wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Midterm Bio3

Total questions: 50

Worksheet time: 31mins

Name
Class
Date
1.

ฐานดอกภาษาอังกฤษเรียกว่า

a)

Peduncle

b)

calyx

c)

corolla

d)

receptacle

2.

เกสรเพศผู้มีส่วนประกอบสำคัญคืออะไรบ้าง

a)

sepal,petal

b)

anther,ovary

c)

anther,filament

d)

filament,stigma

3.

ดอกที่เป็นแบบ complete flower มีลักษณะอย่างไร

a)

มี เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย

b)

มีเกสรเพศเมียอย่างเดียว

c)

มี กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย

d)

เป็นดอกแยกเพศหรือเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ

4.

ภายในรังไข่มีโครงสร้างเป็นก้อนกลมหรือรีขนาดเล็กเรียกว่า

a)

ovule

b)

ovary

c)

egg cell

d)

polar nuclei

5.

ผลรวม เกิดจากอะไร

a)

เกิดจากดอกเดี่ยวหลายๆดอกรวมกัน

b)

เกิดจากดอกช่อที่มีดอกย่อยจำนวนมากเบียดชิดกัน

c)

เกิดจากดอกช่อที่มีหลายรังไข่ในดอกเดียวกัน

d)

เกิดจากดอกเดี่ยวหรือดอกช่อก็ได้

6.

การปฏิสนธิระหว่างสเปิร์มกับเซลล์ไข่จะพัฒนาเป็นอะไร

a)

spore mother cell

b)

spore

c)

gamete

d)

zygote

7.

ระยะที่มีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของพืชคือระยะใด

a)

สปอโรไฟต์

b)

แกมีโทไฟต์

c)

เอ็มบริโอ

d)

ไซโกต

8.

การที่สเปิร์มปฏิสนธิกับโพลาร์นิวคลีไอ จะได้เป็นอะไรและมีโครโมโซมจำนวนเท่าใด

a)

embryo (2n)

b)

endosperm (2n)

c)

zygote (3n)

d)

endosperm (3n)

9.

Double fertilization เกี่ยวข้องกับเซลล์ใดโดยตรง

a)

Antipodals

b)

Synergids

c)

Egg และ Sperm

d)

Egg, Sperm cละ Polar nuclei

10.

ส่วนใดของดอกที่หลังจากปฏิสนธิจะพัฒนาเป็นผล

a)

Stigma

b)

Style

c)

Ovary

d)

Anther

11.

เมล็ด พัฒนามาจากโครงสร้างใด

a)

Ovary

b)

Ovule

c)

Stamen

d)

Pistil

12.

ข้อใดเรียงลำดับ ผลเดี่ยว ผลกลุ่ม ผลรวม ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ทุเรียน น้อยหน่า ขนุน

b)

ลำไย สับปะรด สตรอเบอรี่

c)

สตรอเบอรี่ ลิ้นจี่ ขนุน

d)

เงาะ ขนุน สับปะรด

13.

หลังจากเกิดการปฏิสนธิแล้วส่วนของเกสรตัวเมียที่จะเจริญไปเป็น เอนโดสเปิร์ม เมล็ด และผล เรียงตามลำดับข้อใด

a)

รังไข่ ไข่ โพลาร์นิวเคลียส

b)

โพลาร์นิเคลียส รังไข่ ออวุล

c)

ไข่ ถุงเอมบริโอ ออวุล

d)

โพลาร์นิเคลียส ออวุล รังไข่

14.

ข้อใดคือส่วนประกอบของผลมะพร้าวที่เป็น เอนโดสเปิร์มและใบเลี้ยง ตามลำดับ

a)

เนื้อสีขาวของมะพร้าว และจาวมะพร้าว

b)

เปลือกหุ้มเมล็ด และยอดของต้นอ่อน

c)

เนื้อสีขาวของมะพร้าว และยอดของต้นอ่อน

d)

น้ำมะพร้าว และยอดของต้นอ่อน

15.

ข้อใดหมายถึง Gametophyt เพศผู้

a)

Pollen

b)

Sperm cell

c)

Anther

d)

Steamen

16.

ข้อใด ไม่ใช่ เนื้อเยื่อเจริญ

a)

Apical meristem

b)

Intercalary meristem

c)

Lateral meristem

d)

Epidermis

17.

เนื้อเยื่อข้อใดทำให้เกิดการเติบโตปฐมภูมิ (primary growth) ของราก

a)

Apical root meristem

b)

Intercalary meistem

c)

Lateral meristem

d)

Cork cambium

e)

Vascular cambium

18.

เนื้อเยื่อเจริญชนิดใดอยู่ระหว่าง primary xylem กับ primary phloem

a)

Cork cambium

b)

Vascular cambium

c)

Vascular bundle

d)

Cortex

19.

เนื้อเยื่อใด มีหน้าที่ในการลำเลียงน้ำ และธาตุอาหาร

a)

Xylem

b)

Phloem

c)

Pith

d)

Endodermis

20.

