wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แม่พิมพ์โลหะเบื้องต้น

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

ชุดแม่พิมพ์ที่มีพันช์ และดาย เรียกว่า

a)

Punch set

b)

Shank

c)

Die set

d)

ไม่มีข้อใดถูด

2.

ก้านกลมที่ติดกับ punch holder เรียกว่า

a)

Punch set

b)

Shank

c)

Die set

d)

ไม่มีข้อใดถูด

3.

punch holder เป็นส่วนที่ยึดติดกับอะไร

a)

Punch

b)

Shank

c)

Die

d)

ไม่มีข้อใดถูด

4.

Guide post คืออะไร

a)

ก้านกลม

b)

เสากลม

c)

แม่แบบ

d)

ไม่มีข้อใดถูด

5.

Slots มีไว้สำหรับยึดอะไร

a)

Punch holder

b)

Shank

c)

Die holder

d)

ไม่มีข้อใดถูด

6.

ข้อใดเป็นลักษณะงาน ที่ต้องการการขึ้นรูปโลหะ

a)

ลักษณะงานที่ไม่ต้องการความรวดเร็ว

b)

ลักษณะงานที่ไม่ต้องการความแข็งแรง

c)

ลักษณะงานที่ทำเป็นภาชะนะรูปลึกหรือดัด

d)

ลักษณะงานที่ไม่ต้องการจำกัดวัสดุ

7.
ข้อใดไม่ใช่ประเภทของแม่พิมพ์ปั๊ม
a)
แม่พิมพ์เดี่ยว
b)
แม่พิมพ์คู่
c)
แม่พิมพ์ผสม
d)
แม่พิมพ์ต่อเนื่อง
8.
ข้อใดคือแม่พิมพ์เดี่ยว
a)
แม่พิมพ์ตัดแผ่นเปล่า(Blanking die)
b)
แม่พิมพ์เจาะรู (Piercing die)
c)
แม่พิมพ์ดัด (Bending die)
d)
ถูกทุกข้อ
9.
ข้อใดคือแม่พิมพ์สามารถทางานได้อย่างเดียว
a)
แม่พิมพ์เดี่ยว
b)
แม่พิมพ์คู่
c)
แม่พิมพ์ผสม
d)
แม่พิมพ์ต่อเนื่อง
10.

จากรูป เป็นการขึ้นรูปแบบใด

a)

Notching

b)

Slitting

c)

Parting

d)

Piercing

11.
     ชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ลงมาตัดชิ้นงาน คือข้อใด
a)
   Punch
b)
     Die
c)
Bushings
d)
  Guide post
12.
หน้าที่ของ Pirecing Punch คือข้อใด
a)
การตัดเจาะรูชิ้นงาน
b)
   เป็นการตัดแขยกชิ้นงานที่สมมาตรกันออกเป็น 2 ส่วน
c)
ตัดริมขอบของชิ้นงาน
d)
ม้วนที่ปลายขอบชิ้นงานรูปถ้วย
13.
แม่พิมพ์สามารถทางานได้หลายประเภทในตัวเดียว
a)
   แม่พิมพ์เดี่ยว
b)
    แม่พิมพ์คู่
c)
   แม่พิมพ์ผสม
d)
  แม่พิมพ์ต่อเนื่อง
14.
   กรรมวิธีการตัดโลหะแผ่นมีกี่ขั้นตอน
a)
      3 ขั้นตอน
b)
    4 ขั้นตอน
c)
       5 ขั้นตอน
d)
   6 ขั้นตอน
15.

หมายเลข 1 คือข้อใด

a)

ส่วนโค้งมน

b)

ส่วนเรียบตรง

c)

รอยฉีกขาด

d)

ครีบ

16.

หมายเลข2 คือข้อใด

a)

ส่วนโค้งมน

b)

ส่วนเรียบตรง

c)

รอยฉีกขาด

d)

ครีบ

17.

