wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบเก็บคะแนนประวัติศาสตร์สากล ม.4

Total questions: 51

Worksheet time: 26mins

Name
Class
Date
1.

1. ประวัติศาสตร์สมัยโบราณสิ้นสุดลงเมื่อใด

a)

ก.เมื่อมนุษย์มีศาสนา

b)

ข.เมื่อมนุษย์มีตัวอักษร

c)

ค.เมื่ออารยธรรมโรมันถูกทำลายลง

d)

ง.เมื่อมีการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ

2.

2. "แหล่งอารยธรรมเมโสโปเตเมียร์" ในระยะแรกมีการบันทึกเรื่องราวต่าง ๆไว้ในลักษณะใด และจดบันทึกเพื่ออะไร

a)

ก. แผ่นไม้ หรือแผ่นหิน:  บูชาเทพเจ้า

b)

ข. แผ่นดินเหนียว : แต่งวรรณกรรม

c)

ค. กระดองเต่า และกระดูกสัตว์ : พยากรณ์เหตุการณ์ในอนาคต

d)

ง. กระดาษ : บัญญัติกฎหมาย

3.

3. ข้อดีของการบัญญัติ "กฎหมายฮัมมูราบี" (Code of Hammurabi) ที่บังคับใช้ในอาณาจักรบาบิโลเนีย สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด

a)

ก. มีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองเด็ก ผู้หญิง และทาสเป็นกรณีพิเศษ

b)

ข. เป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร และมีวิธีการตัดสินอย่างเป็นระบบ

c)

ค. มีวิธีตัดสินแบบตาต่อตาฟัดต่อฟันสำหรับผู้กระทำความผิด

d)

ง. มีการระบุโทษและความผิดที่ชัดเจนถ้าผู้กระทำผิดได้ทำผิดอย่างไร ก็จะได้รับโทษเช่นเดียวกับความผิดนั้น

4.

4. มหากาพ "กิลกาเมช" ทำให้เราผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ได้เรียนรู้สิ่งใดบ้าง

a)

ก. การรักษาโรคของชาวซูเมอร์

b)

ข. เหตุการณ์อุทกภัยใหญ่

c)

ค. วรรณกรรมและคติการสร้างโลก

d)

ง. การสู้รบของกษัตริย์ชาวเมโสโปเตเมียร์

และการขยายดินแดนไปยังอาณาจักรอื่น ๆรอบข้าง

5.

5. ข้อใดเป็นความก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจของอารยธรรมเมโสโปเตเมียร์ที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน

a)

ก. ซิกกูแรต

b)

ข. รูปลิ่ม

c)

ค. สวนลอยบาบิโลน

d)

ง. ระบบตวงวัด

6.

6. มาตรการของผู้ปกครองในอารยธรรมเมโสโปเตเมียข้อใดที่ใช้บริหารจัดการคนใต้การปกครองที่มีความหลากหลายสูงให้ได้ผลดีที่สุด

a)

ก. ประนีประนอม

b)

ข. เชือดไก่ให้ลิงดู

c)

ค. บัญญัติกฎหมาย

d)

ง. นำศาสนจักรมาปลูกฝังคำสอน

7.

7. นวัตกรรมของชาวซูเมอร์ข้อใดที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาระบบเกษตรกรรมในแหล่งอารยธรรมเมโสโปเตเมีย

a)

ก. การขนส่งและจำหน่ายสินค้าทางทะเล

b)

ข. พัฒนาสารเคมีในการทำปุ๋ยด้วยแร่ธาตุริมฝั่งแม่น้ำ

c)

ค. ชลประทาน

d)

ง. ระบบนาสาม

8.

ให้นักเรียนอ่านข้อความที่สัมพันธ์กันดังต่อไปนี้ แล้วใช้ตอบคำถามข้อที่ [8 - 10]8. ธูป : พระภูมิเจ้าที่ ..... : ...... ?

a)

ก. สวนลอยบาบิโลน : แม่น้ำยูเฟรตีส

b)

ข. ซิกกูแรต : เทพอาทิตย์

c)

ค. รูปลิ่ม : ลาติน

d)

ง. พระเจ้าซาร์กอน : เทพมาร์ดุก

9.

