Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โลก ม.5ปลายภาคเทอม 1

Total questions: 40

Worksheet time: 29mins

Name
Class
Date
1.

กระบวนการใดที่เกี่ยวข้องสมดุลพลังงานของโลก

a)

กระบวนการ

ทางแสง การถ่ายโอน

ความร้อน การเปลี่ยน

สถานะของน้ำ

b)

กระบวนการ

ทางแสง การถ่ายโอน

ความร้อน การเปลี่ยน

แปลงของอากาศ

c)

การถ่ายโอน

ความร้อน การปลดปล่อยพลังงานของดวงอาทิตย์

d)

ระยะทางจากดวงอาทิตย์ถึงโลก การถ่ายโอน

ความร้อน

2.

ข้อใดไม่ใช่กระบวนการทางแสง

a)

การสะท้อนแสง

b)

การกระเจิงแสง

c)

การดูดกลืนแสง

d)

ปฏิกิริยาของแสง

3.

อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศบนโลกและดวงจันทร์แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร?

a)

แตกต่าง โดยอุณหภูมิบนโลกจะสูงกว่าอุณหภูมิบนดวงจันทร์

b)

แตกต่าง โดยอุณหภูมิบนโลกจะต่ำกว่าอุณหภูมิบนดวงจันทร์

c)

แตกต่าง โดยอุณหภูมิบนดวงจันทร์จะสูงกว่าอุณหภูมิบนโลก

d)

เหมือนกัน โดยอุณหภูมิบนโลกจะเท่ากับอุณหภูมิบนดวงจันทร์

4.

ปริมาณพลังงานเฉลี่ยที่โลกได้รับและปลดปล่อยออกสู่อวกาศเท่ากันหรือไม่ อย่างไร?

a)

เท่ากัน โดยปริมาณพลังงานที่ได้รับและปลดปล่อยออกสู่อวกาศเท่ากันที่ 100%

b)

เท่ากัน โดยปริมาณพลังงานที่ได้รับและปลดปล่อยออกสู่อวกาศเท่ากันที่ 71%

c)

ไม่เท่ากัน โดยปริมาณพลังงานที่ได้รับ 71% และปลดปล่อยออกสู่อวกาศ 29%

d)

ไม่เท่ากัน โดยปริมาณพลังงานที่ได้รับ 29% และปลดปล่อยออกสู่อวกาศ 71%

5.

นอกจากเมฆจะช่วยสะท้อนรังสีแล้วเมฆยังช่วยอะไรกับบรรยากาศอีก

a)

กระจายรังสีและเปลี่ยนเป็นพลังงานดวงอาทิตย์และปลดปล่อยสู่โลก

b)

กระจายรังสีและเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนและปลดปล่อยสู่บรรยากาศ

c)

ดูดกลืนรังสีและเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนและปลดปล่อยสู่บรรยากาศ

d)

ดูดกลืนรังสีและเปลี่ยนเป็นพลังงานดวงอาทิตย์และปลดปล่อยสู่อวกาศ

6.

ข้อใดคือแรงที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลก

a)

แรงเข้าสู่ศูนย์กลาง

b)

แรงคอริออลิส

c)

แรงโน้มถ่วงโลก

d)

แรงเสียดทาน

7.

ลมค้าจากซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้พัดเข้าหากันบริเวณศูนย์สูตรทำให้อากาศยกตัวขึ้นอย่างรุนแรง บริเวณนี้เป็นบริเวณที่มีความกดอากาศอย่างไร?

a)

ความกดอากาศต่ำ

b)

ความกดอากาศสูง

8.

อากาศจากแฮดลีย์เซลล์และเฟอร์เรลเซลล์ที่สูญเสียความชื้นจากการเกิดเมฆและฝนมาปะทะกันและจมตัวลงส่งผลให้มีภูมิอากาศเป็นแบบแห้งแล้งจนถึงทะเลทราย เป็นบริเวณละติจูดที่เท่าไร

a)

60องศาเหนือและใต้

b)

30องศาเหนือและใต้

c)

45องศาเหนือและใต้

d)

90องศาเหนือและใต้

9.

การหมุนเวียนอากาศในแถบเขตร้อนมีการหมุนเวียนแบบใด

a)

แฮดลีย์เซลล์

b)

โพลาร์เซลล์

c)

เฟอเรลเซลล์

10.

การหมุนเวียนอากาศในแถบละติจูดกลางมีการหมุนเวียนแบบใด

a)

แฮดลีย์เซลล์

b)

โพลาร์เซลล์

c)

เฟอเรลเซลล์

11.

พลังงานช่วงคลื่นสั้นที่โลกปล่อยกลับสู่อวกาศ อาศัยกระบวนการใด

a)

การเปลี่ยนสถานะของน้ำ

b)

การแผ่รังสี

c)

การสะท้อนแสง

d)

การพาความร้อน

12.

