wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การแข่งขัน "Quizizz พินิจวรรณคดี"

Total questions: 30

Worksheet time: 51mins

Name
Class
Date
1.

จากวรรณคดี เรื่อง นิทานเวตาล คำกล่าวที่ว่า "ลิ้นคนนั้นตัดคอคนเสียมากต่อมากแล้ว" มีความหมายว่าอย่างไร

a)

คนฉลาดสามารถใช้คำพูดเปลี่ยนเรื่องร้ายให้เป็นดีได้

b)

คำพูดของคนสามารถทำให้เราได้ในสิ่งที่ปรารถนา

ทุกประการ

c)

คนชั่วมักใช้คำพูดหว่านล้อมให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายจนถึงแก่ชีวิต

d)

การรักษาคำพูด

เป็นสิ่งสำคัญ

หากไม่รักษาคำพูดจะทำให้ตนเองเดือดร้อนได้

2.

ข้อใดมีสัมผัสอักษรมากที่สุด

a)

ไผ่ซออ้อเอียดเบียดออด/

ลมลอดไล่เลี้ยวเรียวไผ่

b)

พระพายชายพัดมาเชยชื่น/

หอมระรื่นรอบในไพรระหง

c)

เคล้าเคลียหยอกดอกหญ้าอย่างอาลัย/ เมื่อแฉกดาวใบไผ่ไหวตะวัน

d)

บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่ง

วังเวงแว่ว/

สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา

3.

ข้อใดต่อไปนี้แสดงถึงขนบในการประพันธ์นิราศชัดเจนที่สุด

a)

เจดีย์ระดะแซง เสียดยอด

b)

ชาวแพแผ่แง่ค้า ขายของ

c)

ธรรมาสน์ศาลาลาน พระแผ้ว

d)

จะสั่งสารนุชคล้อย

คลาดท้าวไป่ทัน

4.

คำประพันธ์นี้ดีเด่นทางด้านใด

เมื่อมั่งมีมากมายมิตรหมายหมอง

เมื่อมัวหมองมิตรมองเหมือนหมูหมา

เมื่อไม่มีมวลมิตรไม่มองมา

เมื่อมอดม้วยแม้หมูหมาไม่มามอง

a)

การเล่นเสียงพยัญชนะ

b)

การเล่นเสียงสระ

c)

การเล่นเสียงวรรณยุกต์

d)

การเล่นคำพ้อง

5.

คำสอนในข้อใดไม่ปรากฏความเชื่อทางพระพุทธศาสนา

a)

เบียนเบียดเสียดส่อฉ้อฉล

บาปกรรมนำตน

ไปทนทุกขนับกัปกัลป์

b)

โยโสโผผาถาไป

พอพระสุริใส

จะใกล้โพล้เพล้เวลา

c)

จริงนะประสกสีกา

สวดมนต์ภาวนา

เบื้องหน้าจะได้ไปสวรรค์

d)

เมตตากรุณาสามัญ

จะได้ไปสวรรค์

เป็นสุขทุกวันหรรษา

6.

ข้อใดมีความหมายเหมือนกับคำประพันธ์ที่ยกมา

ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์

มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต

แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร

จะชอบผิดในมนุษยเพราะพูดจา

a)

พูดดีเป็นศรีแก่ปาก

b)

พูดน้ำไหลไฟดับ

c)

พูดไปสองไพเบี้ย

นิ่งเสียตำลึงทอง

d)

พูดจนลิงหลับ

7.

ข้อความต่อไปนี้สะท้อนให้เห็นลักษณะนิสัยใดของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

"กูบ่หนี กูขี่ช้างเบกพล กูขับเข้าก่อนพ่อกู กูต่อช้างด้วยขุนสามชน"

a)

ความอดทน

b)

ความเด็ดขาด

c)

ความกล้าหาญ

d)

ความเมตตา

8.

