NEW
Font size
Worksheetsหน่วย1
Total questions: 60
Worksheet time: 30mins
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับองค์ประกอบของอากาศ
ก.อากาศประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจนเป็นส่วนใหญ่
ข.อากาศประกอบด้วยแก๊สออกซิเจนเป็นส่วนใหญ่
ค.แก๊สออกซิเจนในอากาศมีความสำคัญต่อกระบวนการหายใจของสิ่งมีชีวิต
ง.นอกจากแก๊สไนโตรเจนแล้วอากาศยังประกอบด้วยแก๊สอื่น ๆ เช่น ออกซิเจน อาร์กอน ซีนอน เป็นต้น
2. แก๊สในบรรยากาศข้อใดที่มีปริมาณน้อยที่สุด
ก. แก๊สไฮโดรเจน
ข. แก๊สอาร์กอน
ค. แก๊สออกซิเจน
ง. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
แก๊สในบรรยากาศชนิดใดที่มีปริง.มาณน้อย แต่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลกมากที่สุด
ก. แก๊สไฮโดรเจน
ข. แก๊สอาร์กอน
ค.แก๊สไนโตรเจน
ง.แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ส่วนประกอบของอากาศชนิดใดที่ใช้ในการพิจารณาเพื่อจำแนกอากาศออกเป็นอากาศชื้นและอากาศแห้ง
ก. ไอน้ำ
ข. โอโซน
ค.ละอองลอย
ง. แก๊สออกซิเจน
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโอโซน
ก.โอโซนช่วยในการผลิตแก๊สออกซิเจนในอากาศ
ข. โอโซนมีความสำคัญต่อกระบวนการหายใจของสิ่งมีชีวิต
ค.โอโซนเป็นสารตั้งต้นในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
ง.หากสิ่งมีชีวิ ตได้รับโอโซนในปริมาณที่มากจนเกินไป
จะทำให้ระบบหายใจผิดปกติ
แก๊สชนิดใดมีความสำคัญในการช่วยเจือจางแก๊สออกซิเจนในอากาศให้มีความเข้มข้นเหมาะสมสำหรับกระบวนการหายใจของสิ่งมีชีวิต
ก. แก๊สซีนอน
ข. แก๊สอาร์กอน
ค.แก๊สไนโตรเจน
ง. แก๊สไฮโดรเจน
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานจากดวงอาทิตย์
ก.ในแต่ละบริเวณของโลกจะมีอุณหภูมิเท่า ๆ กัน
ข.โลกจะส่งถ่ายความร้อนในรูปคลื่นแม่เหล็กสู่อวกาศ
ค.โลกมีสัณฐานคล้ายทรงกลมทำให้มีพลังงานความร้อนเท่ากัน
ง.ในแต่ละบริเวณของโลกจะได้รับและสูญเสียพลังงานความร้อนแตกต่างกัน
รังสีจากดวงอาทิตย์จะต้องทำมุมตกกระทบอย่างไรจึงจะทำให้ความเข้มของรังสีมาก
ก.ทำมุม 30 องศากับพื้นผิวโลก
ข. ทำมุม 45 องศา กับพื้นผิวโลก
ค. ทำมุม 60 องศา กับพื้นผิวโลก
ง. ทำมุม 90 องศา กับพื้นผิวโลก
สัณฐานและแกนหมุนของโลกมีผลต่อการตกกระทบของ
รังสีจากดวงอาทิตย์อย่างไร
ก. รังสีที่ตกกระทบพื้นผิวโลกแต่ละบริเวณเท่ากัน ทำให้โลกเกิดสมดุลพลังงาน
ข. รังสีที่ตกกระทบพื้นผิวโลกแต่ละบริเวณแตกต่างกัน ทำให้โลกปลดปล่อยพลังงานออกสู่อวกาศมากขึ้น
ค. รังสีที่ตกกระทบพื้นผิวโลกแต่ละบริเวณแตกต่างกัน ทำให้แต่ละบริเวณมีอุณหภูมิอากาศแตกต่างกัน
ง. รังสีที่ตกกระทบพื้นผิวโลกแต่ละบริเวณเท่ากัน ทำให้ชั้นบรรยากาศของโลกมีปริมาณแก๊สเรือนกระจกเพิ่ม
มากขึ้น
เขตภูมิอากาศบริเวณใดที่ไม่มีฤดูร้อน
ก. เขตร้อน
ข. เขตหนาว
ค. เขตทุนดรา
ง. เขตป่าดงดิบ
ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของอากาศที่คงที่
ก.แก๊สฮีเลียม
ข.แก๊สไนโตรเจน
ค.แก๊สไฮโดรเจน
ง.แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ข้อใดเป็นองค์ประกอบของอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้
ก.ไอน้ำ
ข. แก๊สอาร์กอน
ค.แก๊สออกซิเจน
ง. แก๊สไนโตรเจน
แก๊สชนิดใดมีปริมาณมากที่สุดในบรรยากาศ
ก.แก๊สอาร์กอน
ข.แก๊สฮีเลียม
ค.แก๊สไนโตรเจน
ง. แก๊สไฮโดรเจน
โลกได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์แต่ละบริเวณเท่ากันหรือไม่ เพราะเหตุใด
ก.เท่ากัน เนื่องจากโลกใช้เวลาในการหมุนรอบดวงอาทิตย์เท่ากันทุกปี
ข.เท่ากัน เนื่องจากพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ส่งผ่านมายังโลกมีปริมาณคงที่
ค.ไม่เท่ากัน เนื่องจากโลกจะถ่ายโอนพลังงานออกสู่อวกาศมากกว่าดูดกลืนพลังงานเข้ามา
ง.ไม่เท่ากัน เนื่องจากเนื่องจากโลกจะเกิดกระบวนการสะท้อน ดูดกลืน และถ่ายโอนพลังงานแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ละอองลอย การเอียงของแกนโลก ลักษณะพื้นผิว เป็นต้น
ปัจจัยใดมีผลต่อการรับและคายพลังงานจากดวงอาทิตย์
ก.ลักษณะพื้นผิว
ข.การเปลี่ยนแปลงฤดูกาล
ค.การเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
ง.ปริมาณแก๊สออกซิเจนที่เพิ่มขึ้น
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก.บริเวณที่มีเมฆปกคลุมมากจะทำให้บริเวณนั้นมีอุณหภูมิสูง
ข.แก๊สเรือนกระจกไม่มีผลต่อการรับพลังงานจากดวงอาทิตย์
ค.บริเวณที่มีฝุ่นละอองปกคลุมหนาแน่นจะทำให้บริเวณนั้นมีอุณภูมิสูง
ง.รังสีจากดวงอาทิตย์ตกกระทบตั้งฉากกับพื้นผิวโลก จะมีความเข้มของรังสีมาก
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอุณหภูมิอากาศ
ก.ข้อมูลที่บอกถึงการเปลี่ยนแปลงฤดูกาล
ข.ข้อมูลที่ใช้บอกปริมาณการสะท้อนความร้อน
ค.ค่าที่บ่งบอกระดับความร้อนเย็นของอากาศ
ง.ค่าที่บ่งบอกระดับพลังงานที่โลกได้รับจากดวงอาทิตย์
เขตใดเป็นบริเวณที่มีฤดูหนาวและฤดูร้อนแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ก.เขตร้อน
ข. เขตอบอุ่น
ค.เขตทุนดรา
ง. เขตป่าดงดิบ
เขตภูมิอากาศตามละติจูดใดจะได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์มากกว่าส่วนอื่น ๆ
ก. เขตร้อน
ข. เขตอบอุ่น
ค. เขตทุนดรา
ง. เขตป่าดงดิบ
โลกรักษาสมดุลพลังงานอย่างไร
ก.สะท้อนรังสีออกสู่บรรยากาศทั้งหมด
ข. ดูดซับรังสีจากดวงอาทิตย์ในปริมาณที่พอเหมาะ
ค. ปรับอุณหภูมิของพื้นดินให้เท่ากับอุณหภูมิของพื้นน้ำ
ง.โลกจะปลดปล่อยพลังงานเฉลี่ยกลับสู่อวกาศเท่ากับพลังงานเฉลี่ยที่โลกได้รับ
ลมเกิดขึ้นได้อย่างไร
ก. ลมเกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ
ข. ลมเกิดจากอากาศร้อนเคลื่อนที่มาแทนที่อากาศหนาว
ค. ลมเกิดจากการขยายตัวของอากาศ ทำให้อากาศเคลื่อนที่
ง. ลมเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของแรงดันอากาศ ส่งผลให้ความหนาแน่นของอากาศเปลี่ยนแปลง
ข้อใดต่อไปนี้เป็นลมประจำถิ่น
ก.ลมตะเภา
ข. ลมพระยา
ค. ลมมรสุม
ง. ลมบกลมทะเล
ข้อใดกล่าวถึงลมบกได้ถูกต้อง
ก. ลมที่เกิดในเวลากลางวัน
ข. ลมที่พัดจากทะเลสู่พื้นดิน
ค. ลมที่พัดจากพื้นดินสู่พื้นน้ำ
ง. ลมที่เกิดจากอากาศบริเวณพื้นดินมีความกดอากาศต่ำ
ข้อใดเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดทิศทางลม
ก. ศรลม
ข. บอลลูน
ค. กล้องทีโอโดไลต์
ง. ไฮโกรมิเตอร์
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ความเร็วและทิศทางลมเกิดการเปลี่ยนแปลง
ก.แรงที่เกิดจากความชันของความกดอากาศ
ข.แรงคอริออลิส
ค.แรงสู่ศูนย์กลาง
ง. แรงกดอากาศ
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับแบบจำลองการหมุนเวียนอากาศแบบเซลล์เดียว
ก. สมมติให้โลกไม่หมุนรอบตัวเอง
ข. โลกถูกปกคลุมด้วยพื้นดินและพื้นน้ำ
ค. สามารถแบ่งการหมุนเวียนอากาศออกเป็น 3 วงจร
ง. มีทิศทางการเคลื่อนของอากาศเข้าหาขั้วโลก
ข้อใดต่อไปนี้เป็นการหมุนเวียนอากาศตามเขตละติจูด
ก. การหมุนเวียนอากาศแถบขั้วโลก
ข. การหมุนเวียนอากาศแถบละติจูดม้า
ค. การหมุนเวียนอากาศแถบลมค้า
ง. การหมุนเวียนอากาศแถบดอลดรัมส์
ข้อใดต่อไปนี้เป็นเขตลมสงบทั้งหมด
ก. ดอลดรัมส์และลมค้า
ข. ลมค้าและละติจูดม้า
ค. ดอลดรัมส์และฮอร์สละติจูด
ง. โพลาเซลล์และเฟอร์เรลเซลล์
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ขั้นในการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
ก. ขั้นก่อตัว
ข. ขั้นสลายตัว
ค. ขั้นเจริญเต็มที่
ง. ขั้นก่อกำเนิดกระแสลม
ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับมรสุมได้ถูกต้อง
ก. เกิดจากความแตกต่างของอากาศเหนือพื้นมหาสมุทร
ทิศทางการพัด
ข. เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศเหนือพื้นทวีป
ค. เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิของพื้นทวีปกับพื้น มหาสมุทร
ง. เกิดจากความแตกต่างของอากาศ ทำให้ลมเปลี่ยนทิศทางการพัด
ลมบกเกิดขึ้นได้อย่างไร
ก. กลางวันพื้นน้ำมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นดิน ทำให้อากาศเย็นบริเวณพื้นดินเคลื่อนที่เข้าไปแทนที่
ข. กลางวันพื้นน้ำมีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นดิน ทำให้อากาศเย็นบริเวณพื้นน้ำเคลื่อนที่เข้าไปแทนที่
ค. กลางคืนพื้นน้ำมีอุณหภูมิเท่ากับพื้นดิน ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอากาศคงที่
ง. กลางคืนพื้นน้ำมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นดิน ทำให้อากาศเย็นบริเวณพื้นดินเคลื่อนที่เข้าไปแทนที่
เมื่อแรงที่เกิดจากความชันของความกดอากาศมีค่ามาก ส่งผลต่อลมอย่างไร
ก. ลมพัดแรงขึ้น
ข. ลมพัดอ่อนลง
ค. ลมพัดสม่ำเสมอ
ง. ลมพัดอ่อน ๆ อย่างสม่ำเสมอ
หากเกิดแรงคอริออลิสบริเวณซีกโลกเหนือ จะส่งผลต่อลมอย่างไร
ก. ลมจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดิม
ข. ลมจะเบนไปทางซ้ายจากทิศทางเดิม
ค. ลมจะเบนไปทางขวาจากทิศทางเดิม
ง. ลมจะเคลื่อนที่จากซีกโลกเหนือเข้าสู่ซีกโลกใต้
แรงใดมีผลทำให้ลมเกิดการหมุน
ก. แรงเสียดทาน
ข. แรงสู่ศูนย์กลาง
ค. แรงคอริออลิส
ง. แรงหมุนเวียนอากาศ
ข้อใดต่อไปนี้เป็นวงจรแบบจำลองการหมุนเวียนอากาศแบบทั่วไป
ก. แฮดลีย์เซลล์, เฟอร์เรลเซลล์
ข. ออลิสเซลล์, เฟอร์เรลเซลล์
ค. แฮดลีย์เซลล์, ออลิสเซลล์
ง. โพลีย์เซลล์, เฟอร์เรลเซลล์
พายุเกิดขึ้นได้อย่างไร
ก. เกิดจากความแปรปรวนของอากาศ ส่งผลให้อากาศเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
ข. เกิดจากความกดอากาศสูง ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศ
ค. เกิดจากมวลอากาศอุ่นเคลื่อนที่เข้าไปแทนที่มวลอากาศเย็นส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศ
ง. เกิดจากอากาศที่มีเสถียรภาพสูง ส่งผลให้อากาศเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองขั้นเจริญเต็มที่
ก. อากาศลอยตัวสูงขึ้นในแนวตั้ง
ข. อุณหภูมิอากาศเพิ่มสูงขึ้นตามระดับความสูง
ค. อากาศเกิดการควบแน่นแล้วรวมตัวเป็นเมฆคิวมูลัส
ง. เมฆคิวมูลัสก่อตัวพัฒนากลายเป็นเมฆคิวมูโลนิมบัส
พายุชนิดใดต่อไปนี้มีความรุนแรงมากที่สุด
ก. พายุฤดูร้อน
ข. พายุทอร์นาโด
ค. พายุพวยน้ำ
ง. พายุหมุนเขตร้อน
มรสุมฤดูหนาวส่งผลต่อสภาพอากาศอย่างไร
ก. อากาศแปรปรวนรุนแรง
ข. อุณหภูมิอากาศสูง
ค. อากาศชื้นกว่าปกติ
ง. อากาศแห้งและท้องฟ้าโปร่ง
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับร่องมรสุม
ก. เกิดจากแรงคอริออลิสพัดผ่านแนวศูนย์สูตร
ข. เกิดจากความแตกต่างของอากาศเหนือพื้นมหาสมุทร
ค. เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศเหนือพื้นทวีป
ง. เกิดจากลมในซีกโลกเหนือพัดมาบรรจบกับลมในซีกโลกใต้
ชั้นน้ำในมหาสมุทรมีกี่ชั้น
ก. 2 ชั้น
ข. 3 ชั้น
ค. 4 ชั้น
ง. 5 ชั้น
การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิของน้ำชั้นบนมีลักษณะอย่างไร
ก. อุณหภูมิลดลงตามความลึกที่เพิ่มขึ้น
ข. ใกล้ผิวน้ำจะมีอุณหภูมิคงที่
ค. อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ
ง. อุณหภูมิสูงขึ้นตามความลึกที่เพิ่มขึ้น
ชั้นน้ำใดที่มีอุณหภูมิของน้ำ และความเค็มลดลงอย่างรวดเร็วตามระดับความลึก
ก. น้ำชั้นบน
ข. น้ำชั้นเทอร์โมไคลน์
ค. น้ำชั้นล่าง
ง. น้ำชั้นแฮโลไคลน์
ชั้นน้ำที่มีความดันเพิ่มขึ้นตามระดับความลึกคือชั้นน้ำใด
ก. น้ำชั้นบน
ข. น้ำชั้นเทอร์โมไคลน์
ค. น้ำชั้นล่าง
ง. น้ำชั้นแฮโลไคลน์
การหมุนเวียนของกระแสนน้ำในมหาสมุทรมีกี่แบบ อะไรบ้าง
ก. 1 แบบ การหมุนเวียนของน้ำแนวตั้ง
ข. 2 แบบ การหมุนเวียนของน้ำลึก การหมุนเวียนของ
น้ำผิวหน้า
ค. 3 แบบ การหมุนเวียนของน้ำแนวตั้ง การหมุนเวียนของน้ำแนวนอน การหมุนเวียนของน้ำแนวทแยง
ง. 3 แบบ การหมุนเวียนของน้ำลึก การหมุนเวียนของ
น้ำผิวหน้า การหมุนเวียนของกระแสน้ำตื้น
ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดการหมุนเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทร
ก. ลม
ข. แรงคอริออลิส
ค.ตำแหน่งและลักษณะทวีป
ง. ความร้อน
การหมุนเวียนของกระแสน้ำแบบใดที่เกิดจากอิทธิพลของลมที่พัดเหนือผิวน้ำ
ก. การหมุนเวียนของประแสน้ำผิวหน้า
ข. การหมุนเวียนของกระแสน้ำลึก
ค. การหมุนเวียนของกระแสน้ำแนวราบ
ง . การหมุนเวียนของกระแสน้ำแนวทแยง
การหมุนเวียนของกระแสน้ำแบบใดที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิและความเค็มเขตร้อน
ก. การหมุนเวียนของประแสน้ำผิวหน้า
ข. การหมุนเวียนของกระแสน้ำลึก
ค. การหมุนเวียนของกระแสน้ำแนวราบ
ง.การหมุนเวียนของกระแสน้ำแนวทแยง
น้ำผุด น้ำจมเกิดขึ้นจากการหมุนเวียนของกระแสน้ำแบบใด
ก. การหมุนเวียนของประแสน้ำผิวหน้า
ข. การหมุนเวียนของกระแสน้ำลึก
ค. การหมุนเวียนของกระแสน้ำแนวราบ
ง.การหมุนเวียนของกระแสน้ำแนวทแยง
น้ำผุด และน้ำจม เป็นผลที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของสิ่งใด
ก. แรงคอริออลิส
ข. แรงโน้มถ่วง
ค. แรงสู่ศูนย์กลาง
ง. แรงเสียดทาน
น้ำผุด และน้ำจม เป็นผลที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของสิ่งใด
ก. แรงคอริออลิส
ข. แรงโน้มถ่วง
ค. แรงสู่ศูนย์กลาง
ง. แรงเสียดทาน
ชั้นน้ำที่มีความดันเพิ่มขึ้นตามระดับความลึกคือชั้นน้ำใด
ก. น้ำชั้นเทอร์โมไคลน์
ข.น้ำชั้นล่าง
ค.น้ำชั้นแฮโลไคลน์
ง. น้ำชั้นไพโนไคลน์
ชั้นน้ำใดที่มีอุณหภูมิของน้ำ และความเค็มลดลงอย่างรวดเร็ว
ตามระดับความลึก
1. น้ำชั้นบน
2.น้ำชั้นเทอร์โมไคลน์
3 . น้ำชั้นไพโนไคลน์
4. น้ำชั้นแฮโลไคลน์
การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิของน้ำชั้นบนมีลักษณะอย่างไร
1. อุณหภูมิลดลงตามความลึกที่เพิ่มขึ้น
2. ใกล้ผิวน้ำจะมีอุณหภูมิคงที่
3. อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ
4. อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การหมุนเวียนของกระแสน้ำแบบใดที่เกิดจากอิทธิพลของลมที่พัดเหนือผิวน้ำ
1. การหมุนเวียนของประแสน้ำผิวหน้า
2. การหมุนเวียนของกระแสน้ำแนวราบ
3. การหมุนเวียนของกระแสน้ำแนวทแยง
4. การหมุนเวียนของกระแสน้ำแนวดิ่ง
ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดการหมุนเวียนของกระแสน้ำใน
มหาสมุทร
1. ลม
2. แรงคอริออลิส
3. ความร้อน
4. ความแตกต่างของอุณหภูมิและความเค็มของน้ำ
ข้อใด อธิบายความหมายของการเกิดลานีญาได้ชัดเจน
ปรากฏการณ์ตรงข้ามกับเอลนีโญ
ปรากฏการณ์ของคลื่นยักษ์ซัดชายฝั่ง
ปรากฏการณ์พายุขนาดยักษ์พัดขึ้นชายฝั่งทะเล
ปรากฏการณ์ที่น้ำทะเลเกิดการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว
ข้อใด ไม่ใช่ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีผลเสียต่อมนุษย์
พื้นที่ที่เคยชุ่มชื้นเกิดภาวะแห้งแล้ง
ตัดไม้ทำลายป่า และเผาป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอยของชนกลุ่มน้อย
อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นอากาศร้อนจัด ในขณะเดียวกันอุณหภูมิลดลงทำให้อากาศหนาวจัด หิมะตกหนัก
ระบบนิเวศเสียสมดุล ปริมาณของไฟโตแพลงตอนลดลง
ปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงส่งผลให้
เกิดความผิดปกติแบบใดในประเทศไทย
ฝนตกหนัก
ไม่เปลี่ยนแปลง
ฝนแล้ง
ไม่มีข้อใดถูก
ปรากฏการณ์ลานีญารุนแรงส่งผลให้
เกิดความผิดปกติแบบใดในประเทศไทย
ฝนตกหนัก
ไม่เปลี่ยนแปลง
ฝนแล้ง
ไม่มีข้อใดถูก
