wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การลำเลียงและการสังเคราะห์ด้วยแสง ม.5 ชุดที่ 1

Total questions: 44

Worksheet time: 24mins

Name
Class
Date
1.

ในการลำเลียงน้ำของพืช ข้อใดเรียงลำดับได้ ถูกต้อง

a)

น้ำ ขนราก โฟลเอ็ม ใบ ปากใบ

b)

น้ำ ขนราก ไซเล็ม เส้นใบ ปากใบ

c)

น้ำ เส้นใบ ไซเล็ม ปากใบ ใบ

d)

น้ำ เส้นใบ โฟลเอ็ม เส้นใบ ใบ

2.

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำขึ้นสู่ยอดไม้สูงๆ คือ

a)

ความกดของบรรยากาศโดยรอบต้น

 

b)

แรงดึงที่เกิดในไซเล็มเนื่องจากการคายน้ำของพืช

c)

  แรงดึงที่เกิดในไซเล็มเนื่องจากการคายน้ำของราก

         

d)

แรงดึงที่เกิดในไซเล็มเนื่องจากการดึงดูดระหว่างน้ำกับท่อ

3.

การลำเลียงน้ำผ่านพลาสโมเดสมาตาเข้าสู่ไซเล็ม เรียกว่า

a)

symplast pathway

b)

apoplast pathway

c)

transmembrane pathway

d)

casparian

4.

ในเวลากลางวันการลำเลียงน้ำจากรากขึ้นไปสู่ยอดสูงมากกว่า 100 ฟุต เกิดขึ้นโดยกลไกแบบใด

a)

transpiration

b)

cohesion force

c)

adhesion force

d)

transpiration cohesion force and adhesion force

5.

cohesion force คือ

a)

แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลน้ำกับผนังเซลล์

b)

แรงยึดเหนี่ยวระหว่างน้ำกับน้ำ

c)

แรงยึดเหนี่ยวระหว่างผนังเซลล์กับผนังเซลล์

d)

แรงจากการคายน้ำ

6.

การสูญเสียน้ำของพืชในรูปของหยดน้ำที่เรียกว่า guttation จะเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมแบบใด

a)

มีลมพัดตลอดเวลา       

b)

มีแสงแดดจัด และอากาศร้อน

c)

ภายหลังฝนตกไม่นาน

d)

ไม่มีฝนตกเป็นเวลานาน

7.

ข้อใดเลียงลำดับได้ถูกต้อง

a)

Guard cell , Stomatal pore , subsidiary cell

b)

Stomatal pore, Guard cell , subsidiary cell

c)

Guard cell , subsidiary cell, Stomatal pore

d)

Stomatal pore , subsidiary cell, Guard cell

8.

การที่ปากใบเปิดกว้างในเวลากลางวันเป็นเพราะเหตุใด

a)

น้ำระเหยออกมา

b)

มี osmosis pressure มากใน Guard cells

c)

คาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากแพร่เข้าสู่เซลล์

d)

ออกซิเจนจำนวนมากแพร่ออกมาจากเซลล์

9.

การเปิดของ ปากใบ นั้นเกิดจาก

a)

stomata ถูกกระตุ้นจากแสงสว่าง

b)

Guard cell ของ stomata เกิด Turgor pressure ขึ้นจากสิ่งแวดล้อมภายนอก

c)

Guard cell ของ stomata เกิด Turgor pressure ขึ้นจากการสังเคราะห์ด้วยแสง

d)

Guard cell ของ stomata เกิด osmosis pressure ขึ้นจากการสังเคราะห์ด้วยแสง

10.

พืชที่มีปากใบอยู่เฉพาะผิวด้านบนของใบมักจะเป็นพืชแบบใด

a)

มีใบจมใต้น้ำ    

b)

พืชใต้น้ำ

c)

ใบลอยอยู่ที่ปริ่มน้ำ

d)

ง. ข้อ ข และ ค ถูก

11.

