NEW
Font size
Worksheetsแบบทดสอบสรุปบทเรียนปลายภาค ม.2
Total questions: 40
Worksheet time: 20mins
1) ขั้นตอนการทำรายงานข้อใดเรียงลำดับถูกต้อง
1. การเลือกหัวเรื่อง การวางแผน การเขียนรายงาน การดำเนินงาน การนำเสนอ
2การเลือกหัวเรื่อง การวางแผน การดำเนินงาน
การเขียนรายงาน การนำเสนอ
3. การวางแผน การเลือกหัวเรื่อง การดำเนินงาน
การเขียนรายงาน การนำเสนอ
4. การวางแผน การเลือกหัวเรื่อง การเขียนรายงาน
การดำเนินงาน การนำเสนอ
2) การเขียนรายงานโครงงานควรใช้ภาษาเขียนแบบใดจึงจะเหมาะสม
1. ใช้ภาษาเข้าใจง่ายและตรงประเด็น
2. ใช้ภาษาแบบเป็นกันเองตามความเข้าใจของผู้จัดทำ
3. ใช้รูปภาพและวัสดุจริงเป็นส่วนประกอบการเขียน
รายงาน
4. ใช้ภาษาทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษาเพื่อเป็น
ทางเลือกให้ผู้อ่านได้ติดตาม
3) ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเขียนรายงาน
1. เรียบเรียงข้อมูลตามความสนใจอะไรมาก่อนก็ได้ตาม
สิ่งที่วางไว้
2. คัดลอกผลงานผู้อื่นมาเรียงเรียงเป็นผลงานตนเอง
ต้องขอบคุณอ้างถึงเจ้าของผลงาน
3. การเขียนรายงานควรใช้ภาษาของตนเองให้มากที่สุด
และควรมีผู้ตรวจสอบการใช้ภาษา
4. เมื่อจำเป็นต้องคัดลอกข้อความหรือนำข้อมูลของ
ผู้อื่นมาอ้างอิงต้องบอกให้ชัดเจนว่ามาจากที่ใด
4) การพูดรายงานที่ทำให้สัมฤทธิ์ผลมีลักษณะอย่างไร
1. พูดชัดถ้อยชัดคำ
2. พูดถูกกาลเทศะ
3. พูดแต่กินความมาก
4. พูดให้คนคล้อยตามได้
5) ข้อใดมีความสำคัญที่สุดที่ทำให้สามารถพูดให้คนอื่นฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. เตรียมตัวให้พร้อม
2. มีความจริงใจต่อผู้ฟัง
3. มีความเชื่อมั่นในตนเอง
4. การเลือกเฟ้นคำพูดที่สละสลวย
6) ข้อใดเป็นลักษณะการพูดที่ดีที่สุด
1. พูดอย่างมีเหตุผล
2. พูดชัดเจนถูกต้อง
3. พูดเข้าใจแจ่มแจ้ง
4. พูดตรงประเด็นสั้นกระชับได้ใจความ
7) ข้อใดต่อไปนี้เป็นเป็การแสดงข้อคิดเห็น
1. คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้
2. ต้นสนขึ้นเรียงรายตามชายหาดแม่รำพึง
3. ต้นไม้นอกจากจะช่วยให้ความชุ่มชื้นยังช่วยป้องกัน
ลมได้ด้วย
4. ใน 1 วันเราควรดื่มน้ำวันละ 6-7 แก้ว จะช่วยให้
ผิวหนังแต่งตึง
8) ข้อใดเป็นข้อเท็จจริง
1. วันนี้อากาศครึ้มฝนคงจะตก
2. การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด
3. การตื่นนอนแต่เช้าถือว่าเป็นกำไรของชีวิต
4. จังหวัดหนองคายมีพรมแดนติดกับประเทศลาว
9) ข้อความใดไม่มีข้อคิดเห็น
1. วันนี้คาดว่าฝนไม่ตกเพราะอากาศดีลมเย็นสบาย
ท้องฟ้าสดใส
2. วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้น่าจะเป็นวันที่สบายที่สุด
เพราะไม่มีงานค้าง
