wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

2568_แบบทดสอบกลางภาค พลังงานเชื้อเพลิง

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ประเทศไทยเริ่มใช้ประโยชน์จากเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. ใด

a)

2430

b)

2431

c)

2530

d)

2531

2.

การสำรวจพบน้ำมันดิบซึ่งเป็นเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ของไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2464 ที่จังหวัดอะไร

a)

เชียงราย

b)

เชียงใหม่

c)

ลำปาง

d)

ลำพูน

3.

เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร

a)

Fossil fuels

b)

Forget

c)

Forsaken

d)

Foster

4.

ถ่านหินที่สำคัญในประเทศไทย พบที่อำเภอใด จังหวัดใด

a)

อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

b)

อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

c)

อ.ขุนตาล จ.เชียงราย

5.

หินกักเก็บปิโตรเลียมที่พบในธรรมชาติชนิดใดมีสัดส่วนการสะสมปิโตรเลียม มากที่สุด

a)

หินแกรนิต

b)

หินปูน

c)

หินทราย

6.

ปิโตรเลียมแบ่งตามสถานะได้กี่ประเภท

a)

2 ประเภท

b)

3 ประเภท

c)

4 ประเภท

d)

5 ประเภท

7.

การสำรวจปิโตรเลียมทาการสำรวจปิโตรเลียมทางธรณีฟิสิกส์จะใช้เครื่องมือการวัดวิธีใด

a)

วิธีวัดความเข้มสนามแม่เหล็กโลก

b)

วิธีวัดค่าแรงดึงดูดของโลก

c)

วิธีวัดภาพถ่ายดาวเทียม

8.

LPG เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ในลักษณะใด

a)

หุงต้มในครัวเรือน

b)

ผลิตกระแสไฟฟ้า

c)

ผลิตปุ๋ยเคมี

9.

NGV เป็นก๊าซธรรมชาติสำหรับใช้ในสิ่งใด

a)

หุงต้มในครัวเรือน

b)

ยานยนต์

c)

ผลิตกระแสไฟฟ้า

10.

ประเทศไทยได้ใช้พลังงานจากปิโตรเลียมในด้านใดมากที่สุด

a)

ผลิตไฟฟ้า

b)

การขนส่ง

c)

โรงงานและการก่อสร้าง

d)

ที่อยู่อาศัย

11.

ในแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมที่มีทั้งน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติและน้ำ เราจะพบว่ามีการแยกชั้นกันอย่างไร เรียงลำดับจากบนลงล่าง

a)

ก๊าซ น้ำ น้ำมัน

b)

ก๊าซ น้ำมัน น้ำ

c)

น้ำมัน ก๊าซ น้ำ

d)

น้ำมัน น้ำ ก๊าซ

12.

หลังจากทำการสำรวจทางธรณีวิทยาแล้ว การสำรวจหาแหล่งปิโตรเลียม จะต้องอาศัยวิธีการทางธรณีฟิสิกส์ ปัจจุบันอาศัยวิธีใด

a)

วัดค่าความสั่นสะเทือน

b)

วัดค่าสนามแม่เหล็ก

c)

วัดค่าแรงดึงดูดของโลก

d)

อาจใช้ทั้ง 3 วิธีร่วมกัน

13.

แก๊สหุงต้ม หรือ LPG ประกอบด้วยแก๊สชนิดใด

a)

โพรเพน บิวเทน

b)

มีเทน อีเทน

c)

มีเทน บิวเทน

d)

โพรเพน อีเทน

14.

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการกลั่นลําดับส่วนของน้ำมันดิบแล้วนําไปใช้เป็นเชื้อเพลิงเครื่องบิน

คือข้อใด

a)

น้ำมันเตา

b)

น้ำมันก๊าด

c)

น้ำมันดีเซล

d)

น้ำมันหล่อลื่น

15.

การกลั่นน้ำมันดิบจะได้ผลิตภัณฑ์ใดเป็นผลิตภัณฑ์สุดท้าย

a)

ยางมะตอย

b)

น้ำมันเบนซิน

c)

น้ำมันดีเซล

d)

น้ำมันหล่อลื่น

16.