หมายเลข 3 คือข้อใด

a)

ส่วนโค้งมน

b)

ส่วนเรียบตรง

c)

รอยฉีกขาด

d)

ครีบ

18.

หมายเลข 4 คือข้อใด

a)

ส่วนโค้งมน

b)

ส่วนเรียบตรง

c)

รอยฉีกขาด

d)

ครีบ

19.
       ระยะเคลียแรนซ์มีผลต่อชิ้นงานเป็นอย่างไร
a)
      การบิดของเนื้อวัสดุ
b)
    การทะลุผ่านเนื้อวัสดุ
c)
      การแตกของเนื้อวัสดุ
d)
       การหักงอของเนื้อวัสดุ
20.

จากรูปรอยฉีกขาดของชิ้นงานเกิดจากเหตุใด

a)

ระยะเคลียแรนซ์เหมาะสม

b)

ระยะเคลียแรนซ์น้อยเกินไป

c)

ระยะเคลียแรนซ์มากเกินไป

d)

ถูกทุกข้อ

21.

จากรูปรอยฉีกขาดของชิ้นงานเกิดจากเหตุใด

a)

ระยะเคลียแรนซ์เหมาะสม

b)

ระยะเคลียแรนซ์น้อยเกินไป

c)

ระยะเคลียแรนซ์มากเกินไป

d)

ถูกทุกข้อ

22.
   การขาดออกจากกันของวัสดุจะมีลักษณะคล้ายๆ กับการถูกดึงให้ขาดมากกว่าถูกตัดในกระบวนการตัดโลหะแผ่นเกิดจากสาเหตุใด
a)
      ระยะเคลียแรนซ์เหมาะสม
b)
      ระยะเคลียแรนซ์น้อยเกินไป
c)
     ระยะเคลียแรนซ์มากเกินไป
d)
       ถูกทุกข้อ
23.
     เครื่องปั๊มชนิดใดที่ใช้แรงดันของน้ามันเป็นตัวส่งกำลัง
a)
       เครื่องปั๊มระบบสกรู
b)
      เครื่องปั๊มระบบกลไก
c)
       เครื่องปั๊มระบบไฮดรอลิค
d)
     เครื่องปั๊มระบบเฟืองรางและเกียร์
24.
    เครื่องปั๊มชนิดใดที่ใช้ข้อเหวี่ยงเป็นตัวส่งกำลัง
a)
       เครื่องปั๊มระบบสกรู
b)
      เครื่องปั๊มระบบกลไก
c)
      เครื่องปั๊มระบบไฮดรอลิค
d)
      เครื่องปั๊มระบบเฟืองรางและเกียร์
25.
    Deep Drawing คือข้อใด
a)
       การลากขึ้นรูปลึก
b)
       การตัดขึ้นรูป
c)
       การเจาะขึ้นรูป
d)
      การอัดขึ้นรูป
26.
   การแปรสภาพโลหะจากแผ่นเรียบให้เป็นภาชนะรูปทรงต่างๆ โดยที่ความหนาของโลหะไม่เปลี่ยนแปลง
a)
       การลากขึ้นรูปลึก
b)
       การตัดขึ้นรูป
c)
     การเจาะขึ้นรูป
d)
      การอัดขึ้นรูป
27.

หมาย 1 คือชิ้นส่วนข้อใด

a)

แผ่นจับชิ้นงาน

b)

ดาย

c)

พั้นช์

d)

แผ่นงาน

28.

หมาย 1 คือชิ้นส่วนข้อใด

a)

แผ่นจับชิ้นงาน

b)

ดาย

c)

พั้นช์

d)

แผ่นงาน

29.

หมาย 3 คือชิ้นส่วนข้อใด

a)

แผ่นจับชิ้นงาน

b)

ดาย

c)

พั้นช์

d)

แผ่นงาน

30.

หมาย 4 คือชิ้นส่วนข้อใด

a)

แผ่นจับชิ้นงาน

b)

ดาย

c)

พั้นช์

d)

แผ่นงาน

31.

