wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วงจรไฟฟ้าเเบบอนุกรมเเละเเบบขนาน

Total questions: 20

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

การต่อวงจรที่นิยมใช้ต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านนิยมต่อแบบไหน ?

a)

แบบวงจรเปิด

b)

แบบอนุกรม

c)

แบบขนาน

d)

แบบผสม

2.

ข้อใดไม่ใช่ คุณสมบัติของวงจรแบบอนุกรม ?

a)

กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจรเท่ากันตลอดหรือกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านจุดแต่ละจุดในวงจร มีค่าเดียวกัน

b)

ความต้านทานรวมของวงจรเท่ากับค่าของตัวต้านทานย่อยทั้งหมดรวมกัน

c)

แรงดันไฟฟ้าตกคร่อมที่มาจากวงจรย่อยเท่ากับแรงดันไฟฟ้าของแหล่งจ่าย

d)

แรงดันไฟฟ้าที่ตกคร่อมตัวต้านทานแต่ละตัวรวมกันเท่ากับแรงดันไฟฟ้าที่ป้อนให้กับวงจร

3.

กระเเสไฟฟ้าที่ผ่านตัวต้านทาง R1R_1  ในวงจรมีค่าเท่าไร ?

a)

1 Ω

b)

10 Ω

c)

15 Ω

d)

20 Ω

4.

กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจรเท่ากันตลอดหรือกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านจุดแต่ละจุดในวงจร มีค่าเดียวกันคือการต่อวงจรแบบไหน ?

a)

แบบวงจรเปิด

b)

แบบอนุกรม

c)

แบบขนาน

d)

แบบผสม

5.

ถ้าจะวัดความต่างศักย์ระหว่างขั้วของตัวต้านทาน R1 จะต้องวัดด้วยอะไรและต่อแบบใด

a)

แอมมิเตอร์ ต่อระหว่าง AD

b)

แอมมิเตอร์ ต่อระหว่าง AB

c)

โวลต์มิเตอร์ ต่อระหว่าง AB

d)

โวลต์มิเตอร์ ต่อระหว่าง BC

6.

การต่อหลอดไฟฟ้าในบ้านควรต่อแบบใด เพราะอะไร

a)

แบบขนาน เพราะช่วยป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้

b)

แบบขนาน เพราะถ้าหลอดไฟฟ้าหลอดใดหลอดหนึ่งเสีย หลอดไฟฟ้าที่เหลือจะยังคงใช้งานได้อยู่

c)

แบบอนุกรม เพราะเมื่อกดสวิตช์ครั้งเดียวจะทำให้หลอดไฟฟ้าสว่างพร้อมกัน

d)

แบบอนุกรม เพราะยิ่งจำนวนหลอดไฟฟ้ายิ่งมาก ความสว่างของแต่ละหลอดจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

7.

หลอดไฟฟ้าหลอดใดต่อแบบขนานและหลอดไฟฟ้าหลอดใดต่อแบบอนุกรม

a)

1, 2 ต่อแบบขนาน 3, 4 ต่อแบบขนาน

b)

1, 2 ต่อแบบขนาน 3, 4 ต่อแบบอนุกรม

c)

1, 2 ต่อแบบอนุกรม 3, 4 ต่อแบบขนาน

d)

1, 2 ต่อแบบอนุกรม 3, 4 ต่อแบบอนุกรม

8.

ถ้าต้องการออกแบบต่อวงจรให้มีแรงเคลื่อนไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จะต้องจัดสิ่งใดให้แตกต่างกัน

a)

จำนวนเซลล์ไฟฟ้า

b)

ความยาวของตัวนำ

c)

ขนาดของหลอดไฟฟ้า

d)

เวลาในการใช้เซลล์ไฟฟ้า

9.

จากกฎของโอห์ม สูตรข้อใด ไม่ถูกต้อง

a)

V=RI

b)

I=V/R

c)

R=V/I

d)

I=VR

10.

จากรูปนี้จะมีค่าความต้านทานรวมในวงจรเท่าไหร่

a)

10

b)

12

c)

15

d)

17

11.

