wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ปลายภาค ภาษาไทย 1

Total questions: 35

Worksheet time: 18mins

Name
Class
Date
1.

ผู้ประพันธ์กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า คือใคร

a)

เสถียรโกเศศ

b)

พระยาอุปกิตศิลปสาร

c)

นาคะประทีป

d)

ทุกคนช่วยกันเรียบเรียง

2.

elegy ราชบัณฑิตยสถานได้บัญญัติคำในภาษาไทยว่าอะไร

a)

บทร้อยกรองกำสรด

b)

บทรำพึงรำพันในป่าช้า

c)

ความอาลัยอาวรณ์

d)

รำพึงถึงคนรัก

3.

ข้อใดกล่าวถึงกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าไว้ไม่ถูกต้อง

a)

นำมาจากกวีนิพนธ์เรื่อง Elegy Written in a Country Churchyard

b)

ผู้แต่งคนแรกเป็นชาวอังกฤษชื่อทอมัสเกรย์

c)

เขียนเรื่องนี้ที่สุสานเก่าของเมืองสโตกโปจส์ในมณฑลบักกิ้งแฮมเชอร์

d)

เป็นการเขียนเรื่องคืนเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ตั้งแต่เกิดชนตาย

4.

โทมัสเกรย์เป็นชาวอะไร

a)

อเมริกา

b)

อังกฤษ

c)

รัสเซีย

d)

อิตาลี

5.

ผู้ประพันธ์กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าเขียนตามฉบับแปลมาจากภาษาอังกฤษของใคร

a)

เสฐียรโกเศศ

b)

นาคะประทีป

c)

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์

d)

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

6.

คุณค่าด้านเนื้อหาของกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าคือข้อใด

a)

มุ่งแสดงคุณค่าของชีวิต

b)

มุ่งแสดงสัจธรรมของชีวิต

c)

มุ่งแสดงความสำคัญของชีวิต

d)

มุ่งแสดงความเป็นไปของชีวิต

7.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ต้นไอวี่ผู้ประพันธ์เปลี่ยนเป็นเถาวัลย์

b)

ต้นเอล์ม ผู้ประพันธ์เปลี่ยนเป็นต้นโพธิ์

c)

แมลงบีทเทิลผู้ประพันธ์เปลี่ยนเป็นจิ้งหรีดและเรไร

d)

จอห์น แฮมพ์เดน ผู้ประพันธ์เปลี่ยนเป็นศรีปราชญ์

8.

คำศัพท์ "กถามุข" มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

เบื้องต้นของเนื้อเรื่อง

b)

ตอนกลางของเนื้อเรื่อง

c)

ตอนท้ายของเนื้อเรื่อง

d)

เรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์

9.

คำประพันธ์ในข้อใดมีสัมผัสสระมากที่สุด

a)

มีก็แต่จิ้งหรีดกระกรีดกริ่ง

b)

เรไรหริ่ง!ร้องขรมระงมเสียง

c)

คอกควายวัวรัวเกราะเปาะเปาะ!เพียง

d)

รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย

10.

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้ามีที่มาจากกวีนิพนธ์เรื่องใด

a)

Hamlet

b)

Romeo and Juliet

c)

A Midsummer night's dream

d)

Elegy Written in a Country Churchyard

11.

ข้อใดเป็นสาระสำคัญของกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า

a)

ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง

b)

ความสุขอื่นยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี

c)

ชีวิตของเราไม่เที่ยง ความตายเที่ยง

d)

ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย

12.

"คอกควายวัวรัวเกราะเปาะเปาะ!เพียง รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย"

จงบอกลักษณะทางวรรณศิลป์

a)

การใช้อุปมา

b)

การใช้อุปลักษณ์

c)

การใช้บุคคลวัต

d)

การใช้สัทพจน์

13.

"ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน"

a)

การใช้อุปมา

b)

การใช้อุปลักษณ์

c)

การใช้บุคคลวัต

d)

การใช้สัทพจน์

14.