การแลกเปลี่ยนแก๊ส นอกจากปากใบสามารถเกิดขึ้นบริเวณใดได้

a)

รากที่ยังไม่มีชั้นคิวทิเคิล

b)

ผนังผล ชั้น Exocarp

c)

เลนทิเซล

d)

ข้อ ก และ ค ถูก

12.

ข้อใดผิด

a)

ธาตุอาหารเข้าสู่เซลล์พืชโดยอาศัยโปรตีน

b)

ธาตุอาหารเข้าสู่เอนโดเดอร์มิสโดยการออสโอซิส

c)

ธาตุอาหารเคลื่อนไปส่วนต่างๆของพืชพร้อมกับการลำเลียงน้ำในไซเล็ม

d)

ถูกทุกข้อ

13.

ข้อใดคือธาตุอาหารหลักของพืช

a)

สังกะสี

b)

คลอรีน

c)

ไนโตรเจน

d)

ทองแดง

14.

การลำเลียงอาหารของพืชเกิดขึ้นที่ใด

a)

ไซเล็ม

b)

ปากใบ

c)

โฟลเอม

d)

เอ็นโดเดอร์มิส

15.

พืชจะลำเลียงอาหารในรูปแบบใด

a)

กลูโคส จากแหล่งสร้างไปแหล่งรับ

b)

ซูโครส จากแหล่งสร้างไปแหล่งรับ

c)

กลูโคส จากรากไปยอด

d)

ซูโครส จากรากไปยอด

16.

แวน นีล เสนอสมมุติฐานว่า ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของแบคทีเรียน่าจะเป็นความคล้ายคลึงกันกับพืชคือข้อใด

a)

ในการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชโมเลกุลน้ำจะรวมตัวกัน

b)

ในการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชโมเลกุลน้ำถูกแยกสลายได้ ไฮโดรเจนอิสระ

c)

ในการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชโมเลกุลน้ำถูกแยกสลายได้ ออกซิเจนอิสระ

d)

ในการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชโมเลกุลน้ำจะไม่มีการสลายตัว

17.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาใช้แสง

a)

ปฏิกิริยานี้ต้องอาศัยน้ำ

b)

ปฏิกิริยานี้ต้องอาศัยน้ำ

c)

เกลือเฟอริกทำหน้าที่เป็นตัวออกซิไดซ์

d)

ถ้าปฏิกิริยานี้ขาดแสงผลลัพธ์ที่ได้ยังคงเหมือนเดิม

18.

จากการทดลองของโรบิน ฮิลล์ พบว่าไฮโดรเจนที่เกลือเฟอริกได้รับนั้นมาจากที่ใด

a)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอน

b)

การแตกตัวของคลอโรพลาสต์

c)

การแตกตัวของน้ำ

d)

การสลายโมเลกุลของคลอโรฟิลล์

19.

ออร์แกเนลล์ที่ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง คือ ออร์แกเนลล์ใด และจะพบออร์แกเนลล์นี้มากในเซลล์ชนิดใดของพืช

a)

คลอโรพลาสต์ อิปิเดอร์มิส

b)

คลอโรฟิลล์ สปันจีเซลล์

c)

คลอโรฟิลล์ เซลล์คุม

d)

คลอโรพลาสต์ พาลิเสดเซลล์

20.

ข้อใดไม่พบใน Phutosytem ของ light reaction ในพืชดอก

a)

accessory pigment

b)

chlorophyll C

c)

reaction center         

d)

carotenoid

21.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบแสง I และ II

a)

ระบบแสง I และ II ทำงานพร้อมกัน

b)

กระบวนการโฟโตลิซิสเกิดขึ้นในระบบแสง II

c)

ระบบแสง II ประกอบด้วยคลอโรฟิลล์บีเป็นส่วนมาก

d)

ระบบแสง I สร้างได้เฉพาะ NADPH+H+ ไม่สามารถสร้าง ATP ได้

22.

