wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาค

Total questions: 30

Worksheet time: 3hrs 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่เข้าพวก

a)

CH3 CH2COOH

b)

CH3 CH2CH3

c)

C7H8OH

d)

CaCO3

e)

NaCl

2.

สารในข้อใดจัดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนทั้งหมด

a)

NaOH CH3CH2OH

b)

CH3OH C2H5Cl

c)

C6H12O6 C3H8

d)

CH3OCH3 C4H8

e)

C3H8 C4H8

3.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

สารประกอบอื่นที่ไม่ใช่สารประกอบอินทรีย์เรียกว่าสารประกอบอนินทรีย์

b)

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนทุกชนิด จัดเป็นสารประกอบอินทรีย์

c)

สารประกอบอินทรีย์ทุกชนิดจัดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

d)

สารประกอบอินทรีย์ได้มาจากสิ่งมีชีวิต หรือการสังเคราะห์

e)

ตัวอย่างสารประกอบอนินทรีย์ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ และคาร์บอนมอนออกไซด์

4.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับไขมันและน้ำมัน

a)

ไขมันและน้ำมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายมากกว่าสารอาหารประเภทอื่น ๆ

b)

โครงสร้างภายในประกอบด้วยส่วนที่มาจากกลีเซอรอล (glycerol) และกรดไขมัน (fatty acid)

c)

กรดไขมันที่อยู่ภายในโครงสร้างแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ กรดไขมันอิ่มตัว และไม่อิ่มตัว

d)

ไขมันและน้ำมันจัดเป็นสารกลุ่มไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides)

e)

กรดไขมันอิ่มตัวจะมีจุดหลอมเหลวสูงกว่าอุณหภูมิห้อง

5.

ข้อใดจัดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนแบบไม่อิ่มตัว

a)

CH3 - CH2 – CH2 - CH2 - CH2 – CH2 - CH2 – COOH

b)

CH3 - CH2 – CH = CH - CH2 – CH = CH – CH2 – COOH

c)

NH2 – CH2 – CH2 – CH2 – CH2 – CH2 – CH2 – NH2

d)

CH3 – CH2 – CH = CH – CH2 – CH2 – CH2 – CH3

e)

CH3 – CH2 – CH2 – CH2 – CH2 – CH2 – CH2 – CH3

6.

พิจารณาโครงสร้างของกรดไขมันต่อไปนี้

CH3 - CH2 – CH2 – CH2 - CH2 –CH2 - CH2 –CH2 – CH2 - CH2 – CH2 - CH2 – COOH

ควรมีคุณสมบัติตามข้อใด

a)

พบได้มากในน้ำมันพืช

b)

สามารถละลายวิตามิน A B C K ได้

c)

มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง

d)

ให้พลังงานต่ำกว่าสารอาหารประเภทอื่น ๆ

e)

ถ้าบริโภคในปริมาณมากจะก่อให้เกิดโรคความดัน

7.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

พอลิเมอร์มีจุดหลอมเหลวสูงกว่ามอนอเมอร์

b)

ขนาดโมเลกุลของพอลิเมอร์เล็กกว่ามอนอเมอร์

c)

พอลิเมอร์และมอนอเมอร์มีสถานะเดียวกันเสมอ

d)

พอลิเมอร์ละลายในตัวทำละลายได้ง่ายกว่ามอนอเมอร์

e)

สารละลายของพอลิเมอร์จะมีความหนืดน้อยกว่าสารละลายของพอลิเมอร์

8.

ข้อใดกล่าวถึงโปรตีนไม่ถูกต้อง

a)

เป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน

b)

เป็นโครงสร้างของเอนไซม์ และฮอร์โมน

c)

หน่วยย่อยของโปรตีนคือ กรดแอมิโน (amino acid)

d)

กรดแอมิโนมีโครงสร้างโมเลกุลที่ประกอบด้วยหมู่แอมิโน และหมู่คาร์บอกซิลิก

e)

กรดแอมิโนในร่างกายมนุษย์มีทั้งกรดแอมิโนจำเป็นและกรดแอมิโนไม่จำเป็น

9.

สารในข้อใดแสดงสมบัติเป็นกรด

a)

ก ข ค

b)

ก ค ง

c)

ค ง จ

d)

ก ข จ

e)

ก และ ข เท่านั้น

10.

