wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

CMM262-Week-4-Sec-004

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

รูปแบบการนำเสนอภาพยนตร์ เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า

a)

Fill Form

b)

Film Form

c)

Fome Form

2.

องค์ประกอบของการเล่าเรื่อง เช่นการเปิดเรื่อง การพัฒนาเรื่องราว ตัวละคร เหตุการณ์ เรียกว่า

a)

เรื่องราว (Narrative element)

b)

วิธีการหรือสไตล์ (Stylistic element)

3.

องค์ประกอบภาพ เทคนิคกล้อง การใช้สี แสง ดนตรี หรืออื่นๆ เป็น

a)

เรื่องราว (Narrative element)

b)

วิธีการหรือสไตล์ (Stylistic element)

4.

บทบาทต่อการทำงานของรูปแบบของภาพยนตร์

ซึ่งเป็นความคล้ายคลึงและการทำซ้ำ คือ

a)

Function

b)

Similarity and Repetition

c)

Difference and Variation

d)

Development

e)

Unity and Disunity

5.

บทบาทต่อการทำงานของรูปแบบของภาพยนตร์ ในด้านการพัฒนาเรื่อง คือ

a)

Function

b)

Similarity and Repetition

c)

Difference and Variation

d)

Development

e)

Unity and Disunity

6.

บทบาทต่อการทำงานของรูปแบบของภาพยนตร์ ในด้านการพัฒนาเรื่อง คือ

a)

Function

b)

Similarity and Repetition

c)

Difference and Variation

d)

Development

e)

Unity and Disunity

7.

ใน Inception (2010) การที่จะทราบได้ว่าโลกไหนเป็นโลกแห่งความจริงและโลกไหนคือโลกแห่งความฝัน ซึ่งหนังก็ได้เฉลยหรือบอกใบ้เราด้วยอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งหรือที่เรียกว่า

a)

Total

b)

Totem

c)

Tonal

8.

ภาพยนตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างและหลากหลายของตัวละคร ฉาก รวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี คือ

a)

Harry Potter

b)

แหยม ยโสธร

9.

การพัฒนาเรื่อง (Development)

เรื่องราวที่ดี คือ เรื่องราวที่เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ ดังนั้นการนำเสนอรูปแบบขององค์ประกอบต่างๆ จำเป็นที่จะต้องสัมพันธ์กับเรื่องราวที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปข้างหน้า โดยการพัฒนาเรื่องราวเริ่มจากลำดับใดก่อน

a)

การเปิดเรื่อง (Exposition)

b)

การพัฒนาเรื่องราว (Rising Action)

c)

จุดสูงสุดของเรื่อง (Climax)

d)

การคลี่คลาย (Falling Action & Resolution)

10.

ข้อใดคือจุดสูงสุดของเรื่อง

a)

Exposition

b)

Rising Action

c)

Climax

d)

Falling Action & Resolution

11.

ข้อใดคือ การคลี่คลายประเด็นต่าง ๆ ของภาพยนตร์

a)

Exposition

b)

Rising Action

c)

Climax

d)

Falling Action & Resolution

12.

หากภาพยนตร์เล่าเรื่องไปในทิศทางเดียวกันตลอดทั้งเรื่อง หากส่วนต่างๆ ที่ใส่เข้าไปในเรื่องแล้วไม่ได้ทำหน้าที่อะไร หรือใส่ไปแล้วไม่ได้ช่วยเล่าเรื่อง หรือช่วยสื่อความหมายใดๆ หนังเรื่องนั้นก็อาจะเรียกได้ว่า ไม่มี ...

a)

Difference and Variation

b)

Development

c)

Unity and Disunity

13.

กระรอก ในภาพยนตร์ Ice Age ชื่อว่า สแคร็ท (Scrat) เป็นตัวละครที่มีความ ..... จึงทำให้ภาพยนตร์น่าสนใจ

a)

เอกภาพ (Unity)

b)

ไม่เป็นเอกภาพ (Disunity)

14.

“การเล่าเรื่อง” ตรงกับคำว่า narration หมายถึง การเล่าเรื่อง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือแต่งขึ้น เรื่องราวต่างๆ นี้สามารถเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เรื่องเล่า” ตรงกับคำว่า

a)

Narrative

b)

Story

15.

ปัจจุบันการศึกษาเรื่องเล่าในภาพยนตร์ถือได้ว่าอยู่ในยุคเฟื่องฟูที่สุด เกิดทฤษฎีต่างๆ มากมาย โดยทฤษฎีที่เกิดจากภาพยนตร์โดยตรง คือ

a)

รูปแบบนิยมรัสเซีย

b)

กลุ่มโครงสร้างนิยม

c)

กลุ่มหลังโครงสร้างนิยม

d)

จิตวิเคราะห์

e)

ตระกูลนิยม

16.

เรื่องเล่าประเภทที่ไม่นิยมสื่อสารทางวาจา หรือคำพูดเรียกว่า แต่จะเป็นสิ่งที่นำเสนอผ่านการมองด้วยสายตาได้แก่ ภาพวาด ประติมากรรม บัลเล่ต์ หนังสือการ์ตูน ละครใบ้ คือ

a)

เรื่องเล่าที่เป็นภาพ (visual category)

b)

เรื่องเล่าทางเสียง (auditory category)

c)

เรื่องเล่าที่ใช้ทั้งภาพและเสียง

17.

