wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

scienc_midterm165

Total questions: 40

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.

ความหมายของ “วิทยาศาสตร์” ข้อใดถูกต้องและครอบคลุมมากที่สุด

a)

   1. เป็นวิชาที่มีการสังเกต ทดลองและสรุปผล 

b)

    2. เป็นวิชาที่ว่าด้วยการค้นพบความจริงในธรรมชาติ

c)

   3. เป็นวิชาที่อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ

      ของธรรมชาติ   

d)

   4. เป็นวิชาที่ว่าด้วยการใช้กระบวนการทาง

      วิทยาศาสตร์ค้นคว้าความรู้ทางวิทยาศาสตร์

2.

ถ้ากำหนดตัวเลขต่อไปนี้แทนขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์

    A = การตั้งสมมติฐาน     B = การสังเกตและระบุปัญหา     C = การวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างคำอธิบาย     D = การวางแผนและการสำรวจหรือทดลองหรือการเก็บข้อมูล

    E = การสรุปผลและสื่อสาร

a)

    1. A ----> B ----> C ----> E ---->D   

b)

   2. D ----> B ----> A ----> C ---->E

c)

    3. B ----> D ----> A ----> E ----> C   

d)

    4. B ----> A ----> D ----> C ----> E

3.

ถ้าจะวัดรอบเอวของนักเรียน ควรใช้เครื่องมือใด

a)

1. ไม้โปรแทรคเตอร์  

b)

        2. ไม้บรรทัด

c)

    3. ตลับเมตร

d)

  4. สายวัด

4.

ข้อใดที่แสดงว่าผู้สังเกตใช้ประสาทสัมผัสมากชนิดที่สุด

a)

1. นายแดงสวมเสื้อขาว นุ่งผ้าถุงดำ ไม่สวมรองเท้า

b)

2. นายไข่ ผิวขาวมีขนรุงรัง แต่เสียงทุ้ม

c)

3. นายทองดีตาโปน ตัวร้อน กระแอมบ่อย ๆ ใส่ 

   น้ำหอมกลิ่นกุหลาบ

d)

4. นายทองสุกเป็นคนหนุ่ม สูง ผมหยักศก

   ตาหวาน สวมเสื้อขาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ

   ผูกเนคไทสีเทา

5.

ข้อใดเป็นประโยชน์ของกระบวนการศึกษาทางวิทยาศาสตร์

a)

1. เกิดการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล

b)

2. เกิดการแก้ปัญหาเพื่อหาคำตอบของสิ่งที่สงสัยอย่างเป็นระบบ

c)

3. ข้อมูลที่ได้รับมีความน่าเชื่อถือ และเผยแพร่แก่ผู้อื่นได้

d)

4. ถูกทุกข้อ

6.

จุดเริ่มต้นของการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของนักวิทยาศาสตร์มักมาจากทักษะใด

a)

    1. การสังเกต   

b)

    2. การใช้ตัวเลขและการคำนวณ

c)

    3. การจำแนก   

d)

     4. การวัด

7.

ข้อใดไม่ใช่ประสาทสัมผัสทั้ง 5

a)

    2. ผิวกาย ตา

b)

    1. หู จมูก   

c)

    3. ปาก ตา   

d)

    4. หู ลิ้น

8.

ข้อใดไม่เป็นวิทยาศาสตร์

a)

    1. โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์

b)

      2. น้ำเกิดจากแก๊สไฮโดรเจนและออกซิเจน

        รวมตัวกัน

c)

    3. แม่เหล็กขั้วเดียวกัน เกิดแรงผลักกัน   

d)

    4. คนทำดี ตายแล้วได้ขึ้นสวรรค์

9.

