wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบพระบรมราโชวาท

Total questions: 30

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

๑.  “พระบรมราโชวาท” ที่นักเรียนศึกษานี้เป็นของใคร

a)

ก. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.๒  )     

b)

ข. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.  )

c)

ค. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  (ร. ๕)   

d)

  ง. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.  )

2.

๒. พระบรมราโชวาทนี้ พระราชทานให้แก่ใคร

a)

ก. นักศึกษาไทยที่ไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ        

b)

ข. นักศึกษาไทยที่ได้รับทุนไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ

c)

ค. พระโอรสทุกพระองค์ที่ทรงไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ

d)

ง. พระเจ้าลูกยาเธอ ๔ องค์เมื่อจะเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ

3.

๓. พระราชประสงค์ที่ส่งพระราชโอรสทั้ง ๔ พระองค์ไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศเพื่ออะไร

                       

a)

ก. เพื่อฝึกความอดทนของพระโอรส  

b)

ข. เพื่อให้ได้วิชาความรู้กลับมาช่วยพัฒนาบ้านเมือง

c)

ค. เพื่อให้พระราชโอรสมีประสบการณ์ที่กว้างขวางเกี่ยวกับต่างประเทศ

d)

ง. เพื่อให้พระราชโอรสมีเกียรติยศชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของประชาชน

4.

๔. เหตุใดที่รัชกาลที่ ๕ จึงไม่ให้พระราชโอรสใช้คำว่า    “ฮิสรอแยลไฮเนสปรินซ์”นำหน้าชื่อ

                               

a)

ก. เพราะไม่ต้องการให้ไว้ยศว่าเป็นเจ้า   

b)

ข. เพราะไม่เป็นที่ยอมรับของคนในสังคมยุโรป

c)

ค. เพราะเกรงคนจะเข้าใจผิดว่าเป็นพระราชวงศ์ของอังกฤษ

d)

ง. เพราะไม่ต้องการให้คนทั่วไปรู้ว่าเป้นพระราชวงศ์ของไทย

5.

๕. เหตุใดที่รัชกาลที่ ๕ จึงไม่ให้พระราชโอรสใช้คำว่า    “นาย” นำหน้าพระนามเดิม

            

a)

ก. เพราะ “นาย” เป็นคนนำหน้าชื่อลูกสามัญชน                      

b)

 ข. เพราะ “นาย” เป็นคนนำหน้าชื่อลูกขุนนาง

c)

ค. เพราะตนเองเป็นลูกกษัตริย์ใช้ว่า “นาย”ไม่ได้         

d)

ง.  เพราะเป็นภาษาไทยซึ่งจะทำให้เป็นที่ฟังขัด ๆ หู

6.

๖. การเป็นเจ้านายเสียเปรียบคนอื่น อย่างไร เมื่ออยู่ ณ ต่างประเทศ

a)

ก. ทำสิ่งใดต้องระมัดระวังตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะมีผู้คอยจ้องมองดูอยู่

b)

ข. ต้องซื้อสิ่งของหรือใช้จ่ายแพงกว่าคนสามัญ  เพราะเขาลือว่าเป็นคนมั่งมี

c)

ค. วางพระองค์ให้เหมาะสมแก่พระเกียรติได้ยาก เพราะเป็นเจ้าของทำให้สมกับยศศักดิ์

d)

ง. ถูกทุกข้อ

7.

๗. เหตุผลที่แท้จริงที่  รัชกาลที่ ๕ไม่ต้องการให้พระราชโอรสไว้ยศว่าเป็นเจ้าคือข้อใด

a)

ก. เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเป็นลูกกษัตริย์

b)

ข. เพราะเกรงว่าพระราชโอรสจะนำไปอวดอ้างในทางที่ผิด

c)

ค. เพราะเกรงว่าผู้ใกล้ชิดพระราชโอรสจะนำไปอวดอ้างว่าเป็นเจ้านาย

d)

ง. เพราะการไว้ยศว่าเป็นเจ้าไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ เลยมีแต่ทางที่จะก่อให้เกิดโทษ

8.

๘. “เงินพระคลังข้างที่” หมายถึงเงินตามข้อใด

                 

a)

ก. เงินรายไว้ที่เก็บไว้ในคลัง                                               

b)

ข. เงินของแผ่นดินที่เก็บไว้ที่คลัง

c)

ค. เงินรายได้จากการที่นำไปทำประโยชน์            

d)

ง. เงินที่เป็นส่วนสิทธิ์ขาดของพระมหากษัตริย์เพื่อใช้สอยในการส่วนพระองค์

9.

