NEW
Font size
Worksheetsข้อสอบปลายภาคเรียนที่2/2565 วรรณคดีวรรณกรรมชั้นมัธยมศึกษาปีที่1
Total questions: 35
Worksheet time: 18mins
๑. เรื่อง เศรษฐศาสตร์ในห้องแถว เป็นงานเขียนประเภทใด
ก สารคดี
ข เรื่องสั้น
ค นวนิยาย
ง บทความ
๒. “ตีนฟ้าเปิด” มีความหมายว่าอะไร
ก ตะวันตกดิน
ข ตะวันตรงหัว
ค ตะวันลับขอบฟ้า
ง ตะวันพ้นขอบฟ้า
๓. “นอนกินบ้านกินเมือง” มีความหมายเหมือนข้อใด
ก ตัวเป็นเกลียว
ข กำลังกินกำลังนอน
ค นอนจนตะวันส่องก้น
ง นอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็น
๔. ก๋งมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการนอนอย่างไร
ก ควรนอนดึก ตื่นแต่เช้ามืด
ข ควรนอนแต่หัวค่ำ ตื่นแต่เช้ามืด
ค ควรนอนให้ได้อย่างน้อย ๙ ชั่วโมง
ง ควรนอนให้เต็มอิ่ม เมื่อตื่นก็รีบลุกทันที
๕. เรื่อง เศรษฐศาสตร์ในห้องแถว มีแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับข้อใด
ก การคบคน
ข การทำงาน
ค ความเสียสละ
ง ความประหยัด
๖. การที่ป้าสมศรีรักลูกและตามใจลูกในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ส่งผลต่อพี่วันเพ็ญอย่างไร
ก ชอบอ่านหนังสือ
ข รังเกียจอาชีพของครอบครัว
ค ไม่ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของครอบครัว
ง ถูกทั้งข้อ ข และ ค
๗. ข้อใดแสดงสภาพความยากจนได้ชัดเจนที่สุด
ก ฉันยังมีตัวเก่ากว่านี้อีกและขาดที่ก้นปะเป็นรูปใบโพ
ข แกนุ่งผ้าถุงสีดำ เสื้อแขนยาวสีดำ มีผ้าขาวม้ามอซอโพกหัว
ค ตลาดห้องแถวเก่าแก่อันคับแคบอับทึมที่ฉันอยู่กับก๋ง
มานานนับปี
ง บางคนนั่งซึมเซาพิงกรอบประตูห้องแถวครุ่นคิดถึงข้าวสาร
ที่จะกรอกหม้อ
๘. พฤติกรรมใดของหยกที่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง
ก ขยันขันแข็ง
ข รู้จักประหยัดอดออม
ค ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว
ง ถูกทุกข้อ
๙. “คนที่ทำงานไม่เคยมีใครขาดทุน” นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด
ก๋งจึงกล่าวเช่นนี้
ก การทำงานต้องได้กำไร
ข การทำงานบางอย่างเราไม่ต้องลงทุน
ค การทำงานทุกอย่างต้องได้เงินเป็นค่าจ้างเท่านั้น
ง การทำงานย่อมได้รับผลตอบแทนไม่มากก็น้อย
๑๐. นักเรียนคิดว่าหยกจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้
ด้วยสิ่งใดมากที่สุด
ก ความเพียร
ข ความฉลาด
ค ความมัธยัสถ์
ง ความสุขุมรอบคอบ
๑๑. นักเรียนคิดว่าใครเป็นผู้แต่งเรื่อง มอม
ก คำพูน บุญทวี
ข ประภัสสร เสวิกุล
