Worksheetsสอบปลายภาค วิชางานซักรีด 2565
Total questions: 60
Worksheet time: 25mins
งานใดในแผนกแม่บ้านที่โรงแรมบางแห่งอาจแยกการบริหารออกไป
ก. งานห้องผ้า
ข. งานห้องซักรีด
ค. งานพนักงานต้นห้อง
ง. งานห้องดอกไม้
รายได้จากมินิบาร์จัดเป็นรายได้ของแผนกใด
ก. แผนกแม่บ้าน
ข. แผนกจัดเลี้ยง
ค. แผนกการขายและการตลาด
ง. แผนกบริการอาหารและเครื่องดื่ม
งานหลักที่สำคัญของแผนกแม่บ้านคือ
ก. งานทำความสะอาดห้องพัก
ข. งานทำความสะอาดบริเวณสาธารณะ
ค. งานพนักงานต้นห้อง
ง. งานห้องผ้า
Butler เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับงานใด
ก. ดูแลงานในห้องซักรีด
ข. ดูแลงานในห้องผ้า
ค. ดูแลงานบริการทั่วไปให้กับแขกพิเศษ
ง. ผู้เชี่ยวชาญด้านการซักรีด
Wake Up Call เป็นงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของแผนกใด
ก. แผนกแม่บ้าน
ข. แผนกต้อนรับ
ค. แผนกโทรศัพท์
ง. แผนกบัญชี
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ห้ามบิด
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ห้ามบิด
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ห้ามอบหรือปั่นแห้ง
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ควรใช้น้ำยาฟอกสีชนิดไม่มีคลอรีนเท่านั้น
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ใช้น้ำยาฟอกขาวได้
ข. ห้ามบิด
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ใช้น้ำยาฟอกขาวได้
ข. อบหรือปั่นแห้งได้
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ใช้น้ำยาฟอกขาวได้
ข. อบหรือปั่นแห้งได้
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ปั่นแห้งด้วยอุณหภูมิต่ำ
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามบิด
ข. ซักแห้งได้
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ห้ามบิด
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ใช้น้ำยาฟอกขาวได้
ข. ห้ามซักแห้ง
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ปั่นแห้งด้วยอุณหภูมิต่ำ
เพราะเหตุผลใดจึงขจัดรอยเปื้อนก่อนซักเสื้อผ้า
ก. เพราะเนื้อผ้าจะเหนียวและทนทานมากขึ้น
ข. เพราะจะทำให้เสื้อผ้ามีสีสดยาวนาน
ค. เพราะช่วยซักผ้าให้สะอาดได้ง่าย
ง. เพระประหยัดค่าสารซักฟอก
การสำรวจสัญลักษณ์บนป้ายผ้าที่ติดมากับเสื้อผ้า ก่อนทำความสะอาดมีประโยชน์อย่างไร.
ก. เป็นการฝึกทักษะการสังเกต
ข. ช่วยให้ใช้เครื่องซักผ้าได้ถูกวิธี
ค. ช่วยประหยัดในการซักเสื้อผ้า
ง. ทำความสะอาดเสื้อผ้าได้อย่างถูกวิธีและถนอม
ถ้าต้องการให้ผ้าลินินคงรูปควรทำอย่างไร.
