NEW
Font size
Worksheetsข้อสอบเก่า พงส.
Total questions: 40
Worksheet time: 1hrs 20mins
นายหนุ่มและนายแก่ช่วยกันออกเงินซื้อโน๊ตบุ๊คมา 1 เครื่องเพื่อเอาไว้เรียนออนไลน์ โดยทั้งคู่มีข้อตกลงว่าพลัดกันใช้เรียนคนละ 1 เดือน ในระหว่างที่โน๊ตบุ๊คอยู่กับนายหนุ่ม นายแก่มีปัญหาเรื่องเงินเพราะเสียพนันจึงได้เข้าไปหยิบโน๊ตบุ๊คที่นายหนุ่มวางไว้บนเตียงไปขายนำเงินมาใช้หนี้พนัน ดังนี้ นายแก่มีความผิดฐานใด
ไม่มีความผิด
ลักทรัพย์
ฉ้อโกง
ยักยอกทรัพย์
ร.ต.อ.สมชายปลอมตัวเป็นสายลับเข้าไปติดต่อซื้อยาบ้ากับนายวันซึ่งเป็นเอเยนต์ขายยาบ้ารายย่อยในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา โดยนายวันก็ตกลงขายให้ เมื่อเห็นว่านายวันตกลงขายยาให้และจะส่งมอบยาให้ในวันรุ่งขึ้น ตำรวจที่ซุ่มดูอยู่ก็แสดงตัวเข้าจับนายวันทันที ดังนี้ นายวันมีความผิดฐานใดหรือไม่ อย่างไร
ไม่มีความผิดฐานใด เนื่องจากยังไม่มีการส่งมอบยาบ้า
มีความผิดฐานจำหน่ายยาบ้าสำเร็จแล้ว แม้ไม่มีการส่งมอบยาบ้ากัน
มีความผิดฐานพยายามจำหน่ายยาบ้า เนื่องจากยังไม่มีการส่งมอบยาบ้า
มีความผิดฐานจำหน่ายยาบ้าสำเร็จแล้ว เนื่องจากการซื้อขายสมบูรณ์แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
กรณีใดที่ศาลสั่งริบของกลางได้
ศาลฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานนำเสนอวิดีโอเทป 30 ม้วน ของกลางที่ไม่ปิดฉลาก
ศาลฟังว่าจำเลยจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นของกลางอันเป็นสินค้าควบคุมเกินไปกว่าราคาควบคุม
ศาลฟังว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์และมิได้เป็นผู้ใช้สายไฟฟ้าของกลางรัดคอเจ้าของทรัพย์แต่มีผู้อื่นเป็นผู้กระทำ
ศาลฟังว่าจำเลยปรุงยาของกลางจำหน่ายโดยได้รับอนุญาตให้ปรุงยาจำหน่ายได้ แต่ขาดต่อใบอนุญาต
ส.ต.อ.แสวง เป็นผู้จับกุมผู้ต้องหาและทำการจัดทำบันทึกการจับกุมให้ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อแล้ว ภายหลัง ส.ต.อ.แสวง เขียนเติมข้อความว่า "สอบถามผู้ต้องหาแล้วให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา" ซึ่งไม่เป็นความจริง ดังนี้ ส.ต.อ.แสวงมีความผิดฐานใด หรือไม่
ไม่มีความผิดฐานใด เนื่องจากเป็นผู้จับกุม และจัดทำบันทึกการจับกุมด้วยตนเอง
ไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสาร เนื่องจากเป็นผู้จัดทำบันทึกการจับกุมด้วยตนเอง แต่มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.๑๕๗
ไม่มีความผิดฐานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ยังคงมีความผิดฐานปลอมเอกสาร
มีความผิดฐานปลอมเอกสาร และปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อผู้ต้องหาแล้ว
นายหนึ่งโดยสารเครื่องบินของ บริษัทการบินไทย ระหว่างเครื่องบินกำลังบินอยู่เหนื่อน่านฟ้าของประเทศเกาหลีใต้ นายหนึ่งได้ทำร้ายร่างกายนายจอห์น ผู้โดยสารสัญชาติอเมริกาจนได้รับอันตรายแก่กาย ต่อมานายจอห์นเดินทางมาประเทศไทย จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อท่านซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน ท่านจะดำเนินคดีอาญากับนายหนึ่งได้หรือไม่
ไม่ได้ เพราะผู้เสียหายเป็นคนอเมริกา
ไม่ได้ เพราะความผิดเกิดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้
ได้ เพราะการกระทำความผิดเกิดขึ้นในอากาศยานไทย
ได้ เพราะผู้กระทำความผิดเป็นคนไทย
นางหมวยเจ้าของห้องเช่าได้เข้าไปขนย้ายทรัพย์สินและได้นำเอากุญแจไปล็อคประตูห้องพักของนายแม้น ซึ่งเป็นผู้เช่าแต่ไม่ยอมชำระค่าเช้ามาหลายเดือน โดยนางหมวยได้พา ส.ต.อ.สมพร ซึ่งเป็นตำรวจในท้องที่ไปเป็นพยานด้วย แล้วนำทรัพย์สินที่ขนออกจากห้องเช่านั้นไปไว้ที่สถานีตำรวจประจำท้องที่นั้น ดังนี้ การกระทำของนางหมวยและ ส.ต.อ.สมพร มีความผิดฐานใด หรือไม่
