NEW
Font size
S
M
L
XL
Worksheetsองค์การและการจัดการสมัยใหม่ กลางภาค
Total questions: 60
Worksheet time: 3600secs
Name
Class
Date
1.
กระบวนการทำงานร่วมกับบุคคลอื่นและใช้บุคคลอื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์การ หมายถึงข้อใด
a)
การบริหารจัดการ
b)
การประสานงาน
c)
การติดต่อสื่อสาร
d)
การกำกับและสั่งการ
2.
การกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อใช้ในการจัดโครงสร้างและบทบาทต่าง ๆ ขององค์การเป็นหน้าที่ในด้านใด
a)
การวางแผน
b)
การควบคุม
c)
การจัดเข้าโครงการ
d)
การจัดองค์การ
3.
ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายหลักของการจัดองค์การ
a)
การปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
b)
การทำให้งานสำเร็จโดยอาศัยบุคคลอื่น
c)
การทำหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ
d)
การสร้างทีมงานในการทำงาน
4.
การจัดการมีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด
a)
การสั่งการ
b)
การดำเนินการ
c)
การบริหาร
d)
การวางแผน
5.
การจัดโครงสร้างองค์การที่ดีและเหมาะสมจะทำให้องค์การบรรลุวัตถุประสงค์และเจริญก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ จัดเป็นความสำคัญด้านใด
a)
ด้านองค์การ
b)
ด้านผู้บริหาร
c)
ด้านผู้ปฏิบัติงาน
d)
ด้านสังคม
6.
พนักงานภายในองค์การมีเป้าหมายเป็นไปในทิศทางเดียวกันสอดคล้องกับหลักการข้อใด
a)
หลักของอำนาจหน้าที่
b)
หลักวัตถุประสงค์
c)
หลักความรับผิดชอบ
d)
หลักการประสานงาน
7.
ควรมีการปรับปรุงโครงสร้างองค์การในสภาวการณ์ใด
a)
มีการกำหนดพันธกิจขององค์การใหม่
b)
มีการเปลี่ยนแปลงผู้ปฏิบัติงาน
c)
องค์การเผชิญกับปัญหาที่สำคัญ
d)
สภาวะแวดล้อมภายนอกเปลี่ยนแปลง
8.
เฮนรี่ ฟาโยล (Henry Fayol) เน้นหลักการในการจัดองค์การในเรื่องใด
a)
การรวมศูนย์อำนาจ
b)
การทำระบบให้เป็นมาตรฐาน
c)
ระบบสายงานเป็นกลาง
d)
การแบ่งงานกันทำ
9.
“การทำงานที่มีความมั่นคงในด้านของการจ้างงาน จะไม่ทำให้เกิดอัตราการหมุนเวียนของพนักงานมากจนเกินไปโดยไร้สาเหตุ” จากข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับข้อใด
a)
หลักของความเสมอภาค
b)
หลักของการรวมอำนาจไว้ส่วนกลาง
c)
หลักของความมีเสถียรภาพ
d)
หลักของความสามัคคี
10.
ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะของสายการบังคับบัญชาที่ดี
a)
จำนวนชั้นแต่ละสายไม่ควรมีจำนวนมากเกินไป
b)
สายการบังคับบัญชาต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจน
c)
สายการบังคับบัญชาไม่ควรก้าวก่ายกันหรือไม่ควรซ้อนกัน
d)
สายการบังคับบัญชาควรขึ้นตรงต่อผู้บริหารสูงสุดเพียงคนเดียว
11.
ข้อใดจัดเป็นหน่วยงานหลักของห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์
a)
ฝ่ายการขาย
b)
ฝ่ายการตลาด
c)
ฝ่ายโฆษณา
d)
ฝ่ายการเงิน
12.
โครงสร้างองค์การแบบใดที่แสดงให้เห็นว่าทุกคนมีความเชี่ยวชาญงานในหน้าที่ชนิดเดียวกัน
ในแต่ละแผนก
a)
โครงสร้างองค์การงานอนุกรม
b)
โครงสร้างองค์การตามหน้าที่งาน
c)
โครงสร้างองค์การแบบคณะที่ปรึกษา
d)
โครงสร้างองค์การตามสายงานหลัก
13.