พอลิเมอร์และมอนอเมอร์ข้อใดไม่สัมพันธ์กัน

a)

ข้าว – กลูโคส

b)

ไกลโคเจน – กรดแอมิโน

c)

เซลลูโลส – กลูโคส

d)

โปรตีน – กรดแอมิโน

e)

ไขมันและน้ำมัน – กรดไขมัน

11.

ใครนำหลักการ like dissolves like มาใช้ให้เกิดประโยชน์น้อยที่สุด

a)

กิ่งนำมาใช้เป็นตัวเลือกในการสกัดสีและกลิ่นออกจากสมุนไพร

b)

แก้วนำมาเป็นตัวเลือกในการเลือกซื้อเครื่องประดับ

c)

ก้าวนำมาเป็นตัวเลือกในการรับประทานอาหารเสริม

d)

กล้วยนำมาเป็นตัวเลือกในการประดิษฐ์ภาชนะบรรจุอาหาร

e)

ก้อยนำมาเป็นตัวเลือกในการทำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

12.

พลาสติกที่ใช้แล้วสามารถนำมาหลอมเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ควรมีโครงสร้างแบบใด

a)

แบบกิ่ง

b)

แบบเส้น

c)

แบบร่างแห

d)

แบบเส้นและแบบกิ่ง

e)

แบบเส้นแบบกิ่งและแบบร่างแห

13.

การกระทำให้ข้อใด มีความสอดคล้องกับวิธีการลดขยะ

a)

การใช้ถุงผ้าแทนการใช้พลาสติก : การใช้ซ้ำ

b)

การใช้แก้วพลาสติกมาทำเป็นกระถางต้นไม้ : ลดการใช้

c)

การแยกขวดน้ำพลาสติกส่งขายร้านขายของเก่า : นำกลับมาใช้ใหม่

d)

การนำถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อมาเป็นถุงขยะ : นำกลับมาใช้ใหม่

e)

การนำแปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้วมาขัดรองเท้า : ลดการใช้

14.

พอลิเมอร์และผลิตภัณฑ์ในข้อใดไม่สัมพันธ์กัน

a)

พอลิเอทิลีน - ถุงพลาสติก

b)

พอลิสไตรีน - ช้อนส้อมพลาสติก

c)

พอลิเมลามีนฟอร์มาลดีไฮด์ - จาน ชาม

d)

พอลิโพรพิลีน - กล่องโฟมบรรจุอาหาร

e)

พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต - ถุงขนมขบเคี้ยว

15.

ข้อใดไม่เกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การเผากระดาษกลางทุ่งนา

b)

ทำความสะอาดห้องน้ำด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ

c)

เติมลมรถจักรยาน

d)

การทำข้าวหมัก

e)

การทำขนมปัง

16.
a)

สาร A คือสารตั้งต้น

b)

สาร AB เป็นสารผลิตภัณฑ์

c)

สารผลิตภัณฑ์มี 2 สาร

d)

สาร B2 เป็นสารตั้งต้น

e)

สาร AB2 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา

17.

a)

ปฏิกิริยานี้ต้องมีความร้อนจึงเกิดปฏิกิริยาได้

b)

ปฏิกิริยานี้ดูดพลังงาน

c)

ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นเองได้

d)

ปฏิกิริยานี้ผลิตภัณฑ์มีสถานะเป็นสารละลาย

e)

ปฏิกิริยานี้ใช้สารตั้งต้นรวม 2 โมเลกุล

18.

เมื่อนำโลหะโพแทสเซียม(K) มาทำปฏิกิริยากับน้ำ(H2O)ทำให้เกิดสารละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์(KOH) และแก๊สไฮโดรเจน(H2) เขียนสมการตามข้อใดถูก

a)

K(l) + H2O(l) -------> KOH(aq) + H2(g)

b)

2K(s) + 2H2O(l) ---------> 2KOH(aq) + H2(g)

c)

2K(s) + 2H2O(l) -----------> KOH(aq) + 2H2(g)

d)

K(s) + 2H2O(l) ----------> KOH(aq) + H2(g)

e)

2K(l) + 2H2O(l) ---------> 2KOH(aq) + H2(g)

19.

สาร A2(l) ทำปฏิกิริยากับสาร B2(l) ทำให้เกิด สาร AB(aq) และคายพลังงาน 112 kJ/mol ข้อใดถูก

a)

A2(l) + B2(l) + 112 kJ/mol --------> AB(aq)

b)

A2(l) + B2(l) + 112 kJ/mol ----------> 2 AB(aq)

c)

A2(l) + B2(l) + (-112) kJ/mol ----------> 2 AB(aq)

d)

A2(l) + B2(l) ----------> 2 AB(aq) + 112 kJ/mol

e)

A2(l) + B2(l) ----------> AB(aq) + 112 kJ/mol

20.

