NEW
Font size
Worksheetsภูมิศาสตร์ ม.5(Final2/64)
Total questions: 30
Worksheet time: 30mins
1.ปัจจัยข้อใดที่มีผลต่อการกระจายของประชากรมากที่สุด
ก. สภาพภูมิอากาศหนาวเย็น
ข. มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี
ค. แหล่งทรัพยากรอุดมสมบูรณ์
ง. ภูมิประเทศที่มีเกาะจํานวนมาก
2.การใช้แผนที่ในการศึกษาการกระจายของประชากรมีประโยชน์อย่างไร
ก. ทําให้ทราบจํานวนประชากรที่ชัดเจน
ข. ทําให้ทราบตําแหน่งการตั้งถิ่นฐานของประชากร
ค. ทําให้ทราบความหนาแน่นและเบาบางของประชากร
ง. ทําให้ทราบลักษณะภูมิประเทศที่มีผลต่อการตั้งถิ่นฐานของประชากร
3.การเปลี่ยนแปลงประชากรโลกขึ้นอยู่กับปัจจัยในข้อใด
ก. อัตราการเจริญพันธุ์เพิ่มขึ้น
ข. อัตราเกิด อัตราตายเป็นศูนย์
ค. อัตราเกิด อัตราตาย และการย้ายถิ่นฐาน
ง. ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
4.อัตราเกิดของประชากรสูงกว่าอัตราตาย จํานวนของประชากรจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
ก. จํานวนประชากรลดลง
ข. จํานวนประชากรเพิ่มขึ้น
ค. จํานวนประชากรเป็นศูนย์
ง. จํานวนประชากรคงที
5. ข้อใดไม่จัดเป็นลักษณะที่เด่นชัดของชุมชนเมือง
ก. มีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
ข. มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ
ค. มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น
ง. เป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
6. ปัญหามลพิษทางอากาศ อันเนื่องมาจากการจราจรติดขัดในเขตกรุงเทพมหานคร จะหมดไปถ้าได้รับการพัฒนาในด้านใด
ก. สร้างสวนสาธารณะเพิ่มมากขึ้น
ข. ติดตั้งระบบฟอกอากาศในรถทุกคัน
ค. กระจายโรงงานอุตสาหกรรมไปสู่ชนบท
ง. มีระบบขนส่งมวลชนด้านรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง
7.การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลกระทบในด้านใด
ก. การรักษาสภาพแวดล้อม
ข. การขาดบุคลากรในวัยทำงาน
ค. การเพิ่มของประชากรอย่างต่อเนื่อง
ง. การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
8. การที่มนุษย์ในแต่ละภูมิภาคของโลก ได้ศึกษาและนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตสอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
ก. เทคโนโลยี
ข. การสร้างสรรค์วัฒนธรรม
ค. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ง. การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม
9.การที่คนจากต่างจังหวัดเข้ามาหางานทำในกรุงเทพมหานครจัดเป็นการย้ายถิ่นที่มาจากปัจจัยในข้อใด
ก. เศรษฐกิจ
ข. วัฒนธรรม
ค. สิ่งแวดล้อม
ง. ความปลอดภัย
10.พัทยา จัดเป็นลักษณะการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตามข้อใด
ก. เมือง
ข. หมู่บ้าน
ค. มหานคร
ง. อภิมหานคร
11.ข้อใดทำให้ระบบนิเวศของโลกขาดสมดุล
ก.ภาวะโลกร้อน
ข.การตัดไม้ทำลายป่า
ค.การเกิดแก๊สเรือนกระจก
ง.การใช้ดินซ้ำซากและบ่อยครั้ง
12.บริเวณพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดภัยพิบัติธรรมชาติรุนแรงมากที่สุดคือบริเวณใด
ก. พื้นที่ราบลุ่มแม่นํ้า
ข. พื้นที่ที่เป็นทะเลทราย
ค. พื้นที่ที่อยู่บริเวณวงแหวนแห่งไฟ
ง. พื้นที่ที่มีปัญหาความขัดแย้งบริเวณเส้นเขตแดน
13.ข้อใดคือสาเหตุที่ทําให้เกิดแผ่นดินไหว
ก. การเกิดสึนามิขนาดใหญ่
ข. การทรุดถล่มของดินบริเวณไหล่เขา
ค. การเกิดภาวะโลกร้อนที่รุนแรง
ง. การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก
14.ถ้านักเรียนอาศัยอยู่บริเวณวงแหวนแห่งไฟ จะมีการเตรียมความพร้อมต่อการเกิด
ภัยพิบัติธรรมชาติอย่างไร
ก. ติดตามข้อมูลข่าวสารและปฏิบัติตามคําแนะนําของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
ข. เช็คและแชร์ข้อมูลข่าวสารตลอดเวลา
ค. จัดสัมมนาให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่
ง.มีสติและรอการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
15.การเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟปะทุ เกิดขึ้นบริเวณใดบ่อยที่สุด
ก. รอยต่อของมหาสมุทรอินเดีย
ข. แนวสันปันนํ้าถึงไหล่ทวีป
ค. แนววงรอบมหาสมุทรแปซิฟิก
ง. บริเวณเขตแดนประเทศไทยกับประเทศเมียนมา
16.นักเรียนจะสังเกตภัยพิบัติสึนามิได้จากสิ่งใด
ก. ปรากฏการณ์นํ้าขึ้น-นํ้าลง
ข. การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก
ค. การลดลงของนํ้าทะเลอย่างฉับพลัน
ง. นํ้าทะเลเย็นและอุ่นขึ้นอย่างฉับพลัน
17.แผ่นดินถล่มมีสาเหตุหลายประการยกเว้นข้อใด
ก. การขุดบ่อบาดาล
ข. การดูดทรายจากแม่นํ้า
ค. ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง
ง. การเกิดไฟป่าอย่างรุนแรงบริเวณภูเขา
18.การเกิดไฟป่าส่งผส่งผลกระทบต่อทรัพยากรในข้อใดน้อยที่สุด
ก. สภาพอากาศ
ข. กล้าไม้ขนาดเล็ก
ค. แหล่งนํ้า
ง. สัตว์ป่า
19.การกระทำข้อใด จัดว่ามีความสำคัญต่อการลดภาวะเรือนกระจก
ก.ลดการใช้โฟม ใช้ผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ
ข.เผาขยะที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่
ค.ใช้เครื่องปรับอากาศที่ผลิตได้เอง
ง.สร้างบ้านด้วยไม้
20.แนวทางการป้องกันน้ำป่าไหลหลากอย่างยั่งยืนคืออะไร
ก.การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ
ข.การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่
ค.การจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำ
ง.การสร้างฝายขนาดเล็กจำนวนมาก
21.ข้อใดกล่าวถึงความสําคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ถูกต้องที่สุด
ก. เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด
ข. เป็นแหล่งที่มาของวัตถุดิบและผลิตผลช่วยเกื้อกูลให้ชีวิตดํารงอยู่ได้
ค. เป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้เกิดการค้าและการลงทุน
ง. เป็นที่รองรับกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์
22.กิจกรรมใดที่มีส่วนในการทําลายโอโซนของโลกมากที่สุด
ก. อุตสาหกรรมต่อเรือ
ข. การเคาะพ่นสีรถยนต์
ค. การก่อสร้างอาคารสูง
ง. การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
23.สาเหตุใดที่ทําให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
ในปัจจุบัน
ก. การพัฒนาเทคโนโลยี
ข. การขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ค. การเพิ่มของจํานวนประชากร
ง. ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
24.ข้อใดไม่ใช่วิกฤตด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
ก. พื้นที่ในการทําเกษตรกรรมของโลกลดลง
ข. การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
ค. มลพิษจากแหล่งอุตสาหกรรม
ง. การขาดแคลนทรัพยากรน้ำอย่างรุนแรง
25.การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศตามเมืองใหญ่ของไทย วิธีการใดที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศได้ดีที่สุด
ก. จัดวางระบบผังเมืองใหม่
ข. การแก้ไขปัญหาจราจรที่ติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน
ค. ห้ามรถบรรทุกเข้าไปในเขตตัวเมือง
ง. ออกกฎหมายควบคุมปริมาณการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
26.หน่วยงานใดที่ดูแลรับผิดชอบในการจัดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ก. มูลนิธิโลกสีเขียว
ข. Greenpeace
ค. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ง. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
27. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในข้อใดมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน
ก. พิธีสารเกียวโต
ข. สนธิสัญญาบาเซิล
ค. อนุสัญญาแรมซาร์
ง. อนุสัญญาไซเตส
28.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานสีเขียว (green energy)
ก. เป็นพลังงานทางเลือกสําหรับประเทศกําลังพัฒนา เพราะใช้ต้นทุนต่ำ
ข. เป็นพลังงานที่ใช้ต้นทุนในการผลิตสูง แต่ให้ประโยชน์ที่คุ้มค่า
ค. เป็นพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
ง. เป็นพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้แล้วไม่หมดไป
29.วัตถุประสงค์ของโครงการแก้มลิงตรงกับข้อใด
ก. แก้ปัญหาภัยแล้ง
ข. แก้ปัญหาน้ำท่วม
ค. แก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย
ง. แก้ปัญหาดินเสื่อมคุณภาพ
30.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. นําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางการปฏิบัติ
ข. มีแนวทางในการจัดการให้สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่และสภาพแวดล้อม
ค. วางนโยบายการนําทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาใช้ในอุตสาหกรรมเท่าที่จําเป็น
ง. สร้างหลักประกันให้ทุกคนเข้าถึงพลังงานทดแทนในราคาที่สามารถซื้อหาได้ตามท้องตลาด