๙. เหตุใดรัชกาลที่ ๕ จึงใช้เงินพระคลังข้างที่เป็นค่าศึกษาเล่าเรียนของพระราชโอรส

a)

ก. เพราะเป็นเงินสำหรับค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษา                    

b)

ข. เพราะเป็นเงินที่พระราชโอรสมีสิทธิ์นำไปใช้ในการศึกษาได้  

c)

ค. เพราะเป็นเงินของพระองค์ที่ทรงเก็บสะสมไว้ในท้องพระคลังนานแล้ว

d)

ง. เพราะเป็นเงินส่วนพระองค์ การให้การศึกษาก็เหมือนเป็นการแบ่งมรดกให้ลูก

10.

๑๐. เหตุใดรัชกาลที่ ๕ จึงไม่ใช้เงินแผ่นดินเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาของพระราชโอรส

                             

a)

ก.  เพราะเงินแผ่นดินมีน้อย       

b)

ข. เพราะเงินแผ่นดินจะนำมาใช้ส่วนพระองค์ไม่ได้

c)

ค. เพราะเงินแผ่นดินควรใช้สำหรับเป็นค่าเล่าเรียนของบุตรข้าราชการ

d)

ง. เพราะเงินแผ่นดินมีพระราชโอรสมากแล้วส่งไปเรียนทุกพระองค์โดยไม่ได้เลือกเฟ้นเกรงว่าจะเป็นที่ติฉินนินทา

11.

๑๑. เพราะเหตุใดรัชกาลที่ ๕ จึงมีพระบรมราโชวาทตอนหนึ่งว่า “การซึ่งให้มีโอกาสและให้ทุนทรัพย์ ซึ่งจะได้เล่าเรียนวิชานี้ เป็นทรัพย์มรดกอันประเสริฐดกว่าทรัพย์สินเงินทอง อื่น ๆ

a)

ก. เพราะความรู้คือทรัพย์ที่ติดตัวไปตลอด ไม่มีใครแย่งชิงหรือทำลายได้

b)

ข. เพราะความรู้ เป็นสิ่งที่หาได้ยากกว่าทรัพย์สินชนิดอื่น ๆ

c)

ค. เพราะความรู้เป็นสิ่งที่หาได้ง่ายกว่าทรัพย์สินชนิดอื่น ๆ

d)

ง. เพราะความรู้นำไปขายไม่ได้ แต่ทรัพย์สินอื่น ๆ  นำไปขายได้

12.

๑๒. เพราะเหตุใดรัชกาลที่ ๕ จึงมีพระบรมราโชวาทแก่พระราชโอรสตอนหนึ่งว่า “เงินพระคลังข้างที่นั้นเองก็เป็นส่วนหนึ่งในเงินแผ่นดินเหมือนกัน”

              

                                

a)

ก. เพื่อให้ทุกพระองค์ทรงประหยัดในการใช้จ่าย       

b)

ข. เพื่อให้ทรงสำนึกว่าเป็นหนี้บุญคุณแผ่นดิน

c)

ค. เพื่อทรงเห็นว่าพระองค์มีเมตตาธรรม

d)

ง. เพื่อทรงเห็นว่าพระองค์มีเมตตาธรรม

13.

๑๓. “ถ้าจะถือว่าเกิดมาเป็นเจ้านายแล้วนิ่ง ๆ อยู่จนตลอดชีวิตก็เป็นสบาย ดังนั้นจะไม่ผิดอันใดกับสัตว์เดรัจฉานอย่างเลวนัก สัตว์เดรัจฉานมันเกิดมากิน ๆ นอนๆ แล้วก็ตาย” พระบรมราโชวาทตอนนี้สะท้อนให้เห็นแนวคิดตามข้อใด

                                        

                           

a)

   ก. เกิดเป็นคนทั้งทีทำดีเข้าไว้       

b)

ข. เกิดเป็นคนทั้งทีต้องให้มีสุขสบาย

c)

ค. เกิดเป็นคนทั้งทีต้องมีศักดิ์ศรีไว้ลาย         

d)

ง. เกิดเป็นคนทั้งที กินดี อยู่ดี เป็นที่หมาย

14.

๑๔. พระบรมราโชวาทข้อ ๑๓ พระองค์ท่านมีพระราชประสงค์เพื่อทรงเตือนให้พระราชโอรส ปฏิบัติตนตามข้อใด

                                      

        

a)

    ก. มีความสำนึกในการเป็นราชวงศ์ 

b)

ข. มีความรักในเกรียติในศักดิ์ศรีของตน

         

c)

           ค. มีความทะเยอทะยานที่ต้องเรียนให้สูงที่สุด        

d)

  ง. มีความอุสาหะเล่าเรียนนำความรู้มาทำคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองและแก่โลก

15.