6Co2 + 12H2S ---->    A    +    B    + 6H2O

A และ B คืออะไรตามลำดับ

a)

C6H12O6 / 6O2

b)

C6H12O6 / 12O2

c)

C6H12O6 / 6S

d)

C6H12O6 / 12S

23.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับปฏิกิริยาแสง (light reaction)

a)

กลุ่มโปรตีนสำคัญในการถ่ายทอดอิเล็กตรอนในปฏิกิริยาแสงมี 2 กลุ่ม คือ ระบบแสง I ระบบแสง II

b)

คลอโรฟิลล์ทุกโมเลกุลในระบบแสง สามารถเป็นตัวให้อิเล็กตรอนในปฏิกิริยาแสง หากได้รับคลื่นแสงที่เหมาะสม

c)

ATP synthase ที่อยู่บริเวณเนื้อเยื่อไทลาคอยด์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการสร้าง ATP ในปฏิกิริยาแสง

d)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฏจักรทำให้ได้ NADH

24.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเรียงลำดับการเคลื่อนย้ายอิเล็กตรอนในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

NADPH+H+ > O2 > CO2

b)

H2O > calvin cycle > NADPH

c)

ค. H2O > photosystem II > photosystem I

d)

H2O > photosystem I > photosystem II

25.

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ประกอบด้วย ปฏิกิริยาใช้แสงและวัฏจักรคัลวิน ทั้ง 2 ปฏิกิริยา จะเกิดขึ้นบริเวณใดของคลอโรพลาสต์ ตามลำดับ

a)

ลูเมน สโตรมา

b)

เยื่อหุ้มไทลาคอยด์ สโตรมา

c)

เยื่อหุ้มไทลาคอยด์  เมทริกส์

d)

เยื่อหุ้มไทลาคอยด์  ลูเมน

26.

สารเสถียรตัวแรกที่เกิดขึ้นในวัฏจักรคัลวิน คือ

a)

RuBP

b)

Rubisco

c)

PGA

d)

G3P

27.

ข้อใดกล่าวผิด เรื่องการเกิดวัฏจักรคัลวิน 1 ครั้ง

  1. ตรึง CO2 3 โมเลกุล

  2. ใช้ ATP 9 โมเลกุล

  3. ใช้ NADPH 6 โมเลกุล

  4. เกิดน้ำตาล 3 โมเลกุล

a)

1 4

b)

2 3

c)

ข้อ 3 เท่านั้น

d)

ข้อ 4 เท่านั้น

28.

กระบวนการ photorespiration ที่เกิดขึ้นในchloroplast จะมีการตรึงออกซิเจนเกิดขึ้น ข้อใด
เป็นสารตั้งต้นที่เข้าจับกับเอนไซม์ rubisco

a)

3-phosphoglycerate

b)

3-phosphoglyceraldehyde

c)

ribulose 1,5-biphosphate

d)

glycolate 1,3- biphosphate

29.

กระบวนการ photorespiration จะเกิดขึ้นเมื่อพืชอยู่ในสภาวะใด

a)

พืชได้รับแสงมาก ปริมาณ CO2 น้อย

b)

พืชได้รับแสงมาก ปริมาณ CO2 มาก

c)

พืชได้รับแสงมาก ปริมาณ O2 น้อย

d)

พืชได้รับแสงมาก ปริมาณ O2 มาก

30.

เพราะเหตุใดเราจึงจัด ข้าวเจ้า ว่าเป็นพืช C3

a)

มีการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ 2 ครั้ง

b)

มีการตึงคาร์บอนไดออกไซด์ในเซลล์บันเดิลชีท

c)

สารประกอบตัวแรกจากการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ คือ      PGA

d)

สารประกอบตัวแรกจากการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ คือ PEP

31.

