wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ 200016 รอบ 2

Total questions: 40

Worksheet time: 29mins

Name
Class
Date
1.
จริยธรรมมีคุณค่าต่อชีวิตมนุษย์ ตามข้อใด
a)
จริยธรรมช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้มนุษย์มีชีวิตที่ดี อยู่ดีกินดี
b)
จริยธรรมช่วยให้ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องตามความเชื่อที่งมงาย
c)
จริยธรรม ช่วย ให้มนุษย์สามารถปรับตัวอยู่คนเดียวได้
d)
จริยธรรมช่วยให้มนุษย์รู้จักตนเอง มีความสำนึกในหน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ
2.
องค์ประกอบของจริยธรรมทางธุรกิจที่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดคือข้อใด
a)
ความรับผิดชอบ
b)
ความซื่อสัตย์
c)
ความยุธิธรรม
d)
ความเสียสละ
3.
“ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” ตรงกับความสำคัญของจริยธรรมต่อธุรกิจข้อใด
a)
จริยธรรมทำให้มีหลักการที่ดีในการประกอบธุรกิจ
b)
จริยธรรมนำความสุขความเจริญมาสู่บุคลากรขององค์กรธุรกิจ
c)
จริยธรรมทำให้ธุรกิจมีคุณค่าช่วยพัฒนาบ้านเมืองและสังคม
d)
จริยธรรมสร้างความยั่งยืน ถาวร ศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อธุรกิจ
4.

ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR : Corporate Social Responsibility) ขององค์การสามารถแบ่งตามเข็มทิศธุรกิจ Carroll ' s CSR Pyramid ได้กี่ขั้นตอน

a)
2 ขั้นตอน
b)
3 ขั้นตอน
c)
4 ขั้นตอน
d)
5 ขั้นตอน
5.
ธุรกิจมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายแรงงาน การจ่ายภาษี ถือเป็นการทำ CSR ระดับใด
a)
ระดับบังคับ (Mandatory level)
b)
ระดับเบื้องต้น (elementary level)
c)
ระดับปกป้อง (Preemptive level)
d)
ระดับสมัครใจ Voluntary level)
6.
ธุรกิจควรหมั่นตรวจตราว่า กำไรที่ได้นั้น ต้องมิใช่กำไรซึ่งเกิดจากการเบียดเบียนสังคม ถือเป็นการทำ CSR ระดับใด
a)
ระดับบังคับ (Mandatory level)
b)
ระดับเบื้องต้น (elementary level)
c)
ระดับปกป้อง (Preemptive level)
d)
ระดับสมัครใจ Voluntary level)
7.
การประกอบธุรกิจจะอยู่บนพื้นฐานของการมุ่งประโยชน์ของสังคมเป็นสำคัญ ถือเป็นการทำ CSR ระดับใด
a)
ระดับบังคับ (Mandatory level)
b)
ระดับเบื้องต้น (elementary level)
c)
ระดับปกป้อง (Preemptive level)
d)
ระดับสมัครใจ Voluntary level)
8.
ธุรกิจได้ใส่ใจเพื่อให้ประโยชน์ตอบแทนแก่สังคมากขึ้น โดยเฉพาะสังคมใกล้ที่อยู่รอบข้าง ที่มีความคาดหวังว่าจะได้รับการดูแลหรือเอาใจใส่จากผู้ประกอบธุรกิจ ถือเป็นการทำ CSR ระดับใด
a)
ระดับบังคับ (Mandatory level)
b)
ระดับเบื้องต้น (elementary level)
c)
ระดับปกป้อง (Preemptive level)
d)
ระดับสมัครใจ Voluntary level)
9.
ข้อใดคือบทบาทนักธุรกิจต่อระดับพนักงาน
a)
การให้อำนาจตามความเหมาะสม
b)
การให้ข้อมูลที่เป็นจริง ครบถ้วนและเพียงพอที่จะใช้ในการตัดสินใจ
c)
ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการอบรมและพัฒนาความรู้ความสามารถ
d)
แสดงรายงานผลการดำเนินงานที่เป็นจริง ไม่หลีก เลี่ยงภาษี
10.

