Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทดสอบกลางภาค

Total questions: 35

Worksheet time: 18mins

Name
Class
Date
1.

ถ้าต้องการเสนอขายและเรียกร้องความสนใจจากผู้บริโภคได้ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจที่ได้ครอบครองผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ควรจะศึกษาเรื่องใด

a)

ก.        ประวัติของผลิตภัณฑ์

b)

ข.        ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์

c)

ค.        กรรมวิธีการผลิตหรือกระบวนการผลิต

d)

ง.        รูปร่างของผลิตภัณฑ์

2.

ข้อใดเป็นส่วนที่จะบอกรายละเอียดคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อถือ และทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างไรบ้าง

a)

          ก.        รูปร่างของผลิตภัณฑ์

b)

ข.       ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์

c)

          ค.        คุณภาพของผลิตภัณฑ์   

d)

ง.   ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์

3.

ข้อใดเป็นการบริการที่จะได้รับหลังการขาย

a)

          ก.        ช่วยยกสินค้าที่ซื้อแล้วขึ้นรถให้

b)

ข.        การได้รับส่วนลดราคา

c)

ค.        การรับประกันสินค้า

d)

ง.        การเยี่ยมเยียนลูกค้า

4.

ข้อใดเป็นผลิตภัณฑ์สะดวกซื้อ (Convenience Product)

a)

          ก.        กระเป๋า นํ้าหอมที่เน้นตรายี่ห้อ

b)

ข.   ยา ประกันชีวิต

c)

          ค.        แปรงสีฟัน ยาสีฟัน

d)

ง.        รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า

5.

ข้อใดเป็นส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix)

a)

ก.         ผลิตภัณฑ์ ราคา การจัดจำหน่ายและการส่งเสริมการตลาด

b)

            ข.         การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การขายโดยพนักงานขายและการส่งเสริมการขาย

c)

ค.   สายผลิตภัณฑ์และรายการผลิตภัณฑ์

d)

            ง.          ความกว้าง ความยาว ความลึก และความสัมพันธ์ระหว่างกัน

6.

    ข้อใดเป็นสายผลิตภัณฑ์ของร้านขายรองเท้า

a)

      ก.   ผงซักฟอก ยาสีฟัน สบู่

b)

ข.   ปากกา ยางลบ ไม้บรรทัด

c)

ค.        รองเท้าเด็ก รองเท้าสุภาพสตรี และสุภาพบุรุษ

d)

ง.          ผ้าอ้อม กระดาษทิชชู เป็นต้น

7.

ข้อใดเป็นลักษณะของการจัดกลุ่มของสายผลิตภัณฑ์ (Product line)

a)

ก.   จำนวนของสายผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอขาย

b)

ข.   จำนวนชนิดของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่กิจการมี

c)

ค.        มีการใช้งานคล้ายคลึงกันและมีราคาใกล้เคียงกัน

d)

ง.          มีความสัมพันธ์กันของแต่ละสายผลิตภัณฑ์

8.

จำนวนของสายผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอขายทั้งหมดของกิจการหมายถึงข้อใด

a)

ก.   ความกว้างของสายผลิตภัณฑ์

b)

ข.         ความยาวของสายผลิตภัณฑ์

c)

ค.         ความลึกของสายผลิตภัณฑ์

d)

ง.    ความสอดคล้องของสายผลิตภัณฑ์

9.

ข้อใดเป็นความยาวของสายผลิตภัณฑ์ (Product Length)

a)

            ก.         จำนวนของสายผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอขาย

b)

ข.        จำนวนชนิดของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่กิจการมี

c)

ค.   จำนวนชนิดของผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอขายในแต่ละสายผลิตภัณฑ์

d)

ง.          ความสัมพันธ์กันของแต่ละสายผลิตภัณฑ์

10.

