wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบไมโครซอฟต์ออฟฟิศ

Total questions: 60

Worksheet time: 46mins

Name
Class
Date
1.
ข้อใดเป็นแป้นทางลัด (Shortcut) ช่วยเลือกข้อความทั้งหมด (Select All) ภายในเอกสารอย่างรวดเร็ว
a)
Alt + D
b)
Alt + E
c)
Ctrl + A
d)
Ctrl + H
2.
เมื่อเปิดโปรแกรม Microsoft Word จะปรากฏเอกสารต้นแบบสำเร็จรูปมากมาย ช่วยให้การสร้างเอกสารรวดเร็ว เอกสารต้นแบบสำเร็จรูปดังกล่าว ชื่อเรียกเป็นทางการตรงกับข้อใด
a)
Master document (เอกสารต้นแบบ)
b)
Templates (เทมเพลตออนไลน์)
c)
Handout (เอกสารประกอบ)
d)
Mail Merge (จดหมายเวียน)
3.
ข้อใดเป็นแป้นทางลัด (Shortcut) เพื่อจัดให้ข้อความอยู่ตำแหน่งกลางหน้าเอกสาร
a)
Ctrl + L
b)
Ctrl + U
c)
Ctrl + R
d)
Ctrl + E
4.
ต้องการแสดงแถบไม้บรรทัด โดยเรียกใช้งานผ่านคำสั่ง Ruler (ไม้บรรทัด) จะต้องคลิกเลือกแท็บคำสั่งข้อใด
a)
Home (หน้าแรก)
b)
Layout (เค้าโครง)
c)
View (มุมมอง)
d)
an incorrect answer
5.
ต้องการตั้งค่าหน้ากระดาษผ่านคำสั่ง Page Setup (ตั้งค่าหน้ากระดาษ) จะต้องคลิกเลือกแท็บคำสั่งข้อใด
a)
Home (หน้าแรก)
b)
Layout (เค้าโครง)
c)
View (มุมมอง)
d)
Review (รีวิว)
6.
ต้องการจัดแนวกระดาษตั้งแต่หน้าที่ 2 ให้เป็นแนวนอน ที่มีภายในหน้าต่าง Page Setup (ตั้งค่าหน้ากระดาษ) จะต้องเลือกคำสั่งข้อใด
a)
Whole document (ทั้งเอกสาร)
b)
This point forward (จุดนี้เป็นต้นไป)
c)
Mirror page (ระยะขอบเพื่อการเย็บเล่มหนังสือ)
d)
Multiple pages (2 หน้าต่อหน้ากระดาษ
7.
ข้อใดเป็นแป้นทางลัด (Shortcut) ช่วยให้ข้อความ หรือหัวข้อหลักขึ้นหน้าใหม่
a)
Alt + Break
b)
Alt + Enter
c)
Ctrl + Break
d)
Ctrl + Enter
8.
ต้องการจัดรูปแบบข้อความในแฟ้ม (File) เอกสาร ตามรูปภาพด้านบน (3 คอลัมน์) ควรเลือกคำสั่งใด
a)
Columns (คอลัมน์)
b)
Size Columns (ขนาดคอลัมน์)
c)
Table (ตาราง)
d)
Line Numbers (เลขบรรทัด)
9.
เมื่อไม่ต้องการแสดงเลขหน้า เฉพาะหน้าที่ 1 แสดงภายในเอกสาร ควรเลือกตัวเลือกข้อใด
a)
Section Break (ตัวแบ่งส่วน)
b)
Page Break (ตัวแบ่งหน้า)
c)
Link to Previous (ลิงก์กับส่วนก่อนหน้า)
d)
Different First Page (หน้าแรกต่างกัน)
10.
การใช้งานแป้นพิมพ์ Ctrl กดคู่กับการเลื่อนลูกล้อบนเมาส์ (Trackball หรือ Scroll wheel) เหมือนกับใช้คำสั่งข้อใด
a)
Whole document (ทั้งเอกสาร)
b)
Zoom (ย่อ/ขยาย)
c)
Mirror (กระจก)
d)
Page Up, Down (เลื่อนขึ้น/ลงทีละหน้า)
11.
หากต้องจัดรูปแบบที่จะต้องใช้กับหลาย ๆ หัวข้อ และรวดเร็ว ควรสร้างรูปแบบที่ต้องการไว้ที่กลุ่มคำสั่งข้อใด
a)
Font (ฟอนต์)
b)
Paragraph (ย่อหน้า)
c)
Styles (สไตล์)
d)
Editing (การแก้ไข)
12.
ผลจากการจัดรูปแบบ (Styles) เป็นระดับ Heading (หัวเรื่อง) ส่งผลให้เกิดสิ่งใหม่ข้อใด
a)
สามารถซ่อน หรือแสดงเนื้อหาย่อยที่อยู่ใต้หัวข้อระดับ Heading นั้น
b)
หัวข้อสามารถจัดแต่ง หรือปรับสีสัน และตีกรอบให้โดยอัตโนมัติ
c)
หัวข้อสามารถปรับขนาด และย้ายไปมาระหว่างแฟ้ม (File) เอกสารได้
d)
นำหัวข้อไปสร้างสารบัญได้อย่างง่ายดาย
13.
ก่อนการสร้างสารบัญ ควรกำหนดรูปแบบ (Styles) ให้กับข้อความที่ต้องการแสดงในสารบัญ ด้วยรูปแบบใด
a)
