Font size
Worksheetsความรู้พื้นฐานในการอ่าน
Total questions: 20
Worksheet time: 11mins
๑. การอ่านแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ก. ๑ ประเภท
ข. ๒ ประเภท
ค. ๓ ประเภท
ง. ๔ ประเภท
๒. การอ่านแบ่งเป็น ๒ ประเภท ได้แก่อะไรบ้าง
ก. การอ่านในใจ และ การอ่านออกเสียง
ข. การอ่านร้อยแก้ว และร้อยกรอง
ค. การอ่านแบบพรรณนา และแบบบรรยาย
ง. การอ่านแบบเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ
๓. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบพื้นฐานในการอ่านออกเสียง
ก. ฝึกร่างกายให้พร้อม
ข. ฝึกใช้สายตา
ค. ฝึกการใช้อารมณ์
ง. ฝึกอ่านให้คล่องและถูกต้องตามอักขรวิธี
๔. การอ่านมีความสำคัญอย่างไรบ้าง
ก. ได้รับสาระความรู้ต่าง ๆ
ข. ได้สร้างจินตนาการ
ค. ฝึกกระบวนการคิด
ง. ถูกทุกข้อ
๕. ข้อใดไม่ใช่มารยาทในการอ่าน
ก. ไม่อ่านสมุดบันทึกส่วนตัวของผู้อื่น
ข. ในร้านหนังสือ ผู้อ่านควรนั่งอ่านเงียบ ๆ ไม่ส่งเสียงดัง
ค. ทำปากขมุบขมิบ ขณะอ่านในใจ
ง. การอ่านออกเสียงต้องอ่านด้วยเสียงที่ดังเหมาะสม
๖. ข้อใดกล่าวถึงมารยาทในการใช้ห้องสมุดได้อย่างถูกต้อง
ก. นำอาหาร ขนม เข้าไปรับประทาน
ข. อ่านหนังสือเสียงดังสร้างความรำคาญ ให้กับผู้อื่น
ค. ฉีก หรือพับมุมไว้ เพราะยังอ่านไม่จบ
ง. เมื่ออ่านหนังสือเสร็จแล้ว ให้นำไปวางไว้ในจุดที่กำหนด
๗. การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว หมายถึงข้อใด
ก. อ่านเป็นจังหวะ ลีลา และทำนอง
ข. การอ่านโดยการเปล่งเสียงให้ถูกต้องตามอักขรวิธี น้ำเสียงให้เป็นปกติเหมือนการพูด
ค. อ่านแบบเอื้อนเสียงเพื่อความไพเราะ
ง. อ่านกระแทกเสียงเพื่อแสดงอารมณ์ของบทอ่าน
๘. การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว มีหลักเกณฑ์การอ่านกี่ข้อ
ก. ๓ ข้อ
ข. ๔ ข้อ
ค. ๕ ข้อ
ง. ๖ ข้อ
๙. ขะมักเขม้น เขียนเป็นคำอ่านได้อย่างไร
ก. ขะ - มัก - ขะ - เม่น
ข. ขะ - หมัก - ขะ - เม้น
ค. ขะ - หมัก - ขะ - เม่น
ง. ขะ - มัก - ขะ - เม้น
๑๐. โบราณสถาน คำที่ขีดเส้นใต้ เขียนเป็นคำอ่านได้อย่างไร
ก. โบ - ราน - นะ - สะ -ถาน
ข. โบ - ราน - สะ- ถาน
ค. โบ - ราณ - สะ - ถาน
ง. โบ - ราณ - ณะ - สะ - ถาน
๑๑. ๖๕.๙๘๒ อ่านว่าอย่างไร
ก. หกสิบห้าจุดเก้าแปดสอง
ข. หกสิบห้าจุดเก้าร้อยแปดสิบสอง
ค. หกห้าจุดเก้าแปดสอง
ง. หกห้าจุดเก้าร้อยแปดสิบสอง
๑๒. ๒๑.๓๕น. อ่านว่าอย่างไร
ก. ยี่สิบเอ็ดจุดสามห้านาที
ข. ยี่สิบเอ็ดนาฬิกาสามสิบห้านาที
ค. ยี่สิบเอ็ดจุดสามสิบห้านาที
ง. สองหนึ่งจุดสามห้านาที
๑๓. บ้านเลขที่ ๑๙๗/๓๔ อ่านว่าอย่างไร
ก. บ้านเลขที่หนึ่งเก้าเจ็ดทับสามสิบสี่
ข. บ้านเลขที่หนึ่งร้อยเก้าสิบเจ็ดทับสามสี่
ค. บ้านเลขที่หนึ่งเก้าเจ็ดทับสามสี่
ง. บ้านเลขที่หนึ่งร้อยเก้าสิบเจ็ดทับสามสอง
๑๔. ทูลเกล้าฯ อ่านว่าอย่างไร
ก. ทูลเกล้าละ
ข. ทูลเกล้าไปยาลน้อย
ค. ทูลเกล้าและอื่น ๆ
ง. ทูลเกล้าทูลกระหม่อม
๑๕. ราชบัณฑิตยสถาน คำที่ขีดเส้นใต้เขียนเป็นคำอ่านอย่างไร
ก. ราช - ชะ - บัน - ฑิด - ตะ - ยะ - สะ - ถาน
ข. ราด - ชะ - บัน - ฑิด - ตะ - ยะ - สะ - ถาน
ค. ราด - ชะ - บัน - ดิด - ตะ - ยะ - สะ -ถาน
ง. ราช - ชะ - บัน - ดิด - ตะ - ยะ - สะ - ถาน
๑๖. // เครื่องหมายชนิดนี้มีความหมายว่าอย่างไร
ก. เป็นข้อความที่เน้นเสียงสูง
ข. เป็นการอ่านแบบทอดจังหวะ
ค. เมื่ออ่านจบข้อความหลัก หรือเว้นวรรคยาว
ง. เว้นวรรคน้อย เมื่อจบข้อความหนึ่ง ๆ
๑๗. ร้อยกรองแบ่งได้เป็นกี่ประเภท
ก. ๓ ประเภท
ข. ๔ ประเภท
ค. ๕ ประเภท
ง. ๖ ประเภท
๑๘. การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง คืออะไร
ก. การอ่านที่มีลักษณะแบบอธิบาย หรือบรรยายเหตุการณ์
ข. การอ่านให้ไพเราะตามลีลา อารมณ์ ทำนอง ฉันทลักษณ์
ค. การอ่านออกเสียงประเภทความเรียง
ง. การอ่านเพื่อทำความเข้าใจสัญลักษณ์
๑๙. "มาจะกล่าวบทไป" เป็นคำขึ้นต้นของกลอนประเภทใด
ก. กลอนบทละคร
ข. กลอนนิทาน
ค. กลอนสุภาพ
ง.กลอนเพลงยาว
๒๐. มีโคลงสี่สุภาพ ๑ บท ตามด้วยกาพย์ยานี ๑๑ กี่บทก็ได้ คือฉันทลักษณ์ของบทประพันธ์ประเภทใด
ก. กลอนบทละคร
ข. กลอนเพลงยาว
ค. กาพย์ห่อโคลง
ง. กลอนนิทาน