พลังงานที่พื้นผิวโลกดูดกลืนไว้นั้น จะถูกปลดปล่อยกลับออกมาในรูปรังสีใด และมีช่วงคลื่นแบบใด

a)

รังสีอินฟราเรด ช่วงคลื่นสั้น

b)

รังสีอัลตราไวโอเลต ช่วงคลื่นยาว

c)

รังสีอินฟราเรด ช่วงคลื่นยาว

d)

รังสีอัลตราไวโอเลต ช่วงคลื่นสั้น

13.

พื้นผิวโลกบริเวณที่มีเมฆและละอองลอยมากในตอนกลางวัน ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ใด

a)

พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีความเข้มรังสีดวงอาทิตย์มากขึ้นกว่าปกติ

b)

ในตอนกลางคืน พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ

c)

ในตอนกลางวัน พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ

d)

พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีรังสีดวงอาทิตย์ผ่านมาได้มากขึ้นกว่าปกติ

14.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ความสว่างของแสงสะท้อนจากพื้นผิวหนึ่งๆ จะมากกว่าแสงที่มาตกกระทบพื้นผิวนั้นเสมอ

b)

พื้นผิวสีเข้มมีอัตราส่วนรังสีสะท้อนสูงกว่าพื้นผิวสีอ่อนกว่า

c)

พื้นผิวเรียบมีอัตราส่วนรังสีสะท้อนสูงกว่าพื้นผิวชนิดเดียวกันที่มีความขรุขระ

d)

พื้นผิวชนิดเดียวกัน จะมีอัตราส่วนรังสีสะท้อนแตกต่างกัน

15.

อัตราส่วนรังสีสะท้อนจากพื้นผิววัตถุในข้อใดมีค่ามากที่สุด

a)

กระดาษขาวขรุขระ

b)

ใบไม้สด

c)

กระดาษขาวเรียบ

d)

ดิน

16.

ข้อใดมีอัตราส่วนรังสีสะท้อนของพื้นผิวโลกมากที่สุด

a)

ป่าไม้

b)

หิมะ

c)

น้ำ

d)

คอนกรีต

17.

จากรูป เป็นภาพพายุหมุนเขตร้อนบริเวณซีกโลกใด

a)

บริเวณซีกโลกเหนือ

b)

บริเวณซีกโลกตะวันตกเฉียงเหนือ

c)

บริเวณซีกโลกตะวันออกเฉียงเหนือ

d)

บริเวณซีกโลกใต้

18.

ระหว่างแนวปะทะของ โพลาร์เซลล์ เฟอร์เรลเซลล์ และแฮดลีย์เซลล์ ทำให้เกิดเหตุการณ์ใด

a)

กระแสลมร้อน

b)

กระแสลมเย็น

c)

แก๊สเรือนกระจก

d)

เมฆฝน

19.

การไหลเวียนของอากาศที่ถูกต้องจะเป็นไปตามข้อใด

a)

อากาศเย็นเข้าไปแทนที่อากาศร้อน และดันให้อากาศร้อนลอยสูงขึ้น

b)

อากาศเย็นเข้าไปแทนที่อากาศร้อน และดันให้อากาศร้อนจมลง

c)

อากาศร้อนเข้าไปแทนที่อากาศเย็น และดันให้อากาศเย็นลอยสูงขึ้น

d)

อากาศร้อนเข้าไปแทนที่อากาศเย็น และดันให้อากาศเย็นจมลง

20.

อากาศจากขั้วโลกเหนือเคลื่อนที่เบนลงมาบริเวณละติจูด 60 องศาเหนือ จัดเป็นลมชนิดใด

a)

ลมเหนือ

b)

ลมตะวันออก

c)

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ

d)

ลมตะวันออกเฉียงใต้

21.

ร่องความกดอากาศต่ำ (intertropical convergence zone, ITCZ) หรือ ร่องมรสุม เกิดภูมิอากาศแบบใด

a)

ภูมิอากาศแบบร้อนน้อย

b)

ภูมิอากาศเเบบร้อนมาก

c)

ภูมิอากาศเเบบหนาวชื้น

d)

ภูมิอากาศเเบบร้อนชื้น

22.

การหมุนเวียนอากาศแบบโพลาร์เซลล์อยู่ที่ละติจูดใด

a)

0 - 30 องศา

b)

30 - 60 องศา

c)

30 - 45 องศา

d)

60 - 90 องศา

23.

แนวความกดอากาศสูงกึ่งเขตร้อน เกิดบริเวณละติจูดที่เท่าไร

a)

0 องศา

b)

30 องศา

c)

60 องศา

d)

90 องศา

24.