เนื้อเยื่อชนิดใด ทำให้ต้นไม้ขยายขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้น

a)

Apical meristem

b)

Intercalary meristem

c)

Vascular cylinder

d)

Cork cambium

21.

เนื้อเยื่อชนิดใด พบในราก แต่ไม่พบในลำต้น . Epidermis     ข. Endodermis    ค. Parenchyma   ง. pericycleก.\ Epidermis\ \ \ \ \ ข.\ Endodermis\ \ \ \ ค.\ Parenchyma\ \ \ ง.\ pericycle

a)

ก และ ข

b)

ข และ ค

c)

ก และ ง

d)

ข และ ง

22.

ข้อใดไม่ได้เป็นส่วนประกอบของ Phloem

a)

Sieve tube

b)

phloem ray

c)

companion cell

d)

phloem fiber

e)

Tracheid

23.

จากภาพ คือ โครงสร้างของพืชชนิดใด

a)

รากพืชใบเลี้ยงคู่

b)

รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

d)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

24.

จากภาพ คือ โครงสร้างใดของพืช

a)

รากพืชใบเลี้ยงคู่

b)

รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

d)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

25.

จากภาพ คือ โครงสร้างใด

a)

Dicot root

b)

Dicot stem

c)

Monocot root

d)

Monocot stem

26.

เนื้อเยื่อดังภาพ จะพบใน โครงสร้างใด ของพืชชนิดใด

a)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

b)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

รากพืชใบเลี้ยงคู่

d)

รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

27.

เนื้อไม้ (wood) ประกอบด้วยเนื้อเยื่อส่วนใดเป็นส่วนใหญ่

a)

ไซเล็มปฐมภูมิ

b)

ไซเล็มทุติยภูมิ

c)

โฟลเอ็มปฐมภูมิ

d)

โฟลเอ็มทุติยภูมิ

28.

เนื้อไม้ ส่วนที่มีสีเข้ม จากการสะสมของแทนนิน น้ำยาง และน้ำมัน เรียกว่า

a)

Heart wood

b)

Sap wood

c)

Spring wood

d)

Summer wood

29.

ข้อใดกล่าวถึง annual ring ได้ถูกต้อง

a)

เป็นส่วนของ xylem ที่เกิดการแบ่งตัวในฤดูร้อนและฤดูฝน

b)

เป็นส่วนของ primary xylem สลับกับ secondary ปัสำท

c)

เป็นส่วนของ secondary xylem สลับกับ secondary phloem

d)

เป็นส่วนของ secondary xylem ในช่วงน้ำมาก และน้ำน้อย ใน 1 รอบปี

30.

จากภาพ บริเวณใดที่มีการแบ่งเซลล์

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

31.

ข้อใดไม่ถูกเกี่ยวกับการลำเลียงในพืช

(PAT2 .ค.2552)

a)

การลำเลียงน้ำจากรากขึ้นไปสู่บริเวณยอดของไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เกี่ยวข้องกับแรงดึงจากการคายน้ำที่ใบ และแรงดันรากมากที่สุด

b)

การแพร่ของน้ำในไซเลมเข้าสู่โฟลเอม ทำให้แรงดันที่ใช้ในการลำเลียงสารอาหารในซีฟทิวบ์

c)

การลำเลียงธาตุอาหารแบบใช้พลังงาน ทำให้พืชสามารถสะสมธาตุอาหารสำคัญบางชนิดได้

d)

การลำเลียงน้ำและแร่ธาตุเข้าสู่เอนโดเดอร์มิส ทำให้พืชสามารถสะสมธาตุอาหารสำคัญบางชนิดได้

32.

กระบวนการลำเลียงน้ำและสารอาหารต่าง ๆ ไปทางด้านข้างของลำต้นจะผ่านส่วนที่เรียกว่า

a)

pit

b)

ray

c)

lumen

d)

plasmodermata

33.

ในเวลากลางวันการลำเลียงน้ำขึ้นไปสู่ยอดสูงมากกว่า 100 ฟุต เกิดขึ้นได้โดยกลไกแบบใด

a)

ทราสสปิเรชั่นพูล

b)

โคฮีชันและแอดฮีชัน

c)

ทรานสปิเรชัน โคฮีชันและแอดฮีชัน

d)

แรงดันรากและแคพปิลลารี่แอกชัo

34.

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำขึ้นสู่ยอดไม้สูง ๆ คือ

a)

ความกดของบรรยากาศโดยรอบด้าน

b)

แรงดึงที่เกิดในไซเล็มเนื่องมาจากการคายน้ำ

c)

แรงดันที่เกิดในไซเล็มเนื่องจากท่อไซเล็มตีบมาก

d)

แรงดันที่เกิดในไซเล็มเนื่องจากการดูดน้ำของราก

35.

โครงสร้างของพืชที่ทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นการลำเลียงน้ำ ภายในลำต้นและรากของพืชคือ

(O-NET.2550)

a)

Pericycle

b)

Casparian Strip

c)

Cortex

d)

Endodermis

36.