“กิจการผลิตเครื่องปรับอากาศแบบติดตั้งตามกำแพงบ้าน ต่อมาได้เพิ่มการผลิตเป็นเครื่องปรับอากาศแบบตั้งพื้นและเคลื่อนที่ได้” จากข้อความดังกล่าวเป็นการพิจารณาความยาวของผลิตภัณฑ์แบบใด

a)

     ก.   การขยายผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น (Line Stretching)

b)

            ข.         การเติมเต็มสายในผลิตภัณฑ์ (Line Filling)

c)

            ค.         การทำให้ทันสมัยขึ้น (Line Modernization)

d)

ง.          การกำหนดลักษณะในสายผลิตภัณฑ์ (Line Featuring)

11.

ข้อใดเป็นความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์ (Product Differentiation)

a)

            ก.         การบำรุงรักษา การรับประกัน

b)

ข.   รูปแบบ คุณสมบัติ ความคงทน

c)

ค.         การติดต่อสื่อสาร

d)

ง.          การสร้างความแตกต่างด้านการแข่งขัน

12.

ข้อใดเป็นความแตกต่างด้านภาพลักษณ์ (Image Differentiation)

a)

ก.         ขวดแชมพูเป็นสี่เหลี่ยมสีเขียว

b)

ข.         พนักงานนำเครื่องดื่มไปรับรองลูกค้า

c)

ค.        จ่ายแพงกว่าทำไม ใช้ผงซักฟอกยี่ห้อ “สะอาด” ดีกว่า

d)

ง.    เครื่องดื่มสำหรับคนรุ่นใหม่

13.

ข้อใดเป็นลักษณะและความต้องการของกลุ่มผู้รับข่าวสารด้านประชากรศาสตร์ ภูมิศาสตร์ จิตวิทยาพฤติกรรมศาสตร์ และรูปแบบการดำรงชีวิต

a)

ก.   ลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย (Target profile)

b)

ข.   ภาพรวมความต้องการของลูกค้า (Needed package)

c)

ค.         จุดเด่นผลิตภัณฑ์ (Product Feature)

d)

ง.    ภาพรวมของผลประโยชน์ผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการ (Benefit package)

14.

ข้อใดเป็นลักษณะเฉพาะตัวของความต้องการที่แฝงอยู่ในตัวผู้บริโภค

a)

ก.   ทรัพยากรของกิจการ (Company’s resources)

b)

ข.        ภาพรวมความต้องการของลูกค้า (Needed package)

c)

ค.         ความเป็นเอกลักษณ์ของกิจการ (Company’s unique)

d)

ง.    ตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งขัน (Competitor’s positioning)

15.

ข้อใดเป็นการกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามคุณภาพ

a)

ก.   แชมพูสระผมผสมมะกรูด 100%

b)

ข.         นมแอลลีนเสริมแคลเซียมสำหรับผู้สูงอายุ

c)

ค.         รีเจนซี่ บรั่นดีไทย

d)

ง.          ครีมบีบีกันแดด UV แท้จากเกาหลี

16.

ข้อใดเป็นการกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามกลุ่มเป้าหมาย

a)

ก.   เครื่องดื่มชาแท้ ๆ จากญี่ปุ่น

b)

ข.   สบู่สมุนไพรเหมาะสำหรับคนหนุ่มสาว

c)

ค.         แชมพูผสมนํ้านมข้าว

d)

ง.          ไวตามิ้ลค์เป็นแหล่งโปรตีนธรรมชาติจากถั่วเหลือง

17.

ข้อใดเป็นการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์

a)

ก.   สบู่เหลว C ได้วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ว่าเป็นสบู่ที่ทำให้ผิวกระชับ

b)

ข.   โทรศัพท์มือถือ B วางตำแหน่งประโยชน์ของโทรศัพท์ที่บอกตำแหน่งที่ตั้ง

c)

ค.        โทรศัพท์แอปเปิลมีการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่เน้นสมาร์ตโฟนระดับ High -- End

d)

ง.          ผ้าอนามัยวิสเปอร์วางตำแหน่งที่การซึมซับได้แห้งสนิททำให้รู้สึกสบาย

18.