สามารถซ่อน หรือแสดงเนื้อหาย่อยที่อยู่ใต้หัวข้อระดับ Heading นั้น
b)
Heading (หัวเรื่อง)
c)
Paragraph (ย่อหน้า)
d)
List Contents (รายการเนื้อหา
14.
เมื่อมีการแก้ไขข้อความที่นำไปแสดงที่สารบัญ ควรเลือกกระทำคำสั่งข้อใด ณ พื้นที่สารบัญ
a)
Section Break (ตัวแบ่งส่วน)
b)
Modify Style (แก้ไขรูปแบบ)
c)
Cover Page (หน้าปก)
d)
Update Table (อัปเดตตาราง)
15.
จากรูปด้านบน คืออแบบฟอร์มการป้อนข้อมูล เป็นการใช้งานคำสั่งแท็บ (Tabs) กับคำสั่งข้อใด
a)
พิมพ์แป้น จุด (.)
b)
เส้นนำ (Leader) แบบเส้นประ ซึ่งอยู่ภายในหน้าต่างคำสั่งแท็บ
c)
ขีดเส้นใต้แบบเส้นประ
d)
วาดเส้นจากเครื่องมือรูปร่าง (Shapes)
16.
เมื่ออยู่ที่ตำแหน่งช่องเซลสุดท้ายในตาราง และต้องการเพิ่มแถวใหม่สุดท้าย โดยผ่านทางแป้นพิมพ์ จะต้องกดแป้นพิมพ์ข้อใด
a)
Ctrl + Alt
b)
Space Bar
c)
Tab
d)
Ctrl + Enter
17.
หากต้องการส่งจดหมาย หรือหนังสือเรียนเชิญ ถึงบุคคลจำนวนมาก เพื่อความสะดวก และรวดเร็ว ควรใช้คำสั่งข้อใด
a)
Table of Contents (สารบัญ)
b)
Paragraph and Tab (ย่อหน้าและแท็บ)
c)
Mail Merge (จดหมายเวียน)
d)
References (การอ้างอิง)
18.
แฟ้ม (File) ข้อมูลรายชื่อบุคคลที่จะนำมาเป็นข้อมูลในโปรแกรม Microsoft Word เมื่อทำงานร่วมกับคำสั่งอื่น ๆ ด้านข้อมูล ควรจัดลักษณะข้อมูลอยู่ในรูปแบบข้อใด
a)
จัดตัวอักษรให้ถูกต้อง
b)
กำหนดระยะบรรทัดตามที่ระบุ
c)
จัดแท็บระยะห่างระหว่างข้อมูล
d)
สร้างเป็นตารางมีคอลัมน์ตามที่ต้องการ
19.
ไม่ต้องการให้แก้ไขข้อความภายในแฟ้ม (File) เอกสารได้โดยตรง ควรเลือกบันทึกแฟ้ม (File) เอกสารเป็นประเภทตามข้อใด
a)
MVC
b)
PDF
c)
PDG
d)
DOX
20.
หากต้องการแปลงข้อความในเอกสารจากภาษาอังกฤษ เป็นภาษาไทยทั้งเอกสาร ณ ตำแหน่งแท็บ Review (รีวิว) ควรใช้คำสั่งข้อใด
a)
Translate Selection (แปลส่วนที่เลือก)
b)
Translate Text (แปลส่วนของข้อความ)
c)
Translate Paragraph (แปลส่วนของย่อหน้า)
d)
Translate Document (แปลเอกสาร)
21.
ข้อใดคือ โปรแกรมที่สามารถนำเข้าข้อความทั้งหมด เพื่อจัดทำสไลด์นำเสนอภายในโปรแกรม Microsoft PowerPoint ได้โดยตรง
a)
Excel
b)
OneNote
c)
Word
d)
Notepad
22.
เมื่อทำการคัดลอก (Copy) ข้อความทั้งหมดที่จะนำเข้ามาจัดทำสไลด์แล้ว และต้องการวาง (Paste) ข้อความทั้งหมดที่คัดลอกมา จะต้องเข้าสู่มุมมองข้อใด
a)
Normal View (ปกติ)
b)
Outline View (เค้าร่าง)
c)
Slide View (สไลด์)
d)
Handout View (เอกสารประกอบ)
23.
หากต้องการปรับแต่งรูปแบบตัวอักษร หรือแทรกรูปภาพภายในสไลด์ทุกสไลด์พร้อม ๆ กัน ควรเข้าสู่มุมมองข้อใด
a)
Outline View (เค้าร่าง)
b)
Slide Master (ต้นแบบสไลด์)
c)
Note Page (หน้าบันทึกย่อ)
d)
Presenter View (มุมมองผู้นำเสนอ)
24.
มุมมองข้อใดคือ มุมมองการออกแบบเอกสารประกอบคำบรรยาย ซึ่งประกอบไปด้วยหัวเรื่อง (Header) ,วันที่ (Date), ท้ายเรื่อง (Footer) และเลขหน้า (Page Number) เพื่อใช้สั่งพิมพ์ให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา
a)
Outline View (เค้าร่าง)
b)
Slide Master (ต้นแบบสไลด์)
c)
Hanout Master (ต้นแบบเอกสารประกอบคำบรรยาย)
d)
Presenter View (มุมมองผู้นำเสนอ)
25.
หากต้องการสั่งพิมพ์เอกสาร ตามรูปภาพด้านล่าง ควรสั่งพิมพ์มุมมองแบบใด
a)