3. การเต้นอารบิกทำให้การเต้นของหัวใจดีขึ้น
น่าจะทำให้ร่ายกายสดชื่น
4. เจ้าหน้าที่น่าจะทำฝนเทียมเพื่อบรรเทาฝุ่น
ละออง PM 2.5 ในอากาศ
10) จงเติมคำในช่องว่างให้ถูกต้องตามข้อบังคับของ
การแต่งกลอนสุภาพ
“งามศาสตร์ศิลป์เพื่อนบ้านใกล้ไทยเขมร
งาม (1) ปราสาทพระวิหาร
คือสัมพันธ์จริงแท้แต่ (2)
เป็นสถานแทนศรัทธา (3)
แม้หมู่มวลปัญหามาขัดแย้ง
อย่าแก่งแย่งอย่าแบ่งฝ่ายให้ (4)
สานความรักสองแผ่นดินถิ่นของตน
โลกสุขล้นสันติสุขทุกที่ทาง”
1. (1) ชัดเจน (2) โบราณ (3) มหาชน (4) สับสน
2. (1) ดั่งเช่น (2) กล้าหาญ (3) ไทยทุกคน (4) อับจน
3. (1) โดดเด่น (2) เดิมนาน (3) ของปวงชน (4) ทุกข์
4. (1) เหลือเกิน (2) ครั้งสยาม (3) เทพเบื้องบน
(4) ร้อนรน
11) เมื่อเรียงลำดับวรรคตามข้อบังคับของ
กลอนสุภาพแล้ว ข้อใดเป็นวรรครอง
1. คอยฉุดรั้งพวกพ้องต้องมืดมน
2. ใช้ชีวิตขาดหลักธรรมอำนวยผล
3. เพราะคนพาลทำหยาบช้าพาหลงผิด
4. จะคบคนควรตรึกตรองมองการณ์ไกล
12) ข้อใดไม่ใช่ข้อบังคับฉันทลักษณ์ของกลอนสุภาพ
1. สัมผัสในสัมผัสภายในวรรค
2. สัมผัสนอกสัมผัสระหว่างวรรค
3. สัมผัสเชื่อมระหว่างบทกำหนด 1 แห่ง
4. คำท้ายวรรคหน้าสัมผัสกับคำที่ 3 หรือคำที่ ๔
ของวรรคหลัง
13) เพราะเหตุใดพระอิศวรจึงทรงรู้สึกเสียใจ ที่ได้ประทาน “นิ้วเพชร” ให้แก่นนทก
1. เพราะประทานอิทธิฤทธิ์ให้แก่คนชั่วอย่างนนทก
2. เพราะประทานอำนาจให้แก่คนที่ลืมตัวอย่างนนทก
3. เพราะประทานรางวัลให้แก่คนที่ไม่สมควรได้รับ
อย่างนนทก
4. เพราะประทานความชอบให้แก่นนทกโดยไม่ได้
ถามไถ่เหล่าเทวดา
14) พระนารายณ์แปลงเป็นนางรำ ลวงให้นนทก
ร่ายรำตามท่าต่าง ๆ จนถึงท่านาคาม้วนหาง ต้องการสิ่งใด
1. ต้องการให้นนทกหลงใหลในความงามของนางรำ
จนประมาท
2. ต้องการให้นนทกเคลิบเคลิ้มร่ายรำตามท่าต่าง ๆ
จนไม่ระมัดตนเอง
3. ต้องการให้นนทกรู้ฤทธิ์เดชอำนาจของ “นิ้วเพชร”
ที่ใช้ทำระรานผู้อื่น
4. ต้องการให้นนทกรู้สึกตัวและคิดได้ว่าสิ่งที่ทำนั้น
ไม่ถูกต้องสมควรถูกลงโทษ
15) ข้อใดสรุปลักษณะทางวรรณศิลป์ของคำประพันธ์
ต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
1. จนผมโกร๋นโล้นเกลี้ยงถึงเพียงหู
ดูเงาในน้ำแล้วร้องไห้
ฮัดฮัดขัดแค้นแน่นใจ
ตาแดงดั่งแสงไฟฟ้า
2. เหลือบเห็นสตรีวิไลลักษณ์
พิศพักตร์ผ่องเพียงแขไข
งามโอษฐ์งามแก้มงามจุไร
งามนัยน์เนตรงามกร
3. โฉมเอยโฉมเฉลา
เสาวภาคย์แน่งน้อยพิสมัย
เจ้ามาแต่สวรรค์ชั้นใด
นามกรชื่อไรนะเทวี
4. เหตุใดมิทำซึ่งหน้า
มารยาเป็นหญิงไม่บัดสี
ฤๅว่ากลัวนิ้วเพชรนี้
จะชี้พระองค์ให้บรรลัย
16) ข้อใดคือข้อคิดสำคัญที่ปรากฏในบทละครเรื่อง
รามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทก
1. ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย
2. ความโกรธทำให้คนเราทำสิ่งเลวร้ายทุกอย่างได้
เพราะขาดสติ
3. ความหลงใหลในรูป รส กลิ่น เสียง และกิเลสตัณหา
เป็นเหตุแห่งความพินาศ
4. อำนาจหากตกอยู่ในมือของคนที่ขาดความรู้สึก
ผิดชอบย่อมก่อให้เกิดผลร้ายมหาศาล
17) คำประพันธ์ข้อใดเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดในบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ตอนนารายณ์ปราบนนทก
1. ให้นิ้วข้าเป็นเพชรฤทธี จะชี้ใครจงม้วยสังขาร์
จะได้รองเบื้องบาทา ไปกว่าจะสิ้นชีวี
2. ชาตินี้มึงมีแต่สองหัตถ์ จงไปอุบัติเอาชาติใหม่
ให้สิบเศียรสิบพักตร์เกรียงไกร เหาะเหินเดินได้ในอัมพร
3. อ้ายนี่ทำชอบมาช้านาน เราจึงประทานพรให้
มันกลับทรยศกระบถใจ การหยาบใหญ่ถึงเพียงนี้
4. อยู่บันไดไกรลาสเป็นนิจ ราฤทธิ์ตบหัวแล้วลูบหน้า
บ้างให้ตักน้ำล้างบาทา บ้างถอนเส้นเกศาวุ่นไป
18) ข้อใดสรุปลักษณะทางวรรณศิลป์ของคำประพันธ์
ต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
1. จนผมโกร๋นโล้นเกลี้ยงถึงเพียงหู
ดูเงาในน้ำแล้วร้องไห้ ฮัดฮัดขัดแค้นแน่นใจ
ตาแดงดั่งแสงไฟฟ้า
2. เหลือบเห็นสตรีวิไลลักษณ์ พิศพักตร์ผ่องเพียงแขไข
งามโอษฐ์งามแก้มงามจุไร งามนัยน์เนตรงามกร
3. โฉมเอยโฉมเฉลา เสาวภาคย์แน่งน้อยพิสมัย
เจ้ามาแต่สวรรค์ชั้นใด นามกรชื่อไรนะเทวี
4. เหตุใดมิทำซึ่งหน้า มารยาเป็นหญิงไม่บัดสี
ฤๅว่ากลัวนิ้วเพชรนี้ จะชี้พระองค์ให้บรรลัย
19) ข้อใดกล่าวถึงโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการไม่ถูกต้อง
1. โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการแต่งเป็นโคลงสี่สุภาพ
ทั้งหมด 10 บท
2. “ทศนฤทุมนาการ” หมายถึง กิจ 10 ประการ
ที่ผู้ประพฤติยังไม่เคยเสียใจ
3. โคลงทั้ง 10 บทมีเนื้อหาเป็นข้อแนะนำทั้งทางด้าน
มโนกรรม วจีกรรม และกายกรรม
4. พระบาทพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราช
นิพนธ์แปลจากภาษาอังกฤษมาเป็นโคลงสี่สุภาพ
20) หากเพื่อนของนักเรียนมีศัตรูมาก เพราะไม่เคยให้ความช่วยเหลือใคร และมักพูดจาหยาบคายว่าร้ายผู้อื่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะเวลาไม่พอใจ นักเรียนควรแนะนำให้เพื่อนประพฤติกิจในโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการข้อใด
1. ทำความดีทั่วไป ไม่พูดร้ายต่อใคร
และอดพูดเวลาโกรธ
2. ทำความดีทั่วไป รู้จักอดกลั้นต่อผู้อื่น
และคิดเสียก่อนจึงพูด
3. มีความกรุณาต่อคนที่ถึงอับจน คิดเสียก่อนจึงพูด
และอดพูดเวลาโกรธ
4. มีความกรุณาต่อคนที่ถึงอับจน รู้จักอดกลั้นต่อผู้อื่น
และรู้จักขอโทษเมื่อทำผิด