๑๕. พระบรมราโชวาทต่อไปนี้มีความหมายตรงกับสำนวนในข้อ  “ถ้าประพฤติความชั่วเสียแต่ในเวลามีพ่ออยู่แล้ว  โดยจะปิดบังซ่อนเร้นอยู่ได้ด้วยอย่างหนึ่งอย่างใด เวลาไม่มีพ่อความชั่วนั้นคงจะปรากฏให้เห็น”

        

          

a)

          ก. ชนักติดหลัง             

b)

ข. น้ำลดตอผุด      

c)

ค. น้ำลดใต้ทราย 

d)

ง. น้ำขึ้นปลากินมดน้ำลดมดกินปลา

16.

๑๖. “อีกประการหนึ่งชีวิตสังขารของมนุษย์ไม่ยั่งยืนยืดยาวเหมือนเหล็กเหมือนศิลา ถึงโดยว่าจะมีพ่อยู่ในขณะหนึ่งก็คงจะมีเวลาที่ไม่มีในขณะหนึ่งเป็นแน่แท้” พระบรมราโชวาทตอนนี้ตรงกับคำศัพท์ข้อใด

          

a)

ก.อเวจี                                                

b)

    ข. อวิชชา           

c)

ค. อนิจจัง             

d)

ง.อหิงสา

17.

๑๗. ข้อใดไม่ใช่ข้อควรปฏิบัติสำหรับพระราชโอรสตามพระบรมราโชวาท

        

a)

  ก. จงถือตัวว่าเป็นลูกเจ้าแผ่นดิน                         

   

b)

ข. จงเป็นคนอ่อนน้อม      

                            

c)

ค. จงเป็นคนว่านอนสอนง่าย    

d)

ง. จงละเว้นทางชั่วที่รู้ได้เองหรือมีผู้ตักเตือน

18.

๑๘. “เงินที่ส่วนตัวได้รับ….ก็ได้อาศัยเป็นลูกพ่อ” เงินนั้นเป็นเงินตามข้อใด

 

                

a)

ก. เงินเบี้ยหวัด                

            

b)

ข. เงินกลางปี     

c)

ค. เงินพระคลังข้างที่     

d)

ง. เงินเบี้ยหวัดและเงินกลางปี

19.

๑๙. ข้อใดไม่ถูกต้องตามพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับเรื่องการใช้จ่ายเงิน

         

a)

ก. จงใช้เงินอย่างประหยัดอย่าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย  

b)

ข. จงใช้เงินเข็ดแขม่ ใช้แต่อย่างเพียงพอบ้างที่อนุญาตให้ใช้

c)

ค. จงใช้เงินเฉพาะที่แต่ก็จะรักษาความสุขของตัวพอสมควรเท่านั้น

d)

ง.จงใช้เงินให้เหมาะสมกับที่เป็นลูกเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินอย่าให้อายผู้ดีฝรั่ง   

20.

๒๐. ในพระบรมราโชวาท    กำหนดให้พระราชโอรสต้องเรียนภาษาต่างประเทศภาษาใดบ้าง

       

                         

a)

ก. ภาษาอังกฤษ                                                   

b)

ข. ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส 

c)

ค.ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน       

d)

ง. ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และ ภาษาเยอรมัน

21.

๒๑. ในพระบรมราโชวาท กำหนดให้พระราชโอรสเรียนวิชาสามัญที่จำเป็นต้องเรียนให้รู้ได้จริง ๆ ในเบื้องต้นมีวิชาอะไรบ้าง

  

a)

ก. วิชาภาษายุโรปอย่างน้อยหนึ่งภาษาและวิชาเลข    

b)

ข. วิชาภาษายุโรปอย่างน้อยสองภาษาและวิชาเลข

c)

ค. วิชาภาษายุโรปอย่างน้อยสองภาษา วิชาภาษาไทย และวิชาเลข

d)

ง.วิชาภาษายุโรปอย่างน้อยสามภาษา วิชาภาษาไทย และวิชาเลข

22.

๒๒. ข้อใดเป็นการยืนยันว่า พระองค์ทรงเป็นห่วงพระราชโอรสจะไม่แตกฉานในวิชาภาษาไทย

                           

a)

ก. จัดส่งหนังสือภาษาไทยไปให้ค้นคว้า     

b)

ข. จัดหาครูไทยไปอยู่ที่ต่างประเทศด้วย

c)

ค. ให้เขียนจดหมายเป็นภาษาต่างประเทศแต่ต้องแปลเป็นภาษาไทยมาด้วยทุกครั้ง 

d)

ง. ให้ถูกทั้ง ก ข และ ค

23.

๒๓. ใครคือผู้ที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ดูแลการศึกษาเล่าเรียนของพระราชโอรส

                                  

a)

ก. กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์                                         

     

b)

 ข. กรมหมื่นเทวะวงศ์วโรปการ   

c)

ค. กรมพระยาดำรงราชานุภาพ          

d)

ง. กรมขุนเสนาพิทักษ์

24.

