NEW
Font size
Worksheetsข้อสอบปลายภาค เคมี 3 2564
Total questions: 40
Worksheet time: 1hrs 18mins
ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระบบปิด
น้ำแข็งในแก้วเก็บความเย็น
ปฏิกิริยาเคมีระหว่างหินปูนกับกรดเกลือในบีกเกอร์
การระเหิดของน้ำแข็งแห้งเมื่ออยู่นอกตู้เย็น
การบูดเน่าของอาหารในจานอาหาร
จากภาพการทดลองการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้เมื่อนักเรียนใช้บีกเกอร์ขนาด 400 ml เท่ากันตักน้ำไปจนเข้าสู่สมดุลจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
น้ำด้าน reactants มากว่าน้ำด้าน products
น้ำด้าน products มากว่าน้ำด้าน reactants
มีน้ำเฉพาะด้าน products ไม่มีน้ำด้าน reactants
น้ำด้าน products เท่ากับน้ำด้าน reactants
จากภาพการทดลองการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้เมื่อนักเรียนใช้บีกเกอร์ด้าน reactants ขนาด 400 ml และด้าน product ขนาด 100 mlตักน้ำไปจนเข้าสู่สมดุลจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
น้ำด้าน reactants มากว่าน้ำด้าน products
น้ำด้าน products มากว่าน้ำด้าน reactants
มีน้ำเฉพาะด้าน products ไม่มีน้ำด้าน reactants
น้ำด้าน products เท่ากับน้ำด้าน reactants
ข้อใดคือคำจำกัดความของคำว่า
"สารตั้งต้นสามารถเกิดปฏิกิริยาเคมีเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์"
ปฏิกิริยาไปข้างหน้า
ปฏิกิริยาไปย้อนกลับ
ปฏิกิริยาผันกลับได้
ปฏิกิริยาแปรผัน
ข้อใดเป็นปฏิริยาผันกลับได้
CaCO3(s) ↔ CaO(s) + CO2(g)
CaCO3(s) → CaO(s) + CO2(g)
CaO(s) + CO2(g) → CaCO3(s)
CaO(s) + CO2(g) → CaO(s) + CO2(g)
ข้อใดต่อไปนี้ผิด
ที่สมดุล เกิดในระบบปิด
ที่สมดุล ความเข้มข้นของสารตั้งต้นเท่ากับความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์
ที่สมดุล ปริมาณของสารมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น
ที่สมดุล อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้าเท่ากับอัตราการเกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ
จากกราฟสมดุลของปฏิกิริยาเคมี นักเรียนจะสังเกตว่าปฏกิริยาเข้าสู่สมดุล ณ จุดใดของกราฟ
เมื่อเริ่มต้นปฏิกิริยา
เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา
เมื่อเวลา 0 ที่แกน X(เวลา) และ Y (ความเข้มข้น)
เมื่อเวลา t ที่แกน X(เวลา) และ Y (ความเข้มข้น)
ระบบในข้อใดต่อไปนี้อยู่ในสมดุล
ปรอทและไอปรอทในเทอร์มอมิเตอร์ ณ อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส
หยดสารละลายกรดเกลือลงบนปูนในถ้วยกระเบื้อง ทำให้เกิดฟองแก๊สและยังมีหินปูนเหลืออยู่
การเผาไม้ทำถ่านในเตาเผาที่มีช่องระบายควัน
การเกิดสนิมของรถจักรยานยนต์
จากกราฟความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นกับเวลาของปฏิกิริยาในสารละลาย
ข้อใดคือสมการเคมีของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น
A ↔ B
X ↔ Y
Y ↔ X
2Y ↔ X
จากกราฟความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นกับเวลาของปฏิกิริยาในสารละลาย
ระบบเข้าสู่สมดุลที่เวลาประมาณเท่าใด
นาทีที่ 0
นาทีที่ 2
นาทีที่ 6
