wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ปลายภาค 2

Total questions: 35

Worksheet time: 18mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

รามเกียรติ์มาจากวรรณคดีเรื่องรามายณะของอินเดีย

b)

รามเกียรติ์ถูกนำมาเล่นเป็นละครรำตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

c)

รามเกียรติ์ตอนที่นำมาเรียนมีชื่อว่านารายณ์ปราบนนทก

d)

จากหลักฐานที่ปรากฏไทยเรามีการนำเรื่องรามเกียรติ์มาแสดงเป็นมหรสพตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยแล้ว

2.

ข้อใดไม่ใช่เหตุผลของการแต่งบทละครเรื่องรามเกียรติ์

a)

เพราะต้องการใช้เป็นบทละครในและปลุกใจราษฎรให้ห้าวหาญ

b)

เพราะผู้แต่งต้องการแสดงฝีไม้ลายมือในการแต่งวรรณคดีเรื่องเอก

c)

เพราะกลัวว่าของเก่าจะสูญหายและต้องการให้มีฉบับสมบูรณ์เกิดขึ้น

d)

เพราะต้องการชี้ให้เห็นตัวอย่างของความไม่เที่ยงแท้ของสิ่งต่างๆในโลก

3.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

เรื่องรามเกียรติ์มีที่มาจากศาสนาฮินดู

b)

นนทกเป็นยักษ์ตนหนึ่งในวงของทศกัณฐ์

c)

คำว่าอวตารมีความหมายว่าการแบ่งภาคลงมาเกิด

d)

ศาสนาฮินดูมีความเชื่อว่าพระนารายณ์เป็นเทพเจ้าที่คอยปราบปรามคนพาล

4.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องตามเนื้อเรื่อง"รามเกียรติ์ตอนนารายณ์ปราบนนทก"

a)

รามเกียรติ์จัดเป็นละครใน

b)

ผู้มาปราบนนทกคือพระนารายณ์

c)

หนึ่งโกฐเป็นจำนวนเท่ากับ 10 ล้าน

d)

นนทกตายแล้วไปเกิดเป็นทศกัณฐ์ลูกของท้าวลัสเตียนกับนางจิตรมาลา

5.

เมื่อนนทกขึ้นไปเฝ้าพระอิศวร นนทกได้กราบทูลพระอิศวรว่าอย่างไร

a)

ตนเองถูกเทวดาทั้งหลายกลั่นแกล้ง

b)

ตนเองเบื่อหน้าที่นี้เต็มทนแล้วอยากเปลี่ยนหน้าที่ใหม่

c)

ตนเองอยากได้ของวิเศษเพื่อแก้แค้นเทวดาที่แกล้งตน

d)

ตนเองได้กระทำความดีมาช้านานเหตุใดพระองค์ไม่ทรงพระราชทานรางวัลให้บ้าง

6.

คำที่อยู่ในวงเล็บข้อใดไม่ได้หมายถึงพระนารายณ์

a)

ครั้นแล้วนนทกมาณา (พระจักรา)ผู้มีอัชฌาสัย

b)

คิดแล้วขึ้นเฝ้า(พระทรงญาณ) ยังพิมานรัตน์รูจี

c)

แม้สี่มือเหมือน(องค์พระทรงชัย) ที่ไหนจะทำได้ดั่งนี้

d)

เห็น(พระองค์ทรงสังข์คทาธร) เป็นสี่กรก็รู้ประจักษ์ใจ

7.

ใครเป็นผู้พูดข้อความต่อไปนี้ "ด้วยทำโอหังบังเหตุ ไม่เกรงเดชพระอิศวรทรงจักร"

a)

พระอินทร์

b)

พระนารายณ์

c)

พระอิศวร

d)

หมู่เทวดา

8.

ข้อใดเตือนให้เรารู้จักปลงสังขาร

a)

อำนาจนำความสง่าอ่าอินทรีย์ ความงามนำให้มีไมตรีกัน

b)

แห่งหลุมลึกลานสลดระทดใจ เรายิ่งใกล้หลุมนั้นทุกวันเอย

c)

หมดวิตกหมดเสียดายหมดหมายปอง ไม่ผินหลังเหลียวมองด้วยซ้ำเอย

d)

ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล และทิ้งตนดูเปลี่ยวอยู่เดียวเอย

9.