นางหมวย และ ส.ต.อ.สมพร มีความผิดฐานร่วมกันบุกรุกและลักทรัพย์
นางหมวย และ ส.ต.อ.สมพร ไม่มีความผิดฐานใด เนื่องจากขาดเจตนา
นางหมวยผิดฐานบุกรุกและลักทรัพย์ ส.ต.อ.สมพร ผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในความผิดดังกล่าว
นางหมวยมีความผิดฐานบุกรุก แต่ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ ส่วน ส.ต.อ.สมพร ไม่มีความผิดฐานใดเนื่องจากสำคัญผิดว่ามีอำนาจกระทำได้
นายสีกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 20,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงการลงโทษไว้ 1 ปี หลังจากนั้น ภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทานั้นนายสีได้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ และถูกฟ้องต่อศาลให้ลงโทษจำคุกนายสีมีกำหนดเวลา 2 เดือน ศาลจะใช้ดุลพินิจในการรอการลงโทษนายสีอีกได้ หรือไม่
ไม่ได้ เพราะนายสีเคยกระทำความผิดมาก่อน
ไม่ได้ เพราะอยู่ในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทา
ได้ เพราะคดีก่อนไม่ได้รับโทษจำคุกมาก่อน
ได้ เพราะคดีหลังไม่ใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาท
นายดวงกำลังเดินไปตามถนนโดยไม่ระมัดระวังดูทางให้ดี ทำให้เหยียบต้นไม้ของนางแสง ที่ปลูกไว้ในกระถางวางไว้ใกล้ถนนหน้าบ้านของนางแสง ทำให้กิ่งไม้ของนางแสงหัก นางแสงได้เรียกร้องค่าเสียหาย และนายดวงไม่ยอมชดใช้ นายดวงมีความผิดฐานใด
นายดวงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
นายดวงมีความผิดฐานใดทำให้เสียทรัพย์โดยประมาท
นายดวงไม่มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เพราะต้นไม้ไม่ได้หักไปทั้งต้น
นายดวงไม่มีความผิดทางอาญา เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด
นายจันทร์ชอบเล่นการพนันที่บ่อนการพนันแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ วันหนึ่งนายจันทร์เล่นพนันจนเงินหมดจึงถอดเอาสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท จำนำไว้กับกับนายอังคารเจ้าของบ่อนแล้วนำเงินที่ได้มาไปเล่นพนันจนหมดอีก เมื่อจะกลับบ้านายจันทร์เกิดเสียดายสร้อยคอทองคำของตนเอง จึงเข้าไปกระชากเอาสร้อยคอทองคำของตนเองที่นายอังคารใส่ไว้ที่คอ จนเกิดการต่อสู้กันเกิดขึ้น นายอังคารสู้นายจันทร์ไม่ได้ ทำให้นายจันทร์ได้สร้อยไป ดังนี้ นายจันทร์มีความผิดฐานใด
ลักทรัพย์ ม.334
วิ่งราวทรัพย์ ม.336
กรรโชกทรัพย์ ม.337
โกงเจ้าหน้า ตาม ม.349
ข้อใดต่อไปนี้เป็นความผิดฐานต่อสู้หรือขัดชวางเจ้าพนักงาน
นายแดงขับรถยนต์มาถึงด่านตรวจ ร.ต.ต.วัน ได้ให้สัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น นายแดงกลับไม่ยอมหยุดรถและขับรถเลยไป เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ด่านตรวจได้ขับรถไล่ติดตามเพื่อสกัดจับเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร จึงไล่ทันและจับกุมได้
ร.ต.ท.ปรีชา เรียกให้นายสองเปิดประตูบ้าน แต่นายสองไม่ยอมเปิดและได้กระโดดหนีทางหน้าต่างบ้านหนีไป
ร.ต.อ.สมหมาย แสดงหมายจับและขอจับกุมนายสาม แต่นายสามวิ่งหนี ร.ต.อ.สมหมายได้วิ่งติดตามไป นายสามได้ชักอาวุธปืน ยิงขึ้นฟ้าเพื่อขู่ไม่ให้ ร.ต.อ.สมหมายไล่ตามไป
ถูกทุกข้อ
นายใสและนายขุ่นเป็นเจ้าของที่ดินที่มีเขตติดต่อกัน นายใสได้ใช้รั้วลวดหนามกั้นแนวเขตที่ดินไว้เป็นเวลานาน ต่อมานายขุ่นเห็นว่ารั้วลวดหนามนี้สภาพเก่าต้องการทำใหม่ จึงได้รื้อถอนเสารั้วและลวดหนามออกเอามากองไว้ เพื่อสร้างรั้วอิฐบล็อก นายขุ่นได้ตัดสินใจดำเนินการโดยไม่ได้แจ้งให้นายใสทราบ ดังนี้ การกระทำของนายขุ่นเป็นความผิดฐานใด หรือไม่
ผิดฐานบุกรุก แม้จะไม่ได้เข้าไปในที่ดินของนายใสก็ตาม
ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เนื่องจากเสารั้วและลวดหนามเป็นของนายใส
ไม่ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เนื่องจากเป็นการทำเพื่อประโยชน์ร่วมกัน และไม่ปรากฎว่าเสารั้วและลวดหนามเสียหายอย่างไร
เป็นความผิดฐานบุกรุก และทำให้เสียทรัพย์ เนื่องจากมีการไปรื้อถอนเสารั้ว และลวดหนามของนายเก่า
เด็กชายดื้ออายุ ๑๑ ปี ใช้หนังสติ๊กยิง เด็กชายซนตาบอด ถ้าต่อมาเด็กชายดื้อถูกฟ้องศาลจะลงโทษนาย เด็กชายดื้อได้หรือไม่ อย่างไร
ลงโทษเด็กชายดื้อไม่ได้
ลงโทษได้ แต่ให้ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง
ลงโทษไม่ได้ แต่ส่งไปสถานฝึกและอบรมภายในเวลาที่กำหนด
ลงโทษปรับได้อย่างเดียว
นายสามชายและสมหญิง เป็นคู่สมรสกันอยู่กนด้วยกันฉันสามีภริยา นายสมชายขอร่วมประเวณีกับนางสมหญิงแต่นางสมหญิงไม่ยอม นายสามชายจึงได้ใช้กำลังข่มขืนนางสมหญิงทางทวารหนัก แต่ไม่สำเร็จความใคร่ ดังนี้ การกระทำของนายสมชายมีความผิดฐานใด
ผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา
ผิดฐานอนาจาร
ผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราและกระทำอนาจาร
ไม่มีความผิด เพราะไม่สำเร็จความใคร่
นายหนึ่งและนายสองร่วมกันเป็นคนร้ายใช้มีขู่เข็ญบังคับนางสวยให้ส่งเงินให้จำนวน ๑,๐๐๐ บาท แล้วนายหนึ่งกับนายสองวิ่งหนีไปคนละทางโดยเงินจำนวน ๑,๐๐๐ บาท อยู่กับนายหนึ่ง ข้อใดถูกที่สุด
นายหนึ่งเท่านั้นผิดฐานชิงทรัพย์
นายหนึ่งและนายสองผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์
นายหนึ่งและนายสองผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์
นายสองไม่มีความผิด
นายมากรักใคร่ชอบพอและอยู่กินฉันสามีภริยากับนางนาก จนนางนากมีครรภ์ได้ ๗ เดือน วันหนึ่งนายมากอยากมีเมียน้อยเพิ่มอีก ๑ คน แต่นางนางหึงหวงจึงคัดค้านเป็นปากเสียงกัน นายมากโมโหจึงกระโดดถีบท้องนางนางล้มลง ต่อมานางนากตกเลือดเพราะแท้งลูกแล้วตายที่พระโขนง ดังนี้ นายมากมีความผิดฐานใด
ฆ่าคนตายโดยเจตนา ม.๒๘๘
ผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ม.๒๙๐
ผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ม.๒๙๑
ผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัา ม.๒๙๗ ส่นชวนความตายที่เกิดขึ้นเกินความคาดหมายของวิญญูชนทั่วไป
นางสาวบี แจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าตนมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับนายโอซึ่งเป็นผู้สมัครนายก อ.บ.ต.ซึ่งมีภริยาอยู่แล้ว แต่ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับนายโอในข้อหาใด ดังนี้ หากเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง นางสาวบีมีความผิดฐานใด หรือไม่
ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ แต่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เนื่องจากประสงค์ให้นายโอถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง
ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ และไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท เนื่องจาก เรื่องดังกล่าวเป็นความจริง
ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เนื่องจากนางสาวบีอ้างว่ากระทำเพื่อป้องกันส่วนได้เสียของตนเองตามคลองธรรม
ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ หรือหรือหมิ่นประมาท เนื่องจากการแจ้งความไม่ประสงค์ให้มีการดำเนินคดี
การกระทำใดต่อไปนี้ถือว่ามีความผิดทางอาญา
ร.ต.ต.สมชายสอบถามอชื่อและที่อยู่ของนายดำ แต่นายดำไม่ยอมบอก เพราะ ร.ต.ต.สมชายรู้จักและทราบดีอยู่แล้ว
เจ้าพนักงานจำรวจได้เข้าจับกุมผ้เล่นการพนันเอาทรัพย์สินกัน ผู้เล่นหลายคนลุกขึ้นวิ่งหนี คงจับนายหนึ่งได้เพียงคนเดียว สอบถามชื่อนายหนึ่ง แต่นายหนึ่งกับบอกว่าตนเองคือนายสองซึ่งไม่ได้มาร่วมเล่นการพนันด้วย