นาทีที่ 10
K=[N2][O2][NO]2
จากค่าคงที่สมดุลในรูปอัตราส่วนความเข้มข้นข้อใดเป็นปฏิกิริยาเคมีของสาร
NO(g) ↔ N2(g) + O2(g)
N2(g) + O2(g) ↔ NO(g)
2N2(g) + 2O2(g) ↔ 2NO(g)
N2(g) + O2(g) ↔ 2NO(g)
CO(g) + H2O(g) ↔ CO2(g) + H2(g)
ข้อใดเป็นค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา
K = [CO2][H2][CO][H2O]
K = [CO][H2O][CO2][H2]
K = [CO][H2O][CO2]2[H2]2
K = [CO]2[H2O]2[CO2][H2]
2Hg(l) + O2(g) ↔ 2HgO(s)
ข้อใดเป็นค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา
K = [HgO][Hg][O2]
K = [HgO]2[Hg]2[O2]
K = [Hg][O2]1
K = [O2]1
ปฏิกิริยา FeO(s) + CO(g) ↔ Fe(g) + CO2(g) ที่ 1000 องศาเซลเซียส
FeO = 6.00 g , Fe = 5.6 g, CO = 0.40 mol/L, และ CO2 =0.16 mol/L
0.40
0.60
2.5
1
ปฏิกิริยา N2O4(g) ↔ 2NO(g) ที่ 1000 องศาเซลเซียส มีค่า K = 4.2 x 1013 เมื่อเกิดปฏิกิริยาเป็น
2NO2(g) ↔ N2O4(g) จะมีค่า K เท่าใด K = 4.2 x 1013
K = 4.2 x 10131
K = (4.2 x 1013)21
กำหนดค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาเป็นดังนี้ Cl2(g) ↔ 2Cl(g) ......(1) K = 6.40 x 10−38
Cl2(g) + 2NO(g) ↔ 2NOCl(g) .........(2) K2 = 3.70 x 10−8
จงคำนวณค่าคงที่สมดุลของสมการเคมี
2Cl2(g) ↔ 2Cl(g)
K = 6.4 x 10−38
K = 6.4 x 10−381
K = 3.70 x 10−8
K = 3.70 x 10−81
กำหนดค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาเป็นดังนี้ Cl2(g) ↔ 2Cl(g) ......(1) K = 6.40 x 10−38
Cl2(g) + 2NO(g) ↔ 2NOCl(g) .........(2) K2 = 3.70 x 10−8
จงคำนวณค่าคงที่สมดุลของสมการเคมี
2NOCl(g) ↔ 2Cl(g) + 2NO(g)
K = 6.4 x 10−38
K = 6.4 x 10−383.70 x 10−8
K = 3.70 x 10−8
K = 3.70 x 10−86.4 x 10−38
กำหนดค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาเป็นดังนี้ C(s) + H2O(g) ↔ CO(g) + H2(g) ......(1) K = 1.60 x 10−21
CO(g) + H2O(g) ↔ 2CO2(g) + H2(g) .........(2) K2 = 23.2
C(s) + 2H2O(g) ↔ CO2(g) + 2H2(g)
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยารวม
K =[CO2][H2] [C][H2O]
K =[CO2][H2]2 [C][H2O]2
K =[CO2][H2]2 [H2O]2
K =[H2O]2 [CO2][H2]2
กำหนดค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาเป็นดังนี้ C(s) + H2O(g) ↔ CO(g) + H2(g) ......(1) K = 1.60 x 10−21
CO(g) + H2O(g) ↔ 2CO2(g) + H2(g) .........(2) K2 = 23.2
C(s) + 2H2O(g) ↔ CO2(g) + 2H2(g)
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยารวม
K = 1.60 x 10−21
K = 23.2 x 1.60 x 10−21
K = 23.2
K = 23.21.60 x 10−21
ปัจจัยในข้อใดไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสมดุลของปฏิกิริยา
ความเข้มข้น
ความดัน
อุณหภูมิ
เวลาในการทดลอง
ในการทดลองผลของความเข้มข้นของสารต่อสมดุลของปฏิกิริยา
A(aq) + H3O+(aq) ↔ AH+(aq) + H2O(l) สีน้ำเงิน สีแดงการเติมกรด (HCl) มีผลอย่างไรต่อสีในสมดุลของปฏิกิริยาใหม่
ได้สีม่วงน้ำเงิน
ได้สีม่วงแดง
สีม่วงเท่าเดิมแต่มีน้ำเพิ่มขึ้น
ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ในการทดลองผลของความเข้มข้นของสารต่อสมดุลของปฏิกิริยา