พืชที่มีเซลล์พาลิเซดอยู่ล้อมรอบมัดท่อลำเลียง และมีการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ 2 ครั้ง จัดเป็นพืชชนิดใด

a)

ข้าวเจ้า ถั่วเหลือง

b)

ข้าวฟ่าง ข้าวโพด

c)

ยาสูบ อ้อย      

d)

ข้าวสาลี ถั่วเหลือง

32.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสงของกระบองเพชร

  1. มีการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ 2 ครั้ง

  2. ตรึงคาร์บอนไดออไซด์เวลากลางวัน

          3. มีการเกิดวัฏจักรคัลวิน

a)

1 2     

b)

1 3

c)

2 3

d)

1 2 3

33.

ข้อใดคือสารตั้งต้นที่ใช้ในการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์
ของถั่วเหลือง

a)

RuBP

b)

PEP

c)

PEB

d)

OAA

34.

CAM นำ malate เก็บไว้ที่ใดในตอนกลางคืน

a)

mitochondria

b)

nucleus

c)

vacuole

d)

stomata

35.

ถ้าใช้ 14C ศึกษาการสังเคราะห์ด้วยแสงในว่านหางจระเข้ เมื่อฉายแสงให้เป็นเวลา 6 ชั่วโมง ควรตรวจพบ 14C ในสารต่างๆ ยกเว้นข้อใด

a)

PGA และ RuBP

b)

Rubisco และ PGAL

c)

PEP และ Pyruvic acid

d)

Sucrose sugar และ Malic acid

36.

สารอินทรีย์ที่เสถียรตัวแรกที่เกิดจากการตรึงคาร์บอนของพืช C3

a)

OAA

b)

PGA

c)

PGAL

d)

RuBP

37.

สารอินทรีย์ที่เสถียรตัวแรกที่เกิดจากการตรึงคาร์บอนของพืช C4

a)

OAA

b)

PGA

c)

RuBP

d)

PGAL

38.

สารอินทรีย์ที่เสถียรตัวแรกที่เกิดจากการตรึงคาร์บอนของพืช CAM

a)

RuBP

b)

PGA

c)

OAA

d)

PEP

39.

ข้อใดคือการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ของว่านหางจระเข้

a)

ตรึงคาร์บอนไดออกไซด์เวลากลางวัน 1 ครั้ง

b)

ตรึงคาร์บอนไดออกไซด์เวลากลางคืน 1 ครั้ง

c)

ตรึงคาร์บอนไดออกไซด์เวลากลางวัน 2 ครั้ง

d)

ตรึงคาร์บอนไดออกไซด์เวลากลางคืน 1 ครั้ง กลางวัน 1 ครั้ง

40.

แสงมีความสำคัญต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชอย่างไร

a)

กระตุ้นให้อิเล็กตรอนในโมเลกุลของคลอโรฟิลล์หลุดออกจากคลอโรฟิลล์

b)

ส่งไฮโดรเจนไปให้ NADP+

c)

สร้างคลอโรฟิลล์เพิ่มขึ้น

d)

ถ่ายทอดพลังงานจากครอโรฟิลล์ให้กับน้ำ

41.

เมื่อความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเพิ่มขึ้นจะส่งผลกับพืชอย่างไร

a)

อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงเท่าเดิม

b)

อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงเพิ่มขึ้น

c)

อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงลดลง

d)

ไม่เกิดการสังเคราะห์ด้วยแสง

42.

หากมีออกซิเจนใน Guard cell ปริมาณมาก ข้อใดต่อไปนี้กล่าวผิด

a)

พืชจะสลายน้ำตาลใน Guard cell

b)

พืชสังเคราะห์ด้วยแสงได้น้อย

c)

เกิดการหายใจแสง

d)

พืชสังเคราะห์ด้วยแสงได้มาก

43.

พืชใบเหลืองซีด จากข้อความข้างต้นพืชขาดธาตุใด

a)

Mn

b)

Cl

c)

Fe

d)

N

44.

ข้อใดเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

  1. ความเข้มแสง         2. ความเข้มข้นของออกซิเจน

  3. ความเข้มข้นของคาร์บอนดิกไซด์

  4. อุณหภูมิ     5. อายุใบ

a)

1 2 3

b)

1 2 4

c)

2 3 5

d)

1 2 3 4 5