ภาพยนตร์ เป็น

a)

เรื่องเล่าที่เป็นภาพ (visual category)

b)

เรื่องเล่าทางเสียง (auditory category)

c)

เรื่องเล่าที่ใช้ทั้งภาพและเสียง

18.

เรื่องเล่าในภาพยนตร์มีความแตกต่างไปตามประเภทของภาพยนตร์ รูปแบบเรื่องเล่าในภาพยนตร์อันเป็นที่นิยมมากที่สุดและมีอิทธิพลสูงกับการสร้างภาพยนตร์ของทุกประเทศทั่วโลก คือ

a)

เรื่องเล่าแบบฮอลลีวูดคลาสสิก (Classic Hollywood Narrative)

b)

เรื่องเล่าแบบสารคดี (Nonfictional Narrative)

19.

งานประเภทฮอลลีวูดคลาสสิกมีโครงสร้างบางอย่างคล้ายกับละครคลาสสิก ซึ่งหลังจากจุดสูงสุดแล้ว จะเป็นส่วนของ

a)

Exposition

b)

Rising Action

c)

Falling Action

d)

Resolution

20.

การให้ที่มาของตัวละครและเหตุการณ์ในเรื่อง ทั้งตัวละครที่เป็นพระเอกนางเอก (protagonist) และผ่ายตรงข้าม (antagonist) คือ

a)

การวางฐานของเรื่อง (exposition)

b)

การเพิ่มสถานการณ์ (rising action)

c)

จุดสูงสุด (climax)

d)

สถานการณ์คลี่คลาย (resolution)

21.

การที่ตัวละครทั้งสองฝ่ายจะพบกัน เผชิญหน้ากัน จากฉากต่อฉาก โดยในแต่ละสถานการณ์นั้นจะเพิ่มทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ คือ

a)

การวางฐานของเรื่อง (exposition)

b)

การเพิ่มสถานการณ์ (rising action)

c)

จุดสูงสุด (climax)

d)

สถานการณ์คลี่คลาย (resolution)

22.

จุดที่สถานการณ์เพิ่มความเข้มข้นสูงสุด อาจจะเป็นการเผชิญหน้ากันของตัวละคร หรือความจริงในเรื่องได้รับการเปิดเผย คือ

a)

การวางฐานของเรื่อง (exposition)

b)

การเพิ่มสถานการณ์ (rising action)

c)

จุดสูงสุด (climax)

d)

สถานการณ์คลี่คลาย (resolution)

23.

หลังจากที่สถานการณ์ในเรื่องได้พัฒนาขึ้นสู่ความเข้มข้นสูงสุดแล้ว จะเป็นช่วงคลี่คลายสถานการณ์ คือ

a)

การวางฐานของเรื่อง (exposition)

b)

การเพิ่มสถานการณ์ (rising action)

c)

จุดสูงสุด (climax)

d)

สถานการณ์คลี่คลาย (resolution)

24.

การจบเรื่อง ซึ่งในงานประเภทฮอลลีวูดคลาสสิก มักจะสรุปไว้อย่างชัดเจนว่าเรื่องจะจบด้วยทุกข์หรือสุข คือ

a)

exposition

b)

rising action

c)

climax

d)

closure

25.
a)

ซิด ฟิลด์ (Syd Field)

b)

ซิก มัน ฟรอยด์ (Sigmund Freud)

26.

องก์หนึ่ง เรียกว่า ช่วงวางฐานเรื่อง มีประมาณหนึ่งในสี่ส่วนของบท และเป็นส่วนแรกของเนื้อเรื่อง เป็นช่วงปูพื้นฐานทั้งตัวละครและที่มาของเรื่อง เช่น เป้าหมายของตัวละครในเรื่อง อุปสรรคที่ตัวละครจะต้องเผชิญ เรียกว่า

a)

The Setup

b)

Confrontation

c)

Resolution

27.

องก์สอง เรียกว่า การเผชิญหน้า มีประมาณสองในสี่ส่วนของบท และเป็นส่วนกลางของเรื่อง เป็นช่วงที่สร้างสถานการณ์ให้ตัวละครเผชิญหน้ากัน เมื่อถึงส่วนที่อยู่ตรงกลางขององค์นี้ สถานการณ์จะเริ่มพลิก องก์นี้เรียกว่า

a)

The Setup

b)

Confrontation

c)

Resolution

28.

องก์สาม เรียกว่า การคลี่คลาย เป็นช่วงแก้ปัญหาต่างๆ หลังจากสร้างสถานการณ์และการเผชิญหน้าในองค์ที่สอง เรียกว่า

a)

The Setup

b)

Confrontation

c)

Resolution

29.

องก์หนึ่งของซิด ฟิลด์เท่ากับ

a)

exposition

b)

rising action

c)

climax

d)

resolution

30.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ภาพยนตร์สารคดีจะใช้โครงสร้างในการเล่าเรื่องอย่างง่ายๆ เน้นประเด็นของเรื่องที่นาเสนอมากกว่ารูปแบบหรือสไตล์

b)

ภาพยนตร์สารคดีจะใช้การตัดต่อค่อนข้างมาก

c)

ภาพยนตร์สารคดีมักจะใช้เสียงบรรยายในการถ่ายทอด