คำว่า "ดัง"ในข้อใดมีความหมายต่างจากข้ออื่น

a)

อายุยืนหมื่นเท่าเสาศิลา

อยู่คู่ฟ้าดินได้ดังใจปอง

b)

กระจับจอกดอกบัวบานผกา

ดาษดาดูขาวดังพราวพราย

c)

สงัดเสียงคนดังระฆังเงียบ

เย็นยะเยียบยามนอน

ริมเนินผา

d)

งิ้วนรกสิบหกองคุลีแหลม

ดังขวากแซมเสี้ยมแทรกแตกไสว

9.

ข้อใดแสดงหน้าที่ของ "ครู" ได้ตรงที่สุด

a)

จิตมากด้วยเมตตา

และกรุณา บ เอียงเอน

b)

ขจัดเขลาบรรเทาโม-

หจิตมืดที่งุนงม

c)

โอบเอื้อและเจือจุน

อนุสาสนทุกสิ่งสรรพ์

d)

ชี้แจงและแบ่งเป็น

ขยายอัตถ์ให้ชัดเจน

10.

ผู้ปฏิบัติตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

น่าจะเป็นผู้ยึดถือมงคลสูตรตามข้อใดมากที่สุด

a)

อีกหมั่นประพฤติควร

ณ สภาวะแห่งตน

b)

ความอยู่ประเทศซึ่ง

เหมาะและควรจะสุขี

c)

การงานกระทำไป

บ่มิยุ่งและสับสน

d)

ยินดี ณ ของตน

บ่มิโลภทะยานปอง

11.

จุดเด่นของคำประพันธ์คือข้อใด

ตื่นตาหน้าเผือด หมดเลือดสั่นกาย หลบลี้หนีหาย วุ่นหวั่นพรั่นใจ

ซุกครอกซอกครัว ซ่อนตัวแตกภัย เข้าดงพงไพร ทิ้งย่านบ้านตน

a)

ใช้สัทพจน์

b)

บรรยายให้เห็นภาพ

c)

เล่นเสียงสระ

d)

เล่นเสียงพยัญชนะ

12.

สาระสำคัญของคำประพันธ์คือข้อใด

"...อันว่าฝูงคนทั้งหลายในโลกนี้บ่มิเที่ยงแท้แลแปรปรวนไปมาดั่งกล่าวนี้แล ลางปางเป็นดีแล้วเป็นร้าย เป็นร้ายแล้วเป็นดี

บ่ห่อนเที่ยงสักคาบเลย อันว่าคนในโลกนี้บ่มิเที่ยงเลย"

a)

ชีวิตคนขึ้นอยู่กับโชคชะตา

b)

จิตใจคนเต็มไปด้วย

ความโลเล

c)

ความไม่สวยงาม

ของสรรพสิ่ง

d)

ความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง

13.

ข้อใดเป็นความรู้สึกของผู้พูด

โอ้ว่าพระองค์ผู้ทรงยศ

พระเกียรติปรากฏในแหล่งหล้า

สงครามทุกครั้งแต่หลังมา

ไม่เคยอัปราแก่ไพรี

ครั้งนี้ควรหรือมาพินาศ

เบาจิตคิดประมาทไม่พอที่

เพราะรักบุตรสุดสวาทแสนทวี

จะทัดทานภูมีไม่เชื่อฟัง

a)

เสียหน้า

b)

เสียดาย

c)

เสียขวัญ

d)

เสียเกียรติ

14.

คำที่ขีดเส้นใต้หมายถึงตัวละครใดในเรื่องอิเหนา

เมื่อนั้น

ท้าวกะหมังกุหนิงเรืองศรี

เสด็จเหนือแท่นรัตน์มณี

ภูมีเห็นสองอนุชา

a)

ท้าวดาหา-ท้าวกาหลัง

b)

ท้าวล่าสำ-ท้าวสิงหัดส่าหรี

c)

ท้าวปาหยัง-ท้าวประหมัน

d)

กะหรัดตะปาตี-อิเหนา

15.

จากคำประพันธ์ไม่ปรากฏจินตภาพแบบใด

เงียบสัตว์จัตุบททวิบาท

ดาวดาษเดือนสว่างกระจ่างไข

น้ำค้างตกกระเซ็นเย็นเยือกใจ

สงัดเสียงคนใครไม่พูดจา

a)

เสียง

b)

แสง

c)

ภาพ

d)

การเคลื่อนไหว

16.

