NEW
Font size
Worksheetsแบบคัดกรองการอ่านม.2
Total questions: 20
Worksheet time: 40mins
๑. จากบทอ่านข้างต้น สอนเกี่ยวกับเรื่องใด
ก. สอนให้เป็นคนที่คิดก่อนพูด
ข. สอนไม่ให้เป็นคนพูดโอ้อวด
ค. สอนไม่ให้เป็นคนพูดเท็จพูดปด
ง. สอนให้เป็นคนรักษาคำพูด
๒. สาระสำคัญของบทอ่านข้างต้นตรงกับข้อใด
ก. ทำสิ่งใดได้สิ่งนั้น
ข. จะทำสิ่งใดล้วนต้องใช้เวลา
ค. ความเอาใจใส่ก่อให้เกิดผลดี
ง. ความพยายามนำไปสู่ความสำเร็จ
๓. บทอ่านข้างต้นแสดงให้เห็นค่านิยมในสังคมไทยข้อใดเด่นชัดที่สุด
ก. ความกตัญญูกตเวที
ข. ความจงรักภักดี
ค. ความรับผิดชอบต่อหน้าที่
ง. ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
๔. จากบทอ่านข้างต้น ผู้ที่ถูกกล่าวถึงน่าจะถูกตำหนิจากการ
กระทำใด
ก. ขาดความกระตือรือร้น
ข. ไม่มีความมั่นใจในตนเอง
ค. มองข้ามสิ่งสำคัญที่อยู่ใกล้ตัว
ง. ได้สิ่งของมีค่าแต่ไม่เห็นประโยชน์
๕. บุคคลใดปฏิบัติตนได้ตรงตามสาระสำคัญของบทอ่านข้างต้นมากที่สุด
ก. อาภาพรมักจะตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากการสอบถามเจ้าของข้อมูลโดยตรง
ข. ทิพย์อาภาตั้งใจฟังรายละเอียดของสินค้าที่พิราอรมาเสนอขายก่อนตัดสินใจซื้อ
ค. อภิญญามักเปรียบเทียบข่าวเรื่องเดียวกันจากหลายสำนักข่าวเพื่อความถูกต้อง
ง. สุดาไม่เชื่อคำพูดของสุพจน์เพราะสุพจน์มีอุปนิสัยชอบนินทาและพูดเอาดีเข้าตัว
๖. ข้อใดมีคำศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกับคำที่ขีดเส้นใต้ในบทอ่านข้างต้น
ก. ต้นงอกขึ้นตามพื้นแผ่นสุธา ดาษดาร่มรื่นด้วยพื้นทราย
ข. กระรอกกระแตแย้ตุ่นเที่ยวดุนดุด บ้างคุ้ยขุดดินป่าพนาสณฑ์
ค. ทำไร่นาสวนเรือกปลูกเผือกผัก ทั้งแฟงฟักลูกโตแตงโมหวาน
ง. จึงบังเกิดเป็นบรรพตปรากฏมี ด้วยเป็นที่ถวายเพลิงเชิงตะกอน
๗. บทอ่านข้างต้นกล่าวถึงความเชื่อในข้อใด
ก. ความเชื่อเรื่องกรรม
ข. ความเชื่อเรื่องชาติภพ
ค. ความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์
ง. ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์
๘. เนื้อหาของบทอ่านข้างต้นใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
ก. ทะเบียนบ้าน
ข. อัตชีวประวัติ
ค. วงศาคณาญาติ
ง. บัตรประจeตัวประชาชน
๙. ค าประพันธ์วรรคที่ว่า “บิดาข้าไซร้ได้ผ่านเมือง” มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. พ่อของพระสังข์เป็นผู้ปกครองบ้านเมือง
ข. พ่อของพระสังข์ถูกคนร้ายแย่งชิงบ้านเมือง
ค. พ่อของพระสังข์ได้เดินทางผ่านเมืองที่แม่ของพระสังข์อาศัยอยู่
