Worksheetsข้อสอบ เรื่อง ความหมายสถิติศาสตร์และข้อมูล
Total questions: 28
Worksheet time: 14mins
1. พิจารณาข้อความต่อไปนี้ ข้อความใดถูกต้อง
ก. สถิติเชิงพรรณนา เป็นวิธีการเชิงสถิติที่สรุปตัวอย่างข้อมูลชุดหนึ่ง แล้วนำข้อสรุปที่ได้ไปอ้างอิงถึงลักษณะของประชากรทั้งหมด
ข. การเก็บข้อมูลปฐมภูมิจะต้องรวดเร็วและทันเวลาตามความต้องการของผู้ใช้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำเอาผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้ได้ทันเวลา
ค. ข้อมูลทุติยภูมิ เป็นแหล่งข้อมูลที่ได้จากแหล่งข้อมูลโดยตรง ซึ่งรวบรวมได้มาโดยการสัมภาษณ์ นับ วัด หรือสังเกตจากแหล่งข้อมูลเบื้องต้น
ง. ข้อมูลเชิงปริมาณ เป็นข้อมูลที่บอกขนาดหรือปริมาณ ซึ่งวัดออกมาเป็นจำนวนที่สามารถเปรียบเทียบ
2. ข้อใดคือลำดับการดำเนินการทางสถิติ
ก. การวิเคราะห์ข้อมูล à การเก็บรวบรวมข้อมูล à การนำเสนอข้อมูล
ข. การเก็บรวบรวมข้อมูล à การวิเคราะห์ข้อมูล à การนำเสนอข้อมูล
ค. การเก็บรวบรวมข้อมูล à การสรุปผล à การนำเสนอข้อมูล
ง. การวิเคราะห์ข้อมูล à การสรุปผล à การนำเสนอข้อมูล
3. ข้อใดไม่มีผลกระทบต่อความถูกต้องต่อการตัดสินใจโดยใช้สถิติ
ก. ประสบการณ์
ข. ข้อมูล
ค. ข่าวสาร
ง. สารสนเทศ
4. ข้อใดเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ
ก. ขนาดของโทรศัพท์
ข. รหัสประจำตัวนักเรียน
ค. ยอดขายหมูปิ้งใน 1 วัน
ง. เวลาเข้านอนของนักเรียน
5. ข้อใดเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ
ก. โรคประจำตัว
ข. คะแนนสอบ
ค. ระยะทางจากบ้านถึงโรงเรียน
ง. น้ำหนักตัวของนักเรียน
6. ข้อใดต่อไปนี่ถูกต้อง
ก. วันที่เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ
ข. บ้านเลขที่เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ
ค. จำนวนส้มในลังเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ
ง. รหัสประจำตัวนักเรียนเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ
7. ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลปฐมภูมิ
ก. วิชาที่นักเรียนชื่นชอบ
ข. ความกว้างและความยาวของโต๊ะนักเรียน
ค. ข้อมูลจากเว็บไซน์สำนักงานสถิติแห่งชาติ
ง. จำนวนรถโดยสารประจำทางที่ผ่านห้างสรรพสินค้าในช่วง 10 นาที
8. ข้อใดเป็นข้อมูลทุติยภูมิ
ก. บทสัมภาษณ์พ่อค้า – แม่ค้า
ข. ผลการทำแบบสอบถามผู้ร่วมการอบรม
ค. ข้อมูลจากบทความการทดลอง
ง. ปริมาตรของถังน้ำมันในโรงงานแห่งหนึ่ง
9. ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
ก. ประชากรเป็นเซตของหน่วยทั้งหมดที่สนใจ
ข. ประชากรเป็นเซตย่อยของตัวอย่าง
ค. ตัวอย่างเป็นเซตของหน่วยทั้งหมดที่สนใจ
ง. ข้อ 1 และข้อ 3 ถูกต้อง
อ่านข้อความ แล้วตอบคำถามข้อ 10 – 11
