wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การแนะแนวและการให้คำปรึกษา

Total questions: 28

Worksheet time: 14mins

Name
Class
Date
1.

มานิตย์สำเร็จการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 และได้รายงานตัวเข้าเป็นนิสิต ณ มหาวิทยาลัยพะเยา มานิตย์ต้องการความช่วยเหลือจากบุคลากรเรื่อง การลงทะเบียนเรียนในระบบบริการการศึกษา และมหาวิทยาลัยพะเยาได้จัดให้มีการปฐมนิเทศและแนะแนววิธีการลงทะเบียน จึงทำให้มานิตย์ลงทะเบียนได้อย่างถูกต้อง มานิตย์ได้รับการแนะแนวในด้านใด

a)

การศึกษา

b)

อาชีพ

c)

ส่วนตัวและสังคม

d)

เพื่อน

2.

สิ่งที่บุคคลควรตระหนักถึงอิทธิพลของสิ่งต่างๆ

ที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกอาชีพ คือข้อใด

a)

ความถนัด

ความสนใจ บุคลิกภาพ ระดับสติปัญญา ครอบครัว

b)

ความถนัด

ความสนใจ บุคลิกภาพ ระดับสติปัญญา เพื่อน

c)

ความถนัด

ความสนใจ บุคลิกภาพ ระดับสติปัญญา สภาพร่างกาย

d)

ความถนัด

ความสนใจ เพื่อน ระดับสติปัญญา สภาพร่างกาย

3.

นางสาวก้อยเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง รู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ใหญ่ ต้องการให้ผู้ปกครองให้เงินเป็นก้อน เพื่อตนจะได้รับผิดชอบการใช้จ่ายเอง นางสาวก้อยมีปัญหาทางด้านใด้ต่อไปนี้

a)

ปัญหาด้านการเงิน

b)

ปัญหาเกี่ยวกับอาชีพ

c)

ปัญหาเกี่ยวกับครอบครัว

d)

ปัญหาเกี่ยวกับบุคลิกภาพและสังคม

4.

การบริการสำรวจนักเรียนเป็นรายบุคคลที่เป็นแบบกลวิธีที่ไม่ใช้แบบทดสอบ (Non – Testing Technique) ทั้งหมด

a)

การสังเกต

การสัมภาษณ์

สังคมมิติ

การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ระเบียนสะสม

b)

   การสังเกต

การสัมภาษณ์

วัดผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน

สังคมมิติ  

c)

การสังเกต

สังคมมิติ  

วัดความสามารถ

การสัมภาษณ์

d)

การสังเกต

การสัมภาษณ์  

สังคมมิติ  

วัดความถนัด

5.

การบริการสำรวจนักเรียนเป็นรายบุคคลที่เป็นแบบกลวิธีที่ไม่ใช้แบบทดสอบ (Non – Testing Technique) แบบใดที่จำเป็นจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้าร่วมการเก็บรวบรวมข้อมูลกับครูแนะแนวด้วย

a)

การตรวจสุขภาพและระเบียนสุขภาพ

b)

การประชุมรายกรณี

c)

การศึกษารายกรณี

d)

ระเบียนสะสม

6.

การบริการสำรวจนักเรียนเป็นรายบุคคลที่เป็นแบบกลวิธีที่ไม่ใช้แบบทดสอบ (Non – Testing Technique) แบบใดที่ประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด

a)

การสังเกต

b)

การสัมภาษณ์

c)

ระเบียนพฤติการณ์

d)

มาตราส่วน

ประมาณค่า

7.

การบริการสำรวจนักเรียนเป็นรายบุคคลที่เป็นแบบกลวิธีที่ไม่ใช้แบบทดสอบ (Non – Testing Technique) แบบการสังเกตมีข้อจำกัดอะไร

a)

ผู้สังเกตอาจประสบความลำบากในการที่จะทำให้ผู้อื่นเข้าใจในสิ่งที่ตนสังเกต

b)

ผู้สังเกตอาจมีความไม่แม่นยำ

c)

ผู้สังเกตอาจลำเอียง

d)

ถูกทุกข้อ

8.

การบริการสำรวจนักเรียนเป็นรายบุคคลที่เป็นแบบกลวิธีที่ไม่ใช้แบบทดสอบ (Non – Testing Technique) แบบใดที่คล้ายกับการถ่ายภาพแต่เป็นการถ่ายภาพพฤติกรรมด้วยคำพูด

a)

การสังเกต

b)

การสัมภาษณ์

c)

ระเบียนพฤติการณ์

d)

มาตราส่วน

ประมาณค่า

9.

การบริการสำรวจนักเรียนเป็นรายบุคคลที่เป็นแบบกลวิธีที่ไม่ใช้แบบทดสอบ (Non – Testing Technique) แบบใดที่มีผลออกมาเป็นคะแนนของผู้เรียน

a)

การสังเกต

b)

การสัมภาษณ์

c)

ระเบียนพฤติการณ์

d)

มาตราส่วน

ประมาณค่า

10.

องค์ประกอบของแบบบันทึกระเบียนพฤติการณ์ ที่จำเป็นต้องมี ยกเว้น ข้อใด

a)

ชื่อ – สกุลผู้สังเกตและของผู้ถูกสังเกต

b)

      วัน เวลา ที่ทำการสังเกต

c)

ความรู้สึกของผู้สังเกต

d)

สถานที่ที่ทำการสังเกต

11.

การเก็บรวบรวมข้อมูลนักเรียนรายบุคคลแบบใดที่มุ่งเน้นให้นักเรียนเขียนอย่างเสรีเพื่อจะทราบสิ่งที่ซ่อนเร้นภายในจิตใจของนักเรียน

a)

ระเบียนพฤติการณ์

b)

มาตราส่วนประมาณค่า

c)

การสัมภาษณ์

d)

อัตชีวประวัติ

12.

เทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูลนักเรียนรายบุคคลแบบใดที่ได้นำการศึกษาเชิงคณิตศาสตร์

เข้ามาใช้ร่วมด้วย

a)

บันทึกประจำวัน

b)

สังคมมิติ

c)

แบบสอบถาม

d)

แบบตรวจสอบ

13.

ข้อจำกัดของการเก็บรวบรวมข้อมูลนักเรียนรายบุคคลแบบใดที่ใช้ได้

เฉพาะคนที่อ่านหนังสือได้เท่านั้น

a)

    บันทึกประจำวัน

b)

สังคมมิติ

c)

แบบสอบถาม

d)

แบบตรวจสอบ

14.

การบริการสำรวจนักเรียนเป็นรายบุคคลแบบใดที่สามารถนำข้อมูลมาเขียน

ในรูปแบบของรายงานวิจัยได้

a)

การเยี่ยมบ้าน

b)

ระเบียนสะสม

c)

การศึกษารายกรณี

d)

การตรวจสุขภาพและระเบียนสุขภาพ

15.

จากข้อความ “เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดและประเมินความรู้ ความสามารถ และความสำเร็จในการเรียนรู้ของบุคคล” หมายถึงการทดสอบประเภทใด

a)

แบบทดสอบเชาวน์ปัญญา (Intelligence  Test)

b)

แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ (Achievement  Test)

c)

แบบสำรวจความสนใจ (Interest  Inventory)

d)

แบบทดสอบความถนัด (Aptitude  Test)

16.

ข้อใดเป็นการแนะแนวเทียม

a)

การทำนายโชคชะตาราศี

b)

การเลือกอาชีพ

c)

                                

การเลือกวิชาเรียน

d)

การเลือกกิจกรรมในเวลาว่าง

17.

ครูประจำชั้นที่ต้องการช่วยเหลือเด็ก หรือให้การแนะแนวเด็กในชั้นเรียนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ควรจะสังเกตเด็กในลักษณะใดเป็นเบื้องต้น

a)

การสังเกตอย่างไม่เป็นทางการ

b)

สังเกตโดยกำหนดเวลาสังเกต

c)

การสังเกตแบบควบคุม

d)

สังเกตโดยเลือกเฉพาะสภาพการณ์

ที่ต้องการ

18.

การให้คำปรึกษาเหมือนหรือต่างจากการสนทนาพูดคุยธรรมดาอย่างไรบ้าง

a)

ต่างกัน คือ การให้คำปรึกษาเป็นการสนทนาที่มีเป้าหมาย

b)

ต่างกัน คือ การสนทนาพูดคุยธรรมดาเป็นการคุยที่มีเป้าหมาย

c)

เหมือนกัน คือ ทั้งสองอย่างเป็นการสนทนาที่มีเป้าหมาย

d)

เหมือนกัน คือ ทั้งสองอย่างเป็นการสนทนาที่ไม่มีเป้าหมาย

19.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นอุปสรรคที่ส่งผลทำให้การให้คำปรึกษาไม่ประสบความสำเร็จ

a)

คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการขอรับคำปรึกษาเป็นเรื่องของคนสู้ชีวิต

b)

ผู้ขอรับคำปรึกษามักจะเกรงว่า คนอื่นจะมองว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถ

c)

คนที่ประสบกับปํญหาและความยุ่งยากมักจะหลีกเลี่ยงการรับคำปรึกษา

d)

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการให้คำปรึกษาสามารถแก้ปัญหาไม่ได้ทุกชนิด

20.

วิธีการเข้ามาขอรับคำปรึกษาจากผู้ให้คำปรึกษาแบบใดที่ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติมากที่สุด

a)

มาด้วยความเต็มใจอันเนื่องจากมีความทุกข์

b)

มาเพราะถูกบังคับหรือถูกส่งตัวมาจากหน่วยงานอื่น หรือคนอื่นๆ

c)

มาเพราะมีความรู้และเข้าใจว่าการให้คำปรึกษาเป็นที่พึ่งและสามารถช่วยเขาได้

d)

มาเพราะการรับรองหรือการยืนยันจากผู้ที่มีปัญหาและเคยได้รับความช่วยเหลือมาก่อน ว่าการให้คำปรึกษาสามารถช่วยเหลือเขาได้

21.

ข้อใดเป็นภาษาท่าทางที่ผู้ให้คำปรึกษาควรหลีกเลี่ยง

a)

มองผู้รับคำปรึกษาด้วยสายตาที่เป็นมิตร

b)

นั่งห่าง ๆ จากผู้รับคำปรึกษา

c)

พูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

d)

หน้ายิ้มแย้ม สดใส

22.

ขั้นตอนของการให้คำปรึกษาในขั้นตอนใดที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาเข้าใจถึงปัญหาและสาเหตุ

ที่แท้จริงและเป็นปัจจุบันจนรวมมาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น

a)

ขั้นการสร้างสัมพันธภาพ

b)

ขั้นสำรวจ ทำความเข้าใจปัญหา ผลกระทบ

c)

ขั้นหาแนวทางแก้ไขปัญหา

d)

ขั้นวางแผนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

23.

ขั้นตอนของการให้คำปรึกษาในขั้นตอนใดที่ผู้ให้คำปรึกษาชักชวนให้ผู้รับคำปรึกษาทำข้อผูกมัดเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะปฏิบัติตามแผน

a)

ขั้นการสร้างสัมพันธภาพ

b)

ขั้นสำรวจ ทำความเข้าใจปัญหา ผลกระทบ

c)

ขั้นหาแนวทางแก้ไขปัญหา

d)

ขั้นวางแผนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

24.

ข้อใดเป็นหลักการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

(Individualized Educational Plan)

a)

เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษา (Zero reject)

b)

การไม่เลือกปฏิบัติในการตรวจวัดและประเมิน (Nondiscriminatory  identification and evaluation)

c)

การให้บริการทางการศึกษาแบบให้เปล่าที่เหมาะสม (Free Appropriate Public Education : FAPE)

d)

ถูกทุกข้อ

25.

ข้อใด ไม่ใช่ วัตถุประสงค์ของการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

a)

เพื่อให้คนพิการได้รับการจัดการศึกษาให้สอดคล้องความต้องการพิเศษเป็นรายบุคคล

b)

เพื่อใช้เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้

c)

เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง ครู และคณะสหวิชาชีพ มีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดการศึกษาให้คนพิการ

d)

การมีส่วนร่วมของ

ผู้ปกครองและคนพิการ

26.

กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล คือกลุ่มใด

a)

ประโยชน์ต่อผู้เรียน

b)

ประโยชน์ต่อครูผู้สอน

c)

ประโยชน์ต่อผู้ปกครอง

d)

ถูกทุกข้อ

27.

คณะกรรมการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลที่มีความสำคัญที่สุด

a)

ครู

b)

นักเรียน

c)

ผู้บริหาร

d)

ผู้ปกครอง  

28.

แผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดการเรียนร่วมระหว่างผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษกับเด็กปกติ

เรียกว่า อะไร

a)

Individualized Educational Plan

b)

Specialized Educational Plan

c)

Formal Educational Plan

d)

Child-center Educational Plan