Worksheetsสอบปลายภาคเรียนที่ 2 วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท23102
Total questions: 50
Worksheet time: 3600secs
๑.ข้อใดคือจุดมุ่งหมายในการแต่งอิศรญาณภาษิต
ก.เพื่อเป็นข้อเสนอแนะ
ข.เพื่อเป็นข้อคิดคติเตือนใจ
ค.เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน
ง.เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
๒.ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของคำสอนเรื่องอิศรญาณภาษิต
ก.สอนโดยการบอกตรงๆ
ข.สอนโดยการบอกเป็นนัย
ค..สอนโดยการประชดประชันเหน็บแนม
ง.สอนโดยการยกตัวอย่างประกอบชัดเจน
๓.“คนสามขามีปัญญาหาไว้ทัก” คนสามขา หมายความว่าอย่างไร
ก.คนชรา
ข.คนที่มีกำลัง
ค.คนแปลกประหลาด
ง.คนที่มีพลังอำนาจในตัว
๔.“ เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด” สะท้อนวิถีชีวิตของคนไทยในด้านใด
ก.การเอาตัวรอด
ข.การหาผู้คุ้มครอง
ค.การป้องกันตัวเอง
ง.การเคารพผู้ใหญ่
๕.ข้อความต่อไปนี้ ข้อใดที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนไทยซึ่งมีความเชื่อในกฎแห่งกรรม
ก.ถ้าทำดีก็จะดีเป็นศรีศักดิ์ ถ้าทำชั่วชั่วจักตามสนอง
ข.เกิดเป็นคนเชิงดูให้รู้เท่า ใจของเราไม่สอนใจใครจะสอน
ค.หลงโลภลาภบาปก็รู้อยู่ว่าบาป กิเลศหยาบยังไม่สุขย่อมทุกขัง
ง.อย่าดูถูกบุญกรรมว่าทำน้อย น้ำตาลย้อยมากเมื่อไรได้หนักหนา
๖.คำสอนให้รู้จักพิจารณาตนเอง ตรงกับความในข้อใด
ก.บุญหาไม่แล้วอย่าได้ทะนงตน ปุถุชนรักกับชังไม่ยั่งยืน
ข.ตาก็มัวหัวก็ขาวเป็นคราวคร่ำ หูก็ซ้ำไม่ได้ยินเอาสิ้นสวย
ค.มิใช่ตายแต่เขาเราก็ตาย แหงนดูฟ้าอย่าให้อายแก่เทวดา
ง.อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งแล้วจึงนอน
๗.ในสังคมที่มีความแตกแยกเช่นในปัจจุบัน นักเรียนคิดว่า คำสอนในข้อใดนำมาใช้ได้ดีที่สุด
ก. เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ
ข.รักสั้นนั้นให้รู้อยู่เพียงสั้น รักยาวนั้นอย่าให้เยิ่นเกินกฎหมาย
ค.ไม่ควรก้ำเกินหน้าก็อย่าเกิน อย่าเพลิดเพลินคนชังนักคนรักน้อย
ง.เห็นเต็มตาแล้วอย่าอยากทำปากบอน ตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งมวล
๘.คำสอนในข้อใดสอนให้รู้จักประมาณตน
ก. คำสอนในข้อใดสอนให้รู้จักประมาณตน
ข.บุญหาไม่แล้วอย่าได้ทะนงตน
ค.สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม
ง.ตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งมวล
๙.ข้อใดสอนให้มีวิจารณญาณในการฟัง