จากรูปนี้จะมีค่าความต้านทานรวมในวงจรเท่าไหร่

a)

190

b)

180

c)

199

d)

209

12.

ข้อใดคือลักษณะของการถูกไฟฟ้าดูด

a)

กระแสไฟฟ้ารั่วออกจากระบบ

b)

กระแสไฟฟ้ารั่วลงโครงอุปกรณ์

c)

กระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายมนุษย์ลงสู่ดิน

d)

สายไลน์กับสายนิวตรอนสัมผัสกัน

13.

แผนภาพวงจรไฟฟ้าในข้อใดที่กระแสไฟฟ้าไหลครบวงจร

a)
b)
c)
d)
14.

ถ้าต้องการต่อหลอดไฟฟ้า ๓ หลอด ให้สว่างมากที่สุดเท่ากันทั้ง ๓ หลอด และเมื่อมีหลอดไฟฟ้าหลอดใดหลอดหนึ่งขาด หลอดไฟฟ้า ที่เหลือ ยังสามารถทํางานได้ตามปกติ จะเลือกต่อวงจรไฟฟ้าตาม ข้อใด

a)
b)
c)
d)
15.

จากภาพ เป็นการต่อวงจรตามข้อใด

a)
b)
c)
d)
16.

จาก V = IR สามารถอธิบายได้ตามข้อใด

a)

ถ้า I คงที่ V เพิ่มขึ้น R ลดลง

b)

ถ้า V คงที่ I เพิ่มขึ้น R ลดลง

c)

ถ้า R คงที่ V เพิ่มขึ้น I ลดลง

d)

ถ้า R คงที่ V เพิ่มขึ้น I คงที่

e)

V ไม่เปลี่ยนแปลงถึงแม้ IR จะเปลี่ยนแปลงไป

17.

การต่อตัวต้านทานแบบอนุกรม ข้อใดกล่าวไว้ถูกต้อง

a)

ความต้านทานรวมวงจรเพิ่มขึ้น

b)

ทนกำลังไฟฟ้ารวมวงจรเพิ่มขึ้น

c)

กระแสไฟฟ้ารวมในวงจรไหลเพิ่มขึ้น

d)

แรงดันไฟฟ้ารวมตกคร่อมวงจรเพิ่มขึ้น

18.

จากแผนวงจรไฟฟ้า ความต้านทานรวมภายในวงจร และกระแสไฟฟ้ารวมในวงจร มีค่าเท่าใดตามลำดับ

a)

ความต้านทานรวม 4.5 โอห์ม และ กระแสไฟฟ้ารวม 2 แอมแปร์

b)

ความต้านทานรวม 4.5 โอห์ม และ กระแสไฟฟ้ารวม 1 แอมแปร์

c)

ความต้านทานรวม 9.0 โอห์ม และ กระแสไฟฟ้ารวม 2 แอมแปร์

d)

ความต้านทานรวม 9.0 โอห์ม และ กระแสไฟฟ้ารวม 1 แอมแปร์

19.

เพราะเหตุใดเราจึงควรวัดกระแสไฟฟ้าที่ขั้วรองรับกระแสไฟฟ้าสูงที่สุดก่อน

a)

ถ้าเริ่มวัดขั้วบวกที่น้อยกว่าค่ากระแสไฟฟ้าอาจทำให้ให้แอมมิเตอร์เสียหายได้

b)

ถ้าเริ่มวัดขั้วบวกที่น้อยกว่าค่ากระแสไฟฟ้าอาจทำให้เข็มตีกลับได้

c)

ถ้าเริ่มที่ขั้วบวกที่น้อยกว่ากระแสไฟฟ้าอาจทำให้หลอดไฟไม่สว่าง

d)

ถ้าเริ่มที่ขั้วบวกที่น้อยกว่ากระแสไฟฟ้าอาจทำให้ถ่านหมดไว

20.

จงหากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านทั้งวงจรเมื่อ นำถ่านไฟฉายขนาด 1.5 V มาต่ออนุกรมกัน 4 ก้อนแล้วนำไปต่อขนานกับ หลอดไฟทีมีความต้านทาน 3 Ω จำนวน 3 หลอด

a)

4   A

b)

5   A

c)

6   A

d)

7   A