หมาย 2 คือความเค้นข้อใด

a)

ความเค้นเฉือน

b)

ความเค้นอัด

c)

ความเค้นดึง

d)

ผิดทุกข้อ

32.
     รัศมีพั้นช์ ควรจะใหญ่กว่ารัศมีดายประมาณกี่เท่า
a)
       1-3 เท่า
b)
      3-5 เท่า
c)
     5-7 เท่า
d)
     7-9 เท่า
33.

หมาย 1 คือข้อบกพร่องข้อใด

a)

เกิดการตัดขาดรอบพั้นซ์

b)

การฉีกขาดที่บริเวณใต้รัศมีพั้นช์

c)

รอยย่นบนปีกถ้วย

d)

ผิวเปลือกส้ม

34.

หมาย 2 คือข้อบกพร่องข้อใด

a)

เกิดการตัดขาดรอบพั้นซ์

b)

การฉีกขาดที่บริเวณใต้รัศมีพั้นช์

c)

รอยย่นบนปีกถ้วย

d)

ผิวเปลือกส้ม

35.

หมาย 2 คือข้อบกพร่องข้อใด

a)

เกิดการตัดขาดรอบพั้นซ์

b)

การฉีกขาดที่บริเวณใต้รัศมีพั้นช์

c)

รอยย่นบนปีกถ้วย

d)

ผิวเปลือกส้ม

36.

หมาย 3 คือข้อบกพร่องข้อใด

a)

เกิดการตัดขาดรอบพั้นซ์

b)

การฉีกขาดที่บริเวณใต้รัศมีพั้นช์

c)

รอยย่นบนปีกถ้วย

d)

ผิวเปลือกส้ม

37.
      ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการฉีกขาดที่ก้นถ้วย
a)
       ความเร็วในการกดน้อยเกินไป
b)
      ความเร็วในการกดมากเกินไป
c)
      ใช้แรงกดแผ่นงานน้อยเกินไป
d)
     ใช้แรงกดแผ่นงานมากเกินไป
38.
      ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดการตัดขาดรอบพันช์
a)
      รัศมีของพั้นช์และดายน้อยเกินไป
b)
       ความเร็วในการกดมากเกินไป
c)
       ใช้แรงกดแผ่นงานน้อยเกินไป
d)
      ใช้แรงกดแผ่นงานมากเกินไป
39.
       การกำหนดรัศมีดาย ขึ้นอยู่กับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางข้อใด
a)
       เส้นผ่านศูนย์กลางของแผ่นเปล่า
b)
       เส้นผ่านศูนย์กลางของถ้วย
c)
       เส้นผ่านศูนย์กลางของดาย
d)
       เส้นผ่านศูนย์กลางของพั้นช์
40.
      กระบวนการลากขึ้นรูป รัศมีดายที่มีขนาดใหญ่จะส่งผลกับแผ่นโลหะอย่างไร
a)
      ลากได้ลึกขึ้น
b)
       ลากได้น้อยลง
c)
       ไหลตัวง่ายขึ้น
d)
      ไหลตัวยากขึ้น
41.
      แรงจากชิ้นส่วนใด ที่กดให้แผ่นโลหะไหลตัวเป็นรูปลึก
a)
       พั้นช์
b)
      ดาย
c)
     สปริง
d)
      แผ่นเพลท
42.

ส่วนโค้งหมายเลข 1 เกิดรัศมีชิ้นส่วนข้อใด

a)

แผ่นกดชิ้นงาน

b)

ดาย

c)

พั้นช์

d)

แผ่นเพลท

43.

ส่วนโค้งหมายเลข 1 เกิดรัศมีชิ้นส่วนข้อใด

a)

แผ่นกดชิ้นงาน

b)

ดาย

c)

พั้นช์

d)

แผ่นเพลท

44.
      ข้อใดมีความหมายเดียวกันกับแม่พิมพ์พับโลหะ
a)
       Compound Die
b)
     Single Die
c)
       Progressive Die
d)
      Bending Die
45.

