NEW
Font size
Worksheetsก่อนเรียน fiber optic
Total questions: 30
Worksheet time: 5mins
แกนในของเส้นใยแก้วเรียกว่าอะไร
Cladding
Core
Filling
Buffer
ชั้นของแก้วที่ถัดออกมาจากแกนในเรียกว่าอะไร
Cladding
Core
Coating
PE Sheath
นิยามของสายเคเบิลใยแก้วนำแสง สามารถใช้งานได้ในระยะเท่าใด โดยไม่ต้องมีสถานีทวนสัญญาณ
100 m - 100 km
100 m - 150 km
100 m - 180 km
100 m - 200 km
เส้นใยแก้วนำแสงมีลักษณะอย่างไร
หนา มีขนาดเล็กและใหญ่
เป็นเส้นตรงสั้น ๆ
เป็นเส้นยาวขนาดเล็ก มีขนาดประมาณเส้นผมมนุษย์หรือเล็กกว่า
เป็นเส้นยาวขนาดใหญ่ มีขนาดใหญ่กว่าเส้นผมหรือเท่ากับทองแดง
สายชนิด Multi - mode มีกี่แบบ อะไรบ้าง
2 แบบ SM , MM
2 แบบ UPC , APC
2 แบบ SI , GI
3 แบบ SM , SI , GI
สาย Fiber optic แบบมี Sling คือ
ADSS
Patch cord
Loss Test Set
Fig - 8
โหมดการแพร่กระจายคลื่น ซิงเกิล โหมด ใช้เป็นแบบใด
Step - Index (MM)
Step - Index (UPC)
Step - Index (SM)
Step - Index (APD)
เส้นใยแก้วนำแสงทำจากวัสดุชนิดใด
ซิลิกา
ซิลิกอล่า
ซิลิกอน
Coper
สายใยแก้วนำแสงสามารถแบ่งตามโหมดได้กี่โหมด
2 โหมด คือ SI และ GI
2 โหมด คือ SM และ MM
2 โหมด คือ Fig-8 และ ADSS
2 โหมด คือ APC และ UPC
เส้นใยแก้วนำแสงคืออะไร
เป็นตัวกลางของสัญญาณแสงชนิดหนึ่ง ทำจากแก้วมีความบริสุทธิ์สูงมาก
เป็นตัวกลางของแก้วที่ไม่มีความบริสุทธิ์แต่ลดทอนสัญญาณได้ดี
เป็นตัวกลางของแก้ว ที่มีน้ำหนักมาก และมีค่าการสูญเสียน้อย
เป็นตัวกลางของสัญญาณแสงชนิดหนึ่ง มีค่าการสูญเสียมาก มีความทนทานไม่หักง่าย
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นใยแก้วนำแสงชนิด Multi Mode ที่นิยมใช้คือ
20/125 nm
65.5/125 nm
15/125 ไมโครเมตร
50 และ 62.5/125 ไมโครเมตร
โดยทั่วไปเมื่อแสงเดินทางจากตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลางหนึ่ง จะเกิดปรากฎการณ์ใด
การตกกระทบ การสะท้อนกลับ และการหักเห
การเบี่ยงเบนเท่านั้น
การเลี้ยวกลับเป็นช่วง ๆ
หยุดนิ่ง และเดินทางต่อเมื่อมีการตกกระทบ
สายเคเบิลใยแก้วนำแสงที่ใช้เป็นแบบไม่มี Sling คือ
Fig - 8 , ADSS
ADSS , ARSS
Dropwire , Pigtail
Patch Cord , APC
แสงสามารถเดินทางภายในสายเคเบิลใยแก้วนำแสงชนิด Multi Mode ในขีดจำกัดที่ระยะทางเท่าใด
100 m
200 m
450 m
550 m
Coating ห่อหุ้มอยู่ชั้นนอกสุดมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่าใด
125 ไมโครเมตร
250 ไมโครเมตร
200 ไมโครเมตร
220 ไมโครเมตร
อุปกรณ์กำเนิดแสงที่ใช้งานในสายเคเบิลใยแก้วนำแสงชนิด Single Mode คืออะไร
LED
Laser Diode