น้ำมันชนิดใดที่มีความสําคัญมากในภาคเกษตรกรรม

a)

น้ำมันดีเซล

b)

น้ำมันหล่อลื่น

c)

น้ำมันก๊าด

d)

น้ำมันเตา

17.

การสํารวจในข้อใดที่ทําให้ทราบถึงขนาดและขอบเขตของแหล่งปิโตรเลียม

a)

ใช้ภาพถ่ายทางอากาศ

b)

การสํารวจทางดาวเทียม

c)

การสํารวจทางธรณีวิทยา

d)

การสํารวจทางธรณีฟิสิกส์

18.

ผลิตภัณฑ์ในข้อใดที่ได้จากการกลั่นลําดับส่วนของน้ำมันดิบจากล่างขึ้นบนของหอกลั่นตามลําดับ

a)

ดีเซล มีเทน เบนซิน

b)

ดีเซล เบนซิน มีเทน

c)

เบนซิน ดีเซล มีเทน

d)

มีเทน เบนซิน ดีเซล

19.

แก๊สธรรมชาติและน้ำมันดิบถูกกักเก็บอยู่ในชั้นหินชนิดใด

a)

หินแปร

b)

หินเกลือ

c)

หินทราย

d)

หินดินดาน

20.

ข้อใดคือสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีมวลโมเลกุลใหญ่ซึ่งสลายตัวเป็นปิโตรเลียม

a)

พาราฟีน

b)

ฟอสซิล

c)

เคอโรเจน

d)

อินทรีย์สาร

21.

ธาตุที่เป็นองค์ประกอบหลักของน้ำมันดิบคืออะไร

a)

กํามะถันและไนโตรเจน

b)

ออกซิเจนและไฮโดรเจน

c)

ออกซิเจนและคาร์บอน

d)

คาร์บอนและไฮโดรเจน

22.

ข้อใดคือต้นกําเนิดของปิโตรเลียม

a)

หินอัคนี

b)

อุกกาบาต

c)

ซากสิ่งมีชีวิต

d)

ลาวาจากภูเขาไฟ

23.

สาเหตุที่ทําให้อินทรีย์สารจําพวกซากพืช และซากสัตว์เกิดการแปรสภาพเป็นปิโตรเลียม คือข้อใด

a)

ออกซิเจน และความร้อน

b)

อุณหภูมิ และความกดดัน

c)

แสงอาทิตย์ และความร้อน

d)

แบคทีเรีย จุลินทรีย์ และความกดดัน

24.

ก๊าซปิโตรเลียมเหลวไม่มีสีและกลิ่น มีข้อกำหนดให้เติมสารใดเพื่อเตือนภัยในกรณีเกิดการรั่วไหล

a)

แก๊สไข่เน่า

b)

ด่างทับทิม

c)

เอทิลแอลกอฮอล์

d)

เอทิลเมอร์แคปเทน

25.

ปิโตรเลียมส่วนใหญ่เป็นสารประกอบประเภทใด

a)

สารประกอบอินทรีย์

b)

น้ำมันและหินน้ำมัน

c)

แอลกอฮอล์และกรดอินทรีย์

d)

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนผสมกันหลายชนิด

26.

ธาตุที่พบเสมอในเชื้อเพลิง เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติ คือข้อใด

a)

กำมะถัน

b)

คาร์บอน

c)

ออกซิเจน

d)

ไนโตรเจน

27.

สาเหตุที่ทำให้อินทรีย์สารจำพวกซากพืช และซากสัตว์ เกิดการแปรสภาพเป็นปิโตรเลียม คือข้อใด

a)

ออกซิเจน และความร้อน

b)

อุณหภูมิ และความกดดัน

c)

แสงอาทิตย์ และความชื้นในอากาศ

d)

แบคทีเรีย จุลินทรีย์ และออกซิเจน

28.

แหล่งน้ำมันสิริกิติ์อยู่ที่จังหวัดใด

a)

เชียงใหม่

b)

สุพรรณบุรี

c)

สุราษฎ์ธานี

d)

กำแพงเพชร

29.

ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมใดที่มีจุดเดือดสูงที่สุด

a)

น้ำมันเตา

b)

น้ำมันก๊าด

c)

ยางมะตอย

d)

น้ำมันหล่อลื่น

30.