นายขาวแย่งอาวุธปืนมาจากนายดำซึ่งกำลังทะเลาะวิวาทกับนายขาว เพื่อไม่ให้นายดำใช้ปืนนั้นยิงขาวขาว
นายแดงกระโดดลงจากเรือนของนายดำแล้ววิ่งหนีไป นายดำสงสัยว่าเป็นคนร้ายที่เข้ามาขโมยสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้ใต้ถุนบานจึงใช้ปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า ๑ นัด และขณะนั้นเป็นเวลากลางคืน
น.ส. ไก่ ผู้เยาว์ อายุ ๑๘ ปี ถูกนาย ขวดข่มขื่นกระทำชำเรา น.ส.ไก่ จึงไปร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนาย ขวด ต่อมานาย ขวดกลัวติดคุกจึงขอชดใช้ค่าเสียหายโดยจะมอบเงินให้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท และขอให้ถอนคำร้องทุกข์ แต่ น.ส. ไก่ไม่ยอมรับเงินและไม่ยินยอมถอนคำร้องทุกข์ นาย ขวดจึงไปพบบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายของ น.ส.ไก่ และมอบเงินดังกล่าวให้โดยขอให้ไปถอนคำร้องทุกข์ ดังนี้ หากบิดาของ น.ส.ไก่มาขอถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และหากท่านเป็นพนักงานสอบสวนจะถอนคำร้องทุกข์ให้หรือไม่
ให้ถอนได เพราะเป็นอำนาจของผู้แทนโดยชอบธรรม
ให้ถอนได้ เพราะคดีอาญาระงับ
ให้ถอนไม่ได้ เพราะฝ่าฝืนต่อความยินยอมของผู้เยาว์
ให้ถอนไม่ได้ เพราะเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้
การฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ในการพิพากษาคดีแพ่ง กฎหมายกำหนดให้ศาลต้องปฎิบัติอย่างไร
สั่งให้จำเลยใช้ทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินแก่ผู้เสียหาย
ต้องถือข้อเท็จจริงในทางอาญาและในทางแพ่งประกอบกัน
ต้องถือข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามพยานหลักฐานในทางแพ่ง
ต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาส่วนคดีอาญา
พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจมีนบุรีออกตรวจท้องที่พบชายคนหนึ่งถูกฆ่าตาย ศพหมกอยู่ในนพงหญ้าใกล้ๆ ศพมีร่องรอยการต่อสู้ จากการตรวจไม่พบทรัพย์สินใดๆ ในตัวผู้ตายเลย ตามพฤติการณ์เห้นได้ว่าชายคนนี้น่าจะถูกลวงมาฆ่าเพื่อเอาทรัพย์สิน ดังนี้ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรีมีอำนาจสอบสวนความผิดนี้หรือไม่ เพราะเหตุใด
มี เพราะความผิดอ้างว่าได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของตนเอง
มี เพราความผิดเชื่อว่าได้เกดขึ้นในเขตอำนาจของตน
ไม่มี เพราะความผิดอาญาไม่ได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของตน
ไม่มี เพราะยังไม่แน่ชัดว่าความอาญาเกิดขึ้นท้องที่ใด
ข้อใดต่อไปนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยจำคุกและปรับ แล้วรอการลงโทษ
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกและปรับ แล้วรอการลงโทษ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกไม่รอการลงโทษ
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมจนกว่าจะอายุครบ ๑๘ ปี
ศาลชั้นต้นลงโทษฐานทำร้ายร่างกาย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้อื่น
พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานวิ่งราวทรัพย์ ม.๓๓๖ ตามที่พนักงานสอบสวนได้สอบสวนมา ในระหว่างการสืบพยานโจทก์ อัยการโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องเป็นจำเลยกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ซึ่งความผิดฐานชิงทรัพ์มิได้ปรากฎอยู่ในสำนวนการสอบสวน เช่นนี้ การยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ดังก่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด
ชอบ เพราะถือว่าความผิดทั้งสองมิได้แตกต่างกันในสาระสำคัญ
ชอบ เพราะการสอบสวนไม่จำเป็นต้องสอบสวนทุกความผิด