วิทยาการจัดการสมัยใหม่มีการพัฒนาการมาจากแนวความคิดดั้งเดิมแบบใด
a)
การจัดการเชิงวิทยาศาสตร์
b)
การจัดการเชิงระบบ
c)
การจัดการเชิงพฤติกรรมศาสตร์
d)
การจัดการเชิงมนุษยสัมพันธ์
14.
ข้อใด ไม่ใช่ หลักการสำคัญของเฟรเดอริก เทย์เลอร์ที่จะทำให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิภาพ
a)
การหาวิธีที่ดีที่สุด
b)
การจูงใจด้านการเงิน
c)
การคัดเลือกคนงาน
d)
การรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง
15.
ข้อใด มิใช่ ลักษณะขององค์การสมัยเก่า
a)
การบริหารงานแบบรวมศูนย์อำนาจ
b)
มีข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอยู่ตลอด
c)
มีการบริหารจัดการแบบเคร่งครัดไม่ยืดหยุ่น
d)
องค์การเผชิญกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ
16.
ข้อใดเป็นลักษณะทั่วไปขององค์การ
a)
มีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร
b)
มีการให้ค่าตอบแทนแก่พนักงาน
c)
มีสายบังคับบัญชาเป็นชั้น ๆ
d)
มีข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีทันสมัย
17.
ปัจจัยนำเข้า กระบวนการเปลี่ยนแปลง และผลผลิต รวมถึงข้อมูลย้อนกลับ และสิ่งแวดล้อม หมายถึงลักษณะข้อใดขององค์การ
a)
องค์การเป็นระบบ
b)
องค์การเป็นกระบวนการ
c)
องค์การเป็นโครงสร้างของความสัมพันธ์
d)
องค์การเป็นทีมงาน
18.
จากคำกล่าวที่ว่า “องค์การสมัยใหม่จำเป็นต้องปรับตัวตามสถานการณ์หรือสิ่งแวดล้อม” ตรงกับข้อใด
a)
ข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีทันสมัย
b)
มีโครงสร้างองค์การที่ยืดหยุ่น
c)
พัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
d)
เปิดโอกาสให้มีความคิดเห็นอย่างอิสระ
19.
ข้อใดอธิบายถึงการรื้อปรับระบบ (Re-Engineering) ได้ถูกต้อง
a)
เป็นการปรับปรุงแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้นตอน
b)
การปรับปรุงและพัฒนาทั้งในด้านกระบวนการดำเนินงานและด้านโครงสร้าง
c)
การปรับปรุงและพัฒนาทั้งในด้านบุคลากรในการดำเนินงานขององค์การ
d)
เป็นการปรับปรุงคุณภาพแบบทําทั้งระบบในครั้งเดียว
20.
การบริหารจัดการที่มีการพิจารณาถึงสภาพการณ์ภายในและสภาพการณ์ภายนอกขององค์การ หมายถึงวิธีการจัดการตามข้อใด
a)
การวัดผลงานเชิงดุลยภาพ
b)
การปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ
c)
การวิเคราะห์สถานการณ์
d)
การจัดการเชิงกลยุทธ์
21.
ข้อใด มิใช่ แนวทางในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้
a)
บุคคลรอบรู้
b)
แบบแผนทางความคิด
c)
การมีวิสัยทัศน์ร่วม
d)
การเรียนรู้ตลอดชีวิต
22.
การปรับปรุงและพัฒนากระบวนการทำงานทุกด้านอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ หมายถึงข้อใด
a)
การควบคุมคุณภาพโดยรวม
b)
การรื้อปรับระบบ
c)
การวัดเปรียบเทียบสมรรถนะ
d)
การจัดการความรู้
23.
“ถ้าคนขององค์การเก่งคิด เก่งงาน มีการเรียนรู้และมีความคิดสร้างสรรค์ จะส่งผลให้มีการพัฒนากระบวนการทำงาน” จากข้อความดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการตามข้อใด
a)
การปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ
b)
การวัดผลงานเชิงดุลยภาพ
c)
การวิเคราะห์สถานการณ์
d)
การจัดการเชิงกลยุทธ์
24.
การปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Best Practices) มีที่มาจากข้อใด
a)
กระบวนการทำงาน
b)
แรงจูงใจ
c)
แรงบันดาลใจ
d)
การปฏิบัติงาน
25.