APD
PIN PD
ค่า Loss มีหน่วยเป็น
nm
dB
dBm
ไมโครเมตร
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นใยแก้วนำแสงชนิด Single Mode คือ
62.5/125 ไมโครเมตร
9/125 ไมโครเมตร
100/125 ไมโครเมตร
50/125 ไมโครเมตร
IOR คืออะไร
ค่าดัชนีหักเหของแสง
ค่าการสูญเสียของสาย Fiber Optic
กระบวนการการให้ความร้อน
การต่อแบบหลอมละลาย
Core กับ Cladding ส่วนไหนมีการหักเหของแสงมากกว่ากัน
Core หักเหมากกว่า Cladding
Cladding หักเหมากกว่า Core
หักเหเท่ากัน
สลับกันเป็นช่วง ๆ
เส้นใยแก้วนำแสง แบบ Multi Mode มีความยาวคลื่นเท่าไร
500 nm
หรือ
1200 nm
850 nm
หรือ
1300 nm
1300 nm
หรือ
1500 nm
1000 nm
เส้นใยแก้วนำแสง แบบ single mode มีความยาวคลื่นแสงเท่าไร
500 nm
หรือ
1000 nm
1600 nm
1200 nm
1300 nm
หรือ
1500 nm
สายนำสัญญารที่มีฉนวนแบบ LSZH จะมีคุณสมบัติอย่างไร
เกิดควันและเป็นพิษน้อยเมื่อเกิดไฟไฟม้
ทนต่อฝนและแดด
โค้งงอได้ดี
กันสัญญาณรบกวนได้ดี
วัสดุที่ใช้ทำใยแก้วชนิดใดที่มีส่วนผสมทั้งแก้วและพลาสติก
Active glass fiber
Plastic – clad glass fiber
Halide glass fiber
Plastic fiber
มาตรฐานของ FIBER OPTIC ในประเทศไทย อยู่ในการควบคุมของหน่วยงานใด
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
สำนักงานมาตรฐานอิเล็กทรอนิกส์
สำนักงานมาตรฐานอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี
สำนักงานมาตรฐานเทคโนโลยี
ชั้นที่นอกสุดของสาย Fiber Optic เรียกว่าอะไร
CORE
CLADDING
COATING
DROPWIRE
มุมวิกฤตมีค่าเท่าใด
45 องศา
90 องศา
180 องศา
360 องศา
วิธีที่จะทำให้แสงเดินทางอยู่ในแกน ทำได้อย่างไร
กำหนดมุมตกกระทบให้มากกว่ามุมวิกฤต
กำหนดมุมตกกระทบให้น้อยกว่ามุมวิกฤต
กำหนดมุมตกกระทบให้เท่ากับมุมวิกฤต
กำหนดมุมหักเหให้มากกว่ามุมวิกฤต
Scattering losses คือลักษณะการเกิดการสูญเสียแบบใด
เกิดจากการกระจัดกระจายของคลื่นแสงที่เดินทางไปในใยแก้ว
เกิดจากการกระจัดกระจายของคลื่นแสงที่เดินทางไปใน Coating
เกิดจากการกระจัดกระจายของคลื่นแสงที่เดินทางไปใน Sling
เกิดจากการกระจัดกระจายของคลื่นแสงที่เดินทางออกนอกสายเคเบิ้ล
การกระจัดกระจายของคลื่นแสงที่เดินทางไปในใยแก้ว มีลักษณะใดบ้าง
1.การกระจายแบบเชิงเส้น
2.การกระจายแบบไม่เชิงเส้น
1.การกระจายแบบเชิงเส้น
2.การกระจายแบบไม่เชิงเส้น
3.การกระจายแบบจุลภาค
1.การกระจายแบบเชิงเส้น
2.การกระจายแบบไม่เชิงเส้น
3.การกระจายแบบจุลภาค
4.การกระจายแบบมหภาค
1.การกระจายแบบเชิงเส้น
2.การกระจายแบบไม่เชิงเส้น
3.การกระจายแบบจุลภาค
4.การกระจายแบบมหภาค
5.การกระจายแบบอนุภาค