A(aq) + H3O+(aq) ↔ AH+(aq) + H2O(l) สีน้ำเงิน สีแดงการเติมเบส (NaOH) มีผลอย่างไรต่อสีของสมดุลของปฏิกิริยาใหม่
ได้สีม่วงน้ำเงิน
ได้สีม่วงแดง
สีเท่าเดิมแต่มีน้ำเพิ่มขึ้น
ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
Fe3+(aq) + SCN−(aq) ↔ [FeSCN]2+(aq)
เมื่อเข้าสู่สมดุลข้อใดผิด
ความเข้มข้นของ Fe3+ เพิ่มขึ้น
ความเข้มข้นของ SCN− เพิ่มขึ้น
ความเข้มข้นของ [FeSCN]2+ เพิ่มขึ้น
ความเข้มข้นของ [FeSCN]2+ เปลี่ยนแปลงตามเวลาของการเกิดปฏิกิริยา
Fe3+(aq) + SCN−(aq) ↔ [FeSCN]2+(aq)
เมื่อเข้าสู่สมดุลใหม่ข้อใดถูก
ความเข้มข้นของ Fe3+ เพิ่มขึ้น
ความเข้มข้นของ SCN− เพิ่มขึ้น
ความเข้มข้นของ [FeSCN]2+ เพิ่มขึ้น
ความเข้มข้นของ [FeSCN]2+ ลดลงในช่วงแรกและเพิ่มขึ้น
ความเข้มข้นของ Fe3+ เพิ่มขึ้น ค่าคงที่สมดุลเพิ่มขึ้น
ความเข้มข้นของ SCN− เพิ่มขึ้น ค่าคงที่สมดุลลดลง
ความเข้มข้นของ [FeSCN]2+ เพิ่มขึ้น ค่าคงที่สมดุลเพิ่มขึ้น
ความเข้มข้นของ [FeSCN]2+ เพิ่มขึ้น ค่าคงที่สมดุลไม่เปลี่ยนแปลง
ข้อใดถูกต้อง
การเพิ่มปริมาตรจะลดความดันของระบบลง
การเพิ่มปริมาตรจะเพิ่มความดันของระบบ
การเพิ่มปริมาตรจะไม่มีผลต่อความดันของระบบ
การเพิ่มปริมาตรจะไม่มีผลต่อความดันของระบบ กรณีที่สารอยู่ในสถานะแก๊ส
การเปลี่ยนแปลงความดันมีผลต่อสมดุลเคมีอย่างไร
การเพิ่มความดันทำให้ปริมาตรมากขึ้น ความเข้มข้นของสารมากขึ้น
การเพิ่มความดันทำให้ปริมาตรลดลงขึ้น ความเข้มข้นของสารมากขึ้น
การเพิ่มความดันทำให้ปริมาตรลดลงขึ้น ความเข้มข้นของสารลดลงขึ้น
การลดความดันทำให้ปริมาตรเพิ่มขึ้น ความเข้มข้นของสารมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงความดันมีผลต่อค่าคงที่สมดุลเคมีข้อใด
K=[NO2]2[N2O4]
K=[NO2][N2O4]
K=[H2][CO2][H2O][CO]
K=[CO2][CO]
จากภาพหากนักเรียนต้องการให้มีสีแดงเพิ่มขึ้นจากสมดุลเริ่มต้นนักเรียนต้องเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างไร
ลดอุณหภูมิ
เพิ่มอุณหภูมิ
ทำให้อุณหภูมิคงที่
เพิ่มอุณหภูมิเป็นขั้นบันได
เลอซาเตอลิเอ กล่าวไว้ว่า เมื่อระบบที่สมดุลถูกรบกวนโดยการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อสมดุลของระบบ ระบบจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่จะลดผลของการรบกวนนั้น เพื่อให้ระบบเข้าสู่สมดุลใหม่ ข้อใดนำหลักการไปใช้ได้ถูกต้อง
ถ้าต้องการความเข้มข้นผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ต้องลดความเข้มข้นของสารตั้งต้น
ถ้าต้องการความเข้มข้นผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ต้องเพิ่มตัวเร่งของปฏิกิริยา
ถ้าต้องการความเข้มข้นผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ต้องลดความดันของสารตั้งต้น
ถ้าต้องการความเข้มข้นผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ต้องเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้น
2SO2(g) + O2(g) ↔ 2SO3(g) + 11.16 kJ
จากปฏิกิริยาถ้ารบกวนสมดุลโดยการลดความดันของระบบ จะมีผลต่อ SO3 อย่างไร
SO3 เพิ่มขึ้น
SO3 ลดลง
SO3 คงที่
SO3 คงที่ แต่อุณหภูมิของระบบเพิ่มขึ้น
2SO2(g) + O2(g) ↔ 2SO3(g) + 11.16 kJ