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่

a)

1. ได้ เมื่อมีเหตุผลหรือหลักฐานที่ดีกว่า

b)

2. ได้ เมื่อมีนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกว่ามาบอก

c)

3. ไม่ได้ เพราะความรู้ทางวิทยาศาสตร์

    ได้พิสูจน์แล้ว

d)

4.  ไม่ได้ เพราะความรู้ทางวิทยาศาสตร์

    เป็นความจริงที่ยอมรับกันแล้ว 

10.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นการอธิบายถึงผลการทดลอง

a)

1. เตรียมหลอดทดลอง 2 หลอด      

b)

2. สารละลายชนิดนี้คือกรดอินทรีย์

c)

3. เทสารละลายจากขวดลงในหลอดทดลอง

d)

4.  สารผสมเปลี่ยนไปเป็นสีแดงขุ่น และเกิดฟองแก๊สขึ้นเล็กน้อย

11.

ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส สาร A ละลายในของเหลว B ได้กี่กรัม

a)

1. ละลายได้ 20 กรัม 

b)

 2. ละลายได้ 15 กรัม

c)

 3. ละลายได้ 10 กรัม 

d)

  4. ละลายได้ 5 กรัม

12.

จากข้อมูลในตาราง เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น การละลายของสาร A เป็นอย่างไร

a)

1. สาร A ละลายในสาร B ได้น้อยลง

b)

 2. สาร A ละลายในสาร B ได้มากขึ้น

c)

 3. อุณหภูมิไม่มีผลต่อการละลายของสาร A

d)

 4. ไม่สามารถสรุปได้เพราะข้อมูลมีไม่เพียงพอ

13.

ข้อใดเรียงลำดับความหนาแน่นของอนุภาคได้ถูกต้อง

a)

     1. แก๊ส > ของเหลว > ของแข็ง

     

b)

         2. ของเหลว > ของแข็ง > แก๊ส

c)

     3. ของแข็ง > ของเหลว > แก๊ส     

d)

4. ของแข็ง > แก๊ส > ของเหลว

14.

ความหนาแน่นของสารที่ความดัน 1 บรรยากาศชนิดใดมีค่ามากที่สุด

a)

     1. น้ำ

b)

     2. แก๊สไนโตรเจน

c)

     3. น้ำแข็ง

d)

     4. ทอง

15.

เมื่อนำสาร A มาทดลองหาจุดเดือด พบว่าจุดเดือดของสาร A ไม่ คงที่ ข้อสรุปใดถูกต้องที่สุด

a)

     1. สาร A เป็นสารโลหะ

b)

     2. สาร A เป็นสารผสม

c)

     3. สาร A เป็นสารบริสุทธิ์    

d)

     4. สาร A เป็นสารเนื้อเดียว

16.

สมบัติเกี่ยวกับจุดเดือดของสารผสม (mixtures) และสารบริสุทธิ์ (pure substances) ข้อใดถูกต้อง

a)

     1. สารผสมจุดเดือดคงที่ แต่สารบริสุทธิ์จุดเดือด

        ไม่คงที่    

b)

2. สารผสมจุดเดือดไม่คงที่ แต่สารบริสุทธิ์จุดเดือด

        คงที่

c)

     3. ทั้งสารผสมและสารบริสุทธิ์มีจุดเดือดไม่คงที่

d)

        4. ทั้งสารผสมและสารบริสุทธิ์มีจุดเดือดคงที่

17.

เมื่อกล่าวถึงสมบัติของสาร ข้อใดกล่าวผิด

a)

     1. ความหนาแน่นและจุดเดือดของสาร

        เป็นสมบัติทางเคมี

b)

      2. สารบริสุทธิ์ต้องประกอบด้วยสาร

        เพียงชนิดเดียวเท่านั้น

c)

     3. สารบริสุทธิ์ทุกชนิดมีความหนาแน่นคงที่

        แต่ความหนาแน่นของ สารบริสุทธิ์แต่ละชนิด

        ไม่เท่ากัน

    

d)

     4. สารผสมแต่ละชนิดมีความหนาแน่นไม่คงที่

        ขึ้นอยู่กับชนิดและ สัดส่วนของสารองค์ประกอบ

18.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

1. มวลมีหน่วยเป็นนิวตัน

b)

2. วัตถุชนิดหนึ่งเมื่อรูปร่างเปลี่ยน

         มวลจะเปลี่ยนด้วย

c)

     3. ปริมาตรคือความจุของวัตถุ มีหน่วยเป็น

        กรัม และ กิโลกรัม

d)

4. ปริมาตรของแข็งจะเท่ากับปริมาตรของน้ำ

        ที่ของแข็งแทนที่

19.