" มีก็แต่จังหรีดกระกรีดกริ่ง เรไรหริ่ง!ร้องขรมระงมเสียง"

a)

การใช้อุปมา

b)

การใช้อุปลักษณ์

c)

การใช้บุคคลวัต

d)

การใช้สัทพจน์

15.

ความเอ๋ยความรู้ เป็นเครื่องชูชี้ทางสว่างไสว

หมดโอกาสที่จะชี้ต่อนี้ไป ละห่วงใยอยากรู้ลงสู่ดิน

a)

การใช้อุปมา

b)

การใช้อุปลักษณ์

c)

บุคคลวัต

d)

สัทพจน์

16.

นกเอ๋ยนกแสก จับจ้องร้องแจ๊กเพียงแถกขวัญ

อยู่บนยอดหอระฆังบังแสงจันทร์ มีเถาวัลย์รุงรังถึงหลังคา

a)

การใช้อุปมา

b)

การใช้อุปลักษณ์

c)

การใช้บุคคลวัต

d)

การใช้สัทพจน์

17.

ยามเอ๋ยยามนี้ ปถพีมืดมัวทั่วสถาน

อากาศเย็นเยือกหนาวคราววิกาล สงัดปานป่าใหญ่ไร้สำเนียง

a)

การใช้อุปมา

b)

การใช้อุปลักษณ์

c)

การใช้สัทพจน์

d)

การใช้บุคคลวัต

18.

ข้อใดไม่ใช่ผลงานของพระยาอนุมานราชธน

a)

กามนิต

b)

หิโตปเทศ

c)

อาหรับราตรี

d)

ลิลิตนิทราชาคริต

19.

"คอกควายวัวรัวเกราะเปาะเปาะ!เพียง รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย"ข้อความนี้ปรากฏภาพพจน์ชนิดใด

a)

อุปมา

b)

อติพจน์

c)

สัทพจน์

d)

อุปลักษณ์

20.

"ล้วนร่างคนในเขตประเทศนี้ ดุษณีนอนราย ณ ภายใต้"

คำว่า"ดุษณี" มีความหมายอย่างไร

a)

พ่ายแพ้

b)

ยอมรับ

c)

อาการนิ่งสงบ

d)

แน่แท้ แน่นอน

21.

"นกเอ๋ยนกแสก จับจ้องร้องแจ๊กเพียงแถกขวัญ"

ข้อความนี้มีคุณค่าด้านสังคมอย่างไร

a)

สะท้อนความเชื่อเรื่องสัตว์นำโชค

b)

สะท้อนความเชื่อเรื่องสัตว์อัปมงคล

c)

สะท้อนความเชื่อเรื่องฤกษ์ประกอบพิธี

d)

สะท้อนความเชื่อเรื่องขวัญข้าวของชาวนา

22.

ข้อใดหมายถึงเครื่องบอกสัญญาณที่ทำด้วยไม้ใช้ตีหรือสั่นให้ดังเพื่อแจ้งเหตุ

a)

ผ้าย

b)

ย่ำ

c)

เกราะ

d)

หางยาม

23.

"เช่นชาวบ้านบางระจันขันรำบาญ กับหมู่ม่านมาประทุษอยุธยา"

คำว่า รำบาญ มีความหมายว่าอย่างไร

a)

ศัตรู

b)

ทำลาย

c)

รบศึก

d)

ขยันขันแข็ง

24.

ข้อใดสะท้อนเรื่องฐานะหรือชนชั้นทางสังคมในอดีตได้ชัดที่สุด

a)

ซากเอ๋ยซากศพ อาจเป็นซากนักรบผู้กล้าหาญ

เช่นชาวบ้านบางระจันขันรำบาญ กับหมู่ม่านมาประทุษอยุธยา

b)

ศพเอ๋ยศพสูง เป็นเครื่องจูงจิตให้เลื่อมใสศานต์

จารึกคำสำนวนชวนสักการ ผิดกับฐานชาวนาคนสามัญ

c)

ดวงเอ๋ยดวงจิต ลืมสนิทกิจการงานทั้งหลาย

ย่อมละชีพเคยสุขสนุกสบาย เคยเสียดายเคยวิตกเคยปกครอง

d)

ตัวเอ๋ยตัวทะยาน อย่าบันดาลดลใจให้ใฝ่ฝัน

ดูถูกกิจชาวนาสารพัน และความครอบครองกันอันชื่นบาน

25.

