wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบวัดผลปลายภาคเรียน วิชา ศิลปะพื้นฐาน ๒ (ศ๓๑๑๐๒)

Total questions: 40

Worksheet time: 39mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดให้ความหมายคำว่า “ระบำ รำ ฟ้อน” ไม่ถูกต้อง

a)

การแสดงที่แสดงเป็นเรื่องราว

b)

การแสดงที่ใช้ภาษาท่า และการตีบท

c)

การแสดงที่เน้นการเคลื่อนไหวของร่างกาย

d)

การแสดงที่ใช้สรีระต่าง ๆ ของร่างกายในการเคลื่อนไหวสื่อความหมายแทนการพูด

2.

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ “ระบำ รำ ฟ้อน” น่าจะเกิดขึ้นในยุคสมัยใด

a)

ก่อนสมัยสุโขทัย  

b)

สมัยสุโขทัย

c)

สมัยอยุธยา

d)

สมัยธนบุรี

3.

ในอดีตไทยได้รับอิทธิพลการแสดงจาก วัฒนธรรม/คติ/ความเชื่อจากชนชาติใด

a)

อินเดีย

b)

พม่า

c)

มอญ   

d)

เขมร

4.

ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับลักษณะการฟ้อนรำแบบพื้นเมือง

a)

แสดงเอกลักษณ์ท้องถิ่น/ตัวตนชัดเจน

b)

มีลักษณะการแสดงที่เรียบง่าย ไม่เคร่งครัด

c)

เป็นการแสดงที่มีระเบียบแบบแผนเคร่งครัด ชัดเจน

d)

เป็นการแสดงที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ประเพณี ความเชื่อเป็นหลัก

5.

ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับลักษณะการฟ้อนรำแบบมาตรฐาน

a)

เป็นการแสดงที่ไม่เคร่งครัด มีการผ่อนปรนข้อบังคับในการแสดง

b)

เป็นการแสดงที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นกลุ่มชน/ชนเผ่า/เอกลักษณ์ของกลุ่มชนนั้นชัดเจน

c)

เป็นการแสดงที่ได้รับการปรับปรุง และพัฒนาจนกลายเป็นรูปแบบที่วิจิตรงดงามเป็นมาตรฐาน

d)

นิยมนำเรื่องราวของขนบธรรมเนียม ประเพณีวิถีชีวิต และการประกอบอาชีพมาสร้างเป็นการแสดง

6.

ข้อใดให้ความหมาย “ระบำเบ็ดเตล็ด” ได้ถูกต้อง

๑) เป็นการแสดงที่สวมชุดที่เรียกว่า ชุดยืนเครื่อง

๒) เป็นระบำที่คิดขึ้นใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับเหตุกาณ์นั้น ๆ

๓) เป็นการแสดงที่คิดขึ้นใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่องการแสดงโขน - ละคร

a)

ข้อ ๑)

b)

ข้อ ๑) และ ๒)

c)

ข้อ ๑) และ ๓)

d)

ข้อ ๒) และ ๓)

e)

ข้อ ๑), ๒) และ ๓)

7.

ระบำในข้อใดที่มิได้มีที่มาจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

a)

ระบำร่ม

b)

ระบำร่อนแร่

c)

ระบำนางไม้

d)

ระบำเก็บใบชา

8.

ระบำในข้อใดไม่สัมพันธ์กัน

a)

ระบำกวาง, ระบำครุฑ

b)

ระบำทวารวดี, ระบำสุโขทัย

c)

ระบำชุมนุมเผ่าไทย, ระบำอาเซียน

d)

ระบำลาวไทยอธิษฐาน, ระบำจีนไทยไมตรี

9.

ระบำในข้อใดไม่ใช่การแสดงประเภทระบำมาตรฐาน

a)

ระบำดาวดึงส์

b)

ระบำกินรีร่อน

c)

ระบำพรหมาสตร์

d)

ระบำเทพบันเทิง

10.

ระบำโบราณคดี เป็นระบำที่มีที่มาจากสิ่งใด

a)

ตัวละคร/นางในวรรณคดี

b)

สถานที่สำคัญๆ ในสมัยโบราณ

c)

ลักษณะการละเล่นและประเพณีโบราณ

d)

ภาพจำหลักที่ปรากฏอยู่ตามโบราณสถาน/วัตถุ

11.