ข้อใดเป็นการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามคุณประโยชน์และคุณค่า

a)

ก.โลตัสซูเปอร์เซ็นเตอร์วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ว่าเป็นห้างที่ขายสินค้าถูกทุกวัน

b)

ข.         นมแอลลีนเสริมแคลเซียมสำหรับผู้สูงอายุ

c)

ค.   รีเจนซี่ บรั่นดีไทย

d)

ง.   สบู่เหลว C ได้วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ว่าเป็นสบู่ที่ทำให้ผิวกระชับ

19.

“โรงแรมแห่งหนึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว เกรด A” เป็นการกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามข้อใด

a)

ก.        การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน

b)

ข.   การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามคู่แข่งขัน

c)

ค.   การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามรูปทรง

d)

ง.          การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามส่วนผสม

20.

รีเจนซี่ บรั่นดีไทย” เป็นการกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามข้อใด

a)

ก.        จากแหล่งกำเนิด

b)

ข.         ตามรูปทรง

c)

            ค.        ตามส่วนผสม

d)

ง.          ตามการแข่งขัน

21.

วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ขั้นตอนใดที่ยังไม่มีคู่แข่งขันเข้ามาในตลาด

a)

ก.        ขั้นแนะนำผลิตภัณฑ์

b)

ข.   ขั้นเจริญเติบโต

c)

ค.         ขั้นอิ่มตัว

d)

ง.          ขั้นตกตํ่า

22.

ในขั้นตอนใดควรจะต้องรักษาความได้เปรียบที่อยู่เหนือคู่แข่งขัน

a)

ก.         Product Introduction

b)

ข.   Growth

c)

ค.        Maturity

d)

ง.          Sale Decline

23.

ข้อใดเป็นกลยุทธ์ขั้นแนะนำด้านผลิตภัณฑ์สำหรับวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์

a)

ก.         ปรับปรุงคุณภาพและรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์

b)

ข.        เน้นรูปแบบมาตรฐานที่กระตุ้นความต้องการพื้นฐานมากกว่าตราสินค้า

c)

            ค.         ลดการผลิตสินค้ายอดขายตํ่า ตัดรายการผลิตภัณฑ์ไม่มีกำไรออกจากตลาด เปลี่ยนตำแหน่งผลิตภัณฑ์ใหม่

d)

ง.          ปรับปรุงคุณภาพ ลักษณะและรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อเข้าถึงตลาดเฉพาะ

24.

ในช่วงวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ข้อใดเริ่มขยายสายผลิตภัณฑ์

a)

ก.         ขั้นแนะนำ

b)

ข.   ขั้นเจริญเติบโต

c)

            ค.         ขั้นอิ่มตัว

d)

ง.          ขั้นตกตํ่า

25.

ข้อใดเป็นวิวัฒนาการของตลาดในขั้นการเกิดตลาด

a)

ก.   เลือกเข้าตลาดโดยวางตำแหน่งตราไว้ที่มุมหนึ่งของตลาด

b)

      ข.   เลือกเข้าตลาดโดยการวางตำแหน่งเดียวกันกับคู่แข่งขันรายแรก

c)

ค.         กิจการเข้าตลาดโดยนำเสนอสองผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน

d)

ง.   กลยุทธ์ตลาดเล็กตลาดเดียว

26.

เมื่อมีคู่แข่งขันหลายรายครอบคลุมส่วนตลาดทุกส่วน ทำให้เกิดการแบ่งส่วนแบ่งการตลาดและกำไรลดลง ตลาดถูกแบ่งเป็นตลาดแยกส่วนย่อยหลายส่วน เป็นลักษณะของวิวัฒนาการตลาดข้อใด

a)

ก.         ขั้นแนะนำ

b)

ข.         ขั้นเจริญเติบโต

c)

ค.        ขั้นเจริญเติบโตเต็มที่ หรืออิ่มตัว     

d)

ง.          ขั้นตกตํ่า

27.

