wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบเลือดและระบบขับถ่าย

Total questions: 50

Worksheet time: 38mins

Name
Class
Date
1.

สัตว์ในข้อใดมีทางเดินอาหารสมบูรณ์ทุกชนิด

a)

ปลาและฟองน้ำ

b)

ฟองน้ำและสุนัข

c)

นกและไฮดรา    

d)

ยุงและไส้เดือนดิน

2.

 สัตว์ในข้อใดมีทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์

a)

ฟองน้ำ

b)

ยุง

c)

นก

d)

สุนัข

3.

ทางเดินอาหารส่วนใดที่ไม่มีในพลานาเรีย

a)

ทวารหนัก

b)

คอหอย

c)

ปาก

d)

ไดเวอร์ทิคิวลัม

4.

อวัยวะในระบบย่อยอาหารของสัตว์ปีกที่มีลักษณะเป็นถุงที่มีผนังกล้ามเนื้อหนา เรียกว่าอะไร

a)

ตับ     

b)

กึ๋น

c)

ถุงพักอาหาร    

d)

กระเพาะอาหาร

5.

สัตว์เคี้ยวเอื้องจะสํารอกอาหารจากกระเพาะในข้อใด

    ออกมาเคี้ยวเอื้อง

a)

โอมาซัม

b)

เรติคิวลัม

c)

รูเมน

d)

อะโบมาซัม

6.

บริเวณส่วนใดของทางเดินอาหารที่ไม่มีการย่อยเชิงเคมี

a)

ปาก    

b)

หลอดอาหาร

c)

กระเพาะอาหาร   

d)

ลำไส้เล็กส่วนต้น

7.

ข้อใดม่ใช่การย่อยเชิงกล 

a)

การเคี้ยว         

b)

การสับอาหาร

c)

การบีบตัวของทางเดินอาหาร

d)

ข้าวปนกับน้ำลาย

8.

การที่อาหารเคลื่อนที่จากส่วนหนึ่งไปอีกส่วนหนึ่งของระบบทางเดินอาหารได้โดยการบีบตัวเป็นช่วง ๆ  เรียกว่าอะไร

a)

digestion

b)

peristalsis

c)

diaphragm

d)

oesophagus

9.

ในน้ำลายคนจะมีเอนไซม์ใด และทำหน้าที่ย่อยอาหารประเภทใด

a)

ไลเปส-ไขมัน

b)

เปปซิน-โปรตีน

c)

มอลเทส-มอลโทส

d)

อะไมเลส-คาร์โบไฮเดรต

10.

กระเพาะอาหารจริงของสัตว์เคี้ยวเอื้องมีชื่อว่าอะไร

a)

รูเมน

b)

อะโบมาซัม

c)

โอมาซัม

d)

เรติคิวลัม

11.

การย่อยอาหารของสิ่งมีชีวิตกลุ่มจุลินทรีย์และโพรโทซัวมีกระบวนการย่อยอาหารแบบใด

a)

การย่อยเชิงกล (Mechanical digestion)

b)

การย่อยเชิงเคมี (Chemical digestion)

c)

การย่อยโดยการปล่อยน้ำย่อยออกมาย่อย

      อาหารนอกเซลล์

d)

ข้อ 1 และ 3 ถูก

12.

สัตว์ในข้อใดพบเลือดในช่องว่างภายในลำตัว

a)

หอยฝาเดียว ตั๊กแตก

b)

หมึก หอย

c)

ผึ้ง ตั๊กแตน

d)

กุ้ง ไส้เดือน

13.

ส่วนประกอบใดทำให้เลือดของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางชนิดมีสีน้ำเงิน

a)

ฮีโมลิมพ์

b)

น้ำเหลือง

c)

เฮโมโกลบิน

d)

ฮีโมไซยานิน

14.

สัตว์ในข้อใดมีหัวใจเทียมทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

a)

หมึก

b)

ไฮดรา

c)

ตั๊กแตน

d)

ไส้เดือนดิน

15.