“ในการทำเนื้อให้เปื่อยเร็วเราจะใส่ยางมะละกอลงไปด้วย” ปัจจัยใดมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี”

a)

ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี

b)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

c)

ความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์

d)

อุณหภูมิ

e)

พื้นที่ผิว

21.

“ถ้าต้องการให้อาหารย่อยง่ายขึ้นเราควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน” ปัจจัยใดมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี

b)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

c)

ความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์

d)

อุณหภูมิ

e)

พื้นที่ผิว

22.

“แม่เก็บข้าวผัดไว้ในตู้เย็นเพื่อไว้รับประทานมื้อเช้าวันพรุ่งนี้”ปัจจัยใดมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี

b)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

c)

ความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์

d)

อุณหภูมิ

e)

พื้นที่ผิว

23.

“แม่ทำแกงจืดใส่น้ำปลามากจนเค็ม แม่จึงเติมน้ำลงไปทำให้แกงจืดมีรสชาติดีขึ้น” ปัจจัยใดมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี

b)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

c)

ความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์

d)

อุณหภูมิ

e)

พื้นที่ผิว

24.

“เอนไซม์อะไมเลสที่อยู่ในน้ำลายช่วยย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล”

ปัจจัยใดมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี

b)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

c)

ความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์

d)

อุณหภูมิ

e)

พื้นที่ผิว

25.

ปฏิกิริยาระหว่างแก๊สกับของแข็งชนิดหนึ่ง สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากนักเรียนต้องการให้อัตราการเกิด ปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น ควรทำตามข้อใด

a)

ลดอุณหภูมิลง

b)

ใส่ตัวหน่วงปฏิกิริยา

c)

ลดความดันของแก๊สลง

d)

นำของแข็งไปบดให้ละเอียด

e)

ลดความเข้มข้นของสารตั้งต้นลง

26.

ปฏิกิริยาของโลหะ T ในข้อใดเกิดขึ้นเร็วที่สุด

a)

วางโลหะ T ในตู้เย็น

b)

วางโลหะ T ในอากาศ

c)

เอากระดาษพันรอบโลหะ T

d)

เผาแท่งโลหะ T ในอากาศ

e)

เผาแท่งโลหะ T ชนิดผงในอากาศ

27.

ข้อใดเกิดปฏิกิริยารีดอกซ์

a)

ปฏิกิริยาการเผาไหม้

b)

ปฏิกิริยาจากถ่านนาฬิกา

c)

ปฏิกิริยาการเกิดสนิมของโลหะ

d)

ปฏิกิริยาในกระบวนการหายใจ

e)

ถูกทุกข้อ

28.

ธาตุในข้อใดสามารถแผ่รังสีได้

a)

ธาตุ Kr มีเลขอะตอมเท่ากับ 36

b)

ธาตุ U มีเลขอะตอมเท่ากับ 92

c)

ธาตุ Ba มีเลขอะตอมเท่ากับ 56

d)

ธาตุ Na มีเลขอะตอมเท่ากับ 11

e)

ธาตุ Cl มีเลขอะตอมเท่ากับ 17

29.

ถ้าเริ่มต้นมีสารกัมมันตรังสี X อยู่ 40 กรัม เมื่อเวลาผ่านไป 30 วัน จะเหลือสารนี้ 1.25 กรัม สารกัมมันตรังสี X มีครึ่งชีวิตเท่าไร

a)

6

b)

5

c)

4

d)

3

e)

2

30.

ข้อใดถูกเกี่ยวกับการนำสารกัมมันตรังสีไปใช้ประโยชน์

a)

ด้านการแพทย์ ใช้ โซเดียม-24 ตรวจหาโรคโปลิโอ

b)

ด้านการเกษตร ใช้ โคบอลต์-60 ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

c)

ด้านอุตสาหกรรม ใช้ คาร์บอน-14 ในการตรวจหารอยรั่วของท่อ

d)

ด้านธรณีวิทยา ใช้ คาร์บอน-12 ในการคำนวณหาอายุวัตถุโบราณ

e)

ด้านอุทกวิทยา ใช้ โครเมียม-121 ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งอุตสาหกรรม