รำเดี่ยว มีเอกลักษณ์อย่างไร

a)

เน้นผู้รำที่มีลีลาท่ารำที่อ่อนช้อยงดงาม มีท่วงท่า ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถูกต้องตามแบบแผน

b)

เน้นความงดงามที่ความพร้อมเพรียง ฝีมือของผู้ประดิษฐ์ท่ารำ การแปรแถวจัดซุ้มเหมือนระบำ

c)

เน้นผู้รำที่มีลีลาท่ารำที่อ่อนช้อยงดงาม และอวดฝีมือในการรำที่สอดประสานกันอย่างกลมกลืน ถูกต้องตามแบบแผน และการแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่สอดคล้องตามบทร้องหรือลักษณะการแสดง

d)

ก.     ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง

12.

รำคู่ มีเอกลักษณ์อย่างไร

a)

กเน้นผู้รำที่มีลีลาท่ารำที่อ่อนช้อยงดงาม มีท่วงท่า ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถูกต้องตามแบบแผน

b)

เน้นความงดงามที่ความพร้อมเพรียง ฝีมือของผู้ประดิษฐ์ท่ารำ การแปรแถวจัดซุ้มเหมือนระบำ

c)

เน้นผู้รำที่มีลีลาท่ารำที่อ่อนช้อยงดงาม และอวดฝีมือในการรำที่สอดประสานกันอย่างกลมกลืน ถูกต้องตามแบบแผน และการแสดงอารมณ์ความรู้สึก ที่สอดคล้องตามบทร้องหรือลักษณะการแสดง

d)

ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง

13.

รำหมู่ มีเอกลักษณ์อย่างไร

a)

เน้นผู้รำที่มีลีลาท่ารำที่อ่อนช้อยงดงาม มีท่วงท่า ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถูกต้องตามแบบแผน

b)

เน้นความงดงามที่ความพร้อมเพรียง ฝีมือของผู้ประดิษฐ์ท่ารำ การแปรแถวจัดซุ้มเหมือนระบำ

c)

เน้นผู้รำที่มีลีลาท่ารำที่อ่อนช้อยงดงาม และอวดฝีมือในการรำที่สอดประสานกันอย่างกลมกลืน ถูกต้องตามแบบแผน และการแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่สอดคล้องตามบทร้องหรือลักษณะการแสดง

d)

ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง

14.

การแสดงพื้นเมือง “ภาคเหนือ” มีเอกลักษณ์อย่างไร

a)

เน้นการแสดงที่มีลีลาและจังหวะการร่ายรำที่รวดเร็วกระฉับกระเฉง การแสดงมักสะท้อนถึงวิถีชีวิตเป็นหลัก

b)

เน้นการแสดงที่มีลีลาและจังหวะการร่ายรำที่รวดเร็วสนุกสนาน อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลทางการแสดงจากวัฒนธรรมเขมรอีกด้วย

c)

เน้นลีลาท่ารำที่ให้ความอ่อนช้อย สวยงาม มีทั้งการแสดงที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของเผ่าพันธุ์/ชนเผ่าต่าง ๆ และการแสดงแบบราชสำนักที่มีระเบียบแบบแผนเคร่งครัด

d)

มีการแสดงที่มีความหลากหลาย นิยมเล่นในหน้าเทศกาล/ประเพณี/งานรื่นเริงทั่วไป การแสดงส่วนใหญ่เน้นการร้องโต้ตอบกัน และการแสดงให้เห็นถึงปฏิภาณไหวพริบของนักแสดง

e)

เป็นการแสดงที่แสดงให้เห็นถึงค่านิยมในท้องถิ่นเป็นหลัก เน้นการให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างชาย-หญิง ความเชื่อ ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณี มีผลต่อรูปแบบและลักษณะการแสดงของภูมิภาคนี้

15.