ข้อใดสะท้อนข้อคิดเรื่องความรักตัวกลัวตายอันเป็นธรรมชาติของมนุษย์

a)

สกุลเอ๋ยสกุลสูง ชักจูงจิตฟูชูศักดิ์ศรี

b)

ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร ไม่ยิ่งใหญ่เท่าห่วงดวงชีวิต

c)

หมดเอ๋ยหมดห่วง หมดดวงวิญญาณลาญสลาย

d)

ร่างเอ๋ยร่างกาย ยามตายจมพื้นดาษดื่นหลาม

26.

ผู้ถ่ายทอด Elegy Written in a Country Churchyard เป็นกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าคือใคร

a)

เสฐียรโกเศศ

b)

พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ)

c)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

d)

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

27.

จากกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้ากวีไทยนำวรรณคดีตะวันตกมาสร้างสรรค์วรรณคดีไทยอย่างไร

a)

ใช้วิธีแปลตรงตามเนื้อหาจากตัวบทวรรณคดีตะวันตก

b)

ใช้กลวิธีดัดแปลงเนื้อหาให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมไทย

c)

เอาตัวบทวรรณคดีตะวันตกเป็นต้นแบบแล้วใส่ตัวละครในวรรณคดีไทยดำเนินเรื่อง

d)

ยึดโครงเรื่องวรรณคดีตะวันตกแต่เพิ่มเติมรายละเอียดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

28.

ข้อใดไม่มีคำเลียนเสียงธรรมชาติ

a)

วังเอ๋ยวังเวง หง่างเหง่ง!ย่ำค่ำระฆังขาน

b)

มีก็แต่จังหรีดกระกรีดกริ่ง หรีดหริ่ง!ร้องขรมระงมเสียง

c)

ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน

d)

คอกควายวัวรัวเกราะเปาะเปาะ! เพียงรู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย

29.

ข้อใดไม่ใช่ข้อบังคับของกลอนดอกสร้อย

a)

บทหนึ่งมี 4 คำกลอนหรือ 8 วรรควรรคหนึ่ง ใช้คำ 6-8 คำ

b)

กลอนดอกสร้อยจะต้องลงท้ายด้วยคำว่า"เอย"เสมอ

c)

กำหนดตำแหน่งบังคับวรรณยุกต์เอก 7 ตำแหน่ง โท 4 ตำแหน่ง

d)

วรรคแรกที่ขึ้นต้นมี 4 คำคำที่ 1 กับคำที่ 3 ต้องซ้ำคำเดียวกันคำที่ 2 ต้องเป็นคำว่า"เอ๋ย"

30.

"ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร ไม่ยิ่งใหญ่เท่าห่วงดวงชีวิต

แม้คนลืมสิ่งใดได้สนิท ก็ยังคิดขึ้นได้เมื่อใกล้ตาย

ใครจะยอมละทิ้งซึ่งสิ่งสุข เคยเป็นทุกข์ห่วงใยเสียได้ง่าย

ใครจะยอมละแดนแสนสบาย โดยไม่ชายตาใฝ่อาลัยเอย"

กลอนดอกสร้อยบทนี้แสดงให้เห็นธรรมชาติของมนุษย์ตามข้อใด

a)

มนุษย์ย่อมรักลูกของตน

b)

มนุษย์ย่อมรักชีวิตของตน

c)

มนุษย์ย่อมรักพ่อแม่ของตน

d)

มนุษย์ย่อมรักครอบครัวของตน

31.