พบขวดสารเคมีที่ไม่ติดฉลากบรรจุสารที่มีสถานของแข็งสีขาว ไม่มีกลิ่น เมื่อนำมาทดสอบ

     โดยหาจุดหลอมเหลว พบว่าสารเริ่มหลอมเหลวที่ อุณหภูมิ 156 0C  และหลอมเหลวหมดที่อุณหภูมิ  156.5  0C ข้อสรุปใดถูกต้อง

a)

     1. สารนี้เป็นสารผสมเพราะมีจุดหลอมเหลว

        ไม่คงที่    

b)

     2. สารนี้เป็นสารผสมเพราะจุดหลอมเหลว 

        สูงกว่า 100 0C 

c)

     3. สารนี้เป็นสารบริสุทธิ์เพราะเป็นของแข็ง      

  สีขาว  ไม่มีกลิ่น   

    

d)

   4. สารนี้เป็นสารบริสุทธิ์เพราะมีช่วงอุณหภูมิที่

        หลอมเหลวแคบ

20.

สาร A มีช่วงอุณหภูมิที่หลอมเหลว 132.5-133  องศาเซลเซียส ส่วนสาร B มีช่วงอุณหภูมิที่     หลอมเหลว 130-135 องศาเซลเซียส ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

      1. สาร A และสาร B เป็นสารบริสุทธิ์     

b)

  2. สาร A เป็นสารผสม สาร B เป็นสารบริสุทธิ์

c)

      3. สาร A เป็นสารบริสุทธิ์ สาร B เป็นสารผสม

d)

      4. สาร A และสาร B เป็นสารผสม

21.

สารที่ D มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวกี่องศา

a)

      1. จุดเดือด 0 องศาเซลเซียส

          และจุดหลอมเหลว 40 องศาเซลเซียส

b)

      2. จุดเดือด 80 องศาเซลเซียส

          และจุดหลอมเหลว 60 องศาเซลเซียส

c)

      3. จุดเดือด 60 องศาเซลเซียส

         และจุดหลอมเหลว 80 องศาเซลเซียส

d)

      4. จุดเดือด 40 องศาเซลเซียส

         และจุดหลอมเหลว 0 องศาเซลเซียส 

22.

ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

1. สาร A มีจุดหลอมเหลวสูงกว่าสาร C

         และสาร D    

b)

     2. สาร C มีจุดเดือดต่ำกว่าสาร B และ

        สูงกว่าสาร D

c)

     3. สาร C มีจุดหลอมเหลวสูงกว่าสาร B

         และต่ำกว่าสาร D

d)

      4. สาร A มีจุดเดือดต่ำกว่าสาร B สาร C

        และสาร D

23.

นักสำรวจเดินทางด้วยบอลลูนบรรจุแก๊ส ก่อนออกเดินทางเขาบรรจุแก๊สฮีเลียมที่มีปริมาตร 400 ลูกบาศก์เมตร และมวล 65 กิโลกรัม ขณะนั้นแก๊สฮีเลียมใน บอลลูนมีความหนาแน่นเท่าใด

a)

1. 16.25 kg/m3

b)

2. 0.70 kg/m3

c)

3. 0.16 kg/m3

d)

4. 1.62 kg/m3

24.