เว็บไซต์แห่งหนึ่งได้เผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้วันหยุดพักร้อนของพนักงานบริษัทในประเทศไทยจำนวน 500 คน พบว่า ส่วนใหญ่ใช้วันหยุดพักร้อนน้อยกว่าครึ่ง โดยสาเหตุมาจากภาระงานที่มีปริมาณมากและครอบครัวมีเวลาว่างไม่ตรงกัน
10. ประชากรในข้อความนี้ หมายถึงข้อใด
ก. ประชาชนทุกคนในประเทศ
ข. พนักงานบริษัททุกคนในประเทศไทย
ค. บริษัททุกบริษัทในประเทศไทย
ง. ครอบครัวทุกครอบครัวในประเทศไทย
อ่านข้อความ แล้วตอบคำถามข้อ 10 – 11
เว็บไซต์แห่งหนึ่งได้เผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้วันหยุดพักร้อนของพนักงานบริษัทในประเทศไทยจำนวน 500 คน พบว่า ส่วนใหญ่ใช้วันหยุดพักร้อนน้อยกว่าครึ่ง โดยสาเหตุมาจากภาระงานที่มีปริมาณมากและครอบครัวมีเวลาว่างไม่ตรงกัน
11. ตัวอย่างในข้อความนี้คือข้อใด
ก. บริษัทบางบริษัทในประเทศไทยที่ถูกสำรวจ
ข. ประชาชนบางคนในประเทศไทยที่ถูกสำรวจ
ค. พนักงานบริษัทบาคนในประเทศไทยที่ถูกสำรวจ
ง. ครอบครัวบางครอบครัวในประเทศไทยที่ถูกสำรวจ
12. การเก็บข้อมูลทุกๆ หน่วยของประชากรที่สนใจ เรียกว่าอะไร
ก. การสำรวจ
ข. การสำรวจตัวอย่าง
ค. การสัมภาษณ์
ง. การสำมะโน
13. หากต้องการเก็บข้อมูลจำนวนมากและรวดเร็ว โดยมีคำถามไม่มากและไม่ซับซ้อน ควรเก็บข้อมูลแบบใด
ก. การสังเกต
ข. การสำมะโน
ค. การทดลอง
ง. การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
14. การเก็บข้อมูลที่ต้องการประหยัดเวลาและต้นทุน ควรเก็บข้อมูลแบบใด
ก. การสัมภาษณ์
ข. การสอบถาม
ค. การสังเกต
ง. การทดลอง
15. ถ้าต้องการเก็บข้อมูลปริมาณกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากผลไม้ชนิดต่างๆ ควรเก็บข้อมูลด้วยวิธีใด
ก. การสัมภาษณ์
ข. การสอบถาม
ค. การสังเกต
ง. การทดลอง
16. ข้อใดคือวิธีเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ
ก. การติดตามรายงานข่าวเศรษฐกิจ
ข. การโทรศัพท์จองห้องพักในโรงแรม
ค. การนับจำนวนคนเข้างานสัมมนา
ง. การสังเกตพฤติกรรมการหาอาหารของกวาง
17. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
ก. เกรดเฉลี่ยทุกวิชาของมานะเท่ากับ 3.23 เป็นค่าเฉลี่ย
ข. จำนวนรถที่จอดในลานจอดรถมี 46 คัน ได้จากการนับและการวัด
ค. จำนวนข้อมูลในกลุ่มตัวอย่างอาจเท่ากับจำนวนข้อมูลของประชากรได้
ง. รายได้จากการขายข้าวไข่เจียวในวันนี้เท่ากับ 2,500 บาท ได้จากการสังเกต
18. จากการสอบถามผู้เข้าชมภาพยนตร์จำนวน 210 คน โดยให้คะแนนตามความชอบของตนเองเต็ม 10 คะแนน สรุปตารางได้ ดังนี้
จากข้อมูลที่รวบรวมข้างต้นเป็นข้อมูลชนิดใด
ก. ข้อมูลปฐมภูมิเชิงปริมาณ
ข. ข้อมูลทุติยภูมิเชิงปริมาณ
ค. ข้อมูลปฐมภูมิเชิงคุณภาพ
ง. ข้อมูลทุติยภูมิเชิงคุณภาพ
19. ผลการสอบปลายภาคเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียน 34 คน เป็นดังนี้
จากข้อมูลที่รวบรวมข้างต้นเป็นข้อมูลชนิดใด
ก. ข้อมูลปฐมภูมิเชิงปริมาณ