รูปที่ 1 คือการพับแบบใด

a)

พับตรง

b)

พับฉาก

c)

พับหักศอก

d)

ถูกทุกข้อ

46.

รูปที่ 2 คือการพับแบบใด

a)

พับตรง

b)

พับฉาก

c)

พับหักศอก

d)

ถูกทุกข้อ

47.

รูปที่ 3 คือการพับแบบใด

a)

พับตรง

b)

พับฉาก

c)

พับหักศอก

d)

ถูกทุกข้อ

48.

รูปที่ 1 คือการพับแบบใด

a)

พับข้าง

b)

พับขอบ

c)

พับตะเข็บ

d)

พับเก็บปลาย

49.

รูปที่2 คือการพับแบบใด

a)

พับเชื่อม

b)

พับดึง

c)

พับต่อ

d)

พับต่อกัน

50.

รูปที่ 3 คือการพับแบบใด

a)

พับรัศมี

b)

พับโค้ง

c)

พับม้วนขอบ

d)

พับวงกลม

51.
      ในการพับความเค้นดึงจะเกิดที่ผิวด้านใดของชิ้นงาน
a)
       ผิวด้านใน
b)
      ผิวด้านนอก
c)
      ผิวด้านข้าง
d)
     ผิวด้านบน
52.
       ในการพับความเค้นอัดจะเกิดที่ผิวด้านใดของชิ้นงาน
a)
       ผิวด้านใน
b)
       ผิวด้านนอก
c)
   ผิวด้านข้าง
d)
      ผิวด้านบน
53.
     รอยแตกร้าว มีโอกาสเกิดขึ้นที่ผิวด้านนอกของการพับ
a)
       ผิวด้านใน
b)
    ผิวด้านนอก
c)
      ผิวด้านข้าง
d)
      ผิวด้านบน
54.
     รอยย่น มีโอกาสเกิดขึ้นที่ผิวด้านในของการพับ
a)
       ผิวด้านใน
b)
       ผิวด้านนอก
c)
      ผิวด้านข้าง
d)
      ผิวด้านบน
55.
     ความเค้นอัดด้านในของการพับทำให้เกิดการขยายตัวเล็กน้อยทางด้านใด
a)
       ผิวด้านบน
b)
      ผิวด้านยาว
c)
      ผิวด้านกว้าง
d)
     ผิวด้านล่าง
56.
       ปัจจัยในข้อใดที่ไม่ส่งผลต่อการพับ
a)
       มุมของการพับ
b)
      ชนิดของวัสดุชิ้นงาน
c)
    ความหนาโลหะแผ่น
d)
    ความยาวของโลหะแผ่น
57.
      ถ้าต้องการพับชิ้นงานที่มีมุมมากกว่า 90 องศา ควรให้แม่พิมพ์ชนิดใด
a)
      แม่พิมพ์รูปตัววี
b)
       แม่พิมพ์รูปตัวยู
c)
       แม่พิมพ์แบบไวปิง
d)
       แม่พิมพ์แบบหมุน
58.
       การใช้ Cam Slide หรือกลไกของลิ่มจะส่งผลอย่างไร
a)
      การเคลื่อนที่เร็วขึ้น
b)
       การเคลื่อนที่ช้าลง
c)
     การเคลื่อนที่ในแนวระนาบอื่นๆ
d)
      การเคลื่อนที่ในแนวเดียวกัน
59.

จากรูปคือแม่พิมพ์ชนิดใด

a)

แม่พิมพ์รูปตัววี

b)

แม่พิมพ์รูปตัวยู

c)

แม่พิมพ์แบบไวปิง

d)

แม่พิมพ์แบบหมุน

60.

ข้อใดไม่ใช่กลุ่มกระบวนการขึ้นรูปโลหะก้อน

a)

Forging Process

b)

Rolling Process

c)

Extrusion Process

d)

Blanking Process