Print - 3 Slide (พิมพ์ 3 สไลด์)

b)

Slide - 3 Layouts (สไลด์ 3 เค้าโครง)

c)

Handouts - 3 Slides (เอกสารประกอบคำบรรยาย 3 สไลด์)

d)

Note Page – 3 Pages (หน้าบันทึกย่อ 3 หน้า)

26.
หากต้องการจัดส่งเอกสารประกอบคำบรรยายในรูปแบบของแฟ้ม (File) แทนการสั่งพิมพ์ เพื่อประหยัดกระดาษ และไม่ต้องการให้แก้ไขข้อมูลในสไลด์ ควรบันทึกแฟ้มรูปแบบใด
a)
DOCX
b)
PPTX
c)
XLSX
d)
PDF
27.
เมื่อต้องการใส่กรอบให้กับรูปภาพ ควรเลือกชุดกรอบสำเร็จรูปที่กลุ่มคำสั่งข้อใด
a)
Picture Styles (สไตล์รูปภาพ)
b)
Corrections (ปรับความสว่าง)
c)
Artistic Effects (เอฟเฟ็กต์แนวศิลป์)
d)
Picture Layout (เค้าโครงรูปภาพ)
28.
เมื่อต้องการเปลี่ยนชื่อตัวอักษร (Font) จาก Angsana News เป็น JasmineUPC ภายในสไลด์พร้อม ๆ กันทุกสไลด์ จะต้องเลือกคำสั่งข้อใด
a)
Font (ฟอนต์)
b)
General Font (ฟอนต์ทั่วไป)
c)
Replace (แทนที่)
d)
Replace Fonts (แทนที่ฟอนต์)
29.
เมื่อต้องการปรับแต่งตารางเดิมที่มีอยู่ในสไลด์ให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น และรวดเร็ว ควรเลือกชุดตารางสำเร็จรูปที่กลุ่มคำสั่งข้อใด ภายใต้แท็บคำสั่ง Table Design (ออกแบบตาราง)
a)
Table Styles (สไตล์ตาราง)
b)
Corrections (ปรับความสว่าง)
c)
Artistic Effects (เอฟเฟ็กต์แนวศิลป์)
d)
Picture Layout (เค้าโครงรูปภาพ)
30.
เมื่อต้องการเปลี่ยนประเภทกราฟ จากกราฟแท่ง (Column) ไปเป็นกราฟวงกลม (Pie) จะต้องเลือกคำสั่งข้อใด
a)
Chart Format (รูปแบบแผนภูมิ)
b)
Change Chart Type (เปลี่ยนชนิดแผนภูมิ)
c)
Change Chart Format (เปลี่ยนรูปแบบแผนภูมิ)
d)
Replace Chart Type (แทนที่ชนิดแผนภูมิ)
31.
จากรูปภาพด้านล่าง เป็นการแสดงกลุ่มกราฟิกรูปแบบใหม่ที่มีชื่อเรียกเป็นทางการ ตามข้อใด
a)