ข. ข้อมูลทุติยภูมิเชิงปริมาณ
ค. ข้อมูลปฐมภูมิเชิงคุณภาพ
ง. ข้อมูลทุติยภูมิเชิงคุณภาพ
20. ข้อใดควรใช้วิธีเก็บข้อมูลจากการสังเกต
ก. ปริมาณผงชูรสของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสใหม่
ข. จำนวนผู้ที่มาลองชิมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสใหม่
ค. ความชื่นชอบรสชาติของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสใหม่
ง. ยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสใหม่ใน 1 เดือน
21. ข้อใดจัดเป็นการนำเสนอข้อมูล
ก. การสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับอาหารที่นักเรียนชอบ
ข. การสำรวจจำนวนการเกิดอุบัติเหตุในโรงเรียน
ค. การหาค่าเฉลี่ยของความสูงของนักเรียนในชั้นเรียน
ง. การใช้แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบจำนวนนักเรียนที่มาใช้บริการห้องสมุด ในปี พ.ศ. 2561 และปี
พ.ศ. 2562
22. ข้อใดหมายถึงข้อมูล
ก. สิ่งต่างๆ ที่เรารับรู้ได้
ข. สิ่งที่ถูกต้องและเชื่อถือได้
ค. ข้อเท็จจริงที่แสดงในหนังสือเรียน
ง. ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันว่าถูกต้องแล้ว
23. ข้อใดเป็นข้อมูลปฐมภูมิ
ก. น้ำหนักของเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่นักเรียนรวบรวมได้
ข. ประวัติของนักเรียนจากทะเบียนโรงเรียน
ค. สถิติคนไข้ที่ได้จากโรงพยาบาล
ง. ข้อมูลนักเรียนจากทะเบียนบ้าน
24. ข้อใดเป็นข้อมูลเชิงปริมาณชนิดต่อเนื่องทั้งหมด
ก. จำนวนบุตร หมายเลขโทรศัพท์ รายได้ของครอบครัว
ข. จำนวนเหรียญบาท น้ำหนัก ระดับการศึกษา
ค. จำนวนผู้โดยสารรถประจำทาง ส่วนสูง เกรดเฉลี่ย
ง. ราคาสินค้า คะแนนสอบ ความเข้มข้นของน้ำตาลในเลือด
25. การเก็บข้อมูลจากทุกหน่วยในประชากรหมายถึงอะไร
ก. การสำรวจ
ข. การสำรวจด้วยตัวอย่าง
ค. การสำมะโน
ง. การสำรวจข้อมูลด้วยแบบทดสอบ
26. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
ก. รหัสสินค้าเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ
ข. ความสูงของนักเรียนเป็นข้อมูลเชิงปริมาณชนิดไม่ต่อเนื่อง
ค. การสำมะโนเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลทุกๆ หน่วยของประชากรที่สนใจในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
ง. ความสูงของต้นไม้เมื่อใช้ปุ๋ยสูตรต่างกัน เป็นวิธีรวบรวมข้อมูลด้วยการทดลอง
27. การเก็บข้อมูลที่มีขั้นตอนการจดบันทึกตามระยะเวลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเชื่อถือได้ เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีใด
ก. การสัมภาษณ์
ข. การสังเกต
ค. การนับหรือวัด
ง. การทดลอง
28. “การศึกษาชาวสวนผู้ปลูกยางพาราในภาคใต้ของไทย” ตัวอย่างหมายถึงข้อใด
ก. ชาวสวนคนไทยบางคน
ข. ชาวสวนในภาคใต้บางคน
ค. ชาวสวนผู้ปลูกยางพาราบางคน
ง. ชาวสวนผู้ปลูกยางพาราในภาคใต้บางคน