9. มหากาพกิลกาเมช : .........  ?

a)

ก. หอสมุดเมืองนิเนเวห์

b)

ข. อัสซีเรีย

c)

ค. ไทกริส

d)

ง. ไบเบิล

10.

10. ............ : รถม้า

a)

ก. อัสซีเรีย

b)

ข. คัสไซต์

c)

ค. ฮิตไทต์

d)

ง. สุเมเรียน

11.

11. ยุคประวัติศาสตร์ของจีนสัมพันธ์กับข้อใด

a)

    ก. ราชวงศ์ชาง –ประดิษฐ์อักษร  

b)

ข. ราชวงศ์โจว – ปรัชญาร้อยสำนัก

c)

ค. ราชวงศ์โจว – ปกครองแบบจักรวรรดินิยม    

d)

    ง. ยุคหินใหม่ – ชุมชนเกษตรตามที่ราบลุ่มแม่น้ำ

12.

12. ราชวงค์ใดของจีนมีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการใหม่มากที่สุด           

a)

                             ก.  ราชวงศ์ถัง

b)

ข. ราชวงศ์ซ้อง

c)

     ค. ราชวงศ์หยวน   

d)

ง.  ราชวงศ์ หมิง

13.

13. ลัทธิขงจื้อมีอิทธิพลมากที่สุดในด้านใด

   

a)

ก. โครงสร้างทางสังคม  

b)

ข.  คุณธรรมของผู้ปกครอง

c)

ค. ความมีระเบียบวินัยและความรับผิดชอบ   

d)

ง. ระบบกฎหมายที่เข้มงวด

14.

14. ข้อใดไม่ใช่อิทธิพลของลัทธิขงจื้อ

a)

    ก. ความผูกพันต่อครอบครัวของบุคคลในสังคม

b)

ข. ความเคร่งครัดในขนบธรรมเนียมประเพณี

c)

ค. ความสำคัญของการศึกษา

d)

    ง. ความเข้มงวดในการใช้กฎหมาย

15.

15. การสำรวจทางทะเลของจีนไปถึงตอนใต้ของทวีปแอฟริกาเป็นผลงานของราชวงศ์ใด              

a)

ก. ราชวงศ์ถัง  

b)

ข. ราชวงศ์ชิง

c)

ค. ราชวงศ์หยวน   

d)

ง. ราชวงศ์หมิง

16.

15. การสำรวจทางทะเลของจีนไปถึงตอนใต้ของทวีปแอฟริกาเป็นผลงานของราชวงศ์ใด              

a)

ก. ราชวงศ์ถัง  

b)

ข. ราชวงศ์ชิง

c)

ค. ราชวงศ์หยวน   

d)

ง. ราชวงศ์หมิง

17.

16. ภายหลังการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ชิง จีนได้เปลี่ยนการปกครองเข้าสู่ระบอบใด                 

a)

               ก.  ระบอบสังคมนิยม     

b)

ข. ระบอบเผด็จการทหาร

c)

    ค. ระบอบคอมมิวนิสต์          

d)

ง. ระบอบประชาธิปไตย

18.

17. กระดูกทำนายมีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์จีนอย่างไร

a)

ก. แสดงการรู้จักนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ในชีวิตประจำวัน

b)

ข. แสดงให้เห็นการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้ในยุคแรกๆ ของจีน

c)

   ค. ช่วยให้ทราบเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างแม่นยำ

d)

ง. ช่วยให้นักโบราณคดีวิเคราะห์ความเก่าแก่ของประวัติศาสตร์จีนได้ถูกต้อง

19.

