NEW
Font size
Worksheetsชนิดของคำ
Total questions: 25
Worksheet time: 23mins
คำนามคืออะไร
ก. คำที่ใช้แสดง อารมณ์ ความรู้สึก
ข.คำที่ใช้เรียกคน สัตว์ สถานที่สิ่งของ
ค. คำที่สร้างมาจากคำกริยา โดยใช้คำว่า “การ” และ “ความ” นำหน้า
ง.คำที่แสดงลักษณะของคำอื่นว่าเป็นอย่างไรรวมทั้งบอกการกระทำว่า ทำอะไร
คำที่ขีดเส้นใต้ต่อไปนี้คำใดเป็นคำนาม
ก. พี่เป็นคนภาคใต้
ข. เขามาอย่างรวดเร็ว
ค.มยุราเดินบนถนนสายนี้
ง. ภูเขาสูงแค่ไหนก็ยังวัดได้
“น้องทำการบ้านอย่างตั้งใจ” คำที่ขีดเส้นใต้เป็นคำนามชนิดใด
๑. คำนามสามัญ
๒.คำนามวิสามัญ
๓. คำลักษณนาม
๔. คำอาการนาม
“คุณย่าถวายภัตตาหาร พระสงฆ์ที่วัด” ควรเติมคำใดในช่องว่าง
ต่อ
กับ
แด่
เพื่อ
ข้อความในข้อใดมีคำอาการนามประกอบด้วยอยู่ด้วย
ก. ความรักคือสิ่งสวยงาม
ข. พนักงานทุกคนอย่างประท้วง
ค. เพราะถ้าทำเช่นนั้น
ง. เขาเดินไปโรงเรียน
คำสรรพนามคืออะไร
ก. คำที่ใช้แทนคำนาม
ข. คำที่ใช้เรียกคน สัตว์ สถานที่สิ่งของ
ค. คำที่เป็นชื่อคน สัตว์ สถานที่สิ่งของ
ง. คำที่แสดงการกระทำของคน สัตว์ ว่า ทำอะไร
คำที่ขีดเส้นใต้ข้อใดเป็นคำสรรพนาม
ก. พี่เป็นคนภาคใต้
ข. เขามาอย่างรวดเร็ว
ค. มยุราเดินบนถนนสายนี้
ง.ภูเขาสูงแค่ไหนก็ยังวัดได้
“เรื่องนี้เขาไม่ได้บอกใครเลย”
คำใดในประโยคนี้เป็นคำสรรพนามไม่ชี้เฉพาะ
ก. นี้
ข. เขา
ค. ไม่ได้
ง. ใคร
“เค้าบอกว่าอาทิตย์หน้าจะมาเยี่ยม”
ประโยคนี้มีคำใดเป็นคำสรรพนาม
ก. เค้า
ข. ว่า
ค. จะ
ง. มา
คำกริยาคืออะไร
ก.คำที่ใช้แทนคำนาม
ข. คำที่ใช้เรียกคน สัตว์ สถานที่สิ่งของ
ค.คำที่เป็นชื่อคน สัตว์ สถานที่สิ่งของ
ง.คำที่แสดงการกระทำและสภาพ หรือการกระทำ
คำที่ขีดเส้นใต้ข้อใดเป็นคำกริยา
ก. พี่เป็นคนภาคใต้
ข.เขามาอย่างรวดเร็ว
ค.มยุราเดินบนถนนสายนี้
ง.ภูเขาสูงแค่ไหนก็ยังวัดได้
“เรื่องนี้เขาไม่ได้บอกใครเลย”
ประโยคนี้มีคำใดเป็นคำกริยา
ก. นี้
ข. เขา
ค. ไม่ได้
ง. บอก
คำวิเศษณ์คืออะไร
ก. คำที่ใช้ขยายคำอื่นให้ชัดเจนขึ้น
ข.คำที่เป็นคำหลักของกริยา
ค. คำที่แสดงความเข้มข้นของคำกริยา
ง. คำที่บอกลักษณะทางไวยากรณ์ของคำกริยา
คำวิเศษณ์มักจะเกิดในตำแหน่งใดของประโยค
ก. หน้าคำกริยา
ข. หลังคำกริยา
ค. หน้าคำนาม
ง. หลังคำอุทาน
คำวิเศษณ์ขยายเฉพาะของคำว่า “แดง” คือคำอะไร
ก. ปี๋
ข. อื๋อ
ค. แจ๋
ง. อี๋
“นักเรียนทุกคนรักเจ้าเก่งมาก ๆ ”
คำใดเป็นคำวิเศษณ์
ก. ทุกคน
ข. รัก
ค. เก่ง
ง. มาก ๆ
ในหลวงพระราชทานถุงยังชีพแก่ประชาชน
ก. บอกผู้รับผล
ข. บอกความเป็นเจ้าของ
ค. บอกความประสงค์, เกี่ยวข้อง
ง. บอกเวลา
คำบุพบทคือข้อใด
ก. คำที่ใช้เรียกแทนชื่อ คน สัตว์ สิ่งของ
ข. คำที่ใช้เรียแทนคำนาม
ค. คำที่ขยายคำอื่นโดยวางอนู่ด้านหลังคำอื่น
ง. คำที่ปรากฎหน้าคำอื่นเพื่อขยายความ บอกตำแหน่ง
เขายอมทำทุกอย่างเพื่อเงิน
คำที่ขีดเส้นใต้เป็นคำบุพบทชนิดใด
ก. บอกผู้รับผล
ข. บอกความเป็นเจ้าของ
ค. บอกความประสงค์, เกี่ยวข้อง
ง. บอกเวลา
คำสันธานหมายถึงข้อใด
ก. คำเชื่อม
ข. คำบอกอาการ
ค. คำแสดงความรู้สึก
ง. คำที่ใช้แทนตัวเอง คนที่พูดด้วย คนที่พูดถึง
เขาเป็นคนซื่อสัตย์จึงได้รับความไว้วางใจ
เป็นคำสันธานชนิดใด
ก. เขาเป็นคนซื่อสัตย์
จึงได้รับความไว้วางใจ
ข. เนื้อความคล้อยตามกัน
ค. เนื้อความเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ง. เนื้อความเป็นเหตุเป็นผล
เธอเป็นคนมีน้ำใจ แต่ขี้เกียจ
คำที่ขีดเส้นใต้เป็นคำสันธานชนิดใด
ก. เนื้อความขัดแย้งกัน
ข. เนื้อความคล้อยตามกัน
ค. เนื้อความคล้อยตามกัน
เนื้อความเป็นเหตุเป็นผล
คำอุทานหมายถึง
ก. คำที่ใช้แสดงอารมณ์หรือความรู้สึก
ข. คำที่ใช้เชื่อมกับคำอื่น
ค. คำที่ใช้เรียกแทนชื่อ คน สัตว์ สิ่งของ
ง. คำที่มีหน้าที่ขยายคำอื่น
คำใดเหล่านี้คือคำอุทานเสริมบท
ก. โอ๊ย!
ข. ว้าย!
ค. ผู้หลักผู้ใหญ่
ง. อุ๊ย!
............วันนี้เธอสวยจังเลย
คำที่หายไปคือคำใด
อ๋อ
โอ้ย!
แหม!
ว้าว!