ข้อใดกล่าวถึงเทคโนโลยีสารสนเทศได้ถูกต้อง
a)
เป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์
b)
เป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้จากการทดลอง
c)
เป็นเครื่องมือที่เก็บข้อมูลและกลั่นกรองให้เป็นสารสนเทศ
d)
เป็นเครื่องมือที่ใช้รวบรวม ประมวลผล เก็บรักษาและเผยแพร่
26.
ข้อใดเป็นสารสนเทศ
a)
จำนวนโต๊ะและเก้าอี้ในชั้นเรียน
b)
คะแนนสอบของนักเรียน
c)
เกรดเฉลี่ยของนักเรียน
d)
ส่วนสูงและน้ำหนักของนักเรียน
27.
เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างไร
a)
ช่วยลดจำนวนพนักงานลง
b)
ช่วยให้ทำงานได้เร็วและถูกต้องมากขึ้น
c)
ช่วยเพิ่มเวลาในการทำงานให้มากขึ้น
d)
ช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการองค์การ
28.
การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศใดมากที่สุด
a)
การสื่อสารและเครือข่าย
b)
การสืบค้นหาข้อมูล
c)
การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล
d)
การแสดงผล
29.
ข้อใด มิใช่ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
a)
หน้าจอสัมผัสสามารถสั่งการได้ด้วยเสียง
b)
ขนาดเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
c)
ขนาดใหญ่แต่มีราคาถูกลง
d)
ผนวกอุปกรณ์หลายๆ อย่างไว้ในเครื่องเดียว
30.
ความก้าวหน้าของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ทั้งที่เกิดประโยชน์และโทษด้านใดที่มีผลกระทบต่อนักเรียนมากที่สุด
a)
ด้านสังคม
b)
ด้านเศรษฐกิจ
c)
ด้านการสื่อสาร
d)
ด้านการเมือง
31.
ข้อใด ไม่ใช่ วัตถุประสงค์ในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้
a)
เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล
b)
รายงานผลได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง
c)
ลดขั้นตอนงานที่ซํ้าซ้อน
d)
ลดต้นทุนบริหารจัดการองค์การ
32.
ข้อใดเป็นประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เทคโนโลยี
a)
ช่วยให้การทำงานแต่ละขั้นตอนมีความประณีตมากขึ้น
b)
ช่วยส่งเสริมการผลิตให้มีคุณภาพและมาตรฐานมากขึ้น
c)
ช่วยพัฒนาและเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การ
d)
ช่วยประหยัดต้นทุน แรงงาน เพิ่มผลตอบแทนให้มากขึ้น
33.
ผู้เรียนได้รับประโยชน์จากการใช้งานคอมพิวเตอร์ในด้านใดมากที่สุด
a)
ด้านความรู้/การค้นคว้าข้อมูล
b)
ด้านการเงิน/การธนาคาร
c)
ด้านความบันเทิง/เล่นเกม
d)
ด้านการติดต่อสื่อสารและสร้างเครือข่าย
34.
ข้อใด มิใช่ ลักษณะของแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศขององค์การ
a)
ใช้ในการติดต่อสื่อสาร
b)
ใช้เพิ่มผลผลิตของงาน
c)
เป็นเครื่องมือในการทำงาน
d)
ใช้การปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ
35.
เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
a)
ช่วยลดจำนวนพนักงานลง
b)
ช่วยเพิ่มเวลาในการทำงานให้มากขึ้น
c)
ช่วยให้ทำงานได้เร็วและถูกต้องมากขึ้น
d)
ช่วยให้ประหยัดทรัพยากรและรักษาสิ่งแวดล้อม
36.
“การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้มีความสามารถที่จะคิดแก้ปัญหาและให้เหตุผลได้เหมือนอย่างการใช้ภูมิปัญญาของมนุษย์จริง” หมายถึงข้อใด
a)
เส้นใยแก้วนำแสง
b)
ปัญญาประดิษฐ์
c)
เทคโนโลยีมัลติมีเดีย
d)
การจดจำเสียง
37.
ประสิทธิภาพ หมายถึงข้อใด
a)
มีความสามารถเชิงการแข่งขัน
b)
การให้บริการด้วยกระบวนการใหม่
c)
ฝ่ายจัดซื้อสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้
d)
ผลิตสินค้าด้วยกระบวนการผลิตใหม่
38.