ค นพ.บุญส่ง เลขะกุล
ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
๑๒.เรื่อง มอม น่าจะเป็นงานเขียนประเภทใด
ก นิทาน
ข เรื่องสั้น
ค นวนิยาย
ง บทความ
๑๓. เหตุการณ์ในเรื่อง มอม น่าจะเกิดขึ้นในสมัยใด
ก สงครามครูเสด
ข สงครามอินโดจีน
ค ช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๑
ง ช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒
๑๔. “มอมเป็นลูกโทนเกิดใต้ถุนบ้านไม้สองชั้นหลังเล็ก ๆ
แถวมักกะสัน” จากข้อความนี้ “มอม” เป็นสัตว์ชนิดใด
ก นก
ข ปลา
ค สุนัข
ง กระต่าย
๑๕. “มอมเป็นหมาพันทาง” จากข้อความนี้คำว่า “พันทาง”
หมายถึงข้อใด
ก หมาไทย
ข หมาต่างชาติ
ค หมาลูกผสม
ง หมาข้างถนน
๑๖. การถ่ายปัสสาวะระหว่างทางของสุนัขเป็นเพราะอะไร
ก เป็นโรคช้ำรั่ว
ข เป็นการเลือกคู่
ค ท้าทายสุนัขตัวอื่น
ง เพื่อตามกลิ่นกลับบ้านได้ถูกทาง
๑๗. “เมื่อมอมแตกเนื้อหนุ่มเต็มที่ อากาศกำลังหนาว น้ำขึ้นเจิ่งคลอง
บางวันก็ท่วมพ้นตลิ่งขึ้นมา มอมมันก็ไปหลงรักนางนวล”
จากข้อความนี้ ผู้แต่งเจตนาบรรยายสภาพอากาศและ สภาพแวดล้อมเพื่ออะไร
ก เพื่อให้เนื้อเรื่องเข้มข้น
ข เพื่อให้เห็นธรรมชาติของสุนัข
ค เพื่อความสมจริงของเนื้อเรื่อง
ง เพื่อทำให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจน
๑๘. จากคำพูดของนายที่พูดกับมอมว่า
“พอดีพบเอ็ง เอ็งก็ทำให้ข้าต้องอาย ทำไม่ลง”
คำที่พิมพ์ตัวหนาหมายถึงข้อใด
ก ลักขโมย
ข จากมอมไป
ค กลับไปเป็นทหาร
ง ไล่มอมไม่ให้อยู่ด้วย
๑๙. ข้อใด ไม่ใช่ อาการที่มอมเห็นคนทั้งโลกเป็นศัตรู
ก ขู่คำราม
ข แยกเขี้ยว
ค กระดิกหาง
ง แววตาเขียว
๒๐. ข้อใด ไม่ใช่ ข้อคิดที่ผู้อ่านจะได้รับจากการอ่านเรื่อง มอม
ก ความซื่อสัตย์
ข ความกตัญญู
ค ความรักความผูกพัน
ง ความสมัครสมานสามัคคี
๒๑. บทละครนอก เรื่อง ไกรทอง น่าจะมีที่มาจากข้อใด
ก ชาดก
ข พุทธประวัติ
ค นิทานพื้นบ้าน
ง เรื่องจริงที่เกิดขึ้น
๒๒. ข้อใดกล่าวถึงลักษณะสำคัญของละครนอกถูกต้อง
ก ผู้แสดงทั้งหมดเป็นผู้ชาย
ข ผู้แสดงทั้งหมดเป็นผู้หญิงเท่านั้น
ค แสดงเฉพาะหน้าพระที่นั่งในราชสำนัก
ง ใช้เครื่องปี่พาทย์มโหรีประกอบการแสดง
๒๓. คำใด ไม่ได้ มีความหมายเดียวกับคำว่า “จระเข้”
ก กุมภา
ข กุมภิล
ค กุมภีล์
ง กุมภกรรณ
๒๔.“จะขว้างงูดูถูกอสรพิษ มันจะผิดพ้นคอไปข้างไหน”
บทร้อยกรองนี้ตรงกับสำนวนในข้อใด
ก ตีงูให้กากิน
ข ตีงูให้หลังหัก
ค ชาวนากับงูเห่า
ง ขว้างงูไม่พ้นคอ
๒๕.. “จริงแล้วตัวคะข้าเป็นคนโฉดเขลา