๒๔. จากการอ่านเรื่อง พระบรมราโชวาทของรัชกาลที่ ๕  ทรงถือคติในการเลี้ยงดูพระราชโอรสตามสำนวนข้อใด

                 

     

a)

ก.เขียนเสือให้วัวกลัว    

b)

ข.ผ่อนสั้นผ่อนยาว      

c)

ค. รักวัวให้ผุกรักลูกให้ตี    

d)

ง. เอาใจเขามาใส่ใจเรา

25.

๒๕.  ข้อความต่อไปนี้ แสดงว่าผู้กล่าวต้องการในเรื่องใด “จงรู้ไว้เถิดว่า ถ้าเมื่อได้ทำความผิดมาเมื่อใด จะได้รับ โทษโดยทันที การมีพ่อและพระเจ้าแผ่นดินนั้นจะไม่เป็นการช่วยเหลืออุดหนุนแก้ไขอันใดได้เลย”

           

                     

a)

ก. ไม่ให้สำคัญผิดว่าจะได้รับความช่วยเหลือ   

b)

ข. ไม่ให้ถืออำนาจประพฤติมิชอบ

c)

ค. ไม่ให้หลงยศศักดิ์ของตน                         

d)

ง. ไม่ให้กระทำความผิดใดๆ

26.

๒๖. เหตุใด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระบรมราโชวาทให้พระเจ้าลูกยาเธอทั้ง ๔ พระองค์ทรงศึกษา ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมันให้แตกฉาน

a)

ก. ประเทศเราจำเป็นต้องรู้จักภาษาตะวันตกอย่างดี   

b)

ข . นิยมใช้ภาษาทั้งสามในการทำสัญญาระหว่างประเทศไทย

c)

ค. ใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ได้กว้างขวาง  

d)

ง. เป็นภาษาสำคัญเจ้าของภาษาเป็นชาติมหาอำนาจ

27.

๒๗. “ผลประโยชน์อันใดที่จะได้อยู่ในเวลามีพ่อและไม่มีพ่อนั้น จะถือเอาเป็นแน่ว่าคงที่อยู่นั้นไม่ได้ และยิ่งเป็นผู้ใหญ่ขึ้นก็จะมีบ้านเรือน บุตรภรรยามากขึ้น คงต้องใช้มากขึ้น” ตามข้อความข้างต้นนี้ผู้กล่าวต้องการเสนอ

                              

       

a)

ก. ความไม่ประมาทในการครองทรัพย์    

b)

ข. ตามไม่แน่นอนในการดำรงชีวิต

c)

ค. ความรู้จักประมาณในการใช้จ่าย                   

d)

ง. ความประหยัดในการเลี้ยงดูครอบครัว

28.

๒๘. “จงเป็นคนอ่อนน้อม ว่าง่ายสอนง่ายอย่าให้เป็นทิฐิมานะไปในทางที่ผิด จงประพฤติตัวหันมาทางที่ชอบที่ถูอยู่เสมอเป็นนิจเถิด จงละเว้นความชั่วรู้ได้เองแก่ตัว หรือมีผู้ตักเตือนแนะนำให้รู้แล้วอย่าให้ล่วงให้เป็นไปได้เลยเป็นอันขาด” ข้อความนี้ตรงกับพุทธภาษิตข้อใด

                                         

a)

ก. พึงใคร่ควรก่อนแล้วจึงทำ      

b)

ข. ธรรมที่ประพฤติดีแล้วนำสุขมาให้

c)

ค. บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถือเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์      

d)

ง. พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรที่เต็มด้วยน้ำมัน

29.

๒๙. พระบรมราโชวาทตอนใดสะท้อนบทบาทสำคัญที่สุดของผู้ที่เป็นบิดามารดา

a)

ก. อย่าได้ถือตัวว่าเป็นลูกเจ้าแผ่นดิน พ่อมีอำนาจยิ่งใหญ่ในบ้านเมืองถึงจะเกะกะไม่กลัวเกรงคุมเหงผู้ใด

b)

ข. การซึ่งให้มีโอกาสและให้ทุนทรัพย์วิ่งได้เล่าเรียนวิชานี้เป็นทรัพย์มรดกกันประเสริฐกว่าทรัพย์สินอื่น ๆ

c)

ค. เงินทองที่จะใช้สอยในค่ากินอยู่ นุ่งห่มหรือใช้สอยเบ็ดเสร็จทั้งปวงจงเขม็ดแขม่

d)

ง. เมื่อไปอยู่โรงเรียนแห่งใด จงประพฤติการให้เรียบร้อยตามแบบอย่างซึ่งเขาตกลงไว้

30.

30. ข้อใดถูกต้อง

a)

พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ เป็นปิตุเรศของสมเด้จพระพันปีหลวง

b)

พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ เป็นบิดาแห่งกฎหมายไทย

c)

พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม เป็นราชเลขานุการของรัชกาลที่ 6

d)

พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช เป็นบิดากองทัพเรือไทย