21) หากนักเรียนทำงานผิดพลาดเพราะขาดความรอบคอบ มักตัดสินใจรวดเร็ว เพียงเพราะฟังคำพูดอันไร้สาระของคนอื่น แม้บางครั้งจะรู้ว่าเป็นคำพูดที่เพ้อเจ้อ แต่ก็ชอบฟัง และบางครั้งก็เชื่อทันทีโดยไม่ได้พิจารณาให้ถี่ถ้วน นักเรียนคิดว่ากิจในโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการข้อใดที่ควรนำไปประพฤติปฏิบัติ
1. ทำความดีทั่วไป รู้จักขอโทษเมื่อทำผิด และไม่
หลงเชื่อข่าวร้าย
2. ทำความดีทั่วไป ไม่ฟังคำคนพูดเพศนินทา และไม่
หลงเชื่อข่าวร้าย
3. ถามฟังความก่อนตัดสิน คิดเสียก่อนจึงพูด และไม่
ฟังคำคนพูดเพศนินทา
4. ถามฟังความก่อนตัดสิน ไม่ฟังคำคนพูดเพศนินทา
และไม่หลงเชื่อข่าวร้าย
22) โคลงบทใดไม่มีการเปรียบเทียบ
1. พาทีมีสติรั้ง รอคิด
รอบคอบชอบแลผิด ก่อนพร้อง
คำพูดพ่างลิขิต เขียนร่าง เรียงแฮ
ฟังเพราะเสนาะต้อง โสตทั้งภัย
2. กรุณานรชาติผู้ พ้องภัย พิบัติเฮย
ช่วยรอดปลอดความกษัย สว่างร้อน
ผลจักเพิ่มพูนใน อนาคต กาลแฮ
ชนจักชูชื่อช้อน ป่างเบื้องปัจจุบัน
3. ขันตีมีมากหมั้น สันดาน
3.ใครเกะกะระราน อดกลั้น
ไป่ฉุนเฉียบเฉกพาล พาเดือด ร้อนพ่อ
ผู้ประพฤติดั่งนั้น จักได้ใจเย็น
4. ไป่ฟังคนพูดฟุ้ง ฟั่นเฝือ
เท็จและจริงจานเจือ คละเคล้า
คือมีดเที่ยวกรีดเถือ ท่านทั่ว ไปนา
ฟังจะพาพลอยเข้า พวกเพ้อรังควาน
23) ข้อใดกล่าวถึงคำประพันธ์ต่อไปนี้ถูกต้อง
“ยินคดีมีเรื่องน้อย ใหญ่ไฉน ก็ดี
ยังบ่ลงเห็นไป เด็ดด้วน
ฟังตอบขอบคำไข คิดใคร่ ครวญนา
ห่อนตัดสินห้วนห้วน เหตุด้วยเบาความ”
1. สอนให้ใช้วิจารณญาณในการฟัง
2. มีการเล่นคำและใช้โวหารภาพพจน์
3. คำว่า “เบาความ” หมายถึง ไม่หนักแน่น
4. ตรงกับสำนวนที่ว่า “ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด”
24) ข้อใดกล่าวถึงโคลงต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
“อีกหนึ่งไป่เชื่อถ้อย คำคน ลือแฮ
บอกเล่าข่าวเหตุผล เรื่องร้าย
สืบสอบประกอบจน แจ่มเท็จ จริงนา
ยังบ่ด่วนยักย้าย ตื่นเต้นก่อนกาล”
1. ตรงกับสำนวนที่ว่า “กระต่ายตื่นตูม”
2. เป็นข้อแนะนำด้านกายกรรมหรือการกระทำ
3. สอนให้เราไม่ตระหนกกับข่าวร้ายโดยไม่ได้
พิจารณา
4. คนที่ฟังหูไว้หูคือคนที่ปฏิบัติตามคำสอนในโคลง
ข้างต้น
25) เรื่องบิดากับบุตรทั้งหลาย ให้ข้อคิดแก่ผู้อ่านตามข้อใด
1. ให้พี่น้องมีความซื่อสัตย์ต่อกัน
2. ให้บุตรมีความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณ
3. ให้บิดามีความรักใคร่ในตัวบุตรเท่า ๆ กัน
4. ให้พี่น้องมีความรัก สามัคคีปรองดองเป็นน้ำหนึ่ง
ใจเดียวกัน
26) ชาติกักขฬะดุร้ายสันดาน คำว่า “กักขฬะ” มีความหมายตรงกับข้อใด
3. เหี้ยมโหดมาก
1. ดุร้ายมาก
2. โหดร้ายมาก
2. โหดร้ายมาก
4. หยาบบคายมาก