ไม่เหมือนเจ้าดีหมดช่างอดกลั้น
อย่าพักพูดร้อยบทประชดประชัน
แต่เพลาเพลาเท่านั้นเถิดเป็นไร”
จากบทร้อยกรองนี้ข้อความที่พิมพ์ตัวหนา ผู้พูดมีน้ำเสียงใด
ก เสียดสี
ข ปลงตก
ค โศกเศร้า
ง สังเวชใจ
๒๖ ลิ้นเอยลิ้นลม น่านิยมย้อนยอกกลอกกลิ้ง
สารพัดไพเราะเพราะพริ้ง สมเป็นผัวท่านผู้หญิงบ้านบน”
“ลิ้น” ในที่นี้เป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งใด
ก คำพูด
ข ความดี
ค ความรัก
ง การกระทำ
๒๗.“จะกล่าวถึงเถนองค์หนึ่งนั้น ได้จังหันนิดเดียวเที่ยวหนักหนา” คำที่พิมพ์ตัวหนามีความหมายตรงกับข้อใด
ก เงินตรา
ข อาหารเช้า
ค ยารักษาโรค
ง เครื่องนุ่งห่ม
๒๘.ร่ายสุภาษิตพระร่วง น่าจะมีเนื้อหาลักษณะใด
ก คำสอน
ข พิธีกรรม
ค เพื่อความบันเทิง
ง เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์
๒๙.ข้อใด ไม่ใช่ สุภาษิต
ก น้ำขึ้นให้รีบตัก
ข ร้อยคนรัก ไม่เท่าหนึ่งคนที่ภักดี
ค คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย
ง อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น
๓๐.“ข้าคนไพร่อย่าไฟฟุน” คำที่พิมพ์ตัวหนามีความหมายตรงกับข้อใด
ก โกรธ
ข ทำร้าย
ค ใจร้อน
ง ไม่ไว้ใจ
๓๑.เพราะเหตุใดจึงให้ “ยอข้าเมื่อแล้วกิจ”
ก ข้าทาสจะมีเวลาฟังช่วงนั้น
ข ข้าทาสจะมีกำลังใจและหายเหนื่อย
ค ถ้าชมเชยก่อน ข้าทาสจะทำงานไม่สำเร็จ
ง ข้าทาสต้องการคำชมเชยมากกว่าเงินทอง
๓๒. ข้อใดเป็นลักษณะของกลอนดอกสร้อย
ก ความเอ๋ยความรัก เพิ่งรู้จักก็วันนี้
ข ความรักเอย เจ้าลอยลมมาหรือไร
ค ใครหนอใครเอ๋ย เอื้อนเอ่ยออดอ้อน
ง โอ้เอยหัวใจ ทำไฉนถึงจะลืมเขา
๓๓. “ทุกคนต้องพบกับจุดจบเดียวกัน คือ สุสาน และสุสานแห่ง
ความตายที่เรียงรายอยู่นั้นเป็นมรณานุสติที่เตือนใจให้รู้จัก
ปล่อยวาง” จากข้อความนี้กลอนดอกสร้อย รำพึงในป่าช้า
น่าจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องใด
ก ปกิณกะ
ข นิทานท้องถิ่น
ค คติธรรมคำสอน
ง บันทึกการเดินทาง
๓๔.“สกุลเอ๋ยสกุลสูง ชักจูงจิตฟูชูศักดิ์ศรี อำนวยนำความสง่าอ่าอินทรีย์ ความงามนำให้มีไมตรีกัน ความร่ำรวยอวยสุขให้ทุกอย่าง เหล่านี้ต่างรอตายทำลายขันธ์ วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมดนั้น แต่ล้วนผันมาประจบหลุมศพเอย” ข้อใด ไม่เกี่ยวข้อง กับคำว่า “ขันธ์”
ก เวทนา
ข สังขาร
ค สัญญาณ
ง วิญญาณ
๓๕.หลักธรรมในข้อใดที่เป็นเครื่องเหนี่ยวน้ำใจผู้อื่น
ก อิทธิบาท ๔
ข สังคหวัตถุ ๔
ค พรหมวิหาร ๔
ง มงคลสูตร ๓๘