18. ทุกข้อกล่าวถึงพัฒนาการของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์จีนยกเว้นข้อใด

a)

   ก.  รู้จักนำหินมาใช้เป็นเครื่องมือล่าสัตว์

b)

   ข.  มีการพูดจาสื่อสารโต้ตอบระหว่างกัน

c)

ค.  เริ่มใช้ไฟในการปรุงอาหารและทำให้ร่างกายอบอุ่น

d)

   ง.  มักอยู่คนเดียว ไม่นิยมการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม

20.

19. เราสามารถศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับขงจื๊อได้จากหลักฐานใด

a)

ก.  ตำราข่งชิว

b)

ข.  ตำราขงจื๊อ

c)

   ค.  หนังสือสื่อจี้

d)

ง.  หนังสือหลุนอวี่

21.

20. ข้อใดเป็นลักษณะเครื่องปั้นดินเผาของวัฒนธรรมหยางเชา

a)

  ก.   สีม่วงขัดมันเงา

b)

ข.   เป็นลายเขียนสี

c)

   ค.   เนื้อบางและแกร่ง

d)

   ง.   เนื้อละเอียดมี 3 – ขา

22.

21. อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุต่างจากอารยธรรมอียิปต์และเมโสโปเตเมียอย่างไร

a)

ก.  ?    เป็นแหล่งรวมของชนหลายเชื้อชาติ

b)

ข.   ?    เน้นการสร้างสถานเทวาลัยที่บูชาพระเจ้า

c)

ค.   ?    มีอาชีพเลี้ยงสัตว์ เร่ร่อน นับถือเทพเจ้าหลายองค์

d)

ง.   ?    เน้นการวางผังเมือง สร้างที่อยู่อาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกแก่สาธารณะ

23.

22. อารยธรรมของเอเชียใต้เริ่มต้นที่บริเวณใด

a)

ก. ลุ่มแม่น้ำสินธุ

b)

ข. ลุ่มแม่น้ำคงคา

c)

ค. ลุ่มแม่น้ำฮวงโห

d)

ง. ลุ่มแม่น้ำไทกริส–ยูเฟรทีส

24.

23. เหตุใดจึงกล่าวว่าสภาพภูมิศาสตร์มีความสำคัญต่อการพัฒนาอารยธรรมอินเดียของเอเชียใต้มาก

a)

ก. เพราะมีจำนวนพื้นที่มาก

b)

ข. เพราะมีจำนวนประชากรมาก

c)

ค. เพราะพื้นที่เป็นภูเขาและทะเลล้อมรอบ เส้นทางคมนาคมสะดวก

d)

ง. เพราะสภาพภูมิอากาศอบอุ่นและพื้นที่อุดมสมบูรณ์มีทรัพยากรมาก

25.

24. ชาวพื้นเมืองของอินเดียที่สร้างอารยธรรมแม่น้ำสินธุคือใคร

a)

ก. ฮิบรู

b)

ข. อินเดีย

c)

ค. ฟินิเชียน

d)

ง. ดราวิเดียน

26.

25. ตำราที่รวบรวมโคลงและบทสวดทางศาสนาเรียกว่าอะไร

a)

ก. คัมภีร์ไบเบิล

b)

ข. คัมภีร์อารยัน

c)

ค. คัมภีร์พระเวท

d)

ง. คัมภีร์พระสูตร

27.

26. ยุคที่ชาวอารยันได้ขยายตัวไปทางตะวัน-ออกเฉียงเหนือและทางใต้แถบลุ่มแม่น้ำคงคา เรียกว่ายุคอะไร

a)

ก. ยุคใหม่

b)

ข. ยุคพระเวท

c)

ค. ยุคมหากาพย์

d)

ง. ยุคอินโดอารยัน

28.

27. ชาวอารยันได้แบ่งวรรณะของอินเดียออกเป็นกี่วรรณะ

a)

ก. 2 วรรณะ

b)

ข. 4 วรรณะ

c)

ค. 3 วรรณะ

d)

ง. 5 วรรณะ

29.