ข้อใดกล่าวถึงจำนวนห้องหัวใจของสัตว์ไม่ถูกต้อง

a)

กบมีหัวใจ 3 ห้อง ประกอบด้วยห้องบน 2 ห้อง

         และห้องล่าง 1 ห้อง

b)

นกมีหัวใจ 4 ห้อง ประกอบด้วยห้องบน 2 ห้อง

         และห้องล่าง 2 ห้อง

c)

ปลามีหัวใจ 2 ห้อง ประกอบด้วยห้องบน 1 ห้อง

         และห้องล่าง 1 ห้อง

d)

จระเข้มีหัวใจ 4 ห้องไม่สมบูรณ์ ประกอบด้วย

         ห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 1 ห้อง

         ที่มีแผ่นกั้นไม่สมบูรณ์

16.

สัตว์ในข้อใดมีโอกาสพบการปนกันของเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูงและต่ำ

a)

นก

b)

 เต่า

c)

ปลา

d)

สุนัข

17.

สัตว์ชนิดใดพบเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำเท่านั้นที่หมุนเวียนผ่านหัวใจทุกห้อง

a)

นก      

b)

กบ

c)

เต่า

d)

ปลา

18.

เพราะเหตุใดหัวใจห้องล่างซ้ายจึงมีผนังหนากว่าหัวใจห้องอื่น

a)

เพื่อสูบฉีดเลือดเข้าสู่หลอดเลือดขนาดใหญ่

b)

เพื่อสูบฉีดเลือดที่มีแรงดันแก๊สออกซิเจนสูง

c)

เพื่อสูบฉีดเลือดที่มีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูง

d)

เพื่อสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

19.

ลิ้นหัวใจชนิดใดทำหน้าที่กั้นหัวใจห้องบนขวากับห้องล่างซ้าย

a)

ลิ้นไมทรัล

b)

ลิ้นไบคัสปิด

c)

ลิ้นไตรคัสปิด

d)

ลิ้นเอออติกร์ติกเซมิลูนาร์

20.

ถ้าลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างหัวใจห้องบนซ้ายและห้องล่างซ้ายทำงานบกพร่องจะเกิดผลเสียอย่างไร

a)

เลือดในร่างกายมีปริมาณลดลง

b)

เลือดในร่างกายมีความดันลดลง

c)

เลือดถูกส่งไปยังปอดมากเกินไป

d)

เลือดถูกส่งไปยังส่วนต่าง ๆ น้อยลง

21.

การวัดอัตราการเต้นของหัวใจควรวัดที่บริเวณใดของร่างกาย

a)

หลอดเลือดดำบริเวณคอ

b)

หลอดเลือดแดงบริเวณขา

c)

หลอดเลือดแดงบริเวณข้อมือ

d)

หลอดเลือดดำบริเวณข้อพับแขน

22.

ช่วง PR ที่ปรากฏบนกราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจเกิดขึ้นเมื่อใด

a)

หัวใจห้องบนบีบตัว       

b)

หัวใจห้องล่างขยายขนาด

c)

หัวใจห้องล่างบีบตัวแรงกว่าปกติ

d)

กระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่จากหัวใจห้องบนไปห้องล่าง

23.

เพราะเหตุใดเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความดันเลือดจึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

a)

หัวใจสูบฉีดเลือดได้น้อยลง

b)

ผนังหลอดเลือดยืดหยุ่นน้องลง

c)

เซลล์ผนังหลอดเลือดเสื่อมสภาพ

d)

หัวใจต้องใช้แรงดันสูบฉีดเลือดมากขึ้น

24.

เพราะเหตุใดหลอดเลือดดำจึงต้องมีลิ้นภายในหลอดเลือด

a)

แรงดันในหลอดเลือดต่ำ

b)

ผนังหลอดเลือดบางมาก

c)

ช่องภายในหลอดเลือดกว้าง

d)

หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นต่ำ

25.

ข้อใดกล่าวถึงความแตกต่างของหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำได้ถูกต้อง

a)

ลิ้นในหลอดเลือดพบเฉพาะในหลอดเลือดแดง

b)

ช่องภายในหลอดเลือดแดงกว้างกว่าหลอดเลือดดำ

c)

หลอดเลือดแดงมีความยืดหยุ่นสูงกว่าหลอดเลือดดำ

d)

หลอดเลือดดำมีแรงดันในหลอดเลือดสูงกว่าหลอด

        เลือดแดง

26.