การแสดงพื้นเมือง “ภาคกลาง” มีเอกลักษณ์อย่างไร

a)

เน้นการแสดงที่มีลีลาและจังหวะการร่ายรำที่รวดเร็วกระฉับกระเฉง การแสดงมักสะท้อนถึงวิถีชีวิตเป็นหลัก

b)

เน้นการแสดงที่มีลีลาและจังหวะการร่ายรำที่รวดเร็วสนุกสนาน อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลทางการแสดงจากวัฒนธรรมเขมรอีกด้วย

c)

เน้นลีลาท่ารำที่ให้ความอ่อนช้อย สวยงาม มีทั้งการแสดงที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของเผ่าพันธุ์/ชนเผ่าต่าง ๆ และการแสดงแบบราชสำนักที่มีระเบียบแบบแผนเคร่งครัด

d)

มีการแสดงที่มีความหลากหลาย นิยมเล่นในหน้าเทศกาล/ประเพณี/งานรื่นเริงทั่วไป การแสดงส่วนใหญ่เน้นการร้องโต้ตอบกัน และการแสดงให้เห็นถึงปฏิภาณไหวพริบของนักแสดง

e)

เป็นการแสดงที่แสดงให้เห็นถึงค่านิยมในท้องถิ่นเป็นหลัก เน้นการให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างชาย-หญิง ความเชื่อ ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณี มีผลต่อรูปแบบและลักษณะการแสดงของภูมิภาคนี้

16.

การแสดงพื้นเมือง “ภาคอีสานตอนเหนือ” มีเอกลักษณ์อย่างไร

a)

เน้นการแสดงที่มีลีลาและจังหวะการร่ายรำที่รวดเร็วกระฉับกระเฉง การแสดงมักสะท้อนถึงวิถีชีวิตเป็นหลัก

b)

เน้นการแสดงที่มีลีลาและจังหวะการร่ายรำที่รวดเร็วสนุกสนาน อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลทางการแสดงจากวัฒนธรรมเขมรอีกด้วย

c)

เน้นลีลาท่ารำที่ให้ความอ่อนช้อย สวยงาม มีทั้งการแสดงที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของเผ่าพันธุ์/ชนเผ่าต่าง ๆ และการแสดงแบบราชสำนักที่มีระเบียบแบบแผนเคร่งครัด

d)

มีการแสดงที่มีความหลากหลาย นิยมเล่นในหน้าเทศกาล/ประเพณี/งานรื่นเริงทั่วไป การแสดงส่วนใหญ่เน้นการร้องโต้ตอบกัน และการแสดงให้เห็นถึงปฏิภาณไหวพริบของนักแสดง

e)

เป็นการแสดงที่แสดงให้เห็นถึงค่านิยมในท้องถิ่นเป็นหลัก เน้นการให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างชาย-หญิง ความเชื่อ ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณี มีผลต่อรูปแบบและลักษณะการแสดงของภูมิภาคนี้

17.

การแสดงพื้นเมือง “ภาคอีสานตอนใต้” มีเอกลักษณ์อย่างไร

a)

เน้นการแสดงที่มีลีลาและจังหวะการร่ายรำที่รวดเร็วกระฉับกระเฉง การแสดงมักสะท้อนถึงวิถีชีวิตเป็นหลัก

b)

เน้นการแสดงที่มีลีลาและจังหวะการร่ายรำที่รวดเร็วสนุกสนาน อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลทางการแสดงจากวัฒนธรรมเขมรอีกด้วย

c)

เน้นลีลาท่ารำที่ให้ความอ่อนช้อย สวยงาม มีทั้งการแสดงที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของเผ่าพันธุ์/ชนเผ่าต่าง ๆ และการแสดงแบบราชสำนักที่มีระเบียบแบบแผนเคร่งครัด

d)

มีการแสดงที่มีความหลากหลาย นิยมเล่นในหน้าเทศกาล/ประเพณี/งานรื่นเริงทั่วไป การแสดงส่วนใหญ่เน้นการร้องโต้ตอบกัน และการแสดงให้เห็นถึงปฏิภาณไหวพริบของนักแสดง

e)

เป็นการแสดงที่แสดงให้เห็นถึงค่านิยมในท้องถิ่นเป็นหลัก เน้นการให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างชาย-หญิง ความเชื่อ ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณี มีผลต่อรูปแบบและลักษณะการแสดงของภูมิภาคนี้

18.