28. วรรณะใดที่ได้รับการยกย่องสูงสุดและเป็นตัวแทนติดต่อกับพระเจ้า

a)

ก. วรรณะศูทร

b)

ข. วรรณะแพศย์

c)

ค. วรรณะกษัตริย์

d)

ง. วรรณะพราหมณ์

30.

29. กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ในราชวงศ์เมาริยะคือใคร

a)

ก. พระเจ้าไซรัส

b)

ข. พระเจ้าฮัมมูราบี

c)

ค. พระเจ้าอโศกมหาราช

d)

ง. พระเจ้าอักบาร์มหาราช

31.

30. เมื่ออังกฤษเข้ามาปกครองอินเดียได้ส่งเสริม สินค้าทางด้านใด

a)

ก. เกษตร

b)

ข. หัตถกรรม

c)

ค. อุตสาหกรรม

d)

ง. พาณิชยกรรม

32.

31. อารยธรรมที่เกี่ยวข้องกับยุคคลาสิกคืออารยธรรมใด

a)

ก.       อารยธรรมโครินธ์

b)

ข.       อารยธรรมเอเธนส์

c)

ค.       อารยธรรมสปาร์ตา

d)

ง.        อารยธรรมกรีก –โรมัน

33.

32. นครรัฐที่มีอำนาจมากที่สุดของกรีกได้แก่นครรัฐใด

a)

ก.       เอเธนส์

b)

ข.      โครินธ์

c)

ค.       ซีแรคิวส์

d)

ง.       สปาร์ตา

34.

33. นครรัฐเอเธนส์เป็นดินแดนแห่งแรกของโลกที่มีการปกครองในระบอบใด

a)

ก.       เผด็จการ

b)

ข.       คอมมิวนิสต์

c)

ค.       ประชาธิปไตย

d)

ง.        สมบูรณาญาสิทธิราช

35.

34. นักประพันธ์สำคัญที่มีชื่อเสียงของกรีกคือข้อใด

a)

ก.       อีเลียด

b)

ข.     โอดีสซี

c)

ค.     โสกราตีส

d)

ง.      มหากวีโฮเมอร์

36.

35. สถาปัตยกรรมที่บ่งบอกถึงความก้าวหน้าด้านวิศวกรรมคืออะไร

a)

ก.       โคลอสเซียม

b)

ข.       มหาวิหาร

c)

ค.      บาซิลลีกา

d)

ง.       เทวสถานกรีก

37.

36. หลังจากการเสียอำนาจของนครรัฐสปาร์ตาเมื่อปี 371 นครรัฐกรีกอื่นๆก็ได้พยายามรวมตัวกันโดยมีนครรัฐใดเป็นผู้นำ

a)

ก.  นครรัฐเอเธนส์

b)

ข.  นครรัฐธีบัส

c)

ค.  นครรัฐกรีซ

d)

ง.  นครรัฐทีกรีซ

38.

37. นครรัฐใดมีการปกครองแบบทหารนิยมรวมไปถึงคณะผู้ปกครองมีอำนาจสูงสุดและเด็ดขาด

a)

ก.  นครรัฐสปาร์ตา

b)

ข.  นครรัฐเอเธนส์

c)

ค.  นครรัฐธีบัส

d)

ง.  นครรัฐกรีซ

39.

38. นครรัฐใดที่เป็นต้นกำเนิดของรัฐประชาธิปไตย

a)

ก.   นครรัฐสปาร์ตา

b)

ข.   นครรัฐเอเธนส์

c)

ค.  นครรัฐธีบัส

d)

ง.  นครรัฐกรีซ

40.

39. วิหารพาร์เธนอนซึ่งเป็นผลงานของชาวเอเธนส์ที่ได้สร้างสรรค์งานด้านสถาปัตยกรรมให้แก่ชาวโลกนั้นมีที่ตั้งอยู่ที่ใด

a)

ก.  เนินเขาอะโลคริสตร์

b)

ข.  เทือกเขาอิสนาตัสซ์

c)

ค.  เนินเขาอะโครโพลิส

d)

ง.  เทือกเขาแอนเจนดิส

41.