การมีจริยธรรมในธุรกิจส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรอย่างไร

a)

ช่วยสร้างความไว้วางใจจากลูกค้า

b)

ทำให้มีต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น

c)

ลดความสามารถในการแข่งขันในตลาด

d)

ทำให้พนักงานมีความเครียดมากขึ้น

11.

การประเมินผลกระทบทางสังคมของธุรกิจควรพิจารณาในด้านใดบ้าง

a)

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

b)

ผลกำไรที่ได้รับจากการดำเนินงาน

c)

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

d)

การขยายตลาดไปยังต่างประเทศ

12.

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจมีความสำคัญอย่างไร

a)

ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ

b)

ทำให้ธุรกิจมีภาพลักษณ์ที่ดีในสังคม

c)

ลดต้นทุนการดำเนินงาน

d)

ทำให้พนักงานมีความสุขมากขึ้น

13.

การมีจริยธรรมในการทำธุรกิจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคอย่างไร

a)

ทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีจริยธรรม

b)

ทำให้ผู้บริโภคไม่สนใจในคุณภาพสินค้า

c)

ทำให้ผู้บริโภคมีความลังเลในการตัดสินใจ

d)

ทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าราคาถูกกว่า

14.

การมีจริยธรรมในธุรกิจสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินงานได้อย่างไร

a)

ช่วยสร้างความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

b)

ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น

c)

ลดความสามารถในการแข่งขันในตลาด

d)

ทำให้พนักงานมีความเครียดมากขึ้น

15.

การทำ CSR ที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนในองค์กรมีความสำคัญอย่างไร

a)

ช่วยเพิ่มผลกำไรในระยะสั้น

b)

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน

c)

ลดต้นทุนการผลิต

d)

ทำให้พนักงานมีความเครียดมากขึ้น

16.
"จริยธรรม" ตรงกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษข้อใด
a)
Ethics
b)
Business
c)
Moral Principles
d)
Code of Conduct
17.

การบริจาคเงินช่วยเหลือภัยพิบัติน้ำท่วม ถือเป็นการทำ CSR -ประเภทใด

a)

CSR after Process

b)

CSR in Process

c)

CSR as Process

d)

CSR on Process

18.

การเปิดเผยข้อมูผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องครบถ้วนต่อผู้บริโภค ถือเป็นการทำ CSR ประเภทใด

a)

CSR after Process

b)

CSR in Process

c)

CSR as Process

d)

CSR on Process

19.

การที่หลายธุรกิจรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งมูลนิธิช่วยเหลือสังคม ถือเป็นการทำ CSR ประเภทใด

a)

CSR after Process

b)

CSR in Process

c)

CSR as Process

d)

CSR on Process

20.

สภาวิชาชีพบัญชี มีสถานะเป็น

a)

บุคคุลธรรมดา

b)

นิติบุคคล

c)

ห้างหุ้นส่วน

d)

องค์กรสาธารณะ

21.

ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของสภาวิชาชีพบัญชี

a)

กำหนดมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชี และมาตรฐานอื่นที่เกี่ยวกับวิชาชีพบัญชี

b)

รับขึ้นทะเบียนการประกอบวิชาชีพบัญชี ออกใบอนุญาต พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

c)

รับจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration)

d)

รับรองปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาการบัญชีของสถาบันการศึกษาต่างๆเพื่อประโยชน์ใน การรับสมัครเป็นสมาชิก

22.

พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 กำหนดให้มีการควบคุม การประกอบวิชาชีพบัญชี 2 ด้าน ได้แก่

a)

การทำบัญชี/การศึกษาเทคโนโลยีการบัญชี

b)

การทำบัญชี/การสอบบัญชี

c)

การสอบบัญชี/การบัญชีภาษีอากร

d)

การบัญชีบริหาร/และการวางระบบบัญชี

23.