การแสดงพื้นเมือง “ภาคใต้” มีเอกลักษณ์อย่างไร

a)

เน้นการแสดงที่มีลีลาและจังหวะการร่ายรำที่รวดเร็วกระฉับกระเฉง การแสดงมักสะท้อนถึงวิถีชีวิตเป็นหลัก

b)

เน้นการแสดงที่มีลีลาและจังหวะการร่ายรำที่รวดเร็วสนุกสนาน อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลทางการแสดงจากวัฒนธรรมเขมรอีกด้วย

c)

เน้นลีลาท่ารำที่ให้ความอ่อนช้อย สวยงาม มีทั้งการแสดงที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของเผ่าพันธุ์/ชนเผ่าต่าง ๆ และการแสดงแบบราชสำนักที่มีระเบียบแบบแผนเคร่งครัด

d)

มีการแสดงที่มีความหลากหลาย นิยมเล่นในหน้าเทศกาล/ประเพณี/งานรื่นเริงทั่วไป การแสดงส่วนใหญ่เน้นการร้องโต้ตอบกัน และการแสดงให้เห็นถึงปฏิภาณไหวพริบของนักแสดง

e)

เป็นการแสดงที่แสดงให้เห็นถึงค่านิยมในท้องถิ่นเป็นหลัก เน้นการให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างชาย-หญิง ความเชื่อ ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณี มีผลต่อรูปแบบและลักษณะการแสดงของภูมิภาคนี้

19.

การแสดงพื้นเมืองภาคใดที่ “ไม่นิยมให้สตรีเข้าสังคมกับบุรุษ แม้ว่าภายหลังจะมีการแสดงคู่ชายหญิงแล้ว แต่ก็เป็นการแสดงที่ต่างคนต่างเต้นเท่านั้น ไม่มีการสัมผัสถูกเนื้อต้องตัวกัน”

a)

ภาคเหนือ

b)

ภาคกลาง

c)

ภาคอีสานตอนเหนือ

d)

ภาคอีสานตอนใต้

e)

ภาคใต้

20.

ปัจจัยใดที่ส่งผลต่อลักษณะการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองน้อยที่สุด

a)

สภาวะเศรษฐกิจและสังคม

b)

วิถีชีวิตและการประกอบอาชีพ

c)

สภาพภูมิศาสตร์/ที่ตั้ง/อาณาเขต

d)

ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อ

e)

วัฒนธรรมต่างชาติ/เขตติดต่อทางวัฒนธรรม

21.

ในการศึกษาประวัติความเป็นมาของละคร หลักฐานจากแหล่งใดมีความน่าเชื่อถือน้อยที่สุด

a)

ศิลาจารึก

b)

ภาพเขียน/ภาพจำหลัก

c)

เอกสารตำรา

d)

เรื่องเล่า/นิทาน/ตำนาน

22.

การที่ไทยรับคติความเชื่อของพราหมณ์ที่มีการรำบวงสรวง ตามเทวสถานในอินเดีย

ทำให้เกิดการแสดงตามข้อใด

a)

ละครใน

b)

ละครนอก

c)

ละครหลวง

d)

ละครแก้บน

23.

ตามข้อสันนิษฐานทางประวัติละครไทย ละครในข้อใดถือเป็นละครที่มีความเก่าแก่มากที่สุด

a)

อิเหนา

b)

อุณรุท

c)

มโนราห์

d)

รามเกียรติ์

24.

“ละครใน” ถูกพัฒนาขึ้นในสมัยใด

a)

สมัยสุโขทัย

b)

สมัยอยุธยา

c)

สมัยธนบุรี

d)

สมัยรัตนโกสินทร์

25.

คณะละคร/นางรำรับจ้างที่อยู่ภายในบริเวณวัดหลวงพ่อโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรานั้น เป็นละครแบบใด

a)

ละครใน

b)

ละครนอก

c)

ละครหลวง

d)

ละครแก้บน

26.

ละครใน ใช้นักแสดงเพศใดในการทำการแสดง

a)

ผู้หญิงล้วน

b)

ผู้ชายล้วน

c)

ผู้หญิงและผู้ชาย

d)

ไม่มีข้อกำหนดที่แน่นอน

27.

ละครนอก ใช้นักแสดงเพศใดในการทำการแสดง

a)

ผู้หญิงล้วน

b)

ผู้ชายล้วน

c)

ผู้หญิงและผู้ชาย

d)

ไม่มีข้อกำหนดที่แน่นอน

28.