ส่วนใหญ่ภูมิอากาศบริเวณละติจูดที่ 60 องศา จะมีลักษณะเป็นอย่างไร

a)

ร้อนแห้ง

b)

หนาวจัด

c)

หนาว ชื้น

d)

อบอุ่น ชื้น

25.

อากาศเคลื่อนที่จากบริเวณละติจูด 30 องศาใต้ ลงมาแถบขั้วโลกใต้ ผลจากแรงคอริออลิส ทำให้อากาศเบนไปทางใด

a)

ตะวันออกเฉียงใต้

b)

ตะวันออกเฉียงเหนือ

c)

ตะวันตกเฉียงใต้

d)

ตะวันตกเฉียงเหนือ

26.

ลมค้าเคลื่อนที่จากละติจูดใดถึงละติจูดใด

a)

0 - 30 องศา

b)

30 - 60 องศา

27.

บริเวณละติจูดที่ 60 องศา ในเขตเฟอร์เรลเซลล์ มีสภาพภูมิอากาศแบบอบอุ่น เนื่องจากอากาศมีทิศทางเป็นอย่างไร

a)

ยกตัวขึ้น

b)

จมตัวลง

c)

หยุดนิ่ง

28.

การหมุนเวียนของลมหุบเขาตอนกลางวัน ดังรูป ข้อใดถูกต้อง

a)

ความกดอากาศบริเวณลาดเขาสูงกว่าบริเวณหุบเขา

b)

อากาศบริเวณหุบเขามีอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณลาดเขา

c)

อากาศบริเวณหุบเขามีอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณลาดเขา

d)

อากาศบริเวณหุบเขามีความหนาแน่นมากกว่าบริเวณลาดเขา

29.

พายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในทะเล เมื่อขึ้นฝั่งมีกำลังอ่อนลง เป็นผลมาจากแรงใด

a)

แรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ

b)

แรงคอริออลิส

c)

แรงสู่ศูนย์กลาง

d)

แรงเสียดทาน

30.

ลมค้าเคลื่อนที่ระหว่างละติจูดใด

a)

30๐N - 60๐N และ 30๐S - 60๐S

b)

60๐N - 90๐N และ 60๐S - 90๐S

c)

0๐ - 30๐N และ 0๐ - 30๐S

d)

0๐ - 60๐N และ 0๐ - 60๐S

31.

เมื่อใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ ข้อใดเรียงลำดับชั้นน้ำในมหาสมุทรจากผิวน้ำลงไปสู่ระดับลึกได้ถูกต้อง

a)

น้ำชั้นล่าง → น้ำชั้นเทอร์โมไคลน์ → น้ำชั้นบน

b)

น้ำชั้นบน → น้ำชั้นเทอร์โมไคลน์ → น้ำชั้นล่าง

c)

น้ำชั้นเทอร์โมไคลน์ → น้ำชั้นบน → น้ำชั้นล่าง

d)

น้ำชั้นบน → น้ำชั้นล่าง → น้ำชั้นเทอร์โมไคลน์

32.

ปัจจัยสำคัญที่ควบคุมการหมุนเวียนของน้ำผิวหน้ามหาสมุทรคือข้อใด

a)

ลมประจำ แรงคอริออลิส และขอบทวีป

b)

อุณหภูมิแก่นโลก สนามแม่เหล็กโลก และดวงจันทร์

c)

ความเค็ม

d)

แผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดใต้ทะเล

33.

กระแสน้ำผิวหน้าที่ไหลเป็นวงขนาดใหญ่ในมหาสมุทรซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้มีทิศทางแตกต่างกันอย่างไร

a)

ซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้หมุนตามเข็มนาฬิกา

b)

ซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้หมุนทวนเข็มนาฬิกา

c)

ซีกโลกเหนือหมุนตามเข็มนาฬิกา ส่วนซีกโลกใต้หมุนทวนเข็มนาฬิกา

d)

ซีกโลกเหนือหมุนทวนเข็มนาฬิกา ส่วนซีกโลกใต้หมุนตามเข็มนาฬิกา

34.

เดือนกันยายน พ.ศ. 2569 องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกประเมินว่าเอลนีโญกำลังทวีกำลัง โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงกว่าปกติ สถานการณ์นี้สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงใดมากที่สุด

a)

ลมค้าแรงขึ้น น้ำอุ่นสะสมทางตะวันตกมากขึ้น และน้ำผุดชายฝั่งอเมริกาใต้รุนแรงขึ้น

b)

ลมค้าอ่อนกำลัง น้ำอุ่นแผ่ไปทางตะวันออก และน้ำผุดบริเวณชายฝั่งอเมริกาใต้อ่อนลง

c)

ลมค้าไม่เปลี่ยนแปลง แต่น้ำลึกทั่วโลกหยุดไหลทันที

d)

น้ำผิวหน้าทางตะวันออกเย็นลงและสารอาหารเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ

35.