คุณภาพมีความสัมพันธ์กับต้นทุนอย่างไร
a)
ต้นทุนมากทำให้ได้สินค้าคุณภาพดีมาก
b)
ต้นทุนต่ำมากจะทำให้สินค้าเกิดคุณภาพได้
c)
ต้นทุนปานกลาง คุณภาพปานกลาง นับว่าเหมาะสม
d)
คุณภาพสูง โดยใช้ต้นทุนต่ำ สินค้าราคาถูก ลูกค้าพอใจ
39.
กระบวนการที่ใช้ในการปรับปรุงคุณภาพและผลลัพธ์ของงานด้วยกระบวนการต่าง ๆ โดยการขยับเป้าหมายของผลงานขึ้นอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับความเป็นไปได้ หมายถึงกิจกรรมตามข้อใด
a)
การปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
b)
การเพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่อง
c)
การลดต้นทุน
d)
การพัฒนาการทำงาน
40.
นิสัยแห่งคุณภาพขององค์การที่พนักงานทุกคนควรยึดปฏิบัติสอดคล้องกับข้อใด
a)
ความเป็นเอกลักษณ์ของบุคคล
b)
ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
c)
การแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ
d)
การรักษาค่านิยมและวัฒนธรรมองค์การ
41.
การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการออกแบบวางแผนและกระบวนการผลิต เป็นเทคนิคการเพิ่มผลผลิตแบบใด
a)
การพัฒนาบุคลากร
b)
การพัฒนาการบริหาร
c)
การพัฒนาเทคโนโลยี
d)
การพัฒนากระบวนการทำงาน
42.
กระบวนการศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของงาน เพื่อให้ทราบว่าพนักงานต้องมีความรู้ ความสามารถและความชำนาญอย่างไรบ้าง สอดคล้องกับองค์ประกอบข้อใด
a)
การฝึกอบรม
b)
การวิเคราะห์งาน
c)
วัฒนธรรมองค์การ
d)
การติดต่อสื่อสารในองค์การ
43.
การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจที่สอดคล้องกัน การกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพขององค์การด้านใด
a)
ด้านโครงสร้างองค์การ
b)
ด้านสภาพแวดล้อมภายในองค์การ
c)
ด้านบุคคล
d)
ด้านเทคโนโลยี
44.
จากคำกล่าวที่ว่า “ถ้ารู้ว่าตนเองมีความสามารถ ความชำนาญ หรือมีศักยภาพพิเศษในด้านใด ก็ควรที่จะต้องเสริมศักยภาพของตนในด้านนั้น” หมายถึงกิจกรรมตามข้อใด
a)
มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลง
b)
วางแผนก่อนลงมือทำ
c)
มองโลกในแง่ดี (คิดบวก)
d)
วิเคราะห์ตนเอง
45.
สิ่งแวดล้อมนอกองค์การ หมายถึงข้อใด
a)
กำลังการซื้อของลูกค้า
b)
วัฒนธรรมองค์การ
c)
ศักยภาพของบุคลากรในองค์การ
d)
บรรยากาศการทำงาน
46.
วัตถุดิบต่าง ๆ ที่นํามาใช้ในการทํางานและการผลิตจัดเป็นกิจกรรมในขั้นตอนใด
a)
Out Source
b)
Outcome
c)
Input
d)
Process
47.
การวัดประสิทธิภาพขององค์การใช้เกณฑ์ตามข้อใด
a)
เกณฑ์การวัดผลตามนโยบาย
b)
เกณฑ์การวัดผลตามเป้าหมาย
c)
เกณฑ์การวัดผลตามผลผลิต
d)
เกณฑ์การวัดผลตามปัจจัยการผลิต
48.
ข้อใด มิใช่ ลักษณะของประสิทธิผล
a)
ความถูกต้อง
b)
ความมีคุณค่า
c)
เหมาะสมดีกับงาน
d)
ความประหยัด
49.
ข้อใดเป็นแนวคิดการบริหารจัดการของเฟรเดอริก เทย์เลอร์ (Frederick W. Taylor)
a)
ลดความสิ้นเปลืองในการใช้วัตถุดิบ
b)
ลดเวลาในการทํางานของคนงาน
c)
การหาวิธีที่ดีที่สุดในการทำงาน
d)
สร้างขวัญกําลังใจในการทํางาน
50.