การเจาะเลือดเพื่อตรวจหรือบริจาคเลือดควรเจาะเลือดจากหลอดเลือดใด

a)

หลอดเลือดฝอย เพราะมีผนังบางที่สุด

b)

หลอดเลือดดำ เพราะมีแรงดันเลือดต่ำ

c)

หลอดเลือดแดง เพราะมีแรงดันเลือดสูงและคงที่

d)

หลอดเลือดดำ เพราะลำเลียงเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำ

27.

หลอดเลือดดำมีหลักการลำเลียงเลือดอย่างไร

a)

การแพร่               

b)

ออสโมซิส

c)

แรงดันเลือด           

d)

การหดตัวของกล้ามเนื้อลาย

28.

โปรตีนชนิดใดไม่พบในพลาสมา

a)

อัลบูมิน

b)

โกลบูมิน

c)

ไฟบริโนเจน

d)

เฮโมโกลบิน

29.

ซีรัม คืออะไร

a)

เลือดที่เอาเซลล์เม็ดเลือดแดงออก

b)

เลือดที่เอาเซลล์เม็ดเลือดออกทั้งหมด

c)

เลือดที่เอาพลาสมาโปรตีนและไอออนต่าง ๆ ออก

d)

เลือดที่เอาเซลล์เม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด

        และไฟบริโนเจนออก

30.

ลักษณะของเซลล์เม็ดเลือดแดงส่งผลต่อการทำงานอย่างไร

a)

เพิ่มอายุการทำงานของเซลล์

b)

เพิ่มพื้นที่ผิวลำเลียงแก๊สออกซิเจน

c)

จับและปล่อยแก๊สออกซิเจนง่ายขึ้น

d)

ยับยั้งการจับของเฮโมโกลบินกับแก๊สชนิดอื่น

31.

หากย้อมเซลล์เม็ดเลือด พบเซลล์เม็ดเลือดขาวมี

     นิวเคลียส 2 พู  สีชมพู และมีเม็ดกลมเล็ก ๆ ลอยอยู่

     ในไซโทรพลาซึม ลักษณะดังกล่าวเป็นเซลล์เม็ดเลือด

     ขาวชนิดใด

a)

อีโอซิโนฟิล

b)

โมโนไซต์

c)

ลิมโฟไซต์

d)

นิวโทรฟิล

32.

ข้อใดกล่าวถึงลักษณะนิวเคลียสกับชนิดของเซลล์เม็ดเลือดขาวได้ถูกต้อง

a)

เบโซฟิล : นิวเคลียสบิดเบี้ยว

b)

นิวโทรฟิล : นิวเคลียสมี 2 พู

c)

อีโอซิโนฟิล : นิวเคลียสมีหลายพู

d)

ลิมโฟไซต์ : นิวเคลียสรูปเกือกม้า

33.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของระบบน้ำเหลือง

a)

ลำเลียงเซลล์เม็ดเลือดขาว

b)

ทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ

c)

ต่อต้านและทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย

d)

ดูดซึมและลำเลียงสารอาหารประเภทกรดอะมิโน

34.

หลอดน้ำเหลืองมีลักษณะหลอดเลือดชนิดใดเพราะเหตุใด

a)

หลอดเลือดดำ เพราะมีลิ้นอยู่ภายในเป็นระยะ

b)

หลอดเลือดดำ เพราะมีแรงดันต่ำ

c)

หลอดเลือดฝอย เพราะมีผนังบางมาก

d)

หลอดเลือดดำ เพราะมีความยืดหยุ่นสูง

35.

องค์ประกอบใดของน้ำเหลืองแตกต่างจากที่พบในพลาสมา

a)

น้ำ

b)

 กลูโคส

c)

 โปรตีน

d)

ฮอร์โมน

36.

อวัยวะน้ำเหลืองใดทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดโมโนไซต์และลิมโฟไซต์

a)

 ม้าม

b)

ไขกระดูก

c)

ต่อมไทมัส

d)

ต่อมทอนซิล

37.

แอนติเจน คืออะไร

a)

โปรตีนบนผิวเซลล์ของเชื้อโรค

b)

โปรตีนตัวรับบนผิวเซลล์เม็ดเลือดขาว

c)

สารที่เซลล์เม็ดเลือดขาวสร้างขึ้นมากำจัดเชื้อโรค

d)

ซากเชื้อโรคที่ถูกทำลายจากเซลล์เม็ดเลือดขาว

38.