ไม่ชอบ เพราะถือว่าฐานความผิดทั้งสองแตกต่างกันในข้อสะระสำคัญ
ไม่ชอบ เพราะมิได้มีการสอบสวนความผิดฐานชิงทรัพย์มาก่อน
พนักงานอัยการโจทก์ได้ยื่นฟ้องนายดำเป็นจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์โดยการตัดสายไฟของกรุงเทพมหานาครไปขายตามที่พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนโดยมีทางกรุงเทพมหานาครเป็นผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ในชั้นพิจารณาปรากฎข้อเท็จจริงว่ากรุงเทพมหานครไม่ใช่ผู้เสียหายเพราะไม่ใช่เจ้าของสายไฟ แต่เป็นการไฟฟ้านครหลวงเป็นผู้เสียหาย ดังนี้ การสอบสวนที่เกิดขึ้นโดยพนักงานสอบสวนนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ชอบ เพราะลักทรัพย์เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แม้ผู้แจ้งความร้องทุกข์ไม่ใช่ผู้เสียหาย พนักานสอบสวนก็มีอำนาจสอบสวน
ชอบ เพราะลักทรัพย์เป็นความผิดอาญาแผ่นดินซึ่งถือว่ารัฐเป็นผู้เสียหาย กรุงเทพหานครก็เป็นหน่วยงานของรัฐเช่นเดียวกันจึงเป็นผู้เสียหาย
ไม่ชอบ เพราะผู้ร้องทุกข์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์
ไม่ชอบ เพราะการร้องทุกข์ผิดระเบียบ ตาม มาตรา ๑๒๔
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง
สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไป เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ
สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเมื่อคดีขาดอายุความ
สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องระงับ โดยความตายของผู้กระทำความผิด
ทุกข้อกล่าวมาถูกต้อง
กรณีใดต่อไปนี้ไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับได้
เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้ต้องหากระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
เมื่อมีหลักฐานตามสมมควรว่าผู้ต้องหากระทำความผิดลักทรัพย์และมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี
เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้ต้องหากระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์และผู้ต้องหาไมมาตามหมายเรียก
เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้ต้องหากระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บ
นายเอกกระทำความผิดอาญาฐานฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ของนายซี โดยนายบีลูกของนายซีทราบเรื่องดังกล่าว แต่ไม่กล้านำเรื่องดังกล่าวไปบอกนายซี เพราะกลัวอำนาจอิทธิพลของนายเอ ต่อมานายซีรู้เรื่องและโมโหถึงแก่ความตาย นายบีโกรธจึงไปปรึกษากับทนายความ ดังนี้ นายบีจะร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญากับนายเอกให้รับผิดได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
ได้ เพราะนายบีเป็นทายาทโดยธรรมผู้รับมรดก
ได้ เพราะเป็นการรับมรดกความ
ไม่ได้ เพราะนายบีเป็นผู้ที่ร่วมรู้เห้นการกระทำความผิด
ไม่ได้ เพราะทรัพย์พึ่งจะตกเป็นของนายบีภายหลังการตายของนายซีเท่านั้น
นายเด่นอยู่กินฉันสามีภริยากับนางดวงโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และมีบุตรด้วยกัน ๑ คน คือ เด็กหญิงออย อายุ ๑๒ ปี ต่อมานายกุ้ยได้ทำการอนาจารเด็กหญิงออย ดังนี้ นายเด่นจะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญากับนายกุ้ยได้หรือไม่ ตามข้อใด
ได้ เพราะเป็นผู้ดูแลเด็กหญิงออย
ได้ เพราะเป็นบุพการี
ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรม
ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ผู้ใช้อำนาจปกครอง
การสอบสวนตามข้อใดต่อไปนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
พนักงานสอบสวนไปทำการสอบสวนนอกเขตอำนาจของตน
พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนลับหลังผู้ต้องหา
พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนในยามวิกาล และมีผู้ไม่เกี่ยวข้องร่วมฟังอยู่ด้วยในขณะทำการสอบสวน
พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนโดยแจ้งข้อกล่าวให้แล้ว แต่มิได้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหา
พยานบุคคลใดต่อไปนี้ต้องสาบานก่อนเบิกความในศาล
เด็กชายแดงอายุ ๑๔ ปี
นายเขียวอายุ ๑๘ ปี เป็นสามเณรในพุทธศาสนา
นายจอห์นนักบวนในศาสนาอื่น
บุคคลซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ต้องให้สาบาน
คดีอาญาเรื่องหนึ่ง พนักงานสอบสวนได้ยึดธนบัตรของกลางเป็นพยานวัตถุ ซึ่งเป็นธนบัตรที่พนักงานตำรวจใช้ล่าซื้อยาบ้าจากจำเลย แต่มิได้ลงบันทึกประจำวันไว้ พนักงานอัยการโจทก์อ้างเป็นพยานเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยในชั้นศาลได้หรือไม่
ได้ ถ้าพนักงานสอบสวนนำไปลงบันทึกประจำวันภายหลัง
ได้ เพราะศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานทุกชนิด
ไม่ได้ เพราะต้องลงบันทึกประขำวันก่อน
ไม่ได้ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดโดยตรง
ในระหว่างการสอบบสวนหากผู้ต้องหาเกิดวิกลจริต ดังนี้ พนักงานสอบสวนมีอำนาจส่งตัวผู้ต้องหาไปยังโรงพยาบาลโรคจิตหรือให้แก่บุคคลใด
ผู้อนุบาล
ผู้พิทักษ์
ผู้แทนเฉพาะคดี
ผู้ปกครองท้องที่
ในกรณีตามข้อใดต่อไปนี้ที่พนักงานสอบสวนต้องทำการสอบสวน จะไม่ทำการสอบสวนไม่ได้
เมื่อผู้เสียหายขอความช่วยเหลือแต่ไม่ยอมร้องทุกข์ตามระเบีเยบ
เมื่อผู้เสียหายฟ้องคดีอาญาเองโดยมิได้ร้องทุกข์
เมื่อมีหนังสือกล่าวโทษเป็นบัตรสนเท่ห์
เมื่อผู้เสียหายที่แท้จริงมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาร้องทุกข์แทน
พนักงานอัยการโจทก์ได้ยื่นฟ้องนายหนึ่งเป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ นายหนึ่งให้การต่อสู้คดีว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตายแต่เป็นการกระทำโดยประมาท ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาฆ่า แต่เป็นการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายจึงพิพากษาลงโทษนายหนึ่งจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ ลงโทษจำคุก ๔ ปี ๖ เดือน แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้มีกำหนดเวลา ๒ ปี คำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตามข้อใด
ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นไปตาคำฟ้องโจทก์
ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่ใช่ข้อแตกต่างกันในสาระสำคัญ
ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะนอกฟ้อง
ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นข้อแตกต่างกันในสาระสำคัญ
พนักงานอัยการโจทก์ได้ยื่นฟ้องนายหนึ่งเป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ นายหนึ่งให้การต่อสู้คดีว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตายแต่เป็นการกระทำโดยประมาท ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาฆ่า แต่เป็นการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จึงพิพากษาลงโทษนายหนึ่งจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ ลงโทษจำคุก ๔ ปี ๖ เดือน แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้มีกำหนดเวลา ๒ ปี พนักงานอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาในปัญหาข้อเท็จจริงได้หรือไม่ ตามข้อใด
ได้ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ได้ว่ากล่าวมาแล้วในศาลชั้นต้น
ได้ เพราะเป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกเกินสามปี
ไม่ได้ เพราะเป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสามปี
ไม่ได้ เพราะศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามคำฟ้องแล้ว
นายจันทร์เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอังคารต่อศาลในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ศาลได้ตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่าฟ้องถูกต้อง จึงมีคำสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เมื่อถึงวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ปรากฏว่านายจันทร์และทนายความของนายจันทร์ไม่มาศาล ศาลเห็นว่าไม่มาศาลโดยไม่ไม่มีเหตุอันสมควรให้เลื่อนคดี จึงพิพากษายกฟ้อง คำพิพากษายกฟ้องของศาลชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ไม่ชอบ เพราะเป็นกรณีที่ศาลต้องเลื่อนคดี
ไม่ชอบ เพราะเป็นกรณีที่ศาลต้องจำหน่ายคดี
ชอบ เพราะถือว่าโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง
ชอบ เพราะเป็นดุลพินิจของศาล
ในคดีความผิดข้อหากู้ยืมอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน โจทก์นำสืบสัญญากู้ยืมที่มิได้ปิดอากรแสตมป์ต่อศาล จำเลยคัดค้านว่าเป็นพยานเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่นนี้ สัญญากู้ยืมดังกล่าวนำสืบในชั้นศาลได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
ได้ เพราะเป็นพยานเอกสารในคดีที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ได้ เพราะข้อห้ามมิให้นำสัญญากู้ยืมที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ไม่ใช้ในคดีอาญา
ไม่ได้ เพราะสัญญากู้ยืมไม่ได้ปิดอากรแสตมป์
ไม่ได้ เพราะจำเลยคัดค้าน
นายแดงและนายดำ ถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ ต่อมานายแดงให้การรับสารภาพศาลจึงพิพากษาลงโทษนายแดงโดยไม่สืบพยาน ส่วนคดีของนายดำซึ่งให้การปฏิเสธศาลสั่งให้แยกฟ้อง ดังนี้ คำพิพากษาของศาลที่ลงโทษนายแดงโดยไม่สืบพยานชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตามข้อใด
ชอบ จำเลยรับสารภาพแล้วศาลพิพากษาลงโทษได้โดยไม่ต้องสืบพยาน
ชอบ เพราะจำเลยรับสารภาพในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
ไม่ชอบ เพราะศาลต้องรับฟังพยานหลักฐานก่อนพิพากษา
ไม่ชอบ เพราะเป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกเกินห้าปี
นายแดงและนายดำ ถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ ต่อมานายแดงให้การรับสารภาพศาลจึงพิพากษาลงโทษนายแดงโดยไม่สืบพยาน ส่วนคดีของนายดำซึ่งให้การปฏิเสธศาลสั่งให้แยกฟ้อง ต่อมาในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องนายดำต่อศาลพนักงานอัยการโจทก์ได้อ้างนายแดงมาเป็นพยานฝ่ายโจทก์ ดังนี้ ศาลจะรับฟังคำเบิกความของนายแดงได้หรือไม่ ตามข้อใด
ได้ เพราะไม่ได้เป็นจำเลยในคดีเดียวกัน
ได้ เพราะจำเลยไม่คัดค้าน
ไม่ได้ เพราะห้ามโจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน
ไม่ได้ เพราะเป็นพยานซัดทอด
ในกรณีคดีอาญาอยู่ในอำนาจสอบสวนของตำรวจที่ไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนคนใดในระหว่างจังหวัดเดียวกัน ท้องที่ใดควรเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ใครเป็นผู้มีอำนาจชี้ขาด
ผู้ว่าราชการจังหวัด
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
อัยการสูงสุดหรือผู้ทำการแทน
ผู้บัญชาการซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนนั้น
ตำรวจมีอำนาจค้นตัวบุคคลในที่สาธารณะ โดยมีเหตุอันสมควรว่าบุคคลใดมีสิ่งของตามข้อใดต่อไปนี้
สิ่งของที่มีไว้เพื่อใช้กระทำความผิด
สิ่งของที่ได้มาจากการกระทำความผิด
สิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด
ถูกทุกข้อ