ข้อใดไม่ได้หมายถึงผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในหน่วยงานธุรกิจ

a)

ผู้ทำบัญชี

b)

หัวหน้าฝ่ายบัญชี

c)

ผู้สอบบัญชี

d)

ผู้บริหารด้านบัญชี

24.

   ข้อใดกล่าวถึงกฎหมายที่บัญญัติให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

a)

พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2543

b)

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

c)

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2547

d)

พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547

25.

  

ผู้ที่มีอำนาจออกคำสั่งลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณคือใคร

a)

ประธานคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี

b)

       ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

c)

ประธานคณะกรรมการสอบสวน

d)

ประธานคณะกรรมการจรรณยาบรรณ

26.

  

นางสาวน้ำบุตร เป็นผู้ทำบัญชีที่มีความประพฤติตนต่อการปฏิบัติงานด้านการทำบัญชี อย่างตรงไปตรงมา จริงใจในความสัมพันธ์ทั้งมวลทั้งทางวิชาชีพและทางธุรกิจ การกระทำดังกล่าว แสดงให้เห็นว่านางสาวน้ำบุตร มีหลักการพื้นฐานของจรรยาบรรณข้อใด

a)

ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ

b)

   การรักษาความลับ

c)

ความซื่อสัตย์สุจริต

d)

 ความโปร่งใส

27.

  

นายน้ำเพชร เป็นผู้สอบบัญชีที่ไม่ยอมให้อคติหรือความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรืออิทธิของลูกค้าหรือบุคคลอื่นมาลบล้างการใช้ดุลยพินิจทางวิชาชีพ การกระทำดังกล่าว แสดงให้เห็นว่านายน้ำเพชร มีหลักการพื้นฐานของจรรยาบรรณข้อใด

a)

ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ

b)

 ความรอบคอบ

c)

ความซื่อสัตย์สุจริต

d)

 ความโปร่งใส

28.

  

นางสาวขวัญกมล เป็นผู้สอบบัญชีของกิจการแห่งหนึ่ง และได้ทราบว่ากิจการจะยกเลิกการผลิตสินค้าบางรายการ ซึ่งเพื่อนของ นางสาวขวัญกมล ปฏิบัติงานอยู่ในส่วนงานนั้น นางสาวขวัญกมล จึงได้บอกเพื่อน ถึงการยกเลิกการผลิตนี้ การกระทำของนางสาวขวัญกมล เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานของจรรยาบรรณสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีข้อใด

a)

ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ

b)

 การรักษาความลับ

c)

ความซื่อสัตย์สุจริต

d)

 ความโปร่งใส

29.

  

เหตุการณ์แวดล้อมใดไม่ใช่อุปสรรคสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่เกิดจากความคุ้นเคย

a)

การได้รับของขวัญหรือรับการปฏิบัติที่เกินสมควรจากผู้รับบริการ

b)

การมีสมาชิกในครอบครัวเป็นกรรมการในกิจการของของลูกค้าที่รับงานสอบบัญชี

c)

สำนักงานบัญชีที่รับทำบัญชีให้กิจการที่ตรวจสอบรับงานทำบัญชีของลูกค้ารายอื่นด้วย

d)

    บุคลากรอาวุโสมีความสัมพันธ์ที่ดีอันยาวนานกับลูกค้า

30.

  

เหตุการณ์แวดล้อมใดไม่ใช่อุปสรรคจากการถูกข่มขู่

a)

ผู้สอบบัญชีจะไม่ได้เลื่อนตำแหน่งจนกว่าจะเห็นด้วยกับการปฏิบัติทางบัญชีกับลูกค้าคนสำคัญของสำนักงานสอบบัญชีที่สังกัด

b)

 ผู้สอบบัญชีถูกกดดันให้เห็นด้วยพนักงานของลูกค้าซึ่งมีความรู้ความชํานาญมากกว่า

c)

สำนักงานสอบบัญชีมีความกังกังวลว่าจะสูญเสียลูกค้าที่สําคัญไปหากเสนอรายงานการสอบบัญชีแบบมีเงื่อนไข

d)

   ลูกค้าแจ้งว่าหากผู้สอบบัญชีเสนอรายงานแบบมีเงื่อนไขจะมีผลต่อการพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีในปีถัดไป

31.