“เจ้าฟ้าพินทวดี” มีบทบาทสำคัญทางนาฏศิลป์

a)

เป็นผู้พัฒนาละครใน

b)

สืบทอดท่ารำจากสมัยอยุธยามาสู่สมัยธนบุรี

c)

ประพันธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ไว้มากมายหลายตอน 

d)

ถูกทุกข้อ

29.

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีความเกี่ยวข้อง/บทบาท ทางนาฏศิลป์ในสมัยธนบุรีอย่างไร

๑) พระราชนิพนธ์บทละครในเรื่องรามเกียรติ์

๒) ปรับแก้ไขบทละครให้มีความเหมาะสมกับการแสดง

๓) มีความสนพระทัยในศิลปะการแสดงนาฏศิลป์และละคร

a)

ข้อ ๑) เท่านั้น

b)

ข้อ ๑) และ ๒)

c)

ข้อ ๑) และ ๓)

d)

ข้อ ๑), ๒) และ ๓)  

30.

"ยกเลิกละครหลวง"

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสมัยใด

a)

รัชกาลที่ ๑

b)

รัชกาลที่ ๒

c)

รัชกาลที่ ๓

d)

รัชกาลที่ ๔

e)

รัชกาลที่ ๕

31.

"เกิดภาษีโขนละครเป็นครั้งแรก"

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสมัยใด

a)

รัชกาลที่ ๑

b)

รัชกาลที่ ๒

c)

รัชกาลที่ ๓

d)

รัชกาลที่ ๔

e)

รัชกาลที่ ๕

32.

"การละครถูกแพร่หลายไปสู่ประชาชนมากขึ้น"

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสมัยใด

a)

รัชกาลที่ ๑

b)

รัชกาลที่ ๒

c)

รัชกาลที่ ๓

d)

รัชกาลที่ ๔

e)

รัชกาลที่ ๕

33.

"มีการนำท่ารำจากประเทศเพื่อนบ้านมาประดิษฐ์ท่ารำ"

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสมัยใด

a)

รัชกาลที่ ๑

b)

รัชกาลที่ ๒

c)

รัชกาลที่ ๓

d)

รัชกาลที่ ๔

e)

รัชกาลที่ ๕

34.

"โปรดให้รวบรวมตำราฟ้อนรำและเผยแพร่การแสดงที่ประเทศกัมพูชา"

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสมัยใด

a)

รัชกาลที่ ๑

b)

รัชกาลที่ ๒

c)

รัชกาลที่ ๓

d)

รัชกาลที่ ๔

e)

รัชกาลที่ ๕

35.

"เป็นผู้ให้กำเนิดละครพูด"

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสมัยใด

a)

รัชกาลที่ ๖

b)

รัชกาลที่ ๗

c)

รัชกาลที่ ๘

d)

รัชกาลที่ ๙

e)

รัชกาลที่ ๑๐

36.

"กำหนดให้วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันศิลปินแห่งชาติ"

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสมัยใด

a)

รัชกาลที่ ๖

b)

รัชกาลที่ ๗

c)

รัชกาลที่ ๘

d)

รัชกาลที่ ๙

e)

รัชกาลที่ ๑๐

37.

"จัดตั้งกรมมหรสพและโรงเรียนฝึกหัดศิลปะทางโขน ละคร ดนตรี ปี่พาทย์"

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสมัยใด

a)

รัชกาลที่ ๖

b)

รัชกาลที่ ๗

c)

รัชกาลที่ ๘

d)

รัชกาลที่ ๙

e)

รัชกาลที่ ๑๐

38.

"มีการก่อตั้งสถาบันการเรียนการสอนศิลปะ (วิทยาลัยนาฏศิลป์) เกิดรำวงมาตรฐาน มีการแสดงละครปลุกใจ/รักชาติ"

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสมัยใด

a)

รัชกาลที่ ๖

b)

รัชกาลที่ ๗

c)

รัชกาลที่ ๘

d)

รัชกาลที่ ๙

e)

รัชกาลที่ ๑๐

39.

"ประสบภาวะเศรษฐกิจทรุดโทรม มีการยกเลิกกรมมหรสพ"

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสมัยใด

a)

รัชกาลที่ ๖

b)

รัชกาลที่ ๗

c)

รัชกาลที่ ๘

d)

รัชกาลที่ ๙

e)

รัชกาลที่ ๑๐

40.

อยากบอกอะไรกับครูผู้สอนในรายวิชานี้ เชิญจ้า ^^

4 lines