เยื่อบุทางเดินหายใจมีโครงสร้างใดช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

a)

ซิเลีย

b)

แฟลเจลลัม

c)

ซูโดโพเดียม

d)

ต่อมสร้างเมือก

39.

น้ำลายทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร

a)

หลั่งสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด

b)

มีเอนไซม์ไลโซไซม์ช่วยทำลายเชื้อโรค

c)

มีเซลล์เม็ดเลือดขาวช่วยทำลายเชื้อโรค

d)

มีการออสโมซิสของน้ำเข้าสู่เซลล์ทำให้เซลล์แตก

40.

เซลล์เม็ดเลือดขาวโมโนไซต์ทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมด้วยวิธีใด

a)

กินแบบพิโนไซโทซิส

b)

กินแบบฟาโกไซโทซิส

c)

สร้างแอนตอบอดีต่อต้านเชื้อโรค

d)

สร้างเอนไซม์ออกมาย่อยเชื้อโรค

41.

เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใดทำลายเชื้อโรคด้วยวิธีฟาโกไซโทซิส

a)

เบโซฟิล นิวโทรฟิล

b)

โมโนไซต์ ลิมโฟไซต์

c)

นิวโทรฟิล โมโนไซต์

d)

อีโอซิโนฟิล เบโซฟิล

42.

เซลล์ทีและเซลล์บีทำงานสัมพันธ์กันอย่างไร

a)

เซลล์ทีกระตุ้นเซลล์บีให้สร้างแอนติบอดี

b)

เซลล์บีพัฒนาเป็นเซลล์ทีเมื่อถูกกระตุ้นด้วย 

        แอนติเจน

c)

เซลล์บีสร้างแอนติบอดีเพื่อกระตุ้นการทำงานของ

        เซลล์ที

d)

เซลล์ทีกระตุ้นให้เซลล์บีทำลายเชื้อโรคด้วย

        วิธีฟาโกไซโทซิส

43.

ออร์แกเนลล์ใดทำหน้าที่กำจัดของเสียออกจากเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว

a)

ไลโซโซม

b)

ไมโทคอนเดรีย

c)

กอลจิคอมเพล็กซ์

d)

คอนแทรกไทล์แวคิวโอล

44.

ข้อใดจับคู่โครงสร้างที่ใช้ขับถ่ายของสัตว์ได้ถูกต้อง

a)

ไต : แมลง

b)

เนฟริเดียม : ปลา

c)

เฟลมเซลล์ : พลานาเรีย

d)

มัลพิเกียนทิวบูล : จิ้งจก

45.

ไส้เดือนดินขับถ่ายของเสียผ่านอวัยวะใด

a)

เฟลมเซลล์

b)

เนฟริเดียม

c)

เนโฟรสโตม

d)

ท่อมัลพิเกียน

46.

สัตว์ในข้อใดกำจัดของเสียในรูปกรดยูกริก

a)

กบ ปลา

b)

ปลา นก

c)

ไก่ ตั๊กแตน

d)

จิ้งจก ไส้เดือนดิน

47.

โครงสร้างใดของหน่วยไตพบในเนื้อไตชั้นเมดัลลา

a)

ห่วงเฮนเล ท่อรวม

b)

โกลเมอรูลัส โบว์แมนส์แคปซูล

c)

โกลเมอรูลัส โบว์แมนส์แคปซูล ท่อรวม

d)

โกลเมอรูลัส โบว์แมนส์แคปซูล ห่วงเฮนเล

48.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของไต

a)

รักษาดุลยภาพของร่างกาย

b)

กำจัดของเสียออกจากร่างกาย

c)

รักษาแรงดันออสโมติกของเลือด

d)

ผลิตเอนไซมืในระบบย่อยอาหาร

49.

บริเวณส่วนใดของหน่วยไตมีการดูดสารที่มีประโยชน์กลับมากที่สุด 

a)

ท่อรวม

b)

ห่วงเฮนเล

c)

โกลเมอรูลัส

d)

ท่อขดส่วนต้น

50.

การตกตะกอนของสารใดที่ทำให้เกิดนิ่วในไต

a)

ยูเรีย

b)

 แอมโมเนีย

c)

โซเดียมคลอไรด์

d)

แคลเซียมออกซาเลต