  

บิดาของผู้ช่วยผู้สอบบัญชีเป็นกรรมการอิสระของกิจการที่เข้าตรวจสอบอาจเป็นอุปสรรคที่ส่งผลให้เกิดการประพฤติผิดจรรยาบรรณสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีว่าด้วยเรื่องใด

a)

ความเป็นอิสระ

b)

 ความโปร่งใส

c)

ความรู้ความสามารถ

d)

การรักษาความลับ

32.

  

ผู้สอบให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจนับสินค้าคงเหลือเป็นปริมาณแร่ในเหมืองแร่ โดยไม่ได้เข้าร่วมสังเกตการตรวจนับเอง และไม่ได้สอบทานงานอีกครั้ง การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพบัญชีหรือไม่อย่างไร

a)

ผิดจรรยาบรรณ ด้านความรู้ความสามารถ และมาตรฐานในการปฏิบัติงาน เพราะแม้ว่าจะใช้ผลงานของผู้เชี่ยวชาญผู้สอบบัญชีควรร่วมสังเกตการณ์

b)

ผิดจรรยาบรรณ ด้านการรักษาความลับเพราะทำให้ผู้เชี่ยวชาญได้ทราบรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของลูกค้า

c)

ไม่ผิดจรรยาบรรณ เพราะผู้สอบบัญชีได้ใช้ผลงานของผู้เชี่ยวชาญแล้วจึงไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมสังเกตการณ์

d)

ไม่ผิดจรรยาบรรณ เพราะผู้สอบบัญชีได้ใช้ผลงานของผู้เชี่ยวชาญแล้วจึงถือเสมือนหนึ่งว่าเป็นตัวแทนในการปฏิบัติงานแทนผู้สอบบัญชี

33.

  

การกระทำข้อใดอาจจะทำให้ผู้ทำบัญชีผิดจรรยาบรรณในเรื่องการรักษาความลับ

a)

การสื่อสารได้โดยตรงต่อผู้บริหารที่มีอำนาจสั่งการ

      

b)

ขอคำปรึกษาจากสรรพากรในกรณีที่ไม่แน่ใจในการปฏิบัติทางภาษีอากร

c)

สอบทานร่างสัญญาการจัดซื้อก่อนนำไปใช้งานเมื่อไม่แน่ใจจึงปรึกษากับผู้สอบบัญชีของกิจการ

d)

 พูดคุยปรึกษาเรื่องความผิดปกติในกระบวนการผลิตและสูตรการผลิตกับเพื่อนที่เป็นผู้ทำบัญชีที่รับทำบัญชีอิสระ

34.

  

ข้อใดเป็นความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพ

a)

ความอิสระเที่ยงธรรม

    

b)

ความรู้ความสามารถ

c)

ไม่แย่งงานผู้ประกอบวิชาชีพรายอื่น

d)

  การรักษาความลับ

35.

  

เหตุการณ์ใดต่อไปนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ขาดความโปร่งใส

a)

พนักงานบัญชีบันทึกบัญชีโดยไม่มีเอกสารประกอบ    

b)

พนักงานบัญชีขาดความรู้จึงบันทึกบัญชีไม่ถูกต้องตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน

c)

ที่ปรึกษาด้านบัญชีและภาษีอากรวางแผนภาษีให้กิจการเลี่ยงภาษี

d)

ผู้สอบบัญชีถูกจํากัดขอบเขตการตรวจสอบจึงออกรายงานแบบมีเงื่อนไข

36.