คำประพันธ์นี้เปรียบเทียบกับสิ่งใดของนางวันทอง

จอกแหนแพเสาสำเภาใหญ่

จะทอดถมเท่าไรไม่รู้สึก

เหมือนมหาสมุทรสุดซึ้งซึก

น้ำลึกเหลือจะหยั่งกระทั่งดิน

a)

ความอาย

b)

ความกลัว

c)

ความเศร้า

d)

ความต้องการ

17.

คำประพันธ์ต่อไปนี้ไม่ปรากฏค่านิยมและความเชื่อตามข้อใด

ขอเดชะละอองธุลีบาท

องคหริรักษ์ราชรังสรรค์

เมื่อกระหม่อมฉันมาแต่อารัญ

ครั้งนั้นโปรดประทานขุนแผนไป

a)

เทวดา

b)

เวรกรรม

c)

ความอ่อนน้อมถ่อมตน

d)

ความเคารพพระมหากษัตริย์

18.

คำที่ขีดเส้นใต้มีความหมายเกี่ยวข้องกับเรื่องใด

"มู่ลี่มีฉากประจำกั้น อัฒจันทร์เครื่องแก้วก็หนักหนา"

a)

มัณฑนศิลป์

b)

คีตศิลป์

c)

จิตรกรรม

d)

สถาปัตยกรรม

19.

ข้อใดใช้รสวรรณคดีต่างจากข้ออื่น

a)

อ้ายอดสิเน่หา

มะทะนาวิสุทธิศรี

b)

พี่รักและกอบอภิรตี

บมิเว้นสิเน่หหนัก

c)

พี่นี้นะรักเจ้า

และจะเฝ้าประคับประคอง

d)

อ้าเจ้าลำเพาพักตร

สิริลักษณาวิไล

20.

ข้อความต่อไปนี้มุ่งเตือนสตรีในเรื่องใด

ขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก

ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำ

ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ

สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ

a)

การคบคน

b)

การพูดจา

c)

ความซื่อตรง

d)

ความมั่นคงของจิตใจ

21.

ข้อใดแสดงจินตภาพต่างกับข้ออื่น

a)

คชสีห์ทีผาดเผ่น

ดูดังเป็นเห็นขบขัน

b)

ดนตรีมี่อึงอล

ก้องกาหลพลแห่โหม

c)

กรีธาหมู่นาเวศ

จากนคเรศโดยสาชล

d)

สมรรถชัยไกรกาบแก้ว

แสงแวววับจับสาคร

22.

คำกลอนข้อใดไม่มีโวหารอุปมา (เรื่องพระอภัยมณี)

a)

อสุรีผีเสื้อเหลือจะอด

แค้นโอรสราวไฟไหม้มังสา

b)

พระยินดีชี้บอกสินสมุทร โน่นแน่กุฎิมุงกระเบื้องเหลืองสลับ

23.

"สุดสายนัยนาที่แม่จะเล็งแล สุดโสตแล้วที่แม่จะซับซาบฟังสำเนียง สุดสุรเสียงที่แม่จะร่ำเรียกพิไรร้อง"

คำประพันธ์ข้างต้นใช้กลวิธีใดในการประพันธ์

a)

คำซ้ำ

b)

ซ้ำคำ

24.

การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งหนึ่ง

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

25.

การเลียนเสียงธรรมชาติ

a)

สัทพจน์

b)

อติพจน

26.

การใช้ถ้อยคำตรงข้าม

a)

ปฏิพากย์

b)

ปฏิปุจฉา

27.

โวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อสร้างและเน้นความรู้สึกและอารมณ์

a)

อธิพจน์

b)

อวพจน์

28.

เรียกชื่อสิ่ง ๆ หนึ่งโดยใช้คำอื่นมาแทน และเป็นที่รับรู้โดยทั่วไป

a)

สัญลักษณ์

b)

นามนัย

29.

การใช้คำถามเชิงวาทศิลป์

a)

ปฏิปุจฉา

b)

อุปมานิทัศน์

30.

เปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์