วัตถุชนิดหนึ่ง มีมวล 200 กรัม ปริมาตร 250  ลูกบาศก์เซนติเมตร วัตถุชิ้นนี้มีความหนาแน่น     เท่าใด

a)

      1. 0.53 g/cm3

      

b)

  2. 0.80 g/cm3

c)

      3. 1.24 g/cm3

d)

4. 0.68 g/cm3

25.

ต้องการหาค่าความหนาแน่นของวัตถุชิ้นหนึ่ง ที่มีรูปทรงไม่เป็นรูปทรงเรขาคณิต โดยส่วนที่กว้าง

     ที่สุดของวัตถุยาว 6.5 cm และส่วนที่ยาวของวัตถุยาว 11.0 cm ควรเลือกใช้อุปกรณ์ในชิ้นใดในการหามวลและปริมาตรของวัตถุ

a)

1.อุปกรณ์วัดมวล : เครื่องชั่งสปริง

อุปกรณ์วัดปริมาตร : กระบอกตวง

ขนาด 10 ml

b)

2.อุปกรณ์วัดมวล : ถ้วยยูรีกา

อุปกรณ์วัดปริมาตร : บีกเกอร์ขนาด 50 ml

c)

3.อุปกรณ์วัดมวล : ถ้วยยูรีกา

อุปกรณ์วัดปริมาตร : เครื่องชั่งคานสามแขน

d)

4.อุปกรณ์วัดมวล : เครื่องชั่งคานสามแขน

อุปกรณ์วัดปริมาตร : ถ้วยยูรีกา

26.

ข้อใดเป็นความหมายของความหนาแน่น

a)

 1. อัตราส่วนของน้ำหนักกับปริมาตร

b)

 2. ผลคูณระหว่างมวลกับปริมาตร

c)

 3. อัตราส่วนปริมาตรกับมวล 

d)

 4. อัตราส่วนของมวลกับปริมาตร

27.

ตารางมวลและปริมาตรของวัตถุที่เป็นสารบริสุทธิ์ 4 ชิ้น จากตาราง วัตถุชิ้นใดเป็นวัตถุชนิดเดียวกัน

a)

      1. วัตถุ B และ C   

b)

2. วัตถุ A และ D

c)

     3. วัตถุ C และ D

d)

        4. วัตถุ A และ B

28.

จุดเดือดของสารบริสุทธิ์และสารผสม เป็นอย่างไร

a)

     1. สารผสมจุดเดือดคงที่ สารบริสุทธิ์จุดเดือด

         ไม่คงที่

b)

2. สารบริสุทธิ์จุดเดือดคงที่ สารผสมจุดเดือด

         ไม่คงที่

c)

      3. สารผสมและสารบริสุทธิ์จุดเดือดไม่คงที่

d)

      4. สารบริสุทธิ์และสารผสมจุดเดือดคงที่

29.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

      1. จุดเดือดของสารบริสุทธ์คงที่

          และช่วงหลอมเหลวค่อนข้างแคบ

b)

2. จุดเดือดของสารบริสุทธิ์ไม่คงที่

          และช่วงหลอมเหลวค่อนข้างกว้าง

c)

      3. จุดเดือดของสารผสมคงที่

          และช่วงจุดหลอมเหลวค่อนข้างกว้าง

d)

4. จุดเดือดของสารผสมไม่คงที่

         และช่วงจุดหลอมเหลวค่อนข้างแคบ

30.

ข้อใดถูกต้อง

a)

     1. วัตถุ ก มีความหนาแน่นเท่ากับน้ำ

b)

2. วัตถุ ข มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ

c)

     3. วัตถุ ก มีความหนาแน่นมากกว่าน้ำ    

d)

     4. วัตถุ ค มีความหนาแน่นมากกว่าน้ำ

31.