ง. พ่อของพระสังข์ได้รับอนุญาตจากแม่ของพระสังข์ให้เข้ามาในเมืองได้
๑๐. จากบทอ่านข้างต้น ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. มนุษย์มักเห็นแต่ความผิดของผู้อื่น
ข. มนุษย์มักมองข้ามข้อบกพร่องของตนเอง
ค. มนุษย์มักพยายามปกปิดความผิดของตนเอง
ง. มนุษย์มักใช้ความผิดของผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของตน
๑๑. บทอ่านข้างต้นกล่าวเน้นข้อใดมากที่สุด
ก. ความสุขอยู่ที่เรากำหนด
ข. ความสุขเราไม่ต้องแสวงหา
ค. ความสุขเราไม่สามารถซื้อได้
ง. ความสุขอยู่กับเราตลอดเวลา
๑๒. จากบทอ่านข้างต้น ผู้เขียนมีความคิดต่อการทำงานอย่างไร
ก. ยอมรับความจำเจของงาน
ข. หาแง่มุมสนุกในการทำงาน
ค. ให้ความสำคัญแก่การทำงาน
ง. ควรเปลี่ยนไปทำงานอื่นที่ไม่จำเจ
๑๓. บทอ่านข้างต้นไม่ได้กล่าวถึงประเด็นใด
ก. ที่มาของชื่อนกกางเขน
ข. ลักษณะของนกกางเขน
ค. ถิ่นที่อยู่ของนกกางเขน
ง. ความเป็นมาของนกกางเขน
๑๔. จากบทอ่านข้างต้น ย่อหน้าใดมีการแสดงความคิดเห็น
ก. ย่อหน้าที่ (๑)
ข. ย่อหน้าที่ (๒)
ค. ย่อหน้าที่ (๓)
ง. ย่อหน้าที่ (๔)
๑๕. จากบทอ่านข้างต้น ข้อความส่วนใดเป็นข้อเท็จจริง
ก.ข้อความส่วนที่ (1)
ข. ข้อความส่วนที่ (2)
ค.ข้อความส่วนที่ (3)
ง. ข้อความส่วนที่ (4)
๑๖. จากบทอ่านข้างต้น ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านทำสิ่งใดมากที่สุด
ก. รู้จักพอใจในชีวิต
ข. ให้ปล่อยวางปัญหาของตนเอง
ค. ลดการยึดมั่นถือมั่นในตนเอง
ง. ตระหนักถึงความไม่ยั่งยืนของชีวิต
๑๗. ข้อใดสอดคล้องกับใจความสำคัญของข้อความข้างต้น
ก. ชีวิตคือการพัฒนา
ข. ชีวิตคือการเดินทาง
ค. ชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง
ง. ชีวิตคือการเวียนว่ายตายเกิด
๑๘. ข้อใดเป็นประเด็นโต้แย้งของบทอ่านข้างต้น
ก. รถไฟใต้ดินของไทยมีความเสี่ยงสูง
ข. ประเทศไทยไม่ควรสร้างรถไฟใต้ดิน
ค. พื้นที่กรุงเทพฯ ไม่ควรสร้างรถไฟใต้ดิน
ง. ควรชะลอการสร้างรถไฟใต้ดินในกรุงเทพฯ
๑๙. จากบทอ่านข้างต้น ข้อใดถือเป็นอาหารคลีน
ก. ย าแซลมอนจี๊ดจ๊าด
ข. สลัดผลไม้น้ำข้น
ค. เกาเหลาลูกชิ้นอกไก่
ง. เนื้อวัวไร้มันอบสมุนไพร
๒๐. จากบทอ่านข้างต้น ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. อาหารคลีน คือ อาหารที่ได้จากธรรมชาติ
ข. อาหารคลีน คือ อาหารที่ช่วยให้น้ำหนักตัวลดลง
ค. อาหารคลีน คือ อาหารที่มีปริมาณแคลอรีในระดับต่ำ
ง. อาหารคลีน คือ อาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งที่ซับซ้อน