ข้อใดเป็นนิยามของคำว่า “ผลิตภาพ”
a)
ผลลัพธ์ (Output) = สินค้า + บริการ
b)
ผลลัพธ์ (Output) หารด้วยปัจจัยนำเข้า (Input)
c)
การใช้ประโยชน์ (Utilization) = วิธีการ x ผลการปฏิบัติงาน
d)
ปัจจัยนำเข้า (Input) = แรงงาน + วัสดุ + เงินลงทุน + พลังงาน + ค่าใช้จ่าย
51.
ข้อใดเป็นความหมายของการเพิ่มผลิตภาพตามแนวคิดทางวิทยาศาสตร์
a)
การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
b)
การทำให้บริษัทสามารถมีผลผลิตมากขึ้น
c)
ทดสอบผลผลิตก่อนจัดจำหน่ายให้ลูกค้าภายนอก
d)
การนำทรัพยากรการผลิตเข้าสู่กระบวนการผลิตคุณภาพ
52.
เหตุใดต้องมีการพัฒนาคุณภาพและเพิ่มผลิตภาพภายในองค์การ
a)
กิจการต้องการกำไรสูงขึ้น
b)
การตัดสินใจของลูกค้าไม่แน่นอน
c)
ต้องการให้ลูกค้าและผู้จัดจำหน่ายมีความพึงพอใจ
d)
ทรัพยากรหายากและมีการแข่งขันกันสูง
53.
พนักงานช่วยในการเพิ่มผลิตภาพได้อย่างไร
a)
รับการตรวจร่างกายประจำปี
b)
ยอมรับการปฏิบัติงานล่วงเวลาขององค์การ
c)
เสนอแนะปรับปรุงงานในความรับผิดชอบ
d)
ทำความสะอาดร่างกายหลังการปฏิบัติงาน
54.
ปัญหาของการเพิ่มผลิตภาพโดยใช้เทคโนโลยีในระยะแรกคือข้อใด
a)
การลงทุนสูง
b)
ใช้งานยาก
c)
สิ้นเปลืองค่าเชื้อเพลิง
d)
ขาดวิศวกรเชี่ยวชาญดูแล
55.
เมื่อเกิดอุบัติเหตุในการทำงานจะก่อให้เกิดผลเสียต่อองค์การข้อใดมากที่สุด
a)
บุคลากรเสียขวัญในการทำงาน
b)
เครื่องจักรอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย
c)
การส่งมอบสินค้าไม่ทันเวลากำหนด
d)
เสียค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ
56.
การเพิ่มผลผลิตหรือ Output ให้สูงนั้น ควรใช้กับสภาวะการณ์ใดจึงจะเหมาะสม
a)
ตลาดหดตัวสินค้า
b)
ตลาดขยายตัว
c)
เศรษฐกิจถดถอย
d)
ตลาดซบเซา
57.
สินค้าที่มีความสวยงามของการออกแบบ รูปร่าง ขนาด สีสัน และมีภาพลักษณ์ที่ดี แสดงว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพตามข้อใด
a)
ด้านเทคนิค
b)
ด้านเวลา
c)
ด้านจิตวิทยา
d)
ด้านจริยธรรม
58.
สินค้าที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานการผลิตและผู้บริโภคมีความพึงพอใจ จัดเป็นคุณภาพด้านใด
a)
ด้านเทคนิค
b)
ด้านเวลา
c)
ด้านจิตวิทยา
d)
ด้านจริยธรรม
59.
สินค้าและบริการที่ขายในราคาแพงเกินจริงและมีการโฆษณาหลอกลวงขายสินค้า เป็นจรรยาบรรณตามข้อใด
a)
จรรยาบรรณต่อสังคม
b)
จรรยาบรรณต่อสิ่งแวดล้อม
c)
จรรยาบรรณต่อลูกค้า
d)
จรรยาบรรณต่อคู่แข่งขัน
60.
ข้อใดเป็นการเพิ่มผลิตภาพโดยรวมที่ได้คุณธรรมและยั่งยืนที่เน้นลูกค้าขององค์การ
a)
คุณภาพ, กระบวนการผลิต
b)
คุณภาพ, ต้นทุน, การส่งมอบ
c)
ความปลอดภัย, ขวัญและกำลังใจในการทำงาน
d)
สิ่งแวดล้อม, จริยธรรม
Reset