บริเวณชายฝั่งซีกโลกเหนือมีลมพัดขนานชายฝั่ง ทำให้น้ำผิวหน้าเคลื่อนออกจากชายฝั่ง เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นตามมาและส่งผลต่อระบบนิเวศอย่างไร

a)

เกิดน้ำผุด นำน้ำเย็นและสารอาหารจากระดับลึกขึ้นมา ทำให้แพลงก์ตอนเพิ่มขึ้น

b)

เกิดน้ำจม ทำให้สารอาหารบริเวณผิวน้ำลดลงทันที

c)

เกิดน้ำผุด นำน้ำอุ่นที่ไม่มีสารอาหารขึ้นสู่ผิวน้ำ

d)

เกิดน้ำจม ทำให้สิ่งมีชีวิตจากระดับลึกทั้งหมดขึ้นสู่ผิวน้ำ

36.

สมมติว่าโลกยังหมุนรอบตัวเองด้วยทิศทางเดิม แต่แรงคอริออลิสในซีกโลกเหนือมีอิทธิพลลดลงอย่างมาก ขณะที่ความแตกต่างของความกดอากาศยังคงเดิม การเปลี่ยนแปลงใดมีแนวโน้มเกิดขึ้นกับระบบลมประจำโลกมากที่สุด

a)

ลมค้า ลมตะวันตก และลมตะวันออกจากขั้วโลกจะพัดโค้งเบี่ยงไปทางขวามากขึ้น

b)

ลมจะเคลื่อนที่เป็นแนวเหนือ–ใต้ตรงจากบริเวณความกดอากาศสูงไปยังความกดอากาศต่ำมากขึ้น

c)

ลมค้าจะเปลี่ยนเป็นลมตะวันตก แต่ลมชนิดอื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลง

d)

ลมประจำโลกทั้งหมดจะหยุดพัด เพราะแรงคอริออลิสเป็นแรงที่ทำให้ลมเริ่มเคลื่อนที่

37.

แรงชนิดใดเป็นแรงเริ่มต้นที่ทำให้อากาศเคลื่อนที่ในแนวราบ และมีทิศทางอย่างไร

a)

แรงคอริออลิส ทำให้อากาศเคลื่อนจากความกดอากาศต่ำไปสูง

b)

แรงเนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ ทำให้อากาศเคลื่อนจากความกดอากาศสูงไปต่ำ

c)

แรงเสียดทาน ทำให้อากาศเคลื่อนขนานกับเส้นไอโซบาร์

d)

แรงสู่ศูนย์กลาง ทำให้อากาศเคลื่อนออกจากศูนย์กลางเสมอ

38.

มวลอากาศเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งรอบศูนย์กลางความกดอากาศต่ำ ข้อใดอธิบายบทบาทของแรงสู่ศูนย์กลางได้ถูกต้องที่สุด

a)

เป็นแรงลัพธ์ที่มีทิศเข้าสู่ศูนย์กลาง ทำให้อากาศเคลื่อนที่เป็นแนวโค้ง

b)

เป็นแรงที่ผลักอากาศออกจากศูนย์กลางและทำให้ลมหยุด

c)

เป็นแรงที่ทำให้อากาศเคลื่อนจากความกดอากาศต่ำไปสูงเท่านั้น

d)

เป็นแรงที่เกิดจากแรงเสียดทานระหว่างอากาศกับพื้นผิวเพียงอย่างเดียว

39.

ข้อใดจับคู่เซลล์การหมุนเวียนอากาศ ช่วงละติจูด และลมผิวพื้นได้ถูกต้อง

a)

แฮดลีย์เซลล์ 0°–30° — ลมค้า

b)

เฟอร์เรลเซลล์ 0°–30° — ลมตะวันออกจากขั้วโลก

c)

โพลาร์เซลล์ 30°–60° — ลมค้า

d)

แฮดลีย์เซลล์ 60°–90° — ลมตะวันตก

40.

บริเวณละติจูดสูงมีอุณหภูมิอากาศลดลงอย่างมากและเกิดน้ำแข็งทะเล ส่งผลให้น้ำทะเลโดยรอบมีความเค็มสูงขึ้น เหตุการณ์ลำดับใดมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากที่สุด

a)

ความหนาแน่นของน้ำลดลง → น้ำลอยตัว → เกิดกระแสน้ำผิวหน้า

b)

ความหนาแน่นของน้ำเพิ่มขึ้น → น้ำจมตัว → ก่อให้เกิดกระแสน้ำลึก

c)

ความเค็มลดลง → น้ำจมตัว → เกิดชั้นเทอร์โมไคลน์

d)

อุณหภูมิลดลง → น้ำระเหยเร็วขึ้น → เกิดกระแสน้ำอุ่น