g) ที่ 30 °c
H2O(s) ↔ H2O (l) ที่ 0 °c
3Fe(s) + 4H2O (g) ↔ Fe3O4(s) + 4H2(g) ที่ 100 °c
ปฏิกิริยา N2(g) + 3H2(g) ↔ 2NH 3(g) เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน สถาวะทั้งหมดในข้อใดที่มีผลทำให้เกิด NH 3 มากขึ้น
เพิ่ม N2 เพิ่มความร้อน เพิ่มความดัน เพิ่มปริมาตร
ดึง NH 3 ออกจากระบบ ลดความร้อน เพิ่มความดัน เพิ่มปริมาตร
เพิ่ม H2 ลดความร้อน เพิ่มความดัน ลดปริมาตร
ดึง NH 2 ออกจากระบบ ลดความร้อน ลดความดัน ลดปริมาตร
