NEW
Font size
Worksheetsโคลนติดล้อ
Total questions: 30
Worksheet time: 30mins
1.ใครเป็นผู้แต่งเรื่องโคลนติดล้อ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
จิตร ภูมิศักดิ์
2.ผู้ประพันธ์ทรงใช้พระนามแฝงว่าอะไร
รามจิติ
อัศวพาหุ
กิ่งฉัตร
นิ้วกลม
3.โคลนติดล้อมีรูปแบบการประพันธ์แบบใด
ร้อยกรอง
รูปภาพ
บทความ
บทเพลง
4.คุณค่าของเรื่องโคลนติดล้อคือข้อใด
ให้เห็นถึงความยากลำบากของชาวนา
ให้เห็นถึงความเจริญของเมือง
เสนอให้เห็นว่าควรเลือกทำกิจการที่สมกับยศและค่านิยม
เสนอข้อคิดเกี่ยวกับปัญหาบ้านเมืองในเรื่องค่านิยมที่เป็นอุปสรรคทำให้ประเทศเจริญได้ช้า และ ให้แนวคิดว่าอาชีพอื่นก็สามารถทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติได้
5.โคลนติดล้อมีทั้งหมดกี่ตอน
12
14
10
9
6.คำว่า “อันตรธาน” แปลว่าอะไร
ผู้ที่ทำตัวเกะกะระราน
ยกย่องเทิดทูนด้วยความนับถือเลี่ยมใส
สูญลับไป หายไป
เหตุที่อาจทำให้ถึงแก่ความตาย หรือบาดเจ็บ
7.ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้คนสมัยใหม่คิดว่า อาชีพชาวนามีเกียรติยศไม่เท่ากับเสมียน ตามที่ผู้แต่งได้กล่าวไว้
เพราะการทำงานเป็นเสมียน มีการเขียนและพิมพ์ดีด ซึ่งดูมีความทันสมัยมากกว่าการตากแดดปลูกข้าว ดูแลนา
เพราะการทำงานเป็นเสมียน ได้ทำงานในเมือง ซึ่งต่างจากการทำงานในทุ่งนาของเหล่าชาวนา
เพราะคนรุ่นก่อนๆ จนถึงรุ่นของผู้แต่ง มีการแสดงให้เห็นว่า เสมียนเป็นบุคคลที่มีชนชั้นที่สูงกว่าเหล่าชาวนาชาวสวน พ่อค้า
เพราะเหล่าวัยรุ่นขาดความรู้ของการทำอาชีพเกษตรกรรมหรือการค้าขาย
8.ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นสมัยนั้นเลือกที่จะเป็นเสมียน และหลีกเลี่ยงการทำงานประเภทอื่นๆ อย่างเช่น เกษตรกรรม หรือการค้าขาย
วัยรุ่นเชื่อว่า เขาเป็นผู้ที่ได้รับการศึกษาที่โรงเรียนแล้ว จึงไม่ควรเสียเวลาไปทำอาชีพที่คนไม่รู้หนังสือทำได้
วัยรุ่นเชื่อว่า การที่เขาได้ไปทำงานกับชาวนา มันไม่สมเกียรติยศ เนื่องจากเขาเห็นว่าเป็นคนชั้นต่ำและสามัญ
วัยรุ่นไม่อยากจะทิ้งเมืองไปทำงานบ้านนอกขอกนา
วัยรุ่นเชื่อว่า การทำงานเป็นเสมียนมีความสบายและมีรายได้มากกว่าอาชีพอื่นๆ
9.การตั้งชื่อ "โคลนติดล้อ" ใช้วิธีการใด
อุปมา
อุปลักษณ์
อติพจน์
บุคคลวัต
10."ความนิยมเป็นเสมียน" หมายความว่าอย่างไร
การนิยมศึกษาเล่าเรียน
การนิยมทำงานที่มีเกียรติ
การนิยมเป็นเลขานุการ
การนิยมเข้ารับราชการ
11.เรื่องโคลนติดล้อ รัชกาลที่ ๖ มิได้ทรงเปรียบเทียบข้อใด
ประเทศชาติ : ล้อรถ
โคลน : ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ
ชาวไร่ชาวนา : กระดูกสันหลังของชาติ
เสมียน : ข้าราชการ
12.บทความเรื่อง โคลนติดล้อ ได้รับการตีพิมพ์ในสื่อประเภทใด
วารสาร
นิตยสาร
บทความวิชาการ
หนังสือพิมพ์
13.หนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์ บทความเรื่องโคลนติดล้อ มีชื่อว่าอะไร
บางกอกรีคอร์ดเดอร์
ดุสิตสมิท
สยามออบเซอร์เวอร์
ไทยรัฐ
14.ข้อใดเป็นค่านิยมสำคัญที่สะท้อนให้เห็นในเรื่องโคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน
การยกย่องผู้มีฐานะ
การยกย่องผู้ได้รับการศึกษา
การนิยมเข้ารับราชการ
การนิยมทำงานที่มีเกียรติ
15. ผู้เขียนเรื่องโคลนติดล้อมีความมุ่งหมายในการแต่งอย่างไร
กล่าวถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละอาชีพ
กล่าวถึงสาเหตุของความยากจนที่แท้จริงของคนไทย
กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาบ้านเมือง
กล่าวถึงปัญหาและอุปสรรคที่เหนี่ยวรั้งความเจริญของชาติ
16. ข้อใดคือความหมายของคำว่า รายงาย
การเสนอผลการปฏิบัติงาน
การเสนอผลจากการศึกษาค้นคว้าอย่างมีระบบ