ข้อใดมีความเชื่อทางพุทธศาสนา

a)

บนยอดหอระฆังบังแสงจันทร์ มีเถาวัลย์รุงรังถึงหลังคา

b)

ยอมละชีพเคยสุขสนุกสบาย เคยเสียดายเคยวิตกเคยปกครอง

c)

ลงในเพลิงเกียรติศักดิ์ประจักษ์ดัง เปลวเพลิงปลั่งหอมกลบตลบเอย

d)

พอเตือนใจได้บ้างในทางบุญ เป็นเครื่องหนุนนำเหตุยังสังเวชเอย

10.

"ล้วนร่างคนในเขตประเทศนี้ ดุษณีนอนราย ณ ภายใต้" ข้อความนี้หมายถึงข้อใด

a)

ชาวไร่ ชาวนา

b)

นักรบ

c)

วีรชน

d)

นักปราชญ์

11.

ข้อใดคือคุณค่าด้านเนื้อหาของบทรำพึงในป่าช้า

a)

มีพบกันก็มีการจากกันเป็นของธรรมดา

b)

ที่ใดมีรักที่นั่นเป็นทุกข์

c)

ความว้าเหว่ทำให้มีพลังเขียนบทกวี

d)

มนุษย์ไม่ว่าจะเป็นบุคคลสำคัญหรือชนสามัญไม่มีผู้ใดหลีกหนีความตายไปได้

12.

หางยาม หมายถึงข้อใด

a)

หางวัวควาย

b)

เรือชนิดหนึ่ง

c)

หางเปีย

d)

หางคันไถ ทำด้วยไม้ หรือเหล็กเป็นรูปงอนโค้งสำหรับจับขณะไถ

13.

"ยืดหางยามยักไปตามใจจินต์ หางยามผินตามชอบใจเพราะใครเอย"

ข้อความนี้กล่าวถึงข้อใด

a)

ชาวนา

b)

คนเฝ้าป่าช้า

c)

คนระวังเหตุุการณ์

d)

เวลารุ่งอรุณ

14.

"เขาเป็นสุขเรียบเรียบเงียบสงัด มีปวัตน์เป็นไปไม่วิตถาร

ขออย่าได้เย้ยเยาะพูดเพราะราน ดูหมิ่นการเป็นอยู่เพื่อนตูเอย"

เพราะตอนนี้ผู้ประพันธ์ขอให้อย่าเยาะเย้ยใคร

a)

คนจน

b)

ศพพวกไพร่

c)

ครู

d)

ชาวนา

15.

"ทอดเอ๋ยทอดทิ้ง ยามหนาวผิงไฟล้อมอยู่พร้อมหน้า

ทิ้งเพื่อนยากแม่เหย้าหาข้าวปลา ทุกเวลาเช้าเย็นเป็นนิรันดร์

ทิ้งทั้งหนูน้อยน้อยร่อยร่อยรับ เห็นพ่อกลับปลื้มเปรมเกษมสันต์

เข้ากอดคอฉอเลาะเสนาะกรรณ สารพันทอดทิ้งทุกสิ่งเอย"

ใครบ้างถูกทอดทิ้ง??

a)

เพื่อน,ลูก,ภรรยา

b)

พ่อ,แม่,ลูก

c)

ภรรยา,เวลา,ลูก

d)

หน้าหนาว,เวลาเช้า,เวลาเย็น

16.

"เพื่อรักษาความสราญฐานวิเวก ร่มซื้อเฉกหุบเขาลำเนาไศล

สันโดษดับฟุ้งซ่านทะยานใจ ตามวิสัยชาวนาเย็นกว่าเอย"

ข้อความนี้กล่าวถึงความเป็นอยู่ของชาวนาอย่างไร

a)

มีความคิดฟุ้งซ่าน

b)

มีความทะเยอทะยานใฝ่สูง

c)

ชอบอยู่ตามหุบเขาลำเนาไพร

d)

มีความพอใจเท่าที่ตนเป็นอยู่

17.