AutoShape (รูปร่างอัตโนมัติ)

b)

SmartArt (สมาร์ตอาร์ท)

c)

Slicer (ตัวกรองรูปร่าง)

d)

WordArt (อักษรศิลป์)

32.
หากต้องการเปิดบานหน้าต่าง เพื่อแสดงวัตถุ (Object) พร้อมกับลูกเล่น (Effects) ที่ถูกกำหนดให้กับวัตถุแต่ละชิ้น ดังรูปภาพด้านล่าง ควรเลือกคำสั่งข้อใด
a)

Custom Pane (บานหน้าต่างกำหนดเอง)

b)

Tigger Pane (บานหน้าต่างทริกเกอร์)

c)

Motion Pane (บานหน้าต่างเส้นทาง)

d)

Animation Pane (บานหน้าต่างภาพเคลื่อนไหว)

33.
ข้อใด ไม่ใช่กลุ่มรูปแบบเอฟเฟ็กต์ของ Animation ที่กำหนดลูกเล่นให้กับวัตถุที่อยู่ภายในสไลด์
a)
Entrance (การเข้ามา)
b)
Emphasis (การเน้น)
c)
Transitions (การเปลี่ยน)
d)
Motion Paths (เส้นทางการเคลื่อนไหว)
34.
เมื่อต้องกำหนด Animation ให้กับวัตถุ 1 ชิ้นภายในสไลด์ มีลูกเล่นมากกว่า 1 ลูกเล่น จะต้องเลือกคำสั่งข้อใด
a)
Add Entrance (เพิ่มภาพการเข้ามา)
b)
Add Emphasis (เพิ่มภาพการเน้น)
c)
Add Animation (เพิ่มภาพเคลื่อนไหว)
d)
Add Effects (เพิ่มภาพเอฟเฟ็กต์)
35.
เมื่อต้องการกำหนดเวลาการนำเสนอสไลด์ แทนการคลิกเมาส์ จะต้องกำหนดที่ข้อใด ภายใต้แท็บคำสั่ง Transitions (การเปลี่ยน)
a)
Duration (ระยะเวลา)
b)
Apply All (นำไปใช้กับทั้งหมด)
c)
In Time (ในเวลาที่กำหนด)
d)
After (หลัง)
36.
ขณะสั่งนำเสนอสไลด์ทั้งหมดเต็มจอ เมื่อถึงสไลด์แผ่นสุดท้ายก็จะสิ้นสุดการแสดง แต่หากต้องการให้แสดงเริ่มที่สไลด์แผ่นแรกไปจนสไลด์สุดท้ายซ้ำอีกไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องการเริ่มสั่งใหม่ทุกครั้ง ควรใช้คำสั่งข้อใด ภายในหน้าต่าง Setup Show (ตั้งค่าการนำเสนอสไลด์)
a)
Loop continuously until ‘Esc’ (วนรอบต่อเนื่องจนกระทั่งกด ‘Esc’)
b)
Show without narration (นำเสนอโดยไม่มีคำบรรยาย)
c)
Show without animation (นำเสนอโดยไม่มีภาพเคลื่อนไหว)
d)
Browse at a kiosk (นำเสนอผ่านหน้าต่าง kiosk)
37.
เมื่อกำหนดให้สไลด์นำเสนอซ้ำจากข้อที่ 27 หากต้องการหยุดการนำเสนอ ควรกดแป้นพิมพ์ข้อใด
a)
Break
b)
Enter
c)
Esc
d)
Tab
38.
การใช้ปากกาเขียน หรือวาดเส้นบนสไลด์ขณะนำเสนอเต็มจอภาพ หากต้องการลบเส้นออก จะต้องใช้แป้นทางลัด (Shortcut) ข้อใด เพื่อใช้งานยางลบ
a)
Ctrl + P
b)
Ctrl + E
c)
Ctrl + A
d)
Ctrl + B
39.
หากต้องการแทรกเลขหน้า หรือวันที่ในสไลด์ จะต้องเลือกคำสั่งข้อใด
a)
Header Footer (หัวกระดาษและท้ายกระดาษ)
b)
Setup Show (ตั้งค่าการนำเสนอสไลด์)
c)
Slide Number (เลขหน้าสไลด์)
d)
Date Time (วันที่และเวลา)
40.
ข้อใดเป็นแป้นทางลัด (Shortcut) เรียกใช้งานฟังก์ชัน SUM (ผลรวม) ได้อย่างรวดเร็ว
a)
Shift + =
b)
Ctrl + =
c)
Alt + =
d)
Pg Up + =
41.
ข้อใดคือ จำนวนคอลัมน์ และแถว ต่อ 1 เวิร์กชีต
a)
256 คอลัมน์ และ 65,536 แถว
b)
256 คอลัมน์ และ 132,789 แถว
c)
16,384 คอลัมน์ และ 132,789 แถว
d)
16,384 คอลัมน์ และ 1,048,576 แถว
42.
เมื่อเปิดโปรแกรม Microsoft Excel จะปรากฏสมุดงานต้นแบบสำเร็จรูปมากมาย ช่วยให้การสร้างสมุดงานรวดเร็ว เอกสารต้นแบบสำเร็จรูปดังกล่าว ชื่อเรียกเป็นทางการตรงกับข้อใด
a)
Master document (เอกสารต้นแบบ)
b)
Templates (เทมเพลตออนไลน์)
c)
Handout (เอกสารประกอบ)
d)
Mail Merge (จดหมายเวียน)
43.
หากต้องการสร้างเลขเรียงลำดับ ตามรูปภาพด้านบนได้อย่างรวดเร็ว ควรใช้คุณสมบัติข้อใด
a)