ก. ลงแป้งให้ผ้าก่อนซักรีด
ข. ซักเสร็จแล้วนำมารีดทันที
ค. แช่ผ้าในสารฟอกขาวก่อนซักรีด
ง. ใช้น้ำยาซักแห้งแทนสารซักฟอก
เพราะเหตุใดผ้าไนลอนจึงไม่นิยมนำมาผลิตเสื้อผ้า
ก. มีราคาแพง
ข. เวลาสวมใส่ไม่ค่อยสบายตัว
ค. ดูแลรักษายาก
ง. ไม่ทนต่อการถูกขัดสี
ป้ายแคร์มีความสำคัญกับเสื้อผ้าอย่างไร
ก. ทำให้เสื้อผ้ามีราคาที่สูงขึ้น
ข. ทำให้เสื้อผ้ามีราคาถูกลง
ค. ไม่ได้มีความสำคัญ
ง. แนะนำวิธีการทำความสะอาดเสื้อผ้า
เหตุใดการซักเสื้อผ้าไหม จึงต้องใช้วิธีซักที่พิถีพิถันเป็นพิเศษ และห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
ก. เพราะผ้าไหมเป็นผ้าที่ค่อนข้างบาง ขาดง่าย แรงเสียดสีของเครื่องซักผ้าจะทำให้เส้นใยชำรุด
ข. เพราะซักมือจะทำให้สะอาดกว่าซักกับเครื่องซักผ้า
ค. เพราะผ้าไหมบาง และซักมือจะประหยัดกว่า
ง. ผ้าไหมสามารถซักได้ทั้งแบบมืิอและกับเครื่องซักผ้า แต่ซักมือจะดีกว่า
เสื้อผ้าชนิดใดที่ดูแลรักษายาก เมื่อถูกความร้อนและชื้น ผ้าจะเชื่อมติดกันเป็นแผ่นและหดตัวทุกครั้งเมื่อเปียก
ก. ผ้าลินิน
ข. ผ้าฝ้าย
ค. ผ้าขนสัตว์
ง. ผ้าไหมพรม
การรีดผ้าควรเริ่มรีดจากส่วนไหนเป็นจุดแรก
ก. แขนเสื้อ
ข. ตัวเสื้อ
ค. ปกเสื้อ
ง. รีดด้านในตัวเสื้อ
เส้นใยธรรมชาติมีเส้นใยกี่ประเภท
ก. 1 ประเภท
ข. 2 ประเภท
ค. 3 ประเภท
ง. 4 ประเภท
ผ้าโพลีเอสเตอร์ผลิตมาจากเส้นใยชนิดใด
ก.เส้นใยสังเคราะห์สารเคมี
ข.เส้นใยธรรมชาติ
ค.เส้นใยสังเคราะห์จากวัสดุธรรมชาติ
ง.ข้อ ก และ ข ถูก
เพราะเหตุใดผ้าที่ผลิตจาเส้นใยไหม ถึงต้องซักด้วยผงซักฟอกที่ฤทธิ์อ่อน
ก. เพราะเส้นไหมบางยับง่าย
ข. เพราะเส้นไหมดูดซับสีได้ไม่ดีเมื่อ ซักกับผงซักฟอกที่มีกรดแรงสีจะหลุดง่าย
ค. เพราะเส้นไหมทำมาจากโปรตีนหากซักกับผงซักฟอกที่มีกรดแรงผ้าจะถูกกัดกรอนและเกิดความเสียหาย
ง. เพราะเส้นไหมละลายได้เมื่อเจอกับกรด
"มีความเบาบาง สวมใส่สบาย แต่รีดยากมีความหด ย้วย" จากข้อความข้างต้น เป็นคุณสมบัติของผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติใด
ก. เส้นใยไหม
ข. เส้นใยฝ้าย
ค. เส้นใยลินิน
ง. เส้นใยขนสัตว์
เมื่อตากผ้าทำไมเราจึงจำเป็นต้องพลิกด้านในออกด้านนอก
ก. เพื่อไม่ให้ผ้าย้วย
ข. เพื่อไม่ให้สีผ้าซีดเร็ว
ค. ทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น
ง. สีผ้าจะได้สดขึ้นทั้งสองด้าน
ถ้านักเรียนสวมใส่เสื้อผ้าที่สกปรกจะส่งผลอย่างไรต่อตัวนักเรียน.