40. ยุโรปสมัยกลางเริ่มต้นเมื่อใด

a)

ก.       การแยกจักรวรรดิโรมัน

b)

ข.       อาณาจักรโรมันตะวันตกล่มสลาย

c)

ค.       อาณาจักรโรมันตะวันออกล่มสลาย

d)

ง.        อาณาจักรโรมันได้รับการฟื้นฟูใหม่

42.

41. อารยธรรมโรมัน มีแหล่งกำเนิดอยู่ในบริเวณใด

a)

ก. ประเทศกรีซ

b)

ข. ประเทศอิตาลี

c)

ค. ประเทศอังกฤษ

d)

ง. ประเทศเยอรมนี

43.

42. ใครเป็นผู้ก่อตั้งกรุงโรม

a)

ก. โรมินัส

b)

ข. โรมิวคัส

c)

ค. โรมิวลัส

d)

ง. โรมาซัส

44.

43. เมืองใดต่อไปนี้  ไม่ใช่เมืองที่กำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ

a)

ก. โรม

b)

ข. มิลาน

c)

ค. ราเวนนา

d)

ง. ลอนดอน

45.

44. ผู้ใดต่อไปนี้  ไม่ใช่จักรพรรดิของโรมัน

a)

ก. ออกัสตัส ซีซาร์

b)

ข. มาร์คัส ออเรลิอัส

c)

ค. โรมิวลัส ออกัสตัส

d)

ง. เซปติมัส เซเวอร์ลัส

46.

45. ประมวลกฎหมายใด ที่เกิดขึ้นในวัฒนธรรมโรมันโบราณ

a)

ก. กฎหมายฟาโรห์

b)

ข. กฎหมายฮัมมูราบี

c)

ค. กฎหมายจัสติเนียน

d)

ง. กฎหมายสิบสองโต๊ะ

47.

46. สนามกีฬาโคลอสเซียม เริ่มสร้างในรัชสมัยจักพรรดิโรมันพระองค์ใด

a)

ก. ทราจัน

b)

ข. เนอร์วา

c)

ค. เฮเดรียน

d)

ง. เวสปาเชียน

48.

47. ข้อใด ไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งเสริมให้อาณาจักรโรมันมีความเจริญรุ่งเรือง

a)

ก. ระบบคมนาคมที่เชื่อมโยง

b)

ข. ระบบสาธารณสุขที่ดีและสะอาด

c)

ค. ระบบศักดินาที่แบ่งที่ดินให้ขุนนาง

d)

ง. ระบบการศึกษาส่งเสริมการพัฒนาคน

49.

48. เหตุการณ์ใดแสดงถึงความตกต่ำของอาณาจักรโรมัน

a)

ก. การมอบทรัพย์สินให้แก่ขุนศึกอัตติล่า

b)

ข. การมอบที่ดินให้ศาสนจักรชาวคาธอลิค และเสรีภาพในการนับถือศาสนา

c)

ค. การมอบตำแหน่งพลเมืองให้แก่ชนต่างเผ่า

d)

ง. การมอบโรงอาบน้ำสาธารณะให้แก่พลเมือง

50.

49. ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะของกฎหมายโรมัน

a)

ก. การลงโทษแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

b)

ข. คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของราษฎร

c)

ค. เป็นหลักกฎหมายของประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป

d)

ง. ยึดถือความเสมอภาคและความยุติธรรม

51.

50.  ข้อมูลใดถูกต้องน้อยที่สุด เกี่ยวกับศาสนาของชาวโรมัน

a)

ก. เดิมชาวโรมันเชื่อเรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติและภูตผีปิศาจ

b)

ข. ชาวโรมันส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์

c)

ค. เทพเจ้าของโรมันคือเทพเจ้าของกรีกแต่เปลี่ยนชื่อเป็นภาษาละติน

d)

ง. จักรพรรดิคอนสแตนตินยอมรับและนับถือศาสนาคริสต์