27) “ดุจไก่พบแก้วล้ำ หลีกแล้วเลยจร” โคลงบทนี้ให้ข้อคิดตรงกับข้อใด
1. คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด
2. ของดีของมีค่าอยู่ที่ไหนก็ยังมีค่าเสมอ
3. ผู้ฉลาดย่อมรู้ว่าสิ่งใดมีประโยชน์แก่ตน
4. ของดีของมีค่าย่อมมีประโยชน์ต่อผู้ที่รู้จักใช้
28) ข้อใดใช้ภาพพจน์
1. เชื่อเร็วแรงเรี่ยวทั้ง เชาวน์ชาญ เชี่ยวแฮ
2. แม้นประมาทมละกาล ก็ล้า
3. โฉดช้าอุตส่าห์หาญ ห่อนหยุด ยั้งเฮย
4. ดังเต่ากระต่ายท้า แข่งช้าชนะเร็ว
29) อย่าประมาทผู้ ทุรพล
คำว่า “ทุรพล “ หมายความว่าอย่างไร
1. ศรัตรู
2. พิการ
3. กำลังน้อย
4. ผู้ตกทุกข์ได้ยาก
30) ข้อใดกล่าวถึงคุณค่าของโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ โคลงสุภาษิตอิศศปปกรณำ
ต่างจากข้ออื่น
1. คุณค่าด้านเนื้อหาสอนให้ประพฤติและปฏิบัติตาม
2. คุณค่าทางสำนวนภาษาใช้คำเรียบง่ายและมีความ
เปรียบคมคาย
3. คุณค่าในการนำสุภาษิตมาประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวัน
4. คุณค่าโดยนำสุภาษิตมาให้นัเรียนได้ศึกษาความรู้
และประพฤติปฏิบัติ
31) ควรกล้ากล้ากล่าวถ้อย ทั้งฤทัยแท้แฮ
สุวภาพพจน์ภายใน จิตพร้อม
ความรักประจักษ์ใจ จริงแน่ นอนฤา
สามสิ่งควรรักน้อม จิตให้สนิทจริง
ข้อใดไม่ได้กล่าวถึงในบทประพันธ์ข้างต้น
1. ความกล้า
2. ความสุภาพ
3. ความรักใคร่
4. ความจริงใจ
32) ข้อใดแสดงความประสงค์ของผู้แต่ง
1. หวังสวัสดิ์ขจัดทุกข์สร้าง สืบสร้องศุภผล
2. ตามแบบบ่ขาดหวิ้น เสร็จแล้วสมบูรณ์
3. เป็นมาติกาทาง บัณฑิต แสวงเฮย
4. จบสามสิบหกเค้า คะแนนนับ หมวดแฮ
33. “พักตร์ผิดจิตผิดกันประมาณ ยากรู้” มีความหมาย ตรงกับสำนวนในข้อใด
1. ใจดีสู้เสือ
2. หน้าเนื้อใจเสือ
3. ปากว่าตาขยิบ
4. ปากหวานก้นเปรี้ยว
34. โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ต่อไปนี้ ข้อใดเป็นบาทที่ 2
1. อำนาจศักดิ์ศฤงคาร มั่งขั้ง
2. ปัญญาสติล้ำ เลิศญาณ
3. มารยาทเรียบเสี่ยมสาน เสงี่ยมเงื่อน งามนอ
4. สามสิ่งควรจักตั้ง แต่ซ้องสรรเสริญ
35. ศาสนาสอนสั่งให้ ประพฤติดี
หนึ่งยุติธรรมไป่มี เลือกผู้
ประพฤติเพื่อประโยชน์ศรี สวัสดิ์ทั่ว กันแฮ
สามสิ่งควรรอบรู้ เคารพเรื้องเจริญคุณ
จากบทประพันธ์ที่ยกมาคือสามสิ่งในข้อใด
1. ภิกษุ พ่อแม่ ครูอาจารย์
2. ภิกษุ สามเณร ผู้ปฏิบัติธรรม
3. พ่อแม่ ครูอาจารย์ ญาติผู้ใหญ่
4. ศาสนา ยุติธรรม สละประโยชน์ตนเอง
36. ปัญญาตรองตริล้ำ ลึกหลาย
ฉลาดยิ่งสิ่งแยบคลาย คาดรู้
มั่นคงไม่คืนคลาย คลอนกลับ กลายแฮ
สามสิ่งควรกอบกู้ กับผู้นับถือ
จากบทประพันธ์ที่ยกมาคือสามสิ่งในข้อใด
1. ปัญญา ฉลาด มั่นคง
2. ยอ หน้าเนื้อใจเสือ พลันรักพลันจืด
3. ความเชื่อถือ ความสงบ ใจบริสุทธิ์