กระบวนการที่มีส่วนสำคัญที่สุดสำหรับการลำเลียงน้ำจากรากไปในท่อไซเลมสู่ส่วนต่าง ๆ ของพืชที่อยู่สูงมาก ๆ ได้แก่

a)

กัตเตชัน

b)

โคฮีชัน

c)

ทรานสปิเรชันพูล

d)

แรงดันราก

37.

กลไกการลำเลียงสารอาหาร (อินทรีย์สาร) ผ่านทาง Phloem สมมุติฐานของนักวิทยาศาสตร์ท่านใด

a)

มึนซ์ (Munch)

b)

ดอนแนน (Donnan)

c)

โลปูชินสกี (Lopushinsky)

d)

ไม่มีข้อใดถูก

38.

สนที่ขึ้นอยู่บนภูกระดึง คือ สนสองใบ และสนสามใบลำเลียงน้ำขึ้นโดยเนื้อเยื่อ (Entrance)

a)

vessel และ tracheid

b)

Tracheid และ sieve tube

c)

vessel

d)

Tracheid

39.

ในกลุ่มท่อน้ำ ท่ออาหารของพืชมีเซลล์ชนิดหนึ่งที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงน้ำและอาหารเซลล์ชนิดนี้ คือ

a)

เซลล์คอมพาเนียน

b)

เซลล์ไฟเบอร์

c)

เซลล์เทรคีด

d)

เซลล์ซีฟทิวบ์เมมเบอร์

40.

การลำเลียงอาหารผ่านทาง phloem จะต้องมีลักษณะพิเศษดังนี้

a)

เกิดกับเซลล์ที่มีชีวิต

b)

กระบวนการลำเลียงช้ากว่าใน xylem

c)

ทิศทางการลำเลียงได้ทั้งขึ้นและลง

d)

ถูกหมดทุกข้อ

41.

น้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงจะลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืชโดยใช้ส่วนใด

a)

ขนราก

b)

ซีฟทิวป์เมมเบอร์

c)

เวสเซลเมมเบอร์

d)

ท่อลำเลียงน้ำ-เกลือแร่

42.

การควั่นเปลือกต้นชมพู่ออกนั้น ระบบการลำเลียงที่ถูกตัดขาดคือระบบใด

a)

ระบบการคายน้ำ

b)

ระบบการลำเลียงน้ำ

c)

ระบบการลำเลียงอาหาร

d)

ระบบการช่วยสังเคราะห์ด้วยแสง

43.

โครงสร้างใดของพืชที่ส่วนใหญ่มีการคายน้ำเกิดขึ้นมากที่สุด

a)

ปากใบ

b)

ปลายใบ

c)

เซลล์คุม

d)

รอยแตกของใบ

44.

การลำเลียงอาหารของพืชเกิดขึ้นในช่วงใด

a)

เฉพาะกลางวัน

b)

เฉพาะกลางคืน

c)

ทั้งกลางวันและกลางคืน

d)

ตอนเช้าตรู่และตอนเย็น

45.

อาหารที่ถูกลำเลียงในโฟลเอ็มจะอยู่ในรูปใด

a)

กลูโคส

b)

ฟรักโทส

c)

ซูโครส

d)

แป้ง

46.

การคายน้ำที่มีลักษณะเป็นไอน้ำจะคายออกมาทางใด

a)

ไฮดาโทด ปากใบ

b)

เลนทีเซล เซลล์คุม

c)

ปากใบ เลนทิเซล

d)

ไฮดาโทด เซลล์คุม

47.

ข้อไม่ใช่ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการคายน้ำ

a)

แสงสว่าง

b)

ความชื้น

c)

อุณหภูมิ

d)

การเจริญเติบโต

48.

ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

a)

เมื่อแสงมีความเข้มมาก พืชจะคายน้ำได้น้อย

b)

พืชจะคายน้ำได้มากในฤดูหนาว

c)

พืชจะคายน้ำได้มากหากอากาศมีความชื้นมาก

d)

เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น พืชจะคายน้ำได้มากขึ้น

49.

การคายน้ำในรูปของหยดน้ำจะเกิดขึ้นที่บริเวณใดของใบมากที่สุด และใช้วิธีใด

a)

ปากใบ การแพร่

b)

ขอบใบ กัตเตชัน

c)

ท้องใบ ออสโมซิส

d)

ปลายใบ การระเหย

50.

ข้อใดบอกถึงธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ถูกต้อง

a)

ธาตุอาหารหลักของพืช เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส แมงกานีส

b)

ธาตุอาหารรองของพืช เช่น คลอรีน เหล็ก สังกะสี แมงกานิส โพแทสเซียม

c)

ธาตุอาหารหลักของพืช เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ไนโตรเจน

d)

ธาตุอาหารรองของพืช เช่น แมงกานีส เหล็ก คลอรีน ไนโตรเจน