ก.ยากจน
ข. ปรับตัวได้ง่าย
ค. เสียบุคลิกภาพ
ง.ดูเป็นคนเอาการเอางา
เมื่อกลับจากเล่นกีฬา นักเรียนต้องการอาบน้ำและเปลี่ยนชุดใหม่ นักเรียนจะปฏิบัติ อย่างไรต่อชุดกีฬาที่ถอดออก
ก. นำไปซักทันที
ข. ใส่ไม้แขวนเสื้อ
ค. วางกองไว้กับพื้น
ง. ใส่ในตระกร้าเพื่อรอซัก
อุปกรณ์ใด ใช้ในการวัดสัดส่วนขนาดรูปร่าง เพื่อใช้ในการสร้างแบบตัด
อุปกรณ์ใด ใช้โค้งแนวสะโพกและแนวตะเข็บข้าง
อุปกรณ์ใด ใช้สำหรับตัดผ้า ไม่ตัดวัสดุอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผ้าและไม่ควรตัดผ้าซ้อนกันหลายชั้น ขณะใช้งานควรวางเบาๆ ระวัง ไม่ให้ตกจะทำให้ไม่คม
อุปกรณ์ใด ใช้สำหรับตัดกระดาษ สร้างแบบ ราคาไม่แพงทำด้วยเหล็กหรืออะลูมิเนียม มีด้ามเป็นพลาสติกสีต่าง ๆ
อุปกรณ์ใด ใช้สำหรับเลาะแนวตะเข็บต่างๆ ที่ต้องการแก้ไขหรือเลาะด้ายเนา
อุปกรณ์ใด ใช้สำหรับ ตัดเศษด้าย
อุปกรณ์ใด ใช้สำหรับสร้างแบบตัด
อุปกรณ์ใด ใช้ทำเครื่องหมายบนผ้า
อุปกรณ์ใด ใช้กดรอยเพื่อลอกเส้นในขั้นตอนสร้างแบบและกดรอยเส้นที่จะเย็บตะเข็บลงบนผ้า
อุปกรณ์ใด ใช้สำหรับ เนา สอย เย็บติดเครื่องเกาะเกี่ยว ถักรังดุม มีขนาดที่แตกต่างกันตาม
อุปกรณ์ใด ใช้ สำหรับ สนเข็ม
อุปกรณ์ใด ใช้สำหรับ เนา เพื่อการลองตัวด้ายเนาจะมีความเปื่อย ซึ่งง่ายต่อการเลาะออกเมื่อเย็บตะเข็บ
จักรชนิดใด เป็นจักรเย็บผ้ากระเป๋าพัฒนามาจากจักรเย็บผ้าแบบธรรมดา แต่เพิ่มลวดลายขึ้นมาใช้ในการตกแต่งเสื้อผ้า
จักรชนิดใด ใช้เย็บเดินแนวตะเข็บที่เป็นเส้นตรงธรรมดา
อุปกรณ์ใด ใช้รีดผ้าให้เรียบ มีไอน้ำในตัวเตารีด วิธีการใช้ก่อนรีดให้ปรับปุ่มที่หน้าปัดเลือกอุณหภูมิให้เหมาะกับผ้าแต่ละชนิด
เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการทำสัญลักษณ์ต่างๆ
ก. กระดาษลอกลาย
ข. ชอล์ก
ค. ไม้บรรทัด
ง. ลูกกลิ้ง
กระดาษที่สามารถใช้แทนกระดาษสร้างแบบได้คือกระดาษใด
ก. กระดาษแข็ง
ข. กระดาษสา
ค. กระดาษแก้ว
ง. กระดาษหนังสือพิมพ์
สายวัดที่ใช้ได้ทั้งหลักนิ้วและเซนติเมตร มีความยาวเท่าไหร่
ก. 12 นิ้ว , 60 ซม.
ข. 24 นิ้ว , 150 ซม.
ค. 24 นิ้ว , 60 ซม.
ง. 60 นิ้ว , 150 ซม.