นกเอ๋ยนกแสก จับจ้องร้องแจ๊กเพียงแถกขวัญ

อยู่บนยอดหอระฆังบังแสงจันทร์ มีเถาวัลย์รุงรังถึงหลังคา

เหมือนมันฟ้องดวงจันทร์ให้ผันดู คนมาสู่ซ่องพักมันรักษา

ถือเป็นที่รโหฐานนมนานมา ให้เสื่อมผาสุขสันต์ของมันเอย"

คำเลียนเสียงธรรมชาติคือคำใด

a)

แจ๊ก

b)

รุงรัง

c)

สู่ซ่อง

d)

สุขสันต์

18.

นกเอ๋ยนกแสก จับจ้องร้องแจ๊กเพียงแถกขวัญ

อยู่บนยอดหอระฆังบังแสงจันทร์ มีเถาวัลย์รุงรังถึงหลังคา

เหมือนมันฟ้องดวงจันทร์ให้ผันดู คนมาสู่ซ่องพักมันรักษา

ถือเป็นที่รโหฐานนมนานมา ให้เสื่อมผาสุขสันต์ของมันเอย"

คำว่าซ่องมีความหมายว่าอย่างไร

a)

ที่อยู่

b)

ถนน

c)

หลุมศพ

d)

สถานบันเทิง

19.

นกเอ๋ยนกแสก จับจ้องร้องแจ๊กเพียงแถกขวัญ

อยู่บนยอดหอระฆังบังแสงจันทร์ มีเถาวัลย์รุงรังถึงหลังคา

เหมือนมันฟ้องดวงจันทร์ให้ผันดู คนมาสู่ซ่องพักมันรักษา

ถือเป็นที่รโหฐานนมนานมา ให้เสื่อมผาสุขสันต์ของมันเอย"

คำประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์ชนิดใด

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

อติพจน์

d)

บุคลาธิษฐาน

20.

ซากเอ๋ยซากศพ อาจเป็นซากนักรบผู้กล้าหาญ

เช่นชาวบ้านบางระจันขันรำบาญ กับหมู่ม่านมาประทุษอยุธยา

ไม่เช่นนั้นท่านกวีเช่นศรีปราชญ์ นอนอนาถเล่ห์ใบ้ไร้ภาษา

หรือผู้กู้บ้านเมืองเรืองปัญญา อาจจะมานอนจมถมดินเอย"

บทประพันธ์ข้างต้นใช้สำนวนโวหารประเภทใด

a)

บรรยายโวหาร

b)

พรรณนาโวหาร

c)

สาธกโวหาร

d)

เทศนาโวหาร

21.

ถึงอธึกงามลบในภพนี้ คำว่า อธึก แปลว่าอะไร

a)

ยิ่ง เกิน มาก

b)

เสียงดังมาก

c)

ครึกโครม

d)

ยิ่งใหญ่

22.

กระแสวิญญาณงันเพียงนั้นเอย คำว่า งัน หมายถึงอะไร

a)

เงียบ

b)

สงบ

c)

สงัด

d)

หยุดชะงัก

23.

ผู้ประพันธ์กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้ามีกลวิธีในการแต่งอย่างไร

a)

ดัดแปลงให้เข้ากับธรรมเนียมไทย

b)

ดัดแปลงให้เข้ากับธรรมเนียมชาวชนบท

c)

ใช้คำง่ายๆแต่มีความไพเราะ

d)

ถูกทุกข้อ

24.

ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของวรรณคดีในรัชกาลที่ 6

a)

เป็นวรรณคดีแปลจากต่างประเทศ

b)

ดัดแปลงให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและรสนิยมคนไทย

c)

เน้นเรื่องความกตัญญูจงรักภักดี

d)

สอนพวกข้าราชการให้ขยันทำงาน

25.

สิ่งสำคัญที่ทำให้กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าเป็นบทประพันธ์ที่มีคุณค่าสูงคือข้อใด

a)

ใช้กลวิธีแต่งดัดแปลงให้เข้ากับธรรมเนียมไทย

b)

ใช้กลวิธีแต่งดัดแปลงให้เข้ากับรสนิยมไทย

c)

ใช้กลวิธีแต่งดัดแปลงให้เข้ากับวัฒนธรรมไทย

d)

ใช้กลวิธีแต่งดัดแปลงให้เข้ากับประเพณีไทย

26.