"ห่างเอ๋ยห่างไกล ห่างจากพวกมักใหญ่ฝักใฝ่หา

แต่สิ่งซึ่งเหลวไหลใส่อาตมา ความมักน้อยชาวนาไม่น้อมไป

เพื่อรักษาความสราญฐานวิเวก ร่มชื้อเฉกหุบเขาลำเนาไศล

สันโดษดับฟุ้งซ่านทะยานใจ ตามวิสัยชาวนาดีกว่าเอย"

สาระสำคัญของกลอนดอกสร้อยบทนี้คือข้อใด

a)

ขอจงอยู่ห่างไกลจากพวกมักใหญ่ใฝ่สูงไว้จะดีกว่า

b)

ควรไปหาความวิเวกตามป่าเขาลำเนาไพรจะดีที่สุด

c)

จงมักน้อยหรือถือสันโดษแบบชาวนาดีกว่า

32.

"ดวงเอ๋ยดวงมณี มักจะลี้ลับอยู่ในภูผา

หรือใต้ท้องห้องสมุทรสุดสายตา ก็เสื่อมซาสิ้นชมนิยมชม

บุปผชาติชูศรีและมีกลิ่น อยู่ในถิ่นที่ไกลเช่นไพรสนฑ์

ไม่มีใครได้เชยเลยสักคน ย่อมบานหล่นเปล่าดายมากมายเอย"

กลอนดอกสร้อยบทนี้สรุปได้ตามข้อใด

a)

ของดีมีค่ามักอยู่ในที่ลี้ลับเสมอ

b)

ของดีมีค่าอยู่ที่ไหนก็ย่อมมีค่า

c)

ของดีมีค่าน่าเสียดายอย่างยิ่ง

d)

ของดีมีค่าถ้าอยู่ในที่ลี้ลับหรือห่างไกลผู้คนย่อมไร้ประโยชน์

33.

"ร่างเอ๋ยร่างกาย ยามตายจมพื้นดาษดื่นหลาม

อย่าดูถูกถิ่นนี้ว่าที่ทราม อาจขึ้นชื่อลือนามในก่อนไกล

อาจจะเป็นเจดีย์มีพระศพ แห่งจอมภพจักรพรรดิกษัตริย์ใหญ่

ประเสริฐด้วยสัตตรัตน์จรัสชัย ณ สมัยก่อนกาลบุราณเอย"

คำประพันธ์ในข้อใดเป็นใจความสำคัญของกลอนดอกสร้อยข้างต้น

a)

ความตายจมพื้นดาษดื่นหลาม

b)

อย่าดูถูกถิ่นนี้ว่าที่ทราม

c)

อาจจะเป็นเจดีย์มีพระศพ

d)

ประเสริฐด้วยสัตตรัตน์จรัสชัย

34.

"ที่เอ๋ยที่ระลึก ถึงอธึกงามลบในภพพื้น

ก็ไม่ชวนชีพดับให้กลับคืน เสียงชมชื่นเชิดชูคุณผู้ตาย

เสียงประกาศเกียรติเอิกเกริกลั่น จะกระเทือนถึงกรรณนั้นอย่าหมาย

ล้วนเป็นคุณแก่ผู้ยังไม่วางวาย ชูเกียรติญาติไปภายภาคหน้าเอย"

ข้อใดที่กลอนดอกสร้อยนี้ไม่ได้กล่าวถึง

a)

สิ่งที่ระลึกที่สร้างขึ้นถึงแม้จะงามเลิศศักดิ์เพียงใดก็ไม่สามารถทำให้ผู้ตายฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้

b)

เสียงประกาศชื่นชมผู้ตายไม่สามารถไปถึงหูผู้ตายได้

c)

เสียงประกาศชื่นชมผู้ตายเป็นการเชิดชูเกียรติญาติที่ยังมีชีวิตอยู่

d)

ควรสร้างที่ระลึกให้ใหญ่โตโอ่โถงที่สุดให้แก่ผู้ตาย

35.

"วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมดนั้น แต่ล้วนผันมาประจบหลุมศพเอย" คำประพันธ์นี้ให้ข้อคิดในเรื่องใด

a)

ความตายเป็นสิ่งจริงแท้แน่นอน

b)

หลุมฝังศพเป็นเกียรติยศของมนุษย์

c)

มนุษย์ทุกคนย่อมมีความตายไม่พ้น

d)

ถูกทั้งข้อ 1และ 3