จากปฏิกิริยาถ้ารบกวนสมดุลโดยการเพิ่มความเข้มข้นของแก๊สออกซิเจนของระบบ จะมีผลต่อ SO3 อย่างไร
SO3 เพิ่มขึ้น
SO3 ลดลง
SO3 คงที่ แต่อุณหภูมิของระบบเพิ่มขึ้น
SO3 คงที่ แต่อุณหภูมิของระบบเลดลงขึ้น
2SO2(g) + O2(g) ↔ 2SO3(g) + 11.16 kJ
จากปฏิกิริยาถ้ารบกวนสมดุลโดยการลดความเข้มข้นของแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จะมีผลต่อ SO3 อย่างไร
SO3 เพิ่มขึ้น
SO3 ลดลง
SO3 คงที่ แต่อุณหภูมิของระบบเพิ่มขึ้น
SO3 คงที่ แต่อุณหภูมิของระบบเลดลงขึ้น
CO(g) + Cl2(g) +พลังงาน ↔ COCl2(g)
จากปฏิกิริยาถ้ารบกวนสมดุลโดยการลดแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ จะมีผลอย่างไร
ระบบจะมีพลังงานเพิ่มขึ้น ความเข้มข้นของ COCl2(g) ลดลง
ระบบจะลดความเข้มข้นของ CO(g) โดยการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า
ระบบจะเพิ่มความเข้มข้นของ CO(g) โดยการเกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ
ระบบจะเพิ่มความเข้มข้นของ CO(g) โดยการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า
CO(g) + Cl2(g) +พลังงาน ↔ COCl2(g)
จากปฏิกิริยาถ้ารบกวนสมดุลโดยการเพิ่มแก๊สคลอรีน จะมีผลอย่างไร
ระบบจะมีพลังงานลดลง ความเข้มข้นของ COCl2(g) ลดลง
ระบบจะลดความเข้มข้นของ
ระบบจะเพิ่มความเข้มข้นของ
ระบบจะลดความเข้มข้นของ
CO(g) + Cl2(g) +พลังงาน ↔ COCl2(g)
จากปฏิกิริยาถ้ารบกวนสมดุลโดยการลดอุณหภูมิของระบบ จะมีผลอย่างไร
ระบบจะมีพลังงานเพิ่มขึ้น เกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ
ระบบจะมีพลังงานลดลง เกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ
ระบบจะมีพลังงานเพิ่มขึ้น เกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า
ระบบจะมีพลังงานลดลง เกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า
N2(g) + 3H2(g) ↔ 2NH3(g) + พลังงาน
การผลิตแก๊สแอมโมเนียในอุตสาหกรรมจากสมการข้อใดผิด
เป็นปฏิกิริยาคายพลังงาน
เรียกกระบวนการนี้ว่า กระบวนการฮาเบอร์
มีการใช้ Fe2O3 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา
ใช้ความดันเกิด 1000 atm ในการผลิต
N2(g) + 3H2(g) ↔ 2NH3(g) + พลังงาน
การลดอุณหภูมิของการผลิตแก๊สแอมโมเนียในอุตสาหกรรมมีผลต่อปฏิกิริยา อย่างไร
เกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้ามากขึ้น
เกิดปฏิกิริยาไปย้อนกลับมากขึ้น
ไม่เกิดการเปลี่ยนแต่พลังงานลดลง
ไม่เกิดการเปลี่ยนแต่พลังงานเพิ่มขึ้น
ผู้ป่วยโรคหายใจเกินไม่สามารถควบปริมาณของสารตัวใดในร่างกายได้
O2 ซึ่งทำให้ pH ในเลือดต่ำลง เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด
O2 ซึ่งทำให้ pH ในเลือดสูงขึ้น เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด
CO2 ซึ่งทำให้ pH ในเลือดต่ำลง เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด
CO2 ซึ่งทำให้ pH ในเลือดสูงขึ้น เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด
การเกิดหินงอกหินย้อย การเกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ ได้เป็น CaCO3 เนื่องจากการเปลี่ยนของสารใด
Ca2+ เพิ่มขึ้น
Ca2+ ลดลงขึ้น
CO2 เพิ่มขึ้น
CO2 ลดลง