4. ใจอารีสุจริต ใจดี ความสนุกเบิกเบิกบาน
พร้อมเพรียง
37) ข้อใดกล่าวถึงกลอนดอกสร้อย รำพึงในป่าช้าข้อใดกล่าวถูกต้อง
1. มีที่มาจากบทร้อยกรองกำสรดของกวีชาวฝรั่งเศส
2. บทร้อยกรองกำสรด คือ โคลงที่แต่งขึ้นเพื่อสดุดี
วีรกรรมของผู้ตาย
3. คุณค่าด้านเนื้อหาของ “รำพึงในป่าช้า” อยู่ที่การ
มุ่งแสดงคุณธรรมอันสูงส่งของมนุษย์
4. พระยาอุปกิตศิลปสารเป็นผู้ประพันธ์ “รำพึงใน
ป่าช้า” จากต้นฉบับแปลของเสฐียรโกเศศ
38) กลอนดอกสร้อยบทใดที่เสนอแนวคิดหลักของเรื่องชัดเจนที่สุด
1. สกุลเอ๋ยสกุลสูง ชักจูงจิตฟูชูศักดิ์ศรี
อำนาจนำความสง่าอ่าอินทรีย์ ความงามนำให้มีไมตรีกัน
ความร่ำรวยอวยสุขให้ทุกอย่าง เหล่านี้ต่างรอตายทำลายขันธ์
วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมดนั้น แต่ล้วนผันมาประจบหลุมศพเอย
2. ดวงเอ๋ยดวงมณี มักจะลี้ลับอยู่ในภูผา
หรือใต้ท้องห้องสมุทรสุดสายตา ก็เสื่อมซาสิ้นชมนิยมชน
บุปผชาติชูสีและมีกลิ่น อยู่ในถิ่นที่ไกลเช่นไพรสณฑ์
ไม่มีใครได้เชยเลยสักคน ย่อมบานหล่นเปล่าดายมากมายเอย
3. ซากเอ๋ยซากศพ อาจเป็นซากนักรบผู้กล้าหาญ
เช่นชาวบ้านบางระจันขันรำบาญ กับหมู่ม่านมาประทุษอยุธยา
ไม่เช่นนั้นท่านกวีเช่นศรีปราชญ์ นอนอนาถเล่ห์ใบ้ไร้ภาษา
หรือผู้กู้บ้านเมืองเรืองปัญญา อาจจะมานอนจมถมดินเอย
4. ยามเอ๋ยยามนี้ ปถพีมืดมัวทั่วสถาน
อากาศเย็นเยือกหนาวคราววิกาล สงัดปานป่าใหญ่ไร้สำเนียง
มีก็แต่จังหรีดกระกรีดกริ่ง! เรไรหริ่ง! ร้องขรมระงมเสียง
คอกควายวัวรัวเกราะเปาะเปาะ! เพียง รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย
39) ข้อใดกล่าวถึงคำประพันธ์ข้างต้นไม่ถูกต้อง
1. มีกลอน 1 บทที่ใช้โวหารเปรียบเทียบอันงดงาม
แยบคายเพื่อเสนอความคิดสำคัญ
2. มีกลอน 1 บทที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลสำคัญของไทย
มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับโลก
3. มีกลอน 1 บทที่แสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็นผู้ดีหรือ
ยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ไม่อาจหลีกหนีความตายพ้น
4. มีกลอน 1 บทที่ปรากฏลักษณะเด่นด้านวรรณศิลป์
คือ การใช้สัทพจน์ และการเล่นสัมผัสแพรวพราว
40) เนื้อหาของกลอนดอกสร้อย รำพึงในป่าช้าส่วนใหญ่แสดงการยกย่องใครมากที่สุด และเพราะเหตุใด
1. นักรบ เพราะเสียสละเลือดเนื้อปกป้องชาติ
บ้านเมือง
2. ชาวนา เพราะมีชีวิตอันสงบเรียบง่ายและมีความสุข
จากความสันโดษ
3. ผู้มีเกียรติเพราะมีชีวิตที่สุขสบาย ไปไหนมาไหนมี
แต่คนยกย่องสรรเสริญ
4. นักปราชญ์ เพราะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ
อุทิศตนเพื่อพัฒนาสังคมให้เจริญรุ่งเรือง