วัตถุชนิดหนึ่งมีความหนาแน่น 0.75 g/cm3  ถ้าวัตถุนี้มีปริมาตร 200 cm3 จะมีมวลเท่าใด

a)

1. 300  g

b)

      2. 250  g

c)

      3. 200  g     

d)

      4. 150  g

32.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

      1. พลาสติกลอยในน้ำแต่จมในปิโตรเลียมเหลว

     

b)

2. ถ้าเทปิโตรเลียมเหลวลงในน้ำ

          ปิโตรเลียมเหลวจะจม

c)

      3. ถ้าเทน้ำลงในปิโตรเลียมเหลว

          น้ำจะลอยอยู่บนปิโตรเลียมเหลว

     

d)

      4. พลาสติกจมในปิโตรเลียมเหลวและน้ำ

33.

ข้อใดกล่าวผิด

a)

      1. ถ้าเทปิโตรเลียมเหลวลงในน้ำ

          ปิโตรเลียมเหลวจะแยกชั้นลอยอยู่ด้านบน

          แต่ถ้าเทลงในนม ปิโตรเลียมเหลวจะแยก

          ชั้นอยู่ด้านล่าง     

b)

       2. ถ้าเทนมในลงในน้ำน้ำจะแยกชั้นอยู่ด้านบน

     

c)

      3. นำพลาสติกไปใส่ในนม พลาสติกจะลอย     

d)

      4. นำพลาสติกไปลอยในปิโตรเลียมเหลว

          พลาสติกจะจม

34.

ก้อนหินชนิดหนึ่งมีมวล 150 กรัม ปริมาตร 300 ลูกบาศก์เซนติเมตร ก้อนหินชิ้นนี้มีความหนาแน่น   เท่าใด

a)

     1. 2.0 g/cm3

b)

      2. 2.5 g/cm3

c)

     3. 0.5 g/cm3

d)

     4. 1.8 g/cm3

35.

ข้อดังต่อไปนี้เป็นสมบัติของสารบริสุทธิ์ ยกเว้นข้อใด

a)

     1. มีจุดเดือดคงที

b)

2. ช่วงอุณหภูมิหลอมเหลวค่อนข้างแคบ

c)

     3. ค่าความหนาแน่นเฉพาะตัว

d)

  4. ความหนาแน่นขึ้นอยู่กับอัตราส่วนความเข้มข้น

36.

ข้อใดเรียงลำดับความหนาแน่นจาก มากไปน้อย

a)

     1. วัตถุ A > C > B > D

b)

     2. วัตถุ D > B > C > A

c)

     3. วัตถุ A > B > C > D

d)

     4. วัตถุ B > C > D > A

37.

สารใดมีความหนาแน่นมากที่สุด

a)

     1. สาร A

b)

     2. สาร B

c)

     3. สาร D

d)

4. สาร C

38.

สารใดมีความหนาแน่นน้อยที่สุด

a)

     1. สาร C

b)

2. สาร A

c)

       3. สาร B

d)

4. สาร D

39.

ข้อใดไม่ใช่สารบริสุทธิ์

a)

      1. ทองคำ

b)

2. ทองแดง

c)

      3. น้ำเชื่อม

d)

4. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

40.

เรือสำราญทำจากเหล็กซึ่งเป็นวัตถุที่มีความ

     หนาแน่นมากกว่าน้ำ เพราะเหตุใดเรือสำราญ จึงสามารถลอยอยู่บนผิวน้ำได้

a)

     1. เพราะ เรือสำราญมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำ    

b)

 2. เพราะ เมื่อเปลี่ยนรูปร่างของเหล็กให้มีลักษณะ โค้งงอ ทำให้เรือสำราญมีปริมาตรน้อยลง

c)

     3. เพราะ เมื่อเปลี่ยนรูปร่างของเหล็กให้มีลักษณะ

         โค้งงอ จะทำให้เรือสำราญมีความหนาแน่น

         มากขึ้น    

d)

4. เพราะ เมื่อเปลี่ยนรูปร่างของเหล็กให้มีลักษณะ

        โค้งงอ ภายในเรือจะมีปริมาตรมากขึ้นทำให้

        ความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