การเสนอข้อมูลที่ได้จากการอ่าน
การเสนอรายละเอียดของเนื้อหาวิชาที่เรียน
17.ข้อใดเรียงส่วนประกอบของรายงานได้ถูกต้อง
ปกนอก ปกใน คำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง บรรณานุกรม
ปกนอก ปกใน สารบัญ คำนำ เนื้อเรื่อง บรรณานุกรม
ปกนอก ปกใน บรรณานุกรม สารบัญ คำนำ เนื้อเรื่อง
ปกนอก ปกใน เนื้อเรื่อง สารบัญ คำนำ บรรณานุกรม
18. ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของการเขียนรายงานเชิงวิชาการ
วางโครงเรื่อง
กำหนดจุดมุ่งหมาย
เลือกหัวข้อรายงาน
ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล
19.ข้อใดไม่ใช่จุดประสงค์ของรายงานเชิงวิชาการ
เพื่อพัฒนาความรู้ของผู้เรียนให้กว้างขวางและลึกซึ้ง
เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักทำงานเป็นระบบ ผลงานได้มาตรฐาน
เพื่อแสดงหลักฐานเดิมของข้อความที่ยกมาประกอบ
เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน
20.ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบตอนต้นของรายงานการศึกษาค้นคว้า
คำนำ
สารบัญ
บรรณานุกรม
ปกใน
21.ข้อใดกล่าวถึงการอ่านเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์ได้ถูกต้อง
เป็นการอ่านเพื่อจับประเด็นสำคัญของเรื่องที่อ่าน
เป็นการอ่านเพื่อพัฒนาจิตใจและก่อให้เกิดความจรรโลงใจ
ป็นการอ่านเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์และประเมินค่าอย่างมีเหตุผล
เป็นการอ่านเพื่อขยายความจากเรื่องที่อ่านให้ครอบคลุมมากขึ้น
22.สารใดควรใช้หลักการอ่านเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์มากที่สุด
แผ่นพับหน่วยงานราชการ
ข่าวประชาสัมพันธ์
หนังสือเรียน
กวีนิพนธ์
23.ข้อใด ไม่ใช่ขั้นตอนการวิเคราะห์วิจารณ์
ดึงเฉพาะจุดเด่นของเรื่องเพื่อวิจารณ์
อ่านเรื่องที่ต้องวิเคราะห์อย่างละเอียด
มีประเด็นเพื่อตั้งคำถามกับเรื่องที่อ่าน
เรียงลำดับประเด็นสำคัญให้เหมาะสม
24.ทักษะการอ่านใด ไม่ใช่ทักษะสำคัญสำหรับการอ่านเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์
การอ่านจับใจความ
การอ่านขยายความ
การอ่านถอดความ
การอ่านตีความ
25. เพราะเหตุใดการศึกษาประวัติผู้แต่งจึงเป็นหลักในการประเมินค่าวรรณคดีและวรรณกรรมได้
เพราะทำให้เรื่องสนุกสนานเพลิดเพลิน
เพราะช่วยให้เข้าใจเรื่องที่แต่งชัดเจนยิ่งขึ้น
เพราะช่วยให้เกิดความจรรโลงใจขณะอ่าน
เพราะจะทำให้รู้แนวการเขียนและคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้
26.เพราะเหตุใดจึงกล่าวว่าการทำโครงงานจึงเหมาะกับผู้เรียนทุกวัยเพราะเหตุใดจึงกล่าวว่าการทำโครงงานจึงเหมาะกับผู้เรียนทุกวัย
ฝึกการคิดให้รวดเร็ว
ฝึกการทำงานที่เลียนแบบ
ฝึกการตอบคำถามให้ว่องไว
ฝึกการคิดอย่างมีระบบ
27. ข้อใดไม่ใช่หลักการทำโครงงาน
ผู้เรียนลงมือปฏิบัติเอง
ผู้เรียนเน้นการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
ผู้เรียนไม่ต้องนำเสนอโครงงาน
ผู้เรียนเป็นผู้วางแผนในการศึกษาค้นคว้าเอง
28.ข้อใดเป็นการยกตัวอย่างโครงงานประเภทสำรวจ
การปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมี
การคิดสูตรเครื่องดื่มจากธัญพืช
การประหยัดน้ำประปาภายในบ้าน
การตรวจสอบประชากรวัยแรงงาน
29. ขั้นตอนการเขียนโครงงานคือข้อใด
บทนำ วิธีทดลอง ผลการทดลอง สรุปและการอภิปรายผล
เอกสารที่เกี่ยวข้อง บทนำ วิธีทดลอง รายงานผลการทดลอง สรุป
บทนำ วิธีทดลอง ผลการทดลอง สรุปผลารทดลอง และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
บทนำ เอกสารที่เกี่ยวข้อง วิธีทดลอง ผลการทดลอง และสรุปผลารทดลอง
30. หัวข้อแรกในการทำโครงงานคือหัวข้อใด
ชื่อโครงงาน
วัตถุประสงค์
งบประมาณ
หลักการและเหตุผล