  

ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเคยถูกลงโทษโดยคำสั่งถึงที่สุดเนื่องจากประพฤติจรรยาบรรณตามมาตรา 49 แห่งพ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2547 แต่ยังประพฤติผิดซ้ำหรือไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติผิดจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพบัญชี กรณีนี้เข้าการกระทำผิดจรรยาบรรณด้านใด

a)

พฤติกรรมทางวิชาชีพ

b)

ความเที่ยงธรรม

c)

ความซื่อสัตย์สุจริต

d)

ความโปร่งใส 

37.

  

ข้อใดไม่ใช่บทลงโทษตามพระราชบัญญัติวชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 กรณีผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีประพฤติผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพบัญชี

a)

   ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ภาคทัณฑ์

b)

 ตักเตือนด้วยวาจา ภาคทัณฑ์

c)

พักใบอนุญาต พักการขึ้นทะเบียน

d)

  ห้ามประกอบวิชาชีพด้านที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณ

38.

  

เมื่อมีการเจรจา เพื่อให้บริการทางวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพที่ให้บริการสาธารณะอาจเสนอค่าธรรมเนียมที่ตนเห็นว่าเหมาะสมซึ่งอาจเป็นราคาที่ต่ำกว่า ผู้ประกอบวิชาชีพรายอื่น ถือว่าขัดต่อจรรยาบรรณในวิชาชีพหรือไม่อย่างไร

a)

ไม่ถือว่าขัดต่อจรรยาบรรณในวิชาชีพบัญชี แต่อาจทำให้เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติตามหลักการขั้นพื้นฐาน ในเรื่องของความสามารถและความเอาใจใส่ทางวิชาชีพ

b)

  ไม่ถือว่าขัดต่อจรรยาบรรณในวิชาชีพบัญชี และไม่ทำให้เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติตามหลักการขั้นพื้นฐาน ในเรื่องของความสามารถและความเอาใจใส่ทางวิชาชีพ

c)

ถือว่าขัดต่อจรรยาบรรณ

ในวิชาชีพบัญชี และอาจทำให้เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติ

ตามหลักการขั้นพื้นฐาน

ในเรื่องของความสามารถ

และความเอาใจใส่ทางวิชาชีพ

d)

  ถือว่าขัดต่อจรรยาบรรณในวิชาชีพบัญชี แต่ไม่อาจทำให้เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติตามหลักการขั้นพื้นฐาน ในเรื่องของความสามารถและความเอาใจใส่ทางวิชาชีพ 

39.

  

ข้อใดกล่าวถึงเหตุการณ์แวดล้อมที่ทำให้เกิดอุปสรรคต่อผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ให้บริการสาธารณะบัญชีอันเกิดจาก “การสอบทานผลงานของตนเอง”

a)

สำนักงานให้บริการอื่นที่มีผลกระทบโดยตรงต่อข้อมูลที่ต้องใช้เป็นหลักฐานการสอบบัญชีในเรื่องที่เป็นเนื้อหาสาระสำคัญแก่ลูกค้า   

b)

สำนักงานถูกกดดันจากลูกค้าให้ลดขอบเขตการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการสอบบัญชีในประประเด็นที่เป็นสาระสำคัญอย่างไม่เหมาะสมเพื่อที่จะลดค่าบริการ

c)

ผู้สอบบัญชีมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ใกล้ชิดอย่างมีนัยสำคัญกับลูกค้ารายหนึ่งรายใดที่ให้บริการ

d)

สำนักงานมีความกังวลใจเรื่องค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานตรวจสอบที่อาจจะไม่ครอบคลุมต้นทุนการปฏิบัติงานสอบบัญชี

40.

  

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีให้กับบริษัทที่พนักงานในสำนักงานของตนเป็นผู้ทำบัญชีให้ ถือว่าผู้สอบบัญชีรายนี้ประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพบัญชีในเรื่องใด

a)

ความเที่ยงธรรม

b)

ความระมัดระวังรอบคอบ

c)

ความอิสระ

d)

ความซื่อสัตย์สุจริต