ก.จงฟังหูไว้หูคอยดูไป เชื่อน้ำใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ
ข.อันยศศักดิ์มิใช่เหล้าเมาแต่พอ ถ้าเขายอเหมือนอย่างเกาให้เราคัน
ค.หญิงเรียกแม่ชายเรียกพ่อยอไว้ใช้ มันชอบใจข้างปลอบไม่ชอบดุ
ง.เห็นเต็มตาแล้วอย่าอยากทำปากบอน ตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งมวล
๑๐.คำสอนในข้อใดใช้กับนักเรียนในการศึกษาหาความรู้ได้ดีที่สุด
ก.เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด ไปพูดขัดเขาทำไมขัดใจเขา
ข.อย่าคบมิตรจิตพาลสันดานชั่ว จะพาตัวให้เสื่อมที่เลื่อมใส
ค.เรียนวิชาไม่แม่นยำคะน้ำคะเน ไปเที่ยวเตร่ประกอบชั่วตัวจึงจน
ง.คบนักปราชญ์นั่นแหละดีมีกำไร ท่านย่อมให้ความสบายหลายประตู
๑๑. บทพากย์เอราวัณแต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด
ก. กาพย์ยานี ๑๑
ข. กาพย์ฉบัง ๑๖
ค. กาพย์ห่อโคลง
ง. โคลงสี่สุภาพ
๑๒. ข้อใดคือชื่อศรของพระอินทร์ที่แผลงไปฆ่าพระลักษณ์
ก. ศรอักนิวาต
ข. ศรพรหมมาสตร์
ค. ศรพลายวาต
ง. ศรนาคบาศ
๑๓. ช้างเอราวัณมีกี่เศียร
ก. มี ๓ เศียร
ข. มี ๗ เศียร
ค. มี ๓๐ เศียร
ง. มี ๓๓ เศียร
๑๔.ข้อใดกล่าวถึงช้างเอราวัณ ไม่ถูกต้อง
ก. ช้างเอราวัณมีกายสีขาว
ข. เศียรช้างเอราวัณทุกเศียรมีวิมานแก้ว
ค. แต่ละเศียรมีงา ๒ กิ่ง
ง. งาแต่ละกิ่งมีสระบัว ๗ สระ
๑๕. ควาญช้างของอินทรชิตชื่ออะไร
ก. โลทัน
ข. มาลัน
ค. มาตุลี
ง. เทพบุตร
๑๖. "จับระบำรำร่ายส่ายหา ชำเลืองสายตา
ทำทีดังเทพอัปสร"
คำประพันธ์ดังกล่าว หมายถึงใคร
ก. อินทรชิต
ข. บริวารของเทพธิดา
ค. ช้างเอราวัณ
ง. พระลักษณ์
๑๗."เอราวัณ" เป็นชื่อของอะไร
ก. วิมาน
ข. พาหนะ
ค. เครื่องใช้
ง. อวัยวะ
๑๘. อินทรชิตมีชื่อเดิมว่าอะไร
ก. สุขาจาร
ข. รณพักตร์
ค. สหัสเดชะ
ง. มูลพลัม
๑๙. "ล้วนถืออาวุธเกรียงไกร โตมรศรชัย
พระขรรค์คทาถ้วนตน"
คำประพันธ์ข้างต้นนี้กล่าวถึงอาวุธทั้งหมดกี่ชนิด
ก. ๓ ชนิด
ข. ๔ ชนิด
ค. ๕ ชนิด
ง. ๖ ชนิด
๒๐. ในการรบครั้งนี้อินทรชิตแปลงกายเป็นเทพองค์ใด
ก. พระพรหม
ข. พระอิศวร
ค พระอินทร์
ง. พระนารายณ์
๒๑. ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์หลักของการโฆษณา
ก. เพื่อให้รู้ถึงชื่อสินค้าหรือการบริการ
ข. เพื่อประโยชน์ในการขายสินค้าหรือบริการ
ค. เพื่อให้รู้ถึงสรรพคุณหรือจุดเด่นของบริการ
ง. เพื่อประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์สินค้าหรือการบริการ
๒๒. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบที่สำคัญของการโฆษณา
ก. ภาพ
ข.ภาษาที่ใช้
ค.การโน้มน้าว