AutoFill (เติมชุดข้อมูล)

b)

Copy (คัดลอก)

c)

Paste (วาง)

d)

Calculate (คำนวณ)

44.
ปัจจุบันตำแหน่งอยู่ ณ เซลล์หนึ่งภายในตาราง ข้อใดเป็นแป้นทางลัด (Shortcut) ทำหน้าที่เลือกข้อมูลทั้งหมด (Select All) ในตารางที่ต้องการ
a)
Alt + D
b)
Alt + E
c)
Ctrl + A
d)
ไม่มีข้อใดถูก
45.
หากต้องการสร้างชุดตัวเลขสุ่มที่มีค่าออกมาเป็นทศนิยม ควรใช้ฟังก์ชันข้อใด
a)
RAND
b)
RANDBETWEEN
c)
RADIANS
d)
ISNUMBER
46.
หากต้องการสร้างชุดตัวเลขสุ่ม และสามารถกำหนดค่าต่ำ-สูงสุดได้ ควรใช้ฟังก์ชันข้อใด
a)
RAND
b)
RANDBETWEEN
c)
RADIANS
d)
ISNUMBER
47.

จากรูปภาพด้านบน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์จากสูตรเดียวกัน ณ ตำแหน่งเซลล์ที่ลากคลุมทั้งหมดพร้อมกัน จะต้องใช้แป้นทางลัด (Shortcut) ข้อใด

a)

Ctrl + Enter

b)

 Ctrl + =

c)

Alt + Enter

d)

 Alt + =

48.
การจำแนกข้อมูล (ตัวอักษร, ตัวเลข, พื้นเซลล์) ด้วยสี หรือสัญลักษณ์ ดังรูปภาพด้านบน เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นไปโดยง่าย ควรใช้เครื่องมือใด
a)

Format Data (การจัดรูปแบบข้อมูล)

b)

Format as Table (การจัดรูปแบบเป็นตาราง)

c)

Conditional Formatting (การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข)

d)

Insert Icon Set (แทรกชุดไอคอน)

49.
เมื่อต้องการกำหนดเงื่อนไขข้อมูลที่มีค่าน้อยกว่า ควรใช้คำสั่งเงื่อนไขข้อใด
a)
Less Than
b)
Greater Than
c)
Equal To
d)
Between
50.
หากต้องการล้างเงื่อนไข หรือกฎที่สร้าง ณ ตำแหน่งเซลล์บางส่วนที่เลือกเท่านั้น ควรใช้คำสั่งข้อใด
a)
Clear Format (ล้างรูปแบบ)
b)
Clear Contents (ล้างเนื้อหา)
c)
Clear Rules from Entire Sheet (ล้างทั้งชีต)
d)
Clear Rules from Selected Cells (ล้างเซลล์ที่เลือก)
51.
หากต้องการแสดงข้อมูลเฉพาะกรุงเทพมหานคร ณ ตำแหน่งคอลัมน์ “ที่อยู่” ดังรูปภาพด้านบน ควรใช้คำสั่งข้อใด
a)