อุปกรณ์ชนิดใดที่ใช้คู่กับลูกกลิ้ง
ก. กระดาษกดรอย
ข. ที่เลาะผ้า
ค. กรรไกรก้ามปู
ง. เข็ม
อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรีดบางส่วนของเสื้อหรือตะเข็บคือ
ก. โต๊ะรีบผ้า
ข. หมอนรองรีด
ค. เตารีด
ง. ถูกทุกข้อ
ข้อใดไม่ใชประโยชน์การด้นถอยหลัง
ก. ใช้แทนการเย็บจักร เพราะมีความหนา และแน่นมาก
ข. ใช้เย็บซ่อมแซมกระเป๋าเสื้อที่ขาด
ค. ใช้เย็บซ่อมแซมตะเข็บเสื้อที่ขาด
ง. ใช้ด้นเพื่อชุนผ้า
การด้นถอยหลัง คือ
ก. การเนาเป็นการเย็บผ้า 2 ชิ้นให้ติดกันอย่างถาวรโดยแทงเข็มขึ้นและลงให้ฝีเข็มถี่ที่สุดใช้เย็บทั่วไปทำแนวรูดปะผ้า
ข. เป็นการเย็บผ้า2ชนิดให้ติดกันโดยแทงเข็มขึ้นและย้อนกลับไป
ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน
ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ
การด้นตะลุย คือ
ก. การเนาเป็นการเย็บผ้า 2 ชิ้นให้ติดกันอย่างถาวรโดยแทงเข็มขึ้นและลงให้ฝีเข็มถี่ที่สุดใช้เย็บทั่วไปทำแนวรูดปะผ้า
ข. เป็นการเย็บผ้า2ชนิดให้ติดกันโดยแทงเข็มขึ้นและย้อนกลับไป
ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน
ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ
การด้น (Running Stitch) มีกี่ชนิด
ก. 2 ชนิด
ข. 3 ชนิด
ค. 4 ชนิด
ง. 5 ชนิด
การเนาแบบเทเลอร์ คือ
ก. การเนาให้ฝีเข็มเสมอกันทั้งสองด้าน ทั้งด้านผิดและด้านถูก
ข. การเนาใช้ฝีเข็มถี่และฝีเข็มห่างสลับกัน โดยฝีเข็มห่างจะอยู่ด้านถูก (ด้านนอก)ส่วนฝีเข็มถี่จะอยู่ด้านผิด(ด้านใน)
ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน
ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ
การเนาไม่เท่า คือ
ก. การเนาให้ฝีเข็มเสมอกันทั้งสองด้าน ทั้งด้านผิดและด้านถูก
ข. การเนาใช้ฝีเข็มถี่และฝีเข็มห่างสลับกัน โดยฝีเข็มห่างจะอยู่ด้านถูก (ด้านนอก)ส่วนฝีเข็มถี่จะอยู่ด้านผิด(ด้านใน)
ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน
ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ
การเนาเท่า คือ
ก. การเนาให้ฝีเข็มเสมอกันทั้งสองด้าน ทั้งด้านผิดและด้านถูก
ข. การเนาใช้ฝีเข็มถี่และฝีเข็มห่างสลับกัน โดยฝีเข็มห่างจะอยู่ด้านถูก (ด้านนอก)ส่วนฝีเข็มถี่จะอยู่ด้านผิด(ด้านใน)
ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน
ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ
การเนาเฉียง (Diagonal Basting) คือ
ก. การเนาให้ฝีเข็มเสมอกันทั้งสองด้าน ทั้งด้านผิดและด้านถูก
ข. การเนาใช้ฝีเข็มถี่และฝีเข็มห่างสลับกัน โดยฝีเข็มห่างจะอยู่ด้านถูก (ด้านนอก)ส่วนฝีเข็มถี่จะอยู่ด้านผิด(ด้านใน)
ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน
ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ
การเนา (Basting) คือ
ก. เป็นการเย็บชุดสูท
ข. เป็นวิธีการเนาเฉพาะทาง
ค. เป็นการเย็บด้วยมือแทนการเย็บด้วยจักร
ง. เป็นการเย็บชั่วคราว
การเนา (Basting) มีกี่ชนิด
ก. 2 ชนิด
ข. 3 ชนิด
ค. 4 ชนิด
ง. 5 ชนิด