ง. รูปแบบการนำเสนอ
๒๓. เนื้อหาของการโฆษณามักชี้ให้เห็นถึงเรื่องใด
ก. แสดงคุณสมบัติทั่วไปของสิ่งที่โฆษณา
ข. แสดงความดีพิเศษของสิ่งที่โฆษณา
ค. แสดงคุณประโยชน์ของสิ่งที่โฆษณา
ง. แสดงราคาหรือมูลค่าของสิ่งที่โฆษณา
๒๔. ข้อใดเป็นคำขวัญในการโฆษณาที่จำยาก
ก. หนึ่งในใจคุณ
ข. นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่
ค. เพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้าน
ง. คู่กายของทุกระดับนักดนตรี
๒๕. ข้อใดเป็นคำขวัญโฆษณาเชิงสร้างสรรค์
ก. ขับขี่ทันใจ บิดได้สุดมัน
ข. ใช้บริการของ....โทรมากเสียเงินน้อย
ค. ขับขี่ปลอดภัย เปิดไฟใส่หมวก
ง. วิ่งเร็วอย่างกับเหาะ เหมาะกับคนใจถึง
๒๖. ข้อใดเป็นการโฆษณาที่ไม่น่าจดจำ
ก. ท่องเที่ยวทั่วไทย ไม่ไปไม่รู้
ข. ท่องเที่ยวสุดหรรษา ราคาสบายกระเป๋า
ค. ออกแบบทันสมัย เสร็จเร็วทันใจผู้อยู่
ง. มีอาจารย์เจ้าของภาษาดูแลอย่างทั่วถึง
๒๗. ข้อใดเป็นการโฆษณาที่ไม่ใช้วิธีการโน้มน้าวใจ
ก. โสมรสดีที่ชาวเกาหลีนิยม
ข. ชาเขียวพร้อมดื่มสั่งตรงมาจากญี่ปุ่น
ค. นิตยสารนี้มีวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป
ง. เป็นรถที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมแห่งปี
๒๘. ข้อใดเป็นวิธีการโฆษณาด้วยการโน้มน้าวใจโดยใช้สถิติ
ก. เป็นรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง บิดได้ทันใจ
ข. เป็นรถจักรยานยนต์รูปลักษณ์ทันสมัย บาดใจวัยรุ่น
ค. เป็นรถจักรยานยนต์ใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้าไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
ง. เป็นรถจักรยานยนต์ยอดประหยัด น้ำมันหนึ่งลิตรวิ่งได้ร้อยกิโลเมตร
๒๙. ข้อใดเป็นการโฆษณาที่ไม่เหมาะสม
ก. ดินสอตราชะนี เขียนดีลบง่าย
ข. สบู่ตรานายพล หอมทนหอมนาน
ค. ถุงเท้าตราแมว สวมใส่แล้วไม่ต้องซัก
ง. ปากกาตรามดเขียนหมดจนหยดสุดท้าย
๓๐. ข้อใดเขียนโฆษณาถูกต้องตามหลักเกณฑ์การเขียนโฆษณา
ก. ลูกอมตราม้า เย็นซ่าชื่นใจ
ข. รองเท้าตราลิง ใส่วิ่งเหาะได้
ค. น้ำปลาตราหอย เค็มน้อยกว่าน้ำปลาตราไก่
ง. นมตราสับปะรด ดีกว่านมสดตราลำไย
๓๑. ข้อใดใช้การเขียนอธิบาย
ก. เต้าหู้มีกำเนิดมากว่า ๒,๐๐๐ ปี ในจีนแผ่นดินใหญ่ คนจีนถือว่าเต้าหู้เป็นอาหารที่มีคุณค่าสูง
ข. ตวงถั่วเหลือง นำมาแช่น้ำล้างให้สะอาดแล้วนำไปบด เสร็จแล้วกรอกกากออกจะได้น้ำเต้าหู้ดิบ
ค. เต้าหู้ราคาถูกแต่มีคุณค่าสูง คุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่นที่สุดของเต้าหู้คือโปรตีน