เรื่องที่ย่อแล้วต้องมีลักษณะอย่างไร

a)

ความหมายและเรื่องเปลี่ยนไป

b)

ความหมายของเรื่องไม่ผิดจากเดิม

c)

ความหมายและเรื่องไม่ต่อเนื่อง

d)

ความหมายเปลี่ยนไปแต่เรื่องยังคงเดิม

27.

นักเรียนคิดว่าการย่อความมีความสำคัญต่อนักเรียนอย่างไร

a)

เป็นวิชาหนึ่งที่ต้องเรียน

b)

เป็นวิธีประหยัดเวลาในการเขียน

c)

เป็นการฝึกสมาธิและความจำอย่างดี

d)

เป็นการบันทึกสาระสำคัญไว้ใช้ประโยชน์

28.

ข้อใดคือความหมายของพลความ

a)

ประโยคที่เป็นส่วนขยายความให้แจ่มชัดยิ่งขึ้น

b)

ข้อความสำคัญของย่อหน้าหักตัดออกจะทำให้เข้าใจผิดได้

c)

การนำคำหรือข้อความมาเรียงต่อกันจนได้ใจความที่สมบูรณ์

d)

การเก็บใจความสำคัญของเรื่องจากข้อความที่อ่านมาเรียบเรียงใหม่

29.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของพลความ

a)

เก็บใจความสำคัญของเรื่องทั้งหมด

b)

ให้คำจำกัดความที่เป็นใจความ

c)

ยกตัวอย่างประกอบเพื่อให้เข้าใจชัดเจน

d)

ให้เหตุผลโดยยกข้อมูลสถิติหลักฐาน

30.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

"ย่อความ" หมายถึงลดให้สั้นหรือเล็กลง

b)

ใจความสำคัญอยู่ในส่วนใดของย่อหน้าก็ได้

c)

ในแต่ละย่อหน้ามีทั้งใจความและพลความ

d)

ในการอ่านข้อความแต่ละย่อหน้าแม้ผู้อ่านจะตัดทอนใจความสำคัญออกก็ไม่ทำให้ความหมายเปลี่ยน

31.

ข้อใดไม่ได้อยู่ในส่วนที่เป็นคำนำของย่อความ

a)

แหล่งข้อมูล

b)

ข้อมูลเกี่ยวกับผู้แต่ง

c)

ลักษณะของเรื่องที่นำมาย่อ

d)

ความยาวของเรื่องที่นำมาย่อ

32.

หากเรื่องที่จะย่อความเป็นบทร้อยกรองจะต้องทำอย่างไร

a)

สรุปทีละย่อหน้าแล้วย่อ

b)

ถอดความเป็นร้อยแก้วแบบบทต่อบทแล้วย่อ

c)

ถอดความเป็นร้อยแก้วทั้งหมดก่อนแล้วจึงย่อ

d)

ถอดความเป็นร้อยแก้วทีละย่อหน้าแล้วจึงย่อ

33.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีย่อความ

a)

หากมีคำราชาศัพท์เวลาย่อก็ต้องใช้คำราชาศัพท์นั้นอยู่

b)

ต้องอ่านเรื่องที่จะย่อให้ละเอียดแล้วจับใจความรวมของเรื่อง

c)

ต้องไม่ใช้เครื่องหมายอัญประกาศและไม่ย่อโดยใช้อักษรย่อหรือคำย่อ

d)

นำข้อความที่เป็นสาระสำคัญมาย่อให้สั้นที่สุดเท่าที่จะสั้นได้แล้วเขียนด้วยสำนวนของตนเอง

34.

ใจความและพลความ อยู่ในข้อใด

a)

วิธีการย่อความ

b)

รูปแบบของย่อความ

c)

การจับประเด็นสำคัญ

d)

ความหมายของการย่อความ

35.

"ใจความ"คืออะไร

a)

ประโยคหรือข้อความที่อยู่ต้นย่อหน้า

b)

ประโยคหรือข้อความที่อยู่กลางย่อหน้า

c)

ประโยคหรือข้อความที่อยู่ท้ายย่อหน้า

d)

ทุกข้อที่กล่าวมา