ข้อใดเป็นโอกาสในการเจาะตลาด

a)

ก.         กิจการนำผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบันขยายออกไปสู่ตลาดแห่งใหม่

b)

      ข.   การโฆษณาหรือการส่งเสริมการจำหน่ายเสนอเข้าสู่กลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่

c)

ค.         การพัฒนาการตลาดด้วยการเข้าไปสู่ตลาดใหม่ ๆ

d)

ง.        การพยายามชักจูงหรือจูงใจหรือแย่งลูกค้าจากคู่แข่ง

28.

ข้อใดเป็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development)

a)

          ก.        การวิเคราะห์ความต้องการของตลาด

b)

      ข.   เพิ่มปริมาณการซื้อของผู้บริโภคในตลาด

c)

            ค.         การพยายามชักจูงหรือจูงใจหรือแย่งลูกค้าจากคู่แข่ง

d)

ง.    การใช้การส่งเสริมการตลาดเพื่อกระตุ้นและจูงใจ

29.

ข้อใดเป็นความสำคัญของผลิตภัณฑ์ใหม่

a)

ก.         เพิ่มยอดขาย

b)

ข.   เพิ่มกำไร

c)

ค.        เพิ่มยอดขายและเพิ่มกำไร

d)

ง.          เพิ่มกำไรและเพิ่มมาตรฐาน

30.

กรณีใดเป็นลักษณะของผลิตภัณฑ์ใหม่ในกิจการและในตลาดจะสูงมากที่สุด

a)

ก.   ผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับกลุ่มของผลิตภัณฑ์

b)

ข.         การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าไปในสายผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่

c)

ค.         ผลิตภัณฑ์ใหม่ในแง่ของสายผลิตภัณฑ์ใหม่

d)

      ง.    ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่

31.

ข้อใดเป็นลักษณะของผลิตภัณฑ์ปรับปรุงใหม่

a)

ก.         ผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับกลุ่มของผลิตภัณฑ์

b)

ข.         ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่

c)

ค.         การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าไปในสายผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่

d)

ง.        ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่

32.

ข้อใดเป็นลักษณะของการเปลี่ยนจุดยืนของผลิตภัณฑ์ให้แตกต่างจากเดิม

a)

ก.   ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการลดต้นทุนการผลิต

b)

ข.        ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่

c)

            ค.         ผลิตภัณฑ์ใหม่ในแง่ของสายผลิตภัณฑ์ใหม่

d)

            ง.          ผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับกลุ่มของผลิตภัณฑ์

33.

ข้อใดเป็นกระบวนการยอมรับ (Adoption process)

a)

ก.         การตระหนักและความสนใจ การยอมรับ

b)

ข.   การตระหนักและการประเมินผล ความสนใจ การตระหนัก

c)

ค.   การทดลองใช้ การยอมรับ และการยืนยัน การตระหนัก ความสนใจ

d)

          ง.        การตระหนัก ความสนใจ ประเมินผล ทดลองใช้ การยอมรับ และการยืนยัน

34.

ข้อใดเป็นปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยอมรับ

a)

ก.         ประชากรศาสตร์

b)

ข.   ผลิตภัณฑ์

c)

            ค.         การส่งเสริมการตลาด

d)

ง.        ประชากรศาสตร์ ผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมการตลาด

35.

ข้อใดเป็นกระบวนการแพร่กระจาย (Diffusion process)

a)

            ก.         ผู้บุกเบิกหรือผู้นำทางความคิดและผู้ยอมรับช่วงแรก ผู้ยอมรับช่วงหลัง

b)

ข.   ผู้ซื้อช่วงแรกและผู้ซื้อช่วงหลัง ผู้ซื้อช่วงเเรก

c)

ค.         ผู้ยอมรับช่วงหลังและผู้นำทางความคิด ผู้ซื้อช่วงเเรก

d)

ง.   ผู้นำทางความคิด ผู้ยอมรับช่วงแรก ผู้ซื้อช่วงแรก ผู้ซื้อช่วงหลัง และผู้ยอมรับช่วงหลัง