ง. เต้าหู้หลอดเป็นเต้าหู้เนื้อนิ่ม นิยมนำมาปรุงเป็นแกงจืด
๓๒. ข้อความต่อไปนี้ใช้วิธีอธิบายแบบใด
"การทำห่อหมกนั้นต้องใช้เวลานาน เตรียมใบตอง เจียนใบตองสำหรับห่อ เลือกใบยอที่ไม่อ่อนเกินไปมาฉีกเป็นชิ้น ๆ ปลาช่อนหรือปลาสวายแม่น้ำที่จะนำมาห่อหมกต้องแล่เอาแต่เนื้อ หัวกับพุงแยกไว้ต่างหาก น้ำพริกแกงที่ใช้ทำน้ำพริกแกงเผ็ด แต่ไม่ใส่เครื่องเทศ กะทิคั้นเอาแต่หัว รวมเครื่องปรุงใส่ลงในอ่าง คนจนขึ้น ตักใส่ใบตองห่อแล้วนำไปนึ่งจนสุก"
ก. ให้นิยาม
ข. ใช้ตัวอย่าง
ค. ชี้แจงตามลำดับขั้น
ง. เปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่าง
๓๓. ข้อความนี้ใช้วิธีอธิบายแบบใด
"โอกาดะ เป็นวิธีการรักษาสุขภาพด้วยการใช้พลังธรรมชาติชำระล้างทั้งร่างกายและจิตใจ มีวิธีการหลากหลาย เช่น ใช้ศิลปะบำบัด บริโภคอาหารที่ปรุงจากผลิตภัณฑ์เกษตรธรรมชาติ ออกกำลังกายตามวิธีที่กำหนด ฯลฯ"
ก. นิยามและให้ตัวอย่าง
ข. นิยามและแนะแนวทางปฏิบัติ
ค. ชี้แจงตามลำดับขั้นตอนปฏิบัติ
ง. ชี้สาเหตุและผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน
๓๔. ถ้าเรียงลำดับคำอธิบายวิธีการทำอาหารต่อไปนี้จนครบถ้วน ข้อใดเป็นขั้นตอนที่ต่อจาก
เมื่อน้ำเดือดจัดใส่หอยแมลงภู่และปูม้า
ก. ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลาง แล้วใส่ตะไคร้ใบมะกรูด
ข. ล้างหอยแมลงภู่ ปูม้า กุ้งและปลาหมึกให้สะอาด
ค. ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว พริกขี้หนู แล้วเสิร์ฟร้อน ๆ
ง. แล้วจึงใส่กุ้ง ปลาหมึกและเห็ดฟาง
๓๕. ข้อความต่อไปนี้ มีวิธีการเขียนตามข้อใด
" เต่าทะเลเป็นสัตว์เลือดเย็น มีกระดูกสันหลัง หายใจด้วยปอด มีกระดองปกคลุมร่างกายเพื่อป้องกันตัวเอง เต่าทะเลจะอาศัยเฉพาะในเขตร้อนและเขตอบอุ่น มีอายุเฉลี่ยประมาณ ๕๐ ปี บรรพบุรุษของเต่าเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในยุคดึกดำบรรพ์ ยุคเดียวกับไดโนเสาร์และมีวิวัฒนาการมาจนถึงปัจจุบัน"
ก.อธิบาย
ข. บรรยาย
ค. พรรณนา
ง. บรรยายและพรรณนา
๓๖. ข้อใดใช้การพรรณนาโวหาร
ก. คนหาปลาออกจากกระท่อมแต่เช้าตรู่ คล้องแหไว้กับท่อนแขน สะพายข้องตรงไปยังชายน้ำ
ข. คนหาปลาเดินเท้าเปล่าไปพร้อมแหในมือ ตาจ้องตรงไปยังผิวน้ำเบื้องหน้าอย่างสงบ
ค. ในม่านแสงสุดท้ายของดวงตะวัน คนทอดแหยืนเป็นเงาดำทะมึนอยู่ริมชายน้ำ
ง. นักท่องเที่ยวเฝ้าสังเกตการทอดแหอย่างตั้งใจ ก่อนจะเข้าไปขอดูว่าปลาในแหมีกี่ตัว
๓๗. ข้อใดไม่ใช่การเขียนพรรณนา
ก.น้ำตกช่วงสุดท้ายยังพุ่งลงมาเป็นสายกระทบลานหินกว้างสะท้อนแสงตะวันงามระยับตา
ข. น้ำตกสายนี้มีเสน่ห์ติดตาตรึงใจผู้มาเยือนด้วยสายธารที่ตกลงมาไหลรินโอบกอดลานหิน
ค. นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตากับฝูงผีเสื้อที่บินวนเวียนเหนือน้ำตกราวกับกลีบดอกไม้โปรยปราย
ง. หนุ่มสาวนิยมมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่น้ำตกแห่งนี้ จึงขนานนามน้ำตกนี้ว่า "น้ำตกลานรัก"
๓๘. ข้อใดไม่ใช่พรรณนาโวหาร
ก.ดอยหัวคำเป็นหมู่บ้านชาวเขาซึ่งแต่งกายด้วยสีสันงดงามราวกับลูกกวาดหลากสี
ข. ในหุบเขายังมีกลุ่มหมอกคลอเคลียภูเขาเหมือนเป็นทะเลขาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
ค. ช่วงฤดูหนาวทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองอร่าม บานสะพรั่งเป็นพรมดอกไม้งดงามไปทั่วทั้งขุนเขา
ง. เราเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๑๓๐ ประมาณ ๑ ชั่วโมงก็จะถึงดอยหัวแม่คำ
๓๙. ข้อความต่อไปนี้เป็นโวหารชนิดใด
"ก่อนจะถึงอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง รถของเราเลี้ยวเข้าจอดที่จุดชมวิวดอยกิ่วลม หลายคนกระชากอุปกรณ์ถ่ายภาพออกมาให้ทันภาพของแสงวันใหม่ เบื้องหน้าเห็นทะเลหมอกขาวนวลกำลังอ้อยอิ่งในอ้อมกอดของขุนเขา ไกลออกไปเห็นยอดดอยหลวงเชียงดาวยืนเคียงตะวันราวกับสถูปของกาลเวลา"
ก.อธิบายและบรรยาย
ข.บรรยายและพรรณนา
ค. อธิบายและพรรณนา
ง. อุปมาและบรรยาย
๔๐. ข้อความต่อไปนี้ ข้อใดเป็นบรรยายโวหาร
ก.โชติเดินตรงเข้าไปในโบสถ์ เพราะได้ยินว่าที่นี่มีจิตรกรรมฝาผนังโบราณ
ข. ภาพเหนือประตูทางเข้าเป็นรูปแม่พระธรณีบีบมวยผมที่งดงามเหลือบรรยาย
ค. ถัดมาเป็นพญามารถูกคลื่นมหึมาซัดกระโชก
ง. มารแต่ละตนดิ้นรนหนีตายด้วยอาการหวาดผวา
๔๑. ข้อใดไม่ใช่การเขียนแบบบรรยาย
ก. ปลาหนักสามสิบกิโลกระแทกผิวน้ำเสียงดัง มันหงายท้องขึ้นมาครู่หนึ่งก่อนพลิกกลับ แล้วผลุบหายลงสู่ใต้น้ำ
ข. เขายังจำใบหน้าท่าทางของเธอได้อย่างติดตา เธอเป็นคนอ้วน หน้าอิ่ม แก้มแดงเรื่อเหมือนดอกหงอนไก่บาน
ค. รถยนต์คันหนึ่งเลี้ยวจากถนนใหญ่เข้ามาในซอยและจอดอยู่ใกล้ปากทางหลายนาที
ง. พ่อครัวรีบปีนขึ้นหลังคา อุ้มไอ้โต้งลงมาล่ามไว้ หยิบผ้าขนหนูออกมาเช็ดขนให้มัน
๔๒. ข้อใดใช้โวหารการเขียนต่างจากข้ออื่น
ก. เสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น พร้อมกับเสียงที่ทุกคนเปล่งออกมาว่า "ทรงพระเจริญ" ก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ
ข. มองไปทางไหนเห็นแต่สีเหลืองอร่ามสะพรั่งไปทั่วบริเวณ อาจมีสีอื่นบ้างจากร่มกั้นกางแดดดูเป็นสีกระดำกระด่างแซมปนบ้าง
ค. เสียงผู้คนตะโกนดังก้องไปทั่วว่า "ทรงพระเจริญ" แสงแดดที่แผดกล้ากลับรู้สึกอบอุ่น มีสายลมเย็น ๆ แผ่วผ่านมา
ง. เสียงเห่เรือก้องกังวานตามผืนน้ำ ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดแสงสีเหลืองทองจับเป็นประกายบริเวณหมู่ยอดเจดีย์
๔๓. ข้อใด มิใช่ ลักษณะหรือส่วนหนึ่งของช้างเอราวัณ
ก. สามสิบสามเศียรโสภา เศียรหนึ่งเจ็ดงา ดังเพชรรัตน์รูจี
ข. มีวิมานแก้วงามบวร ทุกเกศกุญชร ดังเวไชยันต์อมรินทร์
ค. กอหนึ่งเจ็ดดอกดวงมาลย์ ดอกหนึ่งแบ่งบาน มีกลีบได้เจ็ดกลีบผกา
ง. ลูกครุฑพลัดตกฉิมพลี หัสดินอินทรี คาบช้างก็วางไอยรา
๔๔. "เพลารอยพลอยประดับดุมวง กึกก้องกำกง กระทบกระทั่งธรณี" คำประพันธ์นี้กล่าวถึงสิ่งใด
ก. เครื่องประดับช้าง
ข. เครื่องประดับม้า
ค.เครื่องแต่งตัวทหาร
ง. ส่วนประกอบของรถ
๔๕. "ทรงเครื่องศัสตราแย่งยล ฤๅจะกลับเป็นกล ไปเข้าด้วยราพณ์อาธรรม์" "ราพณ์" หมายถึงข้อใด
ก. ยักษ์
ข. อินทรชิต
ค. พระราม
ง. ทศกัณฐ์
๔๖. สารถีของพระรามคือใคร
ก. โลทัน
ข. พระลักษณ์
ค. มาตลี
ง. สุครีพ
๔๗. "ลูกครุฑพลัดตกฉิมพลี หัสดินอินทรี คาบช้างก็วางไอยรา" "หัสดินอินทรี" หมายถึงข้อใด
ก. สัตว์ในวรรณคดี มีรูปร่างเหมือนช้าง มีปีกเหมือนนก
ข. สัตว์ในวรรณคดีชื่อนกหัสดีลิงค์ ตัวใหญ่ มีกำลังเท่ากับช้าง 5 เชือก มีกรงเล็บใหญ่ มีงวงคล้ายงวงช้าง กินเนื้อคนและสัตว์เป็น อาหาร อยู่บริเวณป่าหิมพานต์
ค.เป็นชื่อช้างเผือกตระกูลหนึ่ง อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์
ง. เป็นชื่อนกอินทรียักษ์ชนิดหนึ่ง มีขนาดใหญ่มาก สามารถกินช้างเป็นอาหาร
๔๘. "ฉิมพลี" หมายถึงข้อใด
ก. วิมานของคนธรรพ์
ข. วิมานของวิทยาธร
ค. ป่าหิมพานต์
ง. ป่างิ้วที่อาศัยของครุฑ
๔๙. ข้อใด ไม่ใช้โวหาร ภาพพจน์
ก. อินทรชิตบิดเบือนกายิน เหมือนองค์อมรินทร์ ทรงคชเอราวัณ
ข. สามสิบสามเศียรโสภา เศียรหนึ่งเจ็ดงา ดังเพชรรัตน์รูจี
ค. เสียงพลโห่ร้องเอาชัย เลื่อนลั่นสนั่นใน พิภพเพียงทำลาย
ง. สัตภัณฑ์บรรพตทั้งหลาย อ่อนเอียงเพียงปลาย ประนอมประนมชมชัย
๕๐. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. วิทยาธร คือมนุษย์ผู้บำเพ็ญตบะจนมีมีฤทธิ์เดชคาถาอาคม
ข. คนธรรพ์ คือ เทวดาพวกที่ชำนาญด้านดนตรีและขับร้อง
ค. กินนร คือ อมนุษย์ที่มีรูปร่างครึ่งคนครึ่งนก ถ้าเป็นหญิงเรียกว่ากินรี
ง. อารักขไพรสณฑ์ คือ เทพารักษ์ หรือเทวดาที่มีหน้าที่รักษาป่า