Sort (เรียงลำดับ)

b)

Filter (ตัวกรอง)

c)

Split (แยก)

d)

Hide (ซ่อน)

52.
เมื่อมีการลากคลุมข้อมูล และคลิกปุ่มคำสั่งมุมล่างขวา จะปรากฏชุดเครื่องมือ ดังรูปภาพด้านบน เครื่องมือดังกล่าวคือข้อใด
a)

Conditional Formatting (การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข)

b)

Flash Fill (การเติมแบบรวดเร็ว)

c)

Content Tools (เครื่องมือจัดการเนื้อหา)

d)

Quick Analysis (การวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว)

53.
จากรูปภาพด้านบน การวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่ม Totals หากต้องการหา ผลรวมแต่ละบรรทัดต่อเนื่องลงมา จนได้ผลรวมทุกบรรทัด ควรเลือกคำสั่งข้อใด
a)

Sum (ผลรวม)

b)

Average (ค่าเฉลี่ย)

c)

% Total (ผลรวม %)

d)

Running Total (ผลรวมสะสม)

54.
จากรูปภาพด้านบน เส้นที่ปรากฏในคอลัมน์สุดท้าย เพื่อดูแนวโน้มข้อมูล เกิดจากการใช้คำสั่งข้อใด
a)

Line Chart (แผนภูมิเส้น)

b)

Sparklines (เส้นแบบประกายไฟ)

c)

AutoShape (รูปร่างอัตโนมัติ)

d)

Waterfall (แผนภูมิวอเตอร์ฟอล)

55.
เมื่อต้องการเปลี่ยนแนวข้อมูล จากแนวนอนไปเป็นแนวตั้ง ดังรูปภาพด้านบน ควรใช้คำสั่งข้อใด
a)

SORT

b)

CONVERT

c)

TRANSPOSE

d)

REVERT

56.
ใช้ฟังก์ชัน COUNT เพื่อนับจำนวน ผลลัพธ์คือข้อใด
a)

7

b)

0

c)

Error

d)

#NAME?

57.
เมื่อต้องการนับจำนวนชื่อที่มีคำนำหน้าว่า “นาย” จะต้องใช้ฟังก์ชัน COUNTIF ข้อใด
a)
COUNTIF(B2:B8,”นาย”)
b)
COUNTIF(B2:B8,”นาย??”)
c)
COUNTIF(B2:B8,”*นาย”)
d)
COUNTIF(B2:B8,”นาย*”)
58.
หากมีข้อมูลอยู่ในรูปแบบตาราง และปริมาณจำนวนมาก เครื่องมือข้อใด สามารถวิเคราะห์ หรือสรุปข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
a)
Sparkline (เส้นแบบประกายไฟ)
b)
PivotTable (ตารางพิวอท)
c)
Slicer (ตัวแบ่งส่วนข้อมูล)
d)
Conditional Formatting (จัดรูปแบบตามเงื่อนไข)
59.
เมื่อต้องการเปลี่ยนการแสดง PivotTable จากรูปภาพที่ 1 ไปเป็นรูปภาพที่ 2 ควรกระทำข้อใด ที่บริเวณ Drag fields between areas below: (ลากเขตข้อมูลไปมาระหว่างพื้นที่ด้านบน)
a)

ย้ายฟิลด์ชื่อสินค้าออกจากพื้นที่ Rows (แถว)

b)

ย้ายฟิลด์ชื่อสินค้าไปวางที่พื้นที่ Filters (ตัวกรอง)

c)

ย้ายฟิลด์เดือนไปวางที่พื้นที่ Columns (คอลัมน์)

d)

ย้ายฟิลด์เดือนออกจากพื้นที่ Rows (แถว)

60.
หลังจากสร้าง PivotTable เรียบร้อยแล้ว ต้องการสร้างกราฟเพิ่มจากข้อมูลของ PivotTable จะต้องเลือกแท็บคำสั่งข้อใด
a)
Home (หน้าแรก)
b)
Insert (แทรก)
c)
Data (ข้อมูล)0
d)
View (มุมมอง)