ข้อใดหมายถึงการเกิดถ่านหิน

a)

ซากพืชทับถมกันเป็นเวลานาน ลักษณะแข็งและเปราะ

b)

ซากสัตว์ขนาดเล็กทับถมกันเป็นเวลานานเป็นของเหลวข้น

c)

ซากพืชซากสัตว์เน่าเปื่อยทับถมกันเวลานานมีทั้งของเหลวและแก๊ส

d)

ซากพืชซากสัตว์เน่าเปื่อยทับถมกันเป็นเวลานาน ลักษณะเป็นของเหลวข้น

31.

ถ่านหินในข้อใดที่มีอายุการเกิดน้อยที่สุดและให้พลังงานความร้อนมากที่สุด ตามลำดับ

a)

แอนทราไซต์และแอนทราไซต์

b)

ลิกไนต์และบิทูมินัส

c)

พีตและแอนทราไซต์

d)

พีตและซับบิทูมินัส

32.

เชื้อเพลิงประเภทถ่านหินและหินน้ำมัน เรียกชื่ออีกอย่างว่าอะไร

a)

เชื้อเพลิงซากพืช

b)

เชื่อเพลิงทับถม

c)

เชื้อเพลิงฟอสซิล

d)

เชื้อเพลิงทดแทน

33.

เพราะเหตุใดถ่านหินแอนทราไซต์จึงให้พลังงานมากที่สุด

a)

เพราะมีจำนวนคาร์บอนมากที่สุด

b)

ไม่มีคาร์บอนเลย

c)

เพราะมีจำนวนคาร์บอนน้อยที่สุด

d)

มีประจุไฟฟ้ามาก

34.

สารประกอบอินทรีย์ที่แทรกอยู่ระหว่างชั้นตะกอนของหินน้ำมัน คือ อะไร

a)

เคอโรเจน

b)

เคลย์

c)

ควอตซ์

d)

แคลไซต์

35.

ข้อใดเป็นวิธีการสำรวจหาแหล่งปิโตรเลียมในขั้นต้น

a)

การเจาะหลุมเพื่อผลิต

b)

การสำรวจทางธรณีวิทยา

c)

การสำรวจโดยการเจาะ

d)

การสำรวจทางธรณีฟิสิกส์

36.

ชั้นหินกักเก็บปิโตรเลียม คือ หินชนิดใด

a)

หินปูน

b)

หินดินดาน

c)

หินอัคนี

d)

หินทราย

37.

กระบวนการผลิตปิโตรเลียมปล่อยของเสียจำนวนมาก เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควรปฏิบัติอย่างไร

a)

ลดการใช้ปิโตรเลียม

b)

ขุดเจาะปิโตรเลียมให้น้อยลง

c)

บำบัดให้ไร้สารเจือจนก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม

d)

ปิโตรเลียมเป็นพลังงานสะอาดไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

38.

การขุดเจาะน้ำมันดิบจะพบสารในข้อใดตามลำดับ

a)

แก๊ส น้ำ น้ำมันดิบ

b)

น้ำ แก๊ส น้ำมันดิบ

c)

น้ำมันดิบ น้ำ แก๊ส

d)

แก๊ส น้ำมันดิบ น้ำ

39.

ขั้นตอนแรกของการแยกแก๊สธรรมชาติจากแหล่งผลิตในอ่าวไทย คือข้อใด

a)

กำจัดปรอท

b)

กำจัดคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ

c)

แยกแก๊สเหลวออกจากแก๊สธรรมชาติ

d)

เพิ่มความดันและลดอุณหภูมิให้แก๊สเปลี่ยนเป็นของเหลว

40.

น้ำมันดิบถูกแยกเป็นส่วนต่าง ๆ โดยการกลั่นลำดับส่วนเพราะอะไร

a)

ส่วนประกอบและจุดเดือดต่างกัน

b)

ส่วนประกอบทั้งหมดของน้ำมันดิบเป็นของเหลว

c)

น้ำมันดิบเป็นของผสม

d)

ส่วนประกอบทั้งหมดของน้